Episode 9 Every night

1789 คำ
“ฉันไม่สนหรอกนะ ว่าตอนนี้เธอสองคนจะมีความสัมพันธ์เป็น one day หรือ one night ฉันสนแค่ว่า ข่าวที่ออกมาแถมมีรูปพวกเธอเด่นหราอยู่ทุกช่องแบบนี้ เธอจะบอกนักข่าวยังไง?” เสียงพี่หมีพูร์บ่นยาวตั้งแต่ฉันเดินเข้าห้องประชุมมา จนถึงตอนนี้พี่แกก็ยังไม่หยุดพูดในมือถือไอแพดที่มีข่าวฉันอยู่บนหน้าจอ บนโต๊ะก็มีแต่หนังสือพิมพ์ประมาณ 10 กว่าสำนักพิมพ์ที่พี่แกไปเหมามา เอาตรง ๆ ไหม ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะแก้ข่าวให้มันออกมาในทางที่ดียังไง พูดไปก็มีแต่แก้ตัวในเมื่อรูปภาพมันชัดเจนขนาดนี้ “เราปล่อยให้มันหายไปเงียบ ๆ เหมือนที่ผ่านไม่ได้หรอพี่” ฉันพูดเสียงอ๋อยพรางหลบสายตาดุเดือดของพี่หมีพูร์ทันที “บริษัทต้องคอนเฟิร์นเย็นนี้แล้ว! ปล่อยข่าวแบบนี้อยู่นานมันกระทบต่อหุ้นของบริษัท” “แต่....” “เราก็แค่คบกัน” “!!! /O_O!” เสียงทุ้มห้าวของคาลวินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันพูดขึ้น ฉันเบิกตากว้างอย่างตกใจ เขาฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือยังไง ฉันคิดว่าเราเคลียร์กันเรื่องนี้เข้าใจแล้วสะอีก ก็บอกเขาไปแล้วนิว่าบอกแบบนั้นไม่ได้ “นายพูดอะไรเนี่ย!” “มันเป็นทางออกที่ดีที่สุด” เขาเอ่ยเสียงเรียบไม่สะทกสะท้าน ก่อนจะเอนกายพิงพนักเก้าอี้พร้อมกอดอกใบหน้านิ่งเรียบ “พี่หมีพูร์ คือมันไม่ใช่นะคะ เราก็แค่ one night stand ไม่ได้คบและผูกพันเป็นการส่วนตัว” “ไม่ใช่ one night เพราะต่อไปมันจะเป็น every night” “นี่นาย!!” ฉันเอ็ดเขาไปที ก็ดูเขาสิพูดจาบัดสีบัดเถลิง ถึงจะมีคืนต่อ ๆ ไปก็ไม่ควรเอามาพูดต่อหน้าผู้จัดการฉันแบบนี้ไหมละ ดูหน้าพี่หมีพูร์ตอนนี้สิ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก อ้าปากเหวอมองหน้าฉันกับคาลวินสลับไปมา ถ้าถามว่าคาลวินเข้ามาได้ไง...ก็พี่หมีพูร์นั่นแหละ ดันออกมาเจอตอนที่คาลวินมาส่งฉันพอดี เลยลากเข้ามาคุยหวังจะให้ช่วยกันแก้ปัญหาด้วย แล้วเป็นไงละ วิธีแก้ปัญหาของคาลวิน ไม่ได้เรื่อง! ไม่สิ ได้เรื่อง...ได้เรื่องให้ฉันตกงานไงละ “พี่หมีพูร์ อย่าไปฟังเขานะ” “งั้นก็บอกสื่อไปเลยว่าแกสุ่มปลูกต้นรักกับหนุ่มนอกวงการอยู่ เอ่อออ...” พี่หมีพูร์หันไปหาคาลวินเพราะเธอเองไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าของเขา เป้าะ! “ชื่อคาลวิน เป็นทนายความ” คาลวินดีดนิ้วดังเป้าะอย่างเห็นด้วยพร้อมเอี่ยวตัวไปบอกพี่หมีพูร์ เหอะ!! เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย “โอเค" “ไม่ได้!! พี่บ้าไปแล้วรึไง พรีมไม่ยอมเสียงานเพราะข่าวเดทบ้า ๆ นี้หรอก พรีมไม่ได้คบกับหมอนี่จริง ๆ สักหน่อย” “ไม่คบแต่ก็เอากันแล้ว” ฉันถลึงตาใส่คาลวินอีกครั้ง ใบหน้านิ่งเรียบของเขามันไม่สะทกสะท้านอะไรเลยจริง ๆ “แต่รูปมันบ่งบอกว่าแกสองคนคบกันอยู่” “มันก็แค่รูปเดินตามถนน” “แกมองว่ามัน แค่ ได้ไงพรีม แกกอดแกซุกเค้าขนาดนั้น ต้องสนิทแค่ไหนถึงจะทำแบบนั้นได้ ขนาดฉันที่สนิทกับแกที่สุด แกยังไม่เคยซุกแบบนั้นเลย” “ก็พี่ไม่ใช่ผู้ชายนิ” “แล้วเป็นไง? ซุกแต่ผู้ชายจนได้เรื่อง” “....” ไม่มีข้อแก้ตัว “ช่วงนี้พักงานไปก่อนก็แล้วกัน” “พี่หมีพูร์!!!” “รอข่าวเงียบเมื่อไหร่ ค่อยกลับมารับงานต่อ” “แล้วงานพรีมที่พี่รับมาละ” “ทางบริษัทคุยกันแล้วว่าจะให้ แนนนี่ รับงานต่อ” “นี่พวกพี่คุยกันแล้วหรอ ตกลงยกงานให้แนนนี่แล้วงั้นหรอ?” “ก็แค่วางแผนไว้” “พรีมยังอยากทำงานนะพี่” “เข้าใจจจ แต่ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นอย่างนี้ จะฝืนทำงานที่รับมามันไม่ได้” “แต่พรีมต้องใช้เงิน ไม่มีงานแล้วพรีมจะเอาเงินมาจากไหน” “แกต้องเข้าใจพรีม เรื่องที่เกิดขึ้นแกเป็นคนก่อ ทางบริษัทเองก็เอือมระอากับข่าวแย่ ๆ ของแกมานานแล้ว ครั้งนี้หลักฐานมันชัดเจนขนาดนี้ทางบริษัทเค้าไม่ช่วยแล้ว เอาจริง ๆ เค้าดันดาราหน้าใหม่ขึ้นมายังง่ายกว่าการต้องการคอยปิดข่าวให้แกอีก สิ่งที่แกทำมันก็กระทบกับบริษัทไม่น้อยเหมือนกัน” “.....” “แกตกงาน ฉันก็ตกงานเหมือนกันนั่นแหละ แต่แค่ต้องยอมรับ” ฉันมองพี่หมีพูร์ด้วยความรู้สึกเสียใจ ก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นมาทันที ฉันโกรธ โกรธที่ฉันทำอะไรไม่ได้ ไม่ว่าฉันจะแก้ข่าวให้มันไปแนวไหนก็ไม่มีประโยชน์หรอก ในเมื่อทางบริษัทเค้าจะส่งงานต่อให้รุ่นน้องในค่าย ถ้าถามว่าสิ่งที่พี่หมีพูร์นั้นเป็นความจริงไหม มันก็จริงแต่ทว่า...มันเจ็บตรงที่ว่า ทุกคนดูเหมือนไม่ต้องการฉันแล้ว ราวกับว่าที่ผ่านมาฉันไม่เคยทำชื่อเสียง รายได้ ให้กับบริษัทสะอย่างงั้น “จะให้ไปส่งที่ไหน” คาลวินเอ่ยถามเสียงเรียบตามขึ้นรถมาติด ๆ “บริษัท PowElectric” ฉันตอบไปแค่นั้นก่อนจะเบือนหน้าหันไปมองกระจกด้านข้าง เบื่อจะมองหน้าเขาเต็มที @ PowElectric Company ก๊อก ๆ ๆ ฉันยืนนิ่งหน้าห้องประธานกรรมการบริษัท (พี่ภูมิ) ภายในใจมันเจ็บปวดแต่ก็ยากที่จะพูดออกมา “เข้ามา” เสียงทุ้มภายในห้องดังขึ้น ได้ยินดังนั้นฉันรีบเปิดประตูเข้าไป แต่ทว่า...ในห้องที่ควรจะมีพี่ภูมิเพียงคนเดียวกลับมีหญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปสีแดงนั่งอยู่ ฉันหันไปมองหน้าพี่ภูมิที่ดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อยคงไม่คิดสินะว่าจะเห็นน้องสาวตัวเองมาเหยียบที่นี่ “พรีม” “ทะ...ทำไม” ฉันมองพี่ภูมิสลับกับผู้หญิงที่ฉันเกลียดที่สุด ใคร ๆ ก็รู้ พี่ภูมิเองก็รู้ว่าฉันเกลียดเธอแค่ไหน กอหญ้ายิ้มอย่างเป็นมิตรส่งสายตาทักทาย ใครมาเห็นเข้าก็คงคิดว่ายัยนี่เป็นคนดีนักดีหนา เหอะ! มารยา “ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ พอดีญ่าเข้ามาชวนพี่ไปทานมื้อเที่ยงนะ แต่พี่เองก็ปฏิเสธไปแล้ว” พี่ภูมิรีบพูดเมื่อเห็นฉันมองเขาไม่ละสายตา “หรอคะ ไม่ยักจะรู้ ว่า ผอ.ฝ่ายบัญชี จะขึ้นมาหาท่านประธานสูงสุดได้” “แหม คุณน้องก็พูดไป อย่าเอาตำแหน่งมาพูดกันเลยค่ะ เราเองก็พี่น้องครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” ใครอยากเป็นพี่น้องกับหล่อนมิทราบยะ! “ถ่อมาชวนผู้ชายถึงที่ขนาดนี้ เค้าปฏิเสธก็คงขายหน้าน่าดูนะคะ” “ความจริงก็ไม่ได้ไปแค่สองคนหรอกค่ะ พี่ไม้กับพี่ไผ่ก็ไป อย่ามองพี่ร้ายแบบนั้นเลยค่ะ” “แต่เมื่อกี้ฉันพึ่งเห็นพี่ ๆ ของเธอนั่งกินข้าวที่โรงอาหาร” “....” “อ่อยพี่ภพไม่ได้ ก็เลยมาอ่อยพี่ภูมิสินะ” ฉันรู้หรอกว่าตอนนี้นางอยากจะกรี้ดแล้ววิ่งเข้ามาจิกหัวฉันจะตาย แต่พอดีมีพี่ภูมิอยู่ก็เลยต้องทำตัวเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน เหอะ! อยากจะอ้วก! ฉันเดินมานั่งข้าง ๆ พี่ภูมิที่โซฟา ก่อนจะเหลือบมองกอหญ้าที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยท่าไขว่ห้าง เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วแม่คุณเอ้ยยย กลัวไม่มีใครรู้ใครเห็นรึไงว่าตัวเองใส่กางเกงในสีส้ม “พี่ไม่ได้มาอ่อยนะ พี่เห็นพี่ภูมิเป็นแค่พี่ชายคนหนึ่งแค่นั้น” “แต่ถ้าได้ก็เอา?” “....” “พอได้แล้ว ทั้งสองคนนั้นแหละ ออกไปได้แล้วกอหญ้า ฉันมีเรื่องจะคุยกับน้องสาวฉัน” พี่ภูมิเงียบอยู่นานพูดห้ามศึกนี้ขึ้น ฉันยกยิ้มให้กอหญ้าอย่างเหนือกว่า ก่อนที่นางจะลุกขึ้นเดินฟึดฟัดออกไปอย่างไม่พอใจ ทันทีที่ประตูห้องปิดลงพี่ภูมิก็หันมาหาฉันทันที “ยังไง เราอะ ข่าวใหญ่เลยนะรอบนี้” ถึงแม้นำเสียงของพี่ภูมิจะไม่ได้ดูจริงจังออกติดแซวเล่นด้วยซ้ำ แต่ทว่าน้ำตาของฉันที่เก็บไว้ตลอดทางกลับไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันรีบเข้าไปสวมกอดกายอบอุ่นของพี่ชายเอาไว้แน่น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสีหน้าของพี่ชายคนโตคนนี้จะเป็นยังไง เขาคงตกใจเมื่อเห็นฉันร้องไห้ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังนั่งกัดกับศัตรูดุสะยิ่งกว่าหมาสะอีก “ใจเย็น ๆ ก่อน เธอร้องไห้แบบนี้แล้วจะให้พี่ทำยังไงเล่า” ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็กอดปลอบฉันพรางลูบหัวฉันเบา ๆ นอกจากแม่แล้ว ก็ไม่มีใครอบอุ่นเท่าพี่ชายทั้งสองคนของฉันอีกต่อไปแล้ว แกร่ก! “พี่!! ติดต่อยัยพรีมได้ไหม ผมโทรหามันเป็นสิบกว่าสายแล้วเนี่ย ไม่หะ.....” เสียงของพี่ภพที่เดินเข้าห้องมายังไม่ทันได้เงยหน้ามองพูดขึ้นอย่างร้อนใจ สายตาที่จ้องโทรศัพท์เงยขึ้นมาสบตาฉันที่นองน้ำตาอยู่ในอ้อมกอดของพี่ภูมิ พี่ภพดูตกใจเล็กน้อยก่อนจะเดินมาหาฉันด้วยท่าทีเป็นห่วง “เป็นอะไรไป เจ้าหญิงของพี่” ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ดูอบอุ่น เพียงไม่กี่คำที่หลุดออกจากปากเขากลับทำให้น้ำตาฉันไหลมาอีกครั้ง ฉันละจากพี่ภูมิเอี่ยวตัวเข้าหาอ้อมกอดของพี่ภพทันที ‘เจ้าหญิงของพี่’ เป็นคำติดปากของพี่ภพเวลาที่เห็นฉันอ่อนแอ คำนี้เขาจะพูดเสมอ ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก ๆ มันก็คงจะเป็นอย่างที่เขาบอกกัน คนเราควรมีที่พักใจของตัวเองไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือคนรัก คนพวกนี้คือพลังของเราเสมอ สำหรับฉันตอนนี้ก็คงไม่พ้นพี่ชายสุดหล่อทั้งสองคนของฉัน ที่เป็นกำลังใจและปกป้องฉันตลอด ไม่เคยทิ้งฉันไว้ข้างหลังเหมือนใครบางคน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม