ตอนที่ 1 ป๊ะป๋าขี้ตู่
บรรยากาศภายในห้องพักคนไข้พิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางกรุงเทพมหานครดูน่าอึดอัดเกินไปสำหรับการตรวจผู้ป่วยของ พญ. จีราณา ในวันนี้ เนื่องจากผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่มีใบหน้าหนวดเครายาวเฟิ้มรายนี้ของเธอนั้น กำลังจ้องมองมาอย่างไม่ยอมลดละ ราวกับว่าอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัวอย่างไงอย่างงั้น
" ไม่มีไข้แล้วล่ะค่ะ เดี๋ยววันนี้หมอจะให้กลับบ้านได้แล้ว กันเนาะ " คุณหมอสาวเอ่ยบอกด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษ
เจมส์ แอสเตอร์ มาเฟียหนุ่มที่บินลัดฟ้าเพื่อมาดูกิจการกาสิโนของเขาในประเทศไทยที่ประสบปัญหา ยังคงไม่วางตาไปจากดวงหน้าสวยหวานที่กำลังให้ความสนใจ ในขณะที่สีหน้าของเขานั้น กลับไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ ทั้งๆ ที่หัวใจกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ
" หมอเลิกงานกี่โมง "
ปริศนาที่มาจากคนบนเตียงทำให้จีราณาที่กำลังจดวัดค่าความดันโลหิตช้อนสายตาขึ้นจ้องหน้าเจ้าของคำถาม ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างรักษามารยาท
" ห้าโมงเย็นค่ะ ทำไมหรอ " เธอตอบพร้อมยิงคำถามกลับ
เจมส์ไม่ได้เอ่ยตอบแต่อย่างใด เขาปล่อยให้จีราณาเผชิญหน้ากับความเงียบแทนคำตอบ ก่อนที่เธอจะต้องวกกลับเข้าประเด็นเดิม
" หมอจะจ่ายยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาฆ่าเชื้อแล้วก็ยาต้านไวรัสให้นะคะ ยังไงช่วยทานยาจนหมดด้วยล่ะ "
จีราณารีบชี้แจงรายละเอียดให้กับผู้ป่วยในการดูแลของเธอให้รับรู้ ซึ่งนอกจากการตั้งคำถามอย่างไร้เหตุผลแล้ว เจมส์ก็ไม่ได้เปิดปากพูดอะไรออกมาอีกเลย จวบจนคุณหมอสาวเคลื่อนตัวออกไปจากห้อง
ดวงตาคู่คมมองตามแผ่นหลังบางในชุดกาวน์ไปจนลับสายตาจนกระทั่งบานประตูปิดกั้นคุณหมอสาวออกไปจากการมองเห็นของเขา
" ฉันอยากได้ผู้หญิงคนนี้ "
มาเฟียหนุ่มละสายตาจากบานประตูก่อนจะตวัดไปยังลูกน้องคนสนิทที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง พร้อมกับเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด
ไบรอัน เมื่อได้ยินที่เจ้านายบัญชารีบขานรับอย่างทันควัน " ครับนาย "
คนรู้งานพับหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านเก็บเข้าที่พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาใครบางคนในทันที โดยมีสายตาของผู้เป็นนายจับจ้องมายังการกระทำของเขา
" สไกป์หามีน่าให้ฉันที แล้วก็ออกไปก่อน ฉันขอเวลาคุยกับลูกสักประเดี๋ยว "
ทันทีที่เห็นว่าไบรอันเลิกใช้โทรศัพท์แล้ว มาเฟียหนุ่มจึงเอ่ยสั่งน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ต่างไปจากสีหน้าไร้ความรู้สึกที่เขาชอบทำบ่อยๆ เวลาที่อยู่ต่อหน้าลูกน้อง
เมื่อปฏิบัติตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วไบรอันจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เจ้านายใช้เวลาในการโทรวิดีโอคอลหาบุตรสาว รอสัญญาณอยู่เพียงครู่ปลายสายก็กดรับ เจมส์เอ่ยทักทายขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้าของลูกสาวปรากฏขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์
" ดาริ๊งของป๋า "
เขาเปลี่ยนบทบาทจากมาเฟียจอมโหดมาเป็นคุณพ่อใจดีทันทีที่อยู่ต่อหน้าลูกสาวราวกับเป็นคนละคน ภาพที่อยู่ในหน้าจอมือถือ คือ เด็กผู้หญิงผมดำ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มกำลังระบายรอยยิ้มแก้มปริมาให้เขา
" ป๋าจะกลับวันไหนคะ "
ปลายสายถามกลับมาเสียงเจื้อยแจ้ว ด้วยบิดานั้นจากมาร่วมๆ อาทิตย์แล้วเห็นจะได้ ซึ่งป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับไป ทิ้งให้ตัวเองต้องอยู่กับแม่นมเพียงแค่สองคนและบรรดาลูกสมุนที่อารักขาอยู่หน้าประตูรั้วอีกตั้งมากโข
" พรุ่งนี้ป๋าก็กลับไปหาหนูแล้วค่ะ ป๋าจะเอามามี๊ไปให้หนูด้วยแหละ "
มีน่าระบายรอยยิ้มดีใจอย่างใสบริสุทธิ์ทันทีที่ได้ยินคำว่าแม่ ผู้หญิงที่หนูน้อยเฝ้าถวิลหามาตลอดเวลา ทว่า มีเพียงบิดาเท่านั้นที่เป็นคนเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย โดยที่เธอเองนั้นหารู้ไม่ว่า เจมส์นั้นไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของตน
" จริงหรอคะป๋า ป๋าไม่โกหกหนูเหมือนคราวที่แล้วนะ"
เจมส์พยักหน้ารัวๆ ให้ลูกสาวผ่านกล้องหน้าของสมาร์ตโฟนราคาแพงเป็นเชิงบอกว่าเขาจะไม่โกหก ชายหนุ่มค่อยๆ กระซิบเบาๆ ใส่ไมโครโฟนต่อ
" มามี๊หนูเป็นหมอด้วยนะคะมีน่า "
มีน่าตาพองขึ้นมาทันทีที่บิดาพูดจบ เด็กน้อยหันไปตะโกนอะไรบางอย่างกับแม่นมที่กำลังงกๆ เงิ่นๆ ก้มเก็บสิ่งของที่พื้นด้วยความดีใจ คนเป็นพ่อเมื่อเห็นว่าลูกสาวมีความสุขก็พลันยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่ามีน่าจะเป็นเพียงแค่เด็กที่เขาเก็บมาเลี้ยง ทว่า ชายหนุ่มกลับรักและหวงแหนเธอราวกับลูกแท้ๆ
" ป๋ารีบกลับมาไวๆ นะคะ หนูอยากเห็นหน้ามี๊จะแย่แล้ว "
เด็กน้อยแววตาดูมีความหวัง ใบหน้าจิ้มลิ้มยังคงไม่ห่างหายไปจากรอยยิ้ม เจมส์มองหน้าลูกสาวที่กำลังฉายอยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ พลางหมายมั่นในใจว่า อย่างไรเสียเขาก็จะพาคุณหมอคนสวยกลับไปเป็นแม่ของลูกให้ได้
" โอเคค่ะ ป๋าจะรีบกลับ "
รอยยิ้มหวานถูกระบายออกมาจากใบหน้าคมคร้ามที่มีหนวดเคราขึ้นยาวครึ้มจนยากที่จะมองเห็นริมฝีปาก ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกไปมาเพื่อบอกลาลูกสาว ในขณะที่ห่อริมฝีปากเข้าหากันเพื่อเตรียมจะทำท่าส่งจูบให้อีกฝ่าย
จังหวะเดียวกันนั้น บานประตูก็ถูกผลักเข้ามาทันทีโดยปราศจากการขออนุญาตใดๆ เจมส์หันขวับไปยังผู้มาใหม่ตามสัญชาตญาณทั้งๆ ที่ยังคงอยู่ในอากัปกิริยาที่กำลังปฏิบัติต่อลูกสาว หญิงสาวในชุดพยาบาลลอบอมยิ้มกริ่มเมื่อบังเอิญเข้ามาเห็นช็อตเด็ดพอดิบพอดี
" เอ่อ ขออภัยค่ะ "
คนขัดจังหวะรีบกล่าวขอโทษขอโพยที่เสียมารยาทไม่ยอมเคาะประตูเสียก่อน มาเฟียหนุ่มไม่ได้เอ่ยตอบแต่อย่างใด นอกจากตีสีหน้านิ่งราวกับรูปปั้น ในขณะที่ส่งสายตาต่อว่าพยาบาลสาวอย่างเป็นนัย ซึ่งสาวเจ้าเองก็ดูเหมือนจะรู้ตัว
" ฝ่ายการเงินเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายเรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวเชิญไปชำระค่ารักษาที่เคาน์เตอร์พยาบาลชั้นสองนะคะ "
พยาบาลสาวเอ่ยบอกละล่ำละลัก รู้สึกเย็นวูบวาบไปทั้งกาย เมื่อสบตากับคนไข้หนุ่มที่จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลให้กับอีกฝ่ายอย่างกล้าๆ กลัวๆ เจมส์มองแผ่นกระดาษในมือหญิงสาว พลางบุ้ยปากไปทางโต๊ะหัวเตียงเป็นเชิงบอกว่าให้นำมันไปวางไว้ตรงนั้น
พยาบาลสาวทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะรีบเคลื่อนตัวออกไปจากห้องทันที โดยที่มีสายตาของเจมส์มองตามแผ่นหลังบางพลางส่ายหัวไปมาให้กับหญิงสาวที่เข้ามาไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ ชายหนุ่มยกหน้าจอมือถือขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ลดมันลงไปวางไว้บนตักเมื่อสักครู่นี้
" มีน่า ป๋าแค่นี้ก่อนนะคะ คิดถึงหนูเสมอ "
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นในทันทีที่เผชิญหน้ากับลูกสาวอีกครั้งผ่านกล้องหน้าโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่เขาจะรีบกดตัดสายไปในทันทีหลังจากที่กล่าวลากับมีน่าเรียบร้อยแล้ว เจมส์ต่อสายหาไบรอันต่อพลางกระดิกเท้ารอเวลาที่ปลายสายจะกดรับ
" ไปเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่าย แล้วอีกสิบนาทีนาที มาเจอฉันที่ห้อง "
เจมส์เอ่ยขึ้นในทันทีที่ปลายสายกดรับ ก่อนจะเป็นฝ่ายตัดสายทิ้งเมื่อไบรอันรับรู้ในคำสั่ง
เขาเคลื่อนตัวลงจากเตียงผู้ป่วยที่แสนคับแคบแล้วเดินตรงไปคว้าเสื้อผ้าที่ถูกแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้าขนาดย่อมของโรงพยาบาล ชายหนุ่มพินิจพิจารณาชุดสูทสีดำขลับเนื้อผ้าโพลีแอสเตอร์และเนกไทสีครีมอ่อนที่ลูกน้องเป็นคนจัดหามาให้ ก่อนพาตัวเองเข้าไปจัดแจงเปลี่ยนจากชุดผู้ป่วยให้กลับมาอยู่ในสุดสูท เดินไปหย่อนก้นบนโซฟาบุนวมตรงมุมห้องพลางรอเวลาที่ไบรอันจะขึ้นมาหาเขาอย่างใจจดใจจ่อ