6
เช้าวันรุ่งขึ้น…
หนูตื่นนอนเวลาเดิมลุกขึ้นไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาปลุกเมเม่ที่ตื่นยาก เหตุผลที่นอนขี้เซาคงมาจากแอบคุยกับพี่ภูผาทั้งคืนพอได้เวลาตื่นก็เลยไม่อยากตื่นค่ะ
“เม่…ตื่นได้แล้วนะ” เข้าไปเขย่าแขนเพื่อนแรงๆ
“อือ…สิบนาทีนะ"
"สิบนาทีแน่นะ" ถามให้ชัวร์แล้วหนูก็เดินไปแต่งตัวค่ะ
เปิดตู้ที่มีชุดนักเรียนหนูแขวนปนอยู่คุ้นเคยกับทุกอย่างจนดูเหมือนเป็นบ้านตัวเองเหตุผลนี้ล่ะค่ะที่ทำให้หนูเกรงใจ มองสำรวจตัวเองในกระจกเหลือบไปมองนาฬิกาก็ครบสิบนาทีพอดีแต่เพื่อนหนูยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
"เม่...สิบนาทีแล้วนะตื่นเดี๋ยวนี้เลย" เข้าไปดึงผ้าห่มพยายามจะทำทุกอย่างให้เมเม่รู้สึกตัว
"อือออ...แกลงไปก่อนเลย” เม่พลิกตัวกลับมานอนหงายพูดกับหนูทั้งๆที่ยังหลับตา
“แน่ใจนะ”
“อือไปเลยเดี๋ยวตามลงไป” เม่พยักหน้าแล้วก็พลิกตัวหันหลังหนี
"เห้อ..." หนูถอนหายใจทำอะไรไม่ได้นอกจากคว้ากระเป๋านักเรียนเดินลงมาข้างล่าง
เอากระเป๋าวางตรงโซฟาเดินย้อนผ่านบันไดไปยังโต๊ะทานข้าวที่อยู่ค่อนไปทางหลังบ้าน เห็นคุณอาทั้งสองนั่งคู่กันอยู่ที่โต๊ะอาหารก็ชะงักไปชั่วครู่
หนูเกิดอาการประหม่าเข้าหน้าไม่ติดมันเกิดขึ้นเมื่อในหัวหนูมันวนคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนค่ะ
“ทานข้าวจ้ะปูนิ่ม” คุณอาแหม่มแม่ของเมเม่เอ่ยชวนแล้วลุกขึ้นไปตักข้าวต้มมาให้
นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคุณอาทั้งสองพร้อมกับมองอาแหม่มอย่างชื่นชม เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจเก่งทั้งงานในและนอกบ้านต้องทำงานต้องดูแลความเรียบร้อยในบ้านไปพร้อมกันขนาดแม่หนูยังทำได้ไม่ดีเท่าอาแหม่มเลยค่ะ
“ขอบคุณค่ะ” ยกมือไหว้เมื่อชามข้าวต้มมาวางตรงหน้าทั้งเกรงใจทั้งรู้สึกผิดไปพร้อมๆ กันความกลัวทำให้หนูนั้นไม่กล้ามองคุณอาทั้งสองตรงๆ
โดยเฉพาะคนที่นั่งตรงข้าม
“เมเม่ล่ะ?” อาแหม่มหันมาถามพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา หนูก็ไม่รู้จะแก้ต่างให้เพื่อนยังไงบอกว่าตื่นแล้วดีมั้ยแต่ถ้ายังไม่ลงมาเดี๋ยวคุณอาก็ต้องไปตามอยู่ดี
สิบนาทีของเมเม่มันไม่มีอยู่จริง
“ยะ…ยังไม่ตื่นค่ะเม่ขออีกสิบนาที” เป็นเด็กดีต้องไม่โกหกค่ะ
“จริงๆ เล๊ยลูกคนนี้ต้องให้ปลุกกันแทบทุกเช้า ทานไปก่อนเลยนะจ๊ะปูนิ่มไม่ต้องเกรงใจ” เธอยิ้มให้หนูก่อนจะเดินขึ้นไปปลุกเมเม่บนห้อง
เมื่อหนูกับคุณอาอยู่กันตามลำพังสองคน...
บรรยากาศรอบๆตัวมันก็ชวนให้อึดอัดหนูเอาแต่ก้มหน้าคนข้าวต้มในชามแต่ในใจกำลังลุ้นว่าคุณอาจะพูดอะไรกับหนูมั้ย
เขานิ่งมากเมื่ออยู่ต่อหน้าภรรยาเป็นคนนิ่งสุขุมแบบที่หนูชื่นชมเสมอมา
เผลอเงยหน้าและสบตากับคุณอาแบบไม่ตั้งใจ
สะดุ้ง! ...
ได้สติกำช้อนในมือแน่นก้มหน้าคนข้าวต้มในชามก่อนจะตักขึ้นมาป้อนเข้าปากแต่ก็ไม่สามารถลดทอนความประหม่าตื่นเต้นลงไปได้
“อรุณสวัสดิ์ค่ะหลับสบายมั้ยคะ” คุณอาทักทายหนูก่อนเป็นประโยคที่คุ้นเคยแต่ตอนนี้หนูกลับไม่คุ้นเคยกับมัน
“ค่ะ” พยักหน้ารับ
"อาก็หลับฝันดีเพราะมีหนูมาอยู่ในฝัน"
"คะ?"
"ลองทายดูสิว่าในฝันเรา...กำลังทำอะไรกัน"
"ไม่ทราบสิคะ" ตอบเสียงสั่นๆหาเรื่องลุกขึ้นไปหยิบน้ำแต่ดันถูกคุณอาคว้าแขนไว้
ตกใจรีบหันกลับมามอง
เห็นว่าคุณอายิ้มก่อนจะดึงตัวหนูเข้าไปใกล้คุณอาโอบเอวหนูไว้เงยหน้าขึ้นมาสบตาหนูอย่างมีความหมายแต่หนูกลับไม่อิน
พยายามดึงมือคุณอาออกจากเอวพลางหันไปมองทางหน้าบ้านกลัวว่าอาแหม่มหรือเมเม่จะลงมาเห็นเราในภาพนี้
"รังเกียจอาแล้วเลยคะ?" ปลายเสียงดูตัดพ้อแถมยังทำหน้างอผิดหวังวงแขนแกร่งเริ่มโอบดระชับเอวหนูแน่นขึ้นพยายามจะดึงเข้าไปหาตัวให้มากกว่าเก่า
“ยะ…อย่าค่ะคุณอา” พยายามดึงมือหนาออกไปและดันตัวเองออกมาให้ห่าง
“หอมจังค่ะ…” คุณอาดูจะไม่ฟังแถมยังเอาหน้าข้ามาซุกซบกับตัวหนูไล่ดมอยู่แถวซอกคอดูจะำึงพอใจกับกลิ่นหอมที่ว่า
กลิ่นอะไรกันล่ะกลิ่นแป้งที่หนูทาหรือว่ากลิ่นโลชั่นมันก็กลิ่นเดียวกันกับเมเม่ใช้
“คุณอาปล่อยนิ่มนะคะ” ปากร้องขอมือก็ดันคนตัวหน้าให้ออกห่างแต่มันก็ไม่ขยับไปไหนเลยค่ะ
เริ่มกลัว เริ่มกังวล เริ่มประหม่า
“ปูนิ่มขา…” เสียงที่อ้อนอยู่ข้างหูฟังแล้วก็ยิ่งทำให้ใจอ่อนลึกๆในใจมันชอบที่คุณอาอ้อนค่ะ
"อย่าค่ะคุณอาหนูขอร้อง" ยอมหันไปสบตาเพื่ออ้อนวอนขอความเห็นใจแต่เหมือนกับได้ผลลัพท์ที่ตรงข้าม
มือที่เคยผลักใสคุณอาให้ไกลห่างเปลี่ยนเป็นโอบรั้งคนตัวหนาเอาไว้ วินาทีนั้นหนูเลือกทำตามเสียงหัวใจที่มันพ่ายแพ้ต่อสายตาของคุณอา
จ้องใบหน้าคมที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้หนูก็ไม่รู้ตัวเองเช่นกันว่าเผลอตัวก้มลงไปหาคุณอาัช่นกัน จดจ้องไปที่ริมฝีปากคนตรงหน้าปรารถนาจะถูกกลืนกินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าคุณอาอยู่ในระยะประชิด
ตึกๆ ตึกๆ
ลุ้นมากๆกับจูบแรกของเรารู้สึกถึงมือใหญ่ที่ลูบไล่อยู่กลางหลัง รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆก่อนจะรู้สึกได้ถึงริมฝีปากนุ่มๆและไรหนวดที่กดลงมาบนริมฝีปากหนู
เรา...
จูบกันแล้วค่ะ
หนูตื่นเต้นจนไม่กล้าลืมตาได้แต่ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของคุณอาที่จะชักนำสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงริมฝีปากแตะริมฝีปาก แปลกใจเล็กๆเพราะคาดเดาไปว่าจะถูกจู่โจมด้วยความร้อนแรงแต่กลับได้ความสุภาพอ่อนโยนมาแทนที่ เหมือนตอนนี้คุณอาแค่จูบทักทายบดริมฝีปากเข้าใส่หนูอย่างแผ่วเบาเป็นฝ่ายหนูซะอีกที่อยากให้คุณอาเขาร้อนแรงกว่านี้
คุณอาผละริมฝีปากจากไปพร้อมกับยิ้มให้ดูอย่างอบอุ่นปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ไปตามรูปปากหนูด้วยสายตาที่ยังคงหลงใหลกระหายอยาก
ถ้าอยากจูบต่อแล้วทำไมถึงหยุดล่ะคะ
ได้แต่ถามคุณอาในใจไม่กล้าพูดออกไป
“เมื่อไหร่อาจะได้ชิมหนูนะปูนิ่ม”
“คะ?” ตกใจกับคำตัดพ้อของคุณอามากๆ
“ทานข้าวเถอะค่ะ" คุณอาตัดใจลูบหลังหนูสองสามทีก่อนจะปล่อยมือจากตัวหนู
อารมณ์รักหอมหวานเมื่อครู่กลายเป็นคนที่ดูห่างเหินแปลกหน้าในเวลาไม่ถึงนาที เขาทิ้งให้หนูอยู่กับความสับสนไม่เข้าใจความคิดของพวกผู้ใหญ่จริงๆว่ามันจะซับซ้อนอะไรนักหนา มาหลอกให้หวั่นไหวแล้วก็ทิ้งกันไปดื้อๆ
"คุณอาไม่ต้องการหนูแล้วเหรอคะ?" ในที่สุดหนูก็ตัดพ้อคุณอาจนได้
"ปูนิ่ม"
"ทำไมท่าทางคุณอาถึงเปลี่ยนไปเย็นชาได้ขนาดนี้คะทั้งๆที่คุณอาทำให้หนูรู้สึก..."
พูดไม่จบตัวหนูก็ถูกดึงไปกอดอีกครั้ง
"หนูทำให้อาอยากชิมนะรู้มั้ยขออาชื่นใจอีกนิดนะ" คุณอาขยับมือมาแกะกระดุมเสื้อนักเรียนของหนู
“จะทำอะไรคะ!” ตกใจเพราะหนูหวังแค่จูบไม่ใช่...
“ชู่ววว…” คุณอาจุ๊ปากห้ามหนูไม่ให้โวยวายปลดกระดุมหนูไปทั้งหมดสองเม็ด
ยืนแก้มแดงอยู่เงียบๆไม่กล้าส่งเสียงโวยวายมองคุณอาด้วยความเขินอายเมื่อเห็นสายตาของเขา
คุณอาจ้องหน้าอกเล็กๆ ของหนูตาเป็นประกายจนหนูรู้สึกเสียดายที่ตัวเองยังใส่ชุดชั้นในลวดลายน่ารัก แบบคุณอาคงจะชอบแบบเซ็กซี่เร่าร้อนมากกว่าหรือลายลูกไม้หรูหราแบบที่ผู้ใหญ่เขาใส่กัน
เห็นคุณอายิ้มอีกแล้ว…
หนูก็ทำตัวไม่ถูกเขินจนหน้าแดง มองคุณอาที่ก้มลงมาจูบตรงเนินอกเล็กๆเหนือขอบชุดชั้นในอยากมีอกสวยๆ ล้นเต็มมือเต็มไม้อยู่เหมือนกันนะ หนูรู้สึกว่าคนอกใหญ่น่ะใส่เสื้อผ้าอะไรก็ออกมาสวยดูดีแถมยังเซ็กซี่มีแต่คนสนใจ
นี่หนูเริ่มแก่แดดแล้วใช่มั้ยคะ?
มองคุณอาที่ตวัดลิ้นชิ้มไปรอบเนินอกช้าๆ ก่อนจะเปลี่นกลับมาจูบหน้าอกหนูอีกหนน้ำหนักมือที่ลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังค่อนข้างปลุกเร้าให้หนูคล้อยตามคุณอาไป
“อ๊ะ!” สะดุ้งกับแรงดูดแรงๆ ที่ไม่คิดว่าคุณอาจะทำ
“จองแล้วนะคะ” คุณอาเงยหน้าขึ้นมาสบตาหนูพร้อมกับยิ้มทะเล้น
หันไปมองนาฬิกาบนผนังแล้วก็หันกลับมาช่วยหนูติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย สับสนไปหมดแล้วค่ะได้แต่เดินกลับมานั่งที่ตามแรงมือของคุณอาก้มหน้ากินข้าวทั้งๆที่ใจหนูมันยังไม่หายตื่นเต้นกับเหตุการณ์เมื่อครู่เลยค่ะ
แอบลูบอกตรงตำแหน่งที่โดนดูด แอบยิ้มกับคำพูดที่ว่าตัวหนูถูกคุณอาจอง
ตักข้าวต้มเข้าปากเคี้ยวไปไม่กี่คำอาแหม่มกับเมเม่ก็เดินลงมาบรรยากาศบนโต๊ะทานข้าวดูตึงเครียดจากหน้าตาของอาแหม่มและเมเม่ที่ไม่มียิ้ม ไม่พูดและไม่มองหน้ากันไม่บอกก็รู้ว่าเม่ต้องถูกอาแหม่มดุมาแน่ๆ
รู้สึกผิดนะคะหนูไม่ได้อยากให้เม่โดนดุแต่เช้านั่งทานไปได้ไม่ถึงสิบนาทีอาแหม่มก็ขอตัวไปทำงานเหลือคุณอาที่ทำหน้าที่ไปส่งเม่และพ่วงหนูเป็นภาระด้วยอีกคน