ไม่ดื้อ...6

1723 คำ
6 เช้าวันรุ่งขึ้น… หนูตื่นนอนเวลาเดิมลุกขึ้นไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาปลุกเมเม่ที่ตื่นยาก เหตุผลที่นอนขี้เซาคงมาจากแอบคุยกับพี่ภูผาทั้งคืนพอได้เวลาตื่นก็เลยไม่อยากตื่นค่ะ “เม่…ตื่นได้แล้วนะ” เข้าไปเขย่าแขนเพื่อนแรงๆ “อือ…สิบนาทีนะ" "สิบนาทีแน่นะ" ถามให้ชัวร์แล้วหนูก็เดินไปแต่งตัวค่ะ เปิดตู้ที่มีชุดนักเรียนหนูแขวนปนอยู่คุ้นเคยกับทุกอย่างจนดูเหมือนเป็นบ้านตัวเองเหตุผลนี้ล่ะค่ะที่ทำให้หนูเกรงใจ มองสำรวจตัวเองในกระจกเหลือบไปมองนาฬิกาก็ครบสิบนาทีพอดีแต่เพื่อนหนูยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น "เม่...สิบนาทีแล้วนะตื่นเดี๋ยวนี้เลย" เข้าไปดึงผ้าห่มพยายามจะทำทุกอย่างให้เมเม่รู้สึกตัว "อือออ...แกลงไปก่อนเลย” เม่พลิกตัวกลับมานอนหงายพูดกับหนูทั้งๆที่ยังหลับตา “แน่ใจนะ” “อือไปเลยเดี๋ยวตามลงไป” เม่พยักหน้าแล้วก็พลิกตัวหันหลังหนี "เห้อ..." หนูถอนหายใจทำอะไรไม่ได้นอกจากคว้ากระเป๋านักเรียนเดินลงมาข้างล่าง เอากระเป๋าวางตรงโซฟาเดินย้อนผ่านบันไดไปยังโต๊ะทานข้าวที่อยู่ค่อนไปทางหลังบ้าน เห็นคุณอาทั้งสองนั่งคู่กันอยู่ที่โต๊ะอาหารก็ชะงักไปชั่วครู่ หนูเกิดอาการประหม่าเข้าหน้าไม่ติดมันเกิดขึ้นเมื่อในหัวหนูมันวนคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนค่ะ “ทานข้าวจ้ะปูนิ่ม” คุณอาแหม่มแม่ของเมเม่เอ่ยชวนแล้วลุกขึ้นไปตักข้าวต้มมาให้ นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคุณอาทั้งสองพร้อมกับมองอาแหม่มอย่างชื่นชม เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจเก่งทั้งงานในและนอกบ้านต้องทำงานต้องดูแลความเรียบร้อยในบ้านไปพร้อมกันขนาดแม่หนูยังทำได้ไม่ดีเท่าอาแหม่มเลยค่ะ “ขอบคุณค่ะ” ยกมือไหว้เมื่อชามข้าวต้มมาวางตรงหน้าทั้งเกรงใจทั้งรู้สึกผิดไปพร้อมๆ กันความกลัวทำให้หนูนั้นไม่กล้ามองคุณอาทั้งสองตรงๆ โดยเฉพาะคนที่นั่งตรงข้าม “เมเม่ล่ะ?” อาแหม่มหันมาถามพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา หนูก็ไม่รู้จะแก้ต่างให้เพื่อนยังไงบอกว่าตื่นแล้วดีมั้ยแต่ถ้ายังไม่ลงมาเดี๋ยวคุณอาก็ต้องไปตามอยู่ดี สิบนาทีของเมเม่มันไม่มีอยู่จริง “ยะ…ยังไม่ตื่นค่ะเม่ขออีกสิบนาที” เป็นเด็กดีต้องไม่โกหกค่ะ “จริงๆ เล๊ยลูกคนนี้ต้องให้ปลุกกันแทบทุกเช้า ทานไปก่อนเลยนะจ๊ะปูนิ่มไม่ต้องเกรงใจ” เธอยิ้มให้หนูก่อนจะเดินขึ้นไปปลุกเมเม่บนห้อง เมื่อหนูกับคุณอาอยู่กันตามลำพังสองคน... บรรยากาศรอบๆตัวมันก็ชวนให้อึดอัดหนูเอาแต่ก้มหน้าคนข้าวต้มในชามแต่ในใจกำลังลุ้นว่าคุณอาจะพูดอะไรกับหนูมั้ย เขานิ่งมากเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยาเป็นคนนิ่งสุขุมแบบที่หนูชื่นชมเสมอมา เผลอเงยหน้าและสบตากับคุณอาแบบไม่ตั้งใจ สะดุ้ง! ... ได้สติกำช้อนในมือแน่นก้มหน้าคนข้าวต้มในชามก่อนจะตักขึ้นมาป้อนเข้าปากแต่ก็ไม่สามารถลดทอนความประหม่าตื่นเต้นลงไปได้ “อรุณสวัสดิ์ค่ะหลับสบายมั้ยคะ” คุณอาทักทายหนูก่อนเป็นประโยคที่คุ้นเคยแต่ตอนนี้หนูกลับไม่คุ้นเคยกับมัน “ค่ะ” พยักหน้ารับ "อาก็หลับฝันดีเพราะมีหนูมาอยู่ในฝัน" "คะ?" "ลองทายดูสิว่าในฝันเรา...กำลังทำอะไรกัน" "ไม่ทราบสิคะ" ตอบเสียงสั่นๆหาเรื่องลุกขึ้นไปหยิบน้ำแต่ดันถูกคุณอาคว้าแขนไว้ ตกใจรีบหันกลับมามอง เห็นว่าคุณอายิ้มก่อนจะดึงตัวหนูเข้าไปใกล้คุณอาโอบเอวหนูไว้เงยหน้าขึ้นมาสบตาหนูอย่างมีความหมายแต่หนูกลับไม่อิน พยายามดึงมือคุณอาออกจากเอวพลางหันไปมองทางหน้าบ้านกลัวว่าอาแหม่มหรือเมเม่จะลงมาเห็นเราในภาพนี้ "รังเกียจอาแล้วเลยคะ?" ปลายเสียงดูตัดพ้อแถมยังทำหน้างอผิดหวังวงแขนแกร่งเริ่มโอบดระชับเอวหนูแน่นขึ้นพยายามจะดึงเข้าไปหาตัวให้มากกว่าเก่า “ยะ…อย่าค่ะคุณอา” พยายามดึงมือหนาออกไปและดันตัวเองออกมาให้ห่าง “หอมจังค่ะ…” คุณอาดูจะไม่ฟังแถมยังเอาหน้าข้ามาซุกซบกับตัวหนูไล่ดมอยู่แถวซอกคอดูจะำึงพอใจกับกลิ่นหอมที่ว่า กลิ่นอะไรกันล่ะกลิ่นแป้งที่หนูทาหรือว่ากลิ่นโลชั่นมันก็กลิ่นเดียวกันกับเมเม่ใช้ “คุณอาปล่อยนิ่มนะคะ” ปากร้องขอมือก็ดันคนตัวหน้าให้ออกห่างแต่มันก็ไม่ขยับไปไหนเลยค่ะ เริ่มกลัว เริ่มกังวล เริ่มประหม่า “ปูนิ่มขา…” เสียงที่อ้อนอยู่ข้างหูฟังแล้วก็ยิ่งทำให้ใจอ่อนลึกๆในใจมันชอบที่คุณอาอ้อนค่ะ "อย่าค่ะคุณอาหนูขอร้อง" ยอมหันไปสบตาเพื่ออ้อนวอนขอความเห็นใจแต่เหมือนกับได้ผลลัพท์ที่ตรงข้าม มือที่เคยผลักใสคุณอาให้ไกลห่างเปลี่ยนเป็นโอบรั้งคนตัวหนาเอาไว้ วินาทีนั้นหนูเลือกทำตามเสียงหัวใจที่มันพ่ายแพ้ต่อสายตาของคุณอา จ้องใบหน้าคมที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้หนูก็ไม่รู้ตัวเองเช่นกันว่าเผลอตัวก้มลงไปหาคุณอาัช่นกัน จดจ้องไปที่ริมฝีปากคนตรงหน้าปรารถนาจะถูกกลืนกินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าคุณอาอยู่ในระยะประชิด ตึกๆ ตึกๆ ลุ้นมากๆกับจูบแรกของเรารู้สึกถึงมือใหญ่ที่ลูบไล่อยู่กลางหลัง รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆก่อนจะรู้สึกได้ถึงริมฝีปากนุ่มๆและไรหนวดที่กดลงมาบนริมฝีปากหนู เรา... จูบกันแล้วค่ะ หนูตื่นเต้นจนไม่กล้าลืมตาได้แต่ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของคุณอาที่จะชักนำสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงริมฝีปากแตะริมฝีปาก แปลกใจเล็กๆเพราะคาดเดาไปว่าจะถูกจู่โจมด้วยความร้อนแรงแต่กลับได้ความสุภาพอ่อนโยนมาแทนที่ เหมือนตอนนี้คุณอาแค่จูบทักทายบดริมฝีปากเข้าใส่หนูอย่างแผ่วเบาเป็นฝ่ายหนูซะอีกที่อยากให้คุณอาเขาร้อนแรงกว่านี้ คุณอาผละริมฝีปากจากไปพร้อมกับยิ้มให้ดูอย่างอบอุ่นปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ไปตามรูปปากหนูด้วยสายตาที่ยังคงหลงใหลกระหายอยาก ถ้าอยากจูบต่อแล้วทำไมถึงหยุดล่ะคะ ได้แต่ถามคุณอาในใจไม่กล้าพูดออกไป “เมื่อไหร่อาจะได้ชิมหนูนะปูนิ่ม” “คะ?” ตกใจกับคำตัดพ้อของคุณอามากๆ “ทานข้าวเถอะค่ะ" คุณอาตัดใจลูบหลังหนูสองสามทีก่อนจะปล่อยมือจากตัวหนู อารมณ์รักหอมหวานเมื่อครู่กลายเป็นคนที่ดูห่างเหินแปลกหน้าในเวลาไม่ถึงนาที เขาทิ้งให้หนูอยู่กับความสับสนไม่เข้าใจความคิดของพวกผู้ใหญ่จริงๆว่ามันจะซับซ้อนอะไรนักหนา มาหลอกให้หวั่นไหวแล้วก็ทิ้งกันไปดื้อๆ "คุณอาไม่ต้องการหนูแล้วเหรอคะ?" ในที่สุดหนูก็ตัดพ้อคุณอาจนได้ "ปูนิ่ม" "ทำไมท่าทางคุณอาถึงเปลี่ยนไปเย็นชาได้ขนาดนี้คะทั้งๆที่คุณอาทำให้หนูรู้สึก..." พูดไม่จบตัวหนูก็ถูกดึงไปกอดอีกครั้ง "หนูทำให้อาอยากชิมนะรู้มั้ยขออาชื่นใจอีกนิดนะ" คุณอาขยับมือมาแกะกระดุมเสื้อนักเรียนของหนู “จะทำอะไรคะ!” ตกใจเพราะหนูหวังแค่จูบไม่ใช่... “ชู่ววว…” คุณอาจุ๊ปากห้ามหนูไม่ให้โวยวายปลดกระดุมหนูไปทั้งหมดสองเม็ด ยืนแก้มแดงอยู่เงียบๆไม่กล้าส่งเสียงโวยวายมองคุณอาด้วยความเขินอายเมื่อเห็นสายตาของเขา คุณอาจ้องหน้าอกเล็กๆ ของหนูตาเป็นประกายจนหนูรู้สึกเสียดายที่ตัวเองยังใส่ชุดชั้นในลวดลายน่ารัก แบบคุณอาคงจะชอบแบบเซ็กซี่เร่าร้อนมากกว่าหรือลายลูกไม้หรูหราแบบที่ผู้ใหญ่เขาใส่กัน เห็นคุณอายิ้มอีกแล้ว… หนูก็ทำตัวไม่ถูกเขินจนหน้าแดง มองคุณอาที่ก้มลงมาจูบตรงเนินอกเล็กๆเหนือขอบชุดชั้นในอยากมีอกสวยๆ ล้นเต็มมือเต็มไม้อยู่เหมือนกันนะ หนูรู้สึกว่าคนอกใหญ่น่ะใส่เสื้อผ้าอะไรก็ออกมาสวยดูดีแถมยังเซ็กซี่มีแต่คนสนใจ นี่หนูเริ่มแก่แดดแล้วใช่มั้ยคะ? มองคุณอาที่ตวัดลิ้นชิ้มไปรอบเนินอกช้าๆ ก่อนจะเปลี่นกลับมาจูบหน้าอกหนูอีกหนน้ำหนักมือที่ลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังค่อนข้างปลุกเร้าให้หนูคล้อยตามคุณอาไป “อ๊ะ!” สะดุ้งกับแรงดูดแรงๆ ที่ไม่คิดว่าคุณอาจะทำ “จองแล้วนะคะ” คุณอาเงยหน้าขึ้นมาสบตาหนูพร้อมกับยิ้มทะเล้น หันไปมองนาฬิกาบนผนังแล้วก็หันกลับมาช่วยหนูติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย สับสนไปหมดแล้วค่ะได้แต่เดินกลับมานั่งที่ตามแรงมือของคุณอาก้มหน้ากินข้าวทั้งๆที่ใจหนูมันยังไม่หายตื่นเต้นกับเหตุการณ์เมื่อครู่เลยค่ะ แอบลูบอกตรงตำแหน่งที่โดนดูด แอบยิ้มกับคำพูดที่ว่าตัวหนูถูกคุณอาจอง ตักข้าวต้มเข้าปากเคี้ยวไปไม่กี่คำอาแหม่มกับเมเม่ก็เดินลงมาบรรยากาศบนโต๊ะทานข้าวดูตึงเครียดจากหน้าตาของอาแหม่มและเมเม่ที่ไม่มียิ้ม ไม่พูดและไม่มองหน้ากันไม่บอกก็รู้ว่าเม่ต้องถูกอาแหม่มดุมาแน่ๆ รู้สึกผิดนะคะหนูไม่ได้อยากให้เม่โดนดุแต่เช้านั่งทานไปได้ไม่ถึงสิบนาทีอาแหม่มก็ขอตัวไปทำงานเหลือคุณอาที่ทำหน้าที่ไปส่งเม่และพ่วงหนูเป็นภาระด้วยอีกคน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม