" นี่ครับ ดื่มน้ำก่อน "
จีราณาเอื้อมมือไปหยิบน้ำเปล่าที่อีกฝ่ายส่งมาให้ก่อนจะกระดกมันดื่มทีเดียวจนหมด โดยมีสายตาแพรวพราวของมาเฟียหนุ่มจับจ้องมายังทุกการกระทำของเธอ
" คุณไปซื้อพาสต้าพวกนี้มาจากไหนคะเนี่ย "
เอ่ยถามอย่างสนใจกับจานอาหารตรงหน้า เพราะตั้งแต่ที่เคยลิ้มรสอาหารชนิดนี้มานั้น ไม่เคยรู้สึกถูกปากเท่าครั้งนี้มาก่อน คนถูกถามยกยิ้มพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกระแอมกระไอในลำคออย่างไว้ที
" ผมทำเองครับ " เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจเต็มที่
จีราณาย่นหัวคิ้วเข้าหากันมุ่นอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะโดนมาเฟียหนุ่มทำหน้านิ่วใส่อย่างเคืองๆ โทษฐานที่เธอหาว่าเขาโกหก
" พอดีช่วงนี้มีน่าเริ่มโตขึ้นแล้ว ผมเลยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่บ้าน คอยดูแลลูกช่วงที่โรงเรียนปิดเทอมเลยมีเวลาว่างมากพอสำหรับฝึกทำอาหารน่ะครับ "มาเฟียหนุ่มตอบกลับมาทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครอ้าปากถาม
คุณหมอสาวพยักพเยิดให้อีกฝ่ายก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา " แล้วคุณไปทำอะไรที่เมืองไทยล่ะคะ "
เจมส์จ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่งอย่างชั่งใจว่าจะตอบคำถามข้อนี้ดีไหม ก่อนจะตัดสินใจโกหกออกไป
" ก็ไปเที่ยวแหละครับ พอดีโชคร้ายไม่สบายเลยต้องนอนโรงพยาบาล แต่จะว่าไปผมว่าน่าจะโชคดีเสียมากกว่า เพราะการนอนโรงพยาบาลของผมทำให้ผมกับคุณหมอรู้จักกัน เอ่อ ว่าแต่ คุณหมอชื่ออะไรนะ "
จีราณาพ่นลมหายใจออกทางจมูกยาวๆ ก่อนจะเอ่ยตอบชัดถ้อยชัดคำ " ฉันชื่อจีราณาค่ะ "
เจมส์พยักพเยิดกับตัวเองเบาๆ อย่างเข้าใจคำตอบ ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง
" จีระ จีอะไรนะ เรียกยากจัง คุณมีชื่อเล่นไหม " คิ้วคมเข้มเลิกขึ้นให้อีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ
คุณหมอสาวกระแอมกระไอในลำคอเบาๆ ก่อนจะบอกเสียงแผ่ว " จุ๋มจิ๋มค่ะ "
มาเฟียหนุ่มยกยิ้มพอใจเมื่อได้รับคำตอบ พลางอ้าปากเตรียมจะชวนจีราณาคุยต่อ ทว่า เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงกลับดังขึ้นมาเสียก่อน เขาล้วงมันขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงพลางอ่านชื่อที่ปรากฏบนหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นสายจากไบรอันลูกน้องคนสนิท
" มีอะไร "
น้ำเสียงของเขานั้นแตกต่างจากเวลาที่คุยกับคุณหมอสาวโดยสิ้นเชิง มันดูราบเรียบและปกคลุมไปด้วยความน่าหวั่นเกรง
" แม็ค คัสสันต์ ที่นายสั่งให้คนของเราตามไปทวงเงินมันเบี้ยวอีกแล้วครับ นายจะให้ทำยังไงต่อดี "
เจมส์เหล่ตามองคุณหมอสาวที่กำลังทอดสายตามายังเขาอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะพยักหน้าและค้อมศีรษะให้จีราณาน้อยๆ เป็นเชิงขอตัวออกไปพูดสายข้างนอก เขาสาวเท้าฉับๆ ออกมาจากห้องครัวทันที
" ปล่อยไปก่อน บอกมันว่าถ้าครั้งหน้ายังไม่ยอมจ่ายอีก ฉันจะเป็นคนไปเป่าสมองมันเอง "
เอ่ยบอกน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดทันทีที่ออกมาพ้นจากการได้ยินของอีกฝ่าย เขาเองยังไม่อยากให้หญิงสาวได้รับรู้เรื่องราวที่ไม่ดีของตน
" ครับนาย " ปลายสายกดวางไปทันทีที่พูดจบ
เจมส์ยักไหล่ ผายมือ ด้วยท่าทางที่ดูสบายๆ พร้อมกับพ่นลมหายใจออกทางปาก พยายามปรับบุคลิกให้กลับมาอยู่ในโหมดผู้ชายใจดีอีกครั้ง
" พอดีลูกน้องที่ทำงานโทรมาถามเรื่องตั๋วสวนสนุกที่ผมฝากจองน่ะครับ "
น้ำเสียงทุ้มนุ่มดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะปรากฏเสียเลยด้วยซ้ำ จีราณาตวัดสายตาไปยังมาเฟียหนุ่มที่เพิ่งเดินมาถึงประตูห้องครัว ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เป็นการรับรู้
" ไปครับคุณหมอ ผมจะพาขึ้นไปหาลูกของเรา ป่านนี้คงรอเราสองคนแย่แล้ว "
เจมส์กล่าวเคล้าหัวร่อ ก่อนจะเดินมาหาจีราณาแล้วจูงมือพาเธอเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองเพื่อไปพบกับบุตรสาวของตน
ชายหนุ่มเลี้ยวไปทางปีกซ้ายของตัวบ้านที่เป็นห้องนอนของลูกสาวก่อนจะพาจีราณามาหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูไม้สีขาว
" ทันทีที่ผมผลักประตูเข้าไป นั่นหมายถึงว่าภารกิจของเราที่มีร่วมกันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว สู้ๆ นะครับคุณหมอของผม "
เจมส์ว่าพลางชูสองนิ้วให้อีกฝ่ายเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ก่อนจะบิดลูกบิดนั่นและผลักบานประตูเข้าไปในทันที
" มีน่าขาคนดีของป๋า ป๋าพามี๊มาส่งแล้วค่ะ "
หนูน้อยที่กำลังให้ความสนใจกับของเล่นตรงหน้ารีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาสวมกอดบิดาทันที เจมส์ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกันกับลูกสาวก่อนจะดึงมือจีราณาเบาๆ เป็นเชิงให้เธอทรุดกายลงตามเขา
" มี๊ขา ขอหนูกอดหน่อยได้ไหม "
หนูน้อยเอ่ยถามเสียงเบาอย่างกล้าๆ กลัวๆ พลางมองใบหน้าคุณหมอสาวสลับกับใบหน้าหนวดเคราของบิดาที่สวมกอดตนอยู่
จีราณาสบตากับชายหนุ่มแวบหนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปยังใบหน้าจิ้มลิ้มนั่นแล้วคลี่ยิ้มหวานกลับไปให้ เธอเอื้อมมือไปรั้งร่างเล็กเข้ามาสวมกอดโดยที่ไม่มีทีท่ารังเกียจแต่อย่างใด
" มี๊ก็อยากกอดหนูมานานแล้วค่ะ ไหนมาให้มี๊หอมให้ชื่นใจหน่อยซิ "
เจมส์อมยิ้มมองคุณหมอสาวที่กำลังสูดดมความหอมบริสุทธิ์จากพวงแก้มยุ้ยของลูกสาว วินาทีนี้ราวกับว่าจีราณานั้นเปรียบปานนางฟ้านางสวรรค์ นี่แหละหนาแม่ของลูกที่เขาตามหามานานแสนนาน