บทที่ 7
วิธีงอนง้อฉบับนายหัวเมฆ
ร่างบอบบางถูกวางลงบนเตียง ไม่นานนักเม่น ลุงมั่น และถวินก็ตามมาเพิ่มด้วย
“ป้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอดีกว่าค่ะนาย” ถวินเอ่ยบอกเมื่อมองดูนายเหนือหัวที่หน้าซีดเผือดท่าทีกังวลกว่าทุกที มือของถวินสำรวจเนื้อตัวของคนบนเตียง
“ตายจริง! ตัวร้อนจี๋เลยค่ะนาย เธอเหมือนจะไม่สบายด้วยหรือเปล่าคะ เห็นตามั่นบอกว่าเหมือนจะหน้าซีดแปลก ๆ” เพียงแค่นั้นเมฆาก็ลงมือสำรวจ มือหนาวางลงตรงหน้าผาก ไอร้อนที่ได้รับทำให้เมฆาเผลอสบถ
“ป้ารีบถอดเถอะจะได้เช็ดตัวเร็ว ๆ” ถวินพยักหน้ารับคำ เห็นดังนั้นมั่นและเม่นจึงรีบออกจากห้อง แต่เมื่อลงมือจะถอดถวินกลับมองมาที่เขา “อะไรเล่า รีบ ๆ สิครับ...”
“นาย... ออกไปรอข้างนอกดีกว่าไหมคะ” ทันทีที่เอ่ยบอกใบหูของเมฆาก็พลันแดงเรื่อ ก่อนจะออกจากห้องไปในทันที ถวินลอบยิ้มเมื่อมองคนจากไป ก่อนจะลงมือทำการช่วยเหลือคนต้องพิษไข้ไม่ได้สติโดยเร็วไว
“ผมมีคำอธิบายครับนาย” เม่นเอ่ยออกมาในทันทีเมื่อมองร่างของนายที่เดินตามมาจากห้องนอน
“รีบบอก ก่อนที่กูจะทนไม่ไหวไอ้เม่น!” เมฆาว่าแล้วเดินเข้าไปนั่งใกล้ เพียงแค่นั้นเม่นก็สะดุ้งเพราะคิดว่าจะโดนลูกถีบหรืออะไรเทือกนั้น เมื่อนายมองมาอีกครั้งจึงรีบบอก
“คือคุณคนสวย...” เอ่ยได้แค่นั้นดวงตาคู่คมก็วาวโรจน์ “เอ่อ... หมายถึงคุณคนนั้นน่ะนาย เสื้อผ้าของเธอเปียกครับ ไอ้เม่นก็แค่หวังดีเอาเสื้อเม่นให้ใส่ แต่เพราะว่าไอ้หนอนขี้เสือก...” เม่นลดโทสะต่อหนอนขี้เสือกลงเมื่อนายเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห้าง ตวัดดวงตาคู่คมมองเขาอีกครั้ง “เอ่อ... หนอนมันดันอยู่บนเสื้อของเม่น เพิ่งเห็นตอนคุณเขาใส่เสร็จ คุณเขาตกใจร้องลั่นให้เม่นเอาออก และเม่นก็ถอดแต่ว่าเผลอลื่นเลยไปจับตัวไว้ และก็อย่างที่นายเห็นแหละครับ...”
เสียงที่ค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ กอปรกับภาพที่เห็นทำให้เมฆาเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ในทันที อีกอย่างน้ำค้างกลัวหนอนขนจับใจ เธอมีความหลังไม่ค่อยดีเท่าไรเกี่ยวกับมัน
“นั่นแหละครับนาย นายเข้ามาก็ซัดเม่นอย่างเดียว เจ็บนะครับ” ได้ทีเม่นก็ทำหน้างอใส่ เมฆาส่ายหน้าคล้ายจะระอา หากแต่ยอมลงให้เพราะเขาผิด และดูจากหน้าที่บวมเป่ง เม่นคงเจ็บไม่น้อย
“เออ! กูขอโทษมึงละกัน แต่ทีหลังมึงอย่าไอ้เม่น...”
“หัวเด็ดตีนขาดไอ้เม่นก็ไม่แตะแล้วครับ” เม่นยกมือขึ้นเหนือศีรษะสัญญาต่อหน้านายที่ชี้หน้าสั่งเขา
“เออ! ดี” เมฆาบอกพลางชะเง้อคอมองไปยังห้องที่เพิ่งออกมา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดคล้ายรำพึงกับตัวเอง “แล้วไปทำอีท่าไหนเสื้อเปียกวะ”
“เรื่องนี้แหละครับที่ไอ้เม่นจะบอก” เม่นยิ้มให้คนที่มองมาที่เขา รับรองว่าคราวนี้นายต้องขอบใจกับความขี้เสือกของไอ้เม่นแน่!
ดวงตาคู่คมของเมฆามองร่างบางบนเตียงนอน เสื้อผ้าเปียกน้ำของเขาที่อยู่บนร่างกายของเธอก่อนหน้านี้ถูกแทนที่ด้วยชุดนอนตัวยาวเนื้อผ้าบางเบาสวมใส่สบายของป้าถวิน แม้อยู่ในเสื้อผ้าของหญิงสูงวัยน้ำค้างยังดูดี หากแต่เสื้อผ้าที่ใหญ่กว่าตัวทำให้เขาเห็นว่าเธอบอบบางเพียงใด ชายหนุ่มดึงผ้าห่มที่ร่นลงมาถึงช่วงเอวห่มคลุมให้จนถึงลำคอ
ก่อนที่มือหนาจะคว้ามือบอบบางของคนหลับใหลขึ้นมากุม มือที่อยู่ในอุ้งมือเขามันเล็กจนเกือบครึ่งฝ่ามือเขา ดวงตาคู่คมลอบมองปากสีซีดไม่อิ่มเต็มเช่นทุกวัน
น้ำค้างมีไข้ เมฆาไม่คิดว่าหญิงสาวจะเปราะบางได้ถึงเพียงนี้ แต่เมื่อพิจารณาดูดี ๆ อีกที น้ำค้างแทบจะไม่ได้พักทั้งร่างกายและความคิด รวมไปถึงจิตใจของเธอ เพราะใช้ทุกอย่างต่อกรกับเขาอย่างไรล่ะ
แสงแดดร้อนของทะเลยังส่งผลให้ผิวขาวของเธอหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด แต่อะไรก็ไม่ทำให้เขานึกตำหนิตัวเองเท่าเรื่องที่เธอต้องเผชิญในวันนี้ ผู้หญิงตรงหน้าควรได้รับการลงโทษจากเขาก็จริง เขาไม่ควรใจดีและอภัยให้ง่าย ๆ แต่สิ่งที่เธอไม่ควรต้องพบเจอคือภัยร้ายจากคนอื่น
เธอเป็นของเขา มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ ส่วนคนอื่นไม่มีสิทธิ์แม้เพียงปลายเส้นผมก็ตาม เมฆาลูบไล้ศีรษะที่เต็มไปด้วยกลุ่มผมนุ่ม ท่าทีอ่อนโยนหากดวงตากลับดุกร้าวเมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของสองพ่อลูกก่อนหน้านี้
‘ขอโทษครับนาย’ ลุงมั่นขอโทษที่บกพร่องต่อหน้าที่ หากแต่เหตุผลก็ทำให้เมฆาเข้าใจได้ เพราะน้ำค้างไม่สบายลุงมั่นที่สังเกตเห็นได้จึงกลับบ้านมาหายาให้เธอ ไม่คิดว่าเพียงปล่อยให้น้ำค้างไกลจากสายตาเพียงไม่นานจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น
‘ไอ้ก้านมันคิดไม่ดีกับคุณคนสวยแน่ ไอ้เม่นมั่นใจ เธอกลัวมากครับ เม่นเห็นเธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้’
เมฆาถอนหายใจออกมา เขาคงต้องจัดการเรื่องนี้ อะไรที่เป็นเนื้อร้ายเขาไม่ควรเก็บไว้ให้รกพื้นที่ของเขา... มือของเมฆาชะงักเมื่อใบหน้านวลกระสับกระส่ายคล้ายคนกำลังฝันร้าย
“แม่จ๋า...” ใบหน้าซีดเซียวส่ายสั่นไปมา เมฆาประทับมือวัดอุณหภูมิ
“ทำไมตัวเย็นแบบนี้ล่ะ” เมฆาทำการปรับเครื่องปรับอากาศก่อนจะไปหาผ้าห่มมาห่มคลุมกายเธอเพิ่ม “แม่... พ่อ ยายสาย..."
“กะจะเรียกมาหมดเลยหรือไง” ชายหนุ่มค่อนขอดว่าคนละเมอเรียกหาใครต่อใครให้วุ่น ก่อนจะนอนลงข้างกายแล้วปลอบ “นิ่งนะ หลับเสีย”
“นายจ๋า นาย...” เมฆายิ้มออกมาเมื่อครานี้คนที่เธอร้องหาคือเขา
“ฉันอยู่ตรงนี้แล้วน้ำค้าง หลับนะเด็กดี”
ไม่รู้เป็นเพราะว่าอ้อมกอดหรือคำปลอบขวัญ ทว่าคนละเมอกลับเงียบลงไป เมฆาลอบมองคนหลับในอ้อมกอด ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะปรือปรอยและหลับไปพร้อมกับเธอในที่สุด...
เสียงโมบายคุ้นหูดังกระทบไปมา ส่งผลให้เปลือกตาของคนที่หลับใหลไปครึ่งค่อนวันและหนึ่งคืนเต็มตื่นขึ้นมา น้ำค้างรู้สึกได้ว่าลำคอของตนแห้งผากราวกับขาดน้ำมาแรมเดือน หญิงสาวชันกายลุกขึ้นนั่ง
“หิวน้ำจัง” รำพึงกับตัวเอง ก่อนจะจัดการเปลื้องผ้าห่มออกจากกายทั้งยังไร้เรี่ยวแรง หากแต่เธออยากดื่มน้ำเหลือเกิน
“ใครใช้ให้ลุกขึ้น”
“นาย... ว้าย!” หญิงสาวร้องเมื่อเพียงก้าวเดินกลับรู้สึกว่าพื้นโคลงเคลงเสียอย่างนั้น
“น้ำค้าง!” เมฆาปราดเข้ามารับร่างบางได้ทัน ชายหนุ่มจับตัวเธอขึ้นโอบอุ้ม
“นอนลงไปเลยนะ” เสียงสั่งนั้นดุ หากแต่การวางลงบนหมอนนอนอย่างเบามือทำให้คนโดนสั่งกะพริบตาปริบ ๆ มอง
“แต่น้ำหิวน้ำนี่คะ” เธอบอกเมื่อดวงตาดุมองมาราวกับจะตำหนิกัน
“เดี๋ยวไปเอามาให้ อยู่นิ่ง ๆ ล่ะ ขยับอีกทีได้โดนดีแน่” เขาว่าอย่างคาดโทษแล้วหายไปจากห้อง น้ำค้างมองตาม ก่อนจะเริ่มสังเกตบางอย่างที่เปลี่ยนไป
“เสื้อใคร” เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ไม่ใช่ชุดคลุมท้องของคุณพวงชมพู และคงไม่ใช่เสื้อนายแน่
“เอ้า ดื่มซะสิ” เมฆายื่นแก้วน้ำลงตรงหน้า หากแต่เมื่อมือของอีกฝ่ายจะเอื้อมรับชายหนุ่มก็ชักมือกลับ “ฉันป้อน”
“น้ำดื่มเองได้ค่ะ” บอกเขาเสียงเบา ไม่ยอมเสียทีเดียว
“อย่ามาเรื่องมาก เกิดมือไม้อ่อนขึ้นมาเดี๋ยวก็เลอะที่นอน”
“น้ำแข็งแรงดี...”
“ทำไมชอบเถียง หิวน้ำไม่ใช่เหรอ เสียงก็แหบเหมือนเป็ด” เมฆาว่าให้ คนที่เขาว่าเสียงเหมือนเป็ดมองค้อน
“ดื่มค่ะ อยากดื่มแล้ว”
“ก็แค่นี้” เมฆายิ้มอย่างพอใจกับการยอมจำนนของเธอ ก่อนจะค่อย ๆ พยุงร่างของเธอขึ้นนั่ง วางหมอนไว้รองแผ่นหลังของเธอ เสร็จแล้วจึงป้อนน้ำให้ดื่มอย่างระมัดระวัง