ความสงสัยหลายอย่างในใจของจิดารันต์กระจ่างแล้วแทบจะทั้งหมด รวมทั้งความสัมพันธ์ของอนาคินและเจ้าของร่างที่ไม่เคยกล่าวถึงในนิยายมาก่อน
เมื่อห้าปีที่แล้วทั้งสองคนเจอกันตอนเรียนปริญญาโทที่ต่างประเทศ ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เจ้าของร่างนี้สามารถใช้คำว่ามีอิสระอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเลยเพราะถูกคุณรัศมีแอบยักยอกเอาไว้ แต่ศรันภัทรก็มีความสุข
สถานะนักศึกษาที่มาจากประเทศเดียวกันทำให้เจ้าของร่างได้รับความสนใจจากอนาคินที่ในตอนนั้นยังเจ้าชู้และคบหาคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยทั้งผู้ชายผู้หญิง คงเพราะศรันภัทรแทบจะไม่ให้ความสนใจอนาคินเลย ศรันภัทรจึงกลายเป็นความท้าทายของอนาคินและกลุ่มเพื่อน
ผ่านไปเกือบสองปีถึงได้ตกลงคบหากัน ตอนแรกศรันภัทรก็ไม่ได้วางแผนจะกลับมากรุงเทพ แต่เพราะอนาคินเป็นฝ่ายชักชวนและพูดเรื่องของการหมั้นหมายขึ้นมาก่อน ศรันภัทรคาดหวังว่าจะได้แต่งงานและย้ายออกไปจากบ้านเดิม และทางด้านคุณรัศมีที่มารู้เรื่องการคบหากันของคนทั้งคู่จากคุณอรนภาก็บังคับให้ศรันภัทรกลับมาบ้าน
หลังจากที่หมั้นหมายไปแล้ว ได้รับการสนับสนุนหลายอย่างจากครอบครัวอนาคินไปแล้ว เงินที่เข้ามือของคุณรัศมีก็ยังไม่พอ ศรันภัทรเข้าทำงานที่บริษัทของครอบครัวคุณรัศมีก็ยังพยายามจะให้ลูกเลี้ยงยักยอกเงินจากบริษัทของพ่อตัวเอง
ศรันภัทรไม่อยากทำเรื่องผิดกฎหมายจึงขอคุณกิตติออกมาทำงานในวงการบันเทิง หน้าตาที่สวยน่ารักและความพยายามที่มากเป็นพิเศษทำให้ศรันภัทรประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว มันดีสำหรับคุณรัศมีแต่มันไม่ดีสำหรับเจ้าของร่าง
การอยู่ใต้เงาของแม่เลี้ยงทำให้ศรันภัทรขาดอิสระทุกอย่าง จะสบายใจหน่อยก็ตอนที่ออกจากบ้านไปทำงานตามกองถ่าย พอกลับมาบ้านก็ถูกคุณรัศมีประกบตลอดเวลา พ่ออย่างคุณกิตติก็คิดว่าภรรยากับลูกสนิทสนมกันไม่รู้ความลำบากใจของลูกคนเดียวไปอีก
“คุณแม่ทำรันเป็นแผลไปทั้งตัว รันจะเอาหน้าช้ำๆ นี่ออกไปหาเงินยังไงละครับ” หลังจากที่รับรู้เรื่องราวของศรันภัทรแล้ว ความเข้าใจในตัวละครนี้จึงมีมากขึ้น รันไม่คิดว่าตัวร้ายในเรื่องจะน่าสงสารขนาดนี้
ถ้านิยายหนึ่งเรื่องเป็นชีวิตจริงๆ ของตัวละคร ศรันภัทรทำผิดอะไรชีวิตถึงควรต้องพังขนาดนี้ แค่วีนนายเอกของเรื่องแค่ไม่กี่ครั้งบทลงโทษมันต้องรุนแรงถึงขั้นนี้จริงๆ เหรอ
อนาคินเองก็ด้วยเป็นคนตามจีบศรันภัทรแท้ๆ แต่พอไปเจอแฟนเก่าก็อยากจะแล่นกลับไปหา มันไม่ควรเป็นนิสัยของพระเอก จะดีแค่กับนายเอกคนเดียวแล้วทอดทิ้งตัวร้ายไปดื้อๆ จริงดิ มันไม่ไหวนะแบบนี้
“คุณแม่ออกไปก่อนได้ไหม รันอยากพักผ่อน”
“เลิกความจำเสื่อมแล้วงั้นเหรอ” คุณรัศมีเอ่ยพอเห็นว่าท่าทีของลูกปลอมๆ กลับไปเป็นปกติ ศรันภัทรเป็นแค่ลูกเมียน้อยแต่กลับเชิดหน้าใส่เธอที่เป็นเมียหลวง เธอเกลียดท่าทางแบบนี้ของลูกเลี้ยงที่สุด ไหนจะหน้าตาที่ถอดแบบผู้เป็นแม่มาแทบทั้งหมด เธอเกลียด เกลียดจนอดมือไว้ไม่ไหวเผลอตบตีเด็กคนนี้ไปหลายครั้ง
เธอรู้ว่าสามีของตัวเองมีบ้านเล็กตอนที่เธอกำลังตั้งท้อง ตอนนั้นเธอเครียดมากจนแท้งลูก หลังจากที่ขูดมดลูกไปเรียบร้อยเธอถึงรู้จากหมอว่าเธอไม่สามารถมีลูกได้อีก มันเป็นสาเหตุให้เธอจำเป็นต้องยอมรับลูกของผู้หญิงที่เธอเกลียดที่สุดมาเป็นลูกของตัวเอง กัดฟันเลี้ยงดูเลือดเนื้อของคนที่เธอเกลียดแสนเกลียดมาเป็นสิบๆ ปี
“โทรหาอนาคินและบอกเขาว่าแกไม่ถอนหมั้น จะขอโทษหรือจะพูดอะไรก็ได้แต่แกต้องคืนดีกับเขา”
“รันเป็นคนผิดเหรอครับกับเรื่องที่เกิดขึ้น รันเป็นฝ่ายที่ถูกนอกใจทำไมรันต้องเป็นคนง้อ” รันเถียงแทนศรันภัทร
ศรันภัทรเองก็ไม่ได้อยากคบหากับผู้ชายที่ชื่ออนาคินแล้วเหมือนกัน
“แล้วถ้าแกไม่ง้อเขา แกจะได้แต่งงานกับเขาไหม”
“แล้วทำไมรันจะต้องอยากแต่งงานกับเขาขนาดนั้น แม่ไม่เห็นเหรอครับว่าเขารักคนอื่น เขาไม่ได้รักัรนเลย รันจะดันทุรังไปทำไม”
“แกลืมไปแล้วงั้นเหรอว่าแกต้องหาเงินใช้หนี้ให้ฉัน”
“หน้ารันเป็นแบบนี้ รันจะหาเงินให้คุณแม่ยังไงละครับ รันทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าหน้ารันจะหายดี แล้วรันขอร้องเลยนะครับ ถ้ายังอยากให้รันหาเงินให้คุณแม่เอาไปถลุงในเว็บพนัน คุณแม่ห้ามมายุ่งกับหน้าตาเนื้อตัวของรัน”
ตอนนี้จิดารันต์ได้ความทรงจำของศรันภัทรกลับคืนมาแล้ว นอกจากความทรงจำก็ยังมีความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่ อย่างเช่นความกลัวที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ อีกทั้งความรู้สึกลึกๆ ในใจที่ต้องการการยอมรับจากคุณกิตติผู้เป็นพ่อ
ส่วนความรู้สึกที่มีต่อพระเอกของเรื่องอย่างอนาคินมันก็เบาบางมาก หลังจากที่รู้ว่าอนาคินโกหกเรื่องแฟนเก่าและปิดบังเรื่องที่อยากจะส่งเสียเลี้ยงดูลูกมันก็ยิ่งทำให้ศรันภัทรรู้สึกแย่ ไหนจะเรื่องที่คุณอรนภาเปลี่ยนท่าทีไปหลังจากที่รู้เรื่องที่อนาคินเคยมีลูก ศรันภัทรรู้สึกเหมือนคนทั้งโลกหันหลังให้เขาไปแล้วทั้งหมด ไม่เหลือใครเลยแม้แต่คนเดียว
ศรันภัทรทั้งโกรธทั้งผิดหลังจนเผลอทำเรื่องแย่ๆ ลงไป และก็ไม่คิดว่าเรื่องบางอย่างที่ทำลงไปตามคำสั่งของคุณรัศมีจะถูกคนขุดออกมาแฉ ซึ่งนั่นก็เป็นต้นเหตุให้พี่หนิงผู้จัดการส่วนตัวของศรันภัทรโกรธมาก อธิบายไปแล้วกี่ครั้งก็ไม่ยอมฟัง อนาคตในวงการของศรันภัทรน่าจะจบแล้วจริงๆ
“คุณแม่ช่วยออกไปก่อนได้ไหม รันอยากพักผ่อน” รันตัดสินใจที่จะกันคุณรัศมีออกไปจากพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองก่อน มีผู้หญิงคนนี้อยู่ในห้องด้วยบรรยากาศมันกดดันจนเขาคิดอะไรไม่ออก
“พรุ่งนี้ฉันจะต้องได้ยินข่าวดี” หญิงสูงวัยเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินสะบัดก้นออกไปจากห้อง
จะเอายังไงดีล่ะรัน
ร่างบอบบางลองนึกถึงตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในเรื่อง พระเอก นายเอก พระรอง แม่พระเอก พ่อพระเอก มีตัวละครที่โผล่หน้าออกมาบ่อยๆ แค่นี้ ส่วนคุณรัศมี คุณกิตติแค่ยังไม่มีบทและรันมั่นใจว่ามีแน่ๆ แต่ไม่รู้นักเขียนจะปล่อยออกมาตอนไหน
ในความทรงจำของศรันภัทรคนเก่า คุณกิตติผู้เป็นพ่อก็แทบไม่สนใจอะไรเลยนอกจากธุรกิจ และยิ่งตอนที่ได้พระเอกของเรื่องมาเป็นคู่หมั้นของลูกชายคนเดียว คุณกิตติก็แทบจะไม่สนใจเลยว่าลูกชายจะสนใจธุรกิจของครอบครัวหรือไม่ ในสมองของคุณกิตติคิดแต่เรื่องของการควบรวม
ไม่สิ .. ตอนนี้ที่มีข่าวเรื่องถอนหมั้นออกมา คุณกิตติไม่น่าจะอยู่เฉยๆ อีกวันหรือสองวันรันอาจจะได้เจอพ่อของเจ้าของร่างก็ได้ ไม่แน่ว่าคุณกิตติอาจจะแก้ปัญหานี้ให้กับรันได้
อีกอย่างศรันภัทรคนเดิมไม่ได้อยากจะคืนดีกับอนาคินเลยนะ ที่อาละวาดไปก็เพราะอยากจะให้ทั้งอนาคินทั้งข้าวหอมคนนั้นได้รู้ว่าสิ่งที่ทั้งสองคนทำอยู่มันไม่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ศรันภัทรทำลงไปก็ไม่ถูกต้องเหมือนกันไม่ใช่เหรอ
สรุปเรื่องนี้มันไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เทาๆ กันเกือบหมด
ถ้ารันจะต้องอยู่ในร่างของศรันภัทรต่อไปสิ่งที่รันควรจะทำคือการเอาชีวิตรอดนี่แหละ จะอยู่ในบ้านพรกรัณยพงศ์นี่ต่อไปมันไม่ใช่สาระสำคัญอีกแล้ว
ร่างเล็กเดินวนอยู่ในห้องเหมือนหนูติดจั่น คิดทบทวนทุกอย่างและหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง สุดท้ายมือเล็กก็กดค้นหารายชื่อของคนที่ไม่ได้โทรเข้าไปหานานแล้ว คนที่ศรันภัทรบันทึกเบอร์โทรเอาไว้ด้วยคำว่า ‘พ่อ’
รอสายอยู่สักครู่หนึ่งอีกฝ่ายก็กดตอบรับ
[สร้างเรื่องจนวุ่นวายขนาดนี้แล้วแกยังมีหน้าโทรมาหาฉันอีกเหรอ]
ประโยคแรกที่ได้ยินจากปากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อทำให้รันถึงกับชะงัก นี่ศรันภัทรจะไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ใช่ไหมน่ะ มันเกินไปรึเปล่าเอ่ย
“พ่อครับ รันอยากจะให้พ่อช่วย”
[แกทำทุกอย่างพังขนาดนี้ ฉันยังจะทำอะไรได้อีก คุณทรงภพตอนนี้ก็ยังตึงๆ ใส่ฉันด้วยซ้ำ แกเอาเงินไปทำอะไรนักหนา]
“พ่อควรถามคุณแม่ว่าเอาเงินไปใช้อะไรนักหนา พ่อดูห้องแชทนะครับ รันอยากให้พ่อรู้ว่าสองสามปีที่ผ่านมารันใช้เงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองไปทำอะไรบ้าง แล้วตลอดเวลาที่รันไปเรียนอยู่เมืองนอกเงินทุกบาททุกสตางค์ที่รันใช้มันมาจากการทำงานของรันทั้งนั้น คนที่พ่อไว้ใจให้จัดการเรื่องทุกอย่างในบ้านเขาทำอะไรกับลูกชายของคุณพ่อบ้าง รูปสุดท้ายที่รันส่งให้พ่อคือสภาพของรันตอนนี้ คนที่ทำร้ายรันคือคุณแม่
ตอนนี้คุณแม่ขังรันเอาไว้ในห้อง มือถือของรัน ห้องของรันไม่เคยมีความเป็นส่วนตัว พ่อคือฟางเส้นสุดท้ายของรันแล้วนะครับ ถ้าพ่อช่วยรันไม่ได้รันจะแฉเรื่องพวกนี้ให้หมด รันไม่แคร์ชื่อเสียงแล้ว ถ้าไม่มีใครที่รันพึ่งพาได้เลย รันต้องพึ่งตัวเอง”
คุณกิตติเงียบไปครู่ใหญ่ ชายสูงวัยคลำหาเสียงไม่เจอ เขาเชื่อใจภรรยาอย่างคุณรัศมีมาตลอด เขาคิดว่ารัศมีจะลืมเรื่องราวเก่าๆ และรักศรันภัทรเหมือนลูกแท้ ๆ
“พ่อจะกลับบ้านเย็นนี้” คุณกิตติเอ่ย
“รันไม่มีทางได้ลงไปเจอคุณพ่อ คุณแม่ไม่มีทางยอม”
“ก็ให้มันรู้ไปว่าเขาจะขวางพ่อได้”
“ขอบคุณนะครับที่เชื่อรัน แต่รันขอคุณพ่อได้ไหมครับ อย่าเพิ่งพูดอะไรจนกว่าเราจะได้เจอกันหรือจนกว่าคุณพ่อจะกลับมาที่บ้าน รันไม่อยากเจ็บตัวอีก”
“พ่อจะกลับตอนนี้” ทางปลายสายเอ่ยกับรัน ก่อนจะกดวางสายไป
จิดารันต์รู้สึกว่าใจตุ้มๆ ต่อมๆ ลุ้นเหลือเกินว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนที่คุณกิตติจะกลับมาถึงบ้าน แล้วพอกลับมาแล้วเรื่องราวของศรันภัทรมันจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน
คุณกิตติไม่ได้พักอยู่ที่บ้านทุกวัน ในหนึ่งอาทิตย์จะมีสักสองหรือสามคืนที่กลับมาทานข้าวกับที่นี่ ผู้เป็นภรรยาอย่างคุณรัศมีถึงกับแปลกใจที่จู่ๆ วันนี้สามีกลับมาที่บ้านโดยที่ไม่บอกเธอก่อน หญิงสูงวัยเดินออกมารับหน้าสามีด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง
“คุณกิตจะกลับมาทำไมไม่บอกกันเลยละคะ ถ้ารู้ว่าคุณจะมาฉันจะได้เตรียมของว่างที่คุณชอบเอาไว้ให้”
“ผมไม่ได้กลับมาเพื่อจะกินของว่าง ผมมาเพราะอยากจะเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเจ้ารัน ไปเรียกลูกลงมา” คุณกิตติเอ่ย
“ลูกไม่ยอมลงมาจากห้องเลยค่ะ สามสี่วันแล้ว ฉันก็พยายามแล้วนะคะที่จะปลอบใจลูกแต่ลูกก็ไม่ฟังเลย”
“ไปเรียกลงมา” คุณกิตติเปลี่ยนน้ำเสียง คุณรัศมีหน้าตึงขึ้นมาบ้างก่อนจะผละจากสามีเดินขึ้นไปเรียกศรันภัทรที่ชั้นสองของบ้าน ผ่านไปหลายนาทีก็เดินหน้าสลดลงมา
“ลูกไม่ยอมออกมาค่ะ ฉันพยายามแล้วนะคะคุณ”
“ดี งั้นผมจะผมจะขึ้นไปหาลูกเอง”
“ลูกล็อกห้องเอาไว้ค่ะ” คุณรัศมีแย้ง
“ถ้าไม่มีกุญแจสำรองก็พังประตูเข้าไป” คุณกิตติเอ่ยพลางหันไปเรียกพ่อบ้านและสั่งให้เตรียมอุปกรณ์สำหรับงัดประตูห้อง คุณรัศมีถึงกับหน้าซีดเผือด
“ฉันดูแลลูกมาตลอด ฉันเข้าใจลูกนะคะ ตอนนี้แกคงไม่อยากเจอใคร คุณปล่อยลูกเอาไว้แบบนี้สักพักเถอะนะคะ”
คุณกิตติตวัดสายตามามองภรรยา ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนไปโดยไม่พูดอะไรอีก หญิงสูงวัยก็รีบตามขึ้นมาและอ้างเหตุผลสารพัดที่จะเปลี่ยนความตั้งใจของสามี คุณกิตติเดินมาถึงห้องของลูกชาย เขาแค่เคาะประตูไม่กี่ครั้ง คนตัวเล็กที่อยู่ในห้องก็เปิดประตูออกมา
“พ่อครับ” รันเอ่ยพร้อมกับบีบน้ำตา
“รัน ..” คุณกิตติที่เห็นสภาพของลูกชายถึงกับใจหล่นลงไปที่ตาตุ่ม
“รันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ครับพ่อ พ่อช่วยรันด้วยนะครับ”
จิดารันต์บีบน้ำตาให้ร่วงลงมาอาบแก้มช้ำๆ ทักษะการแสดงของศรันภัทรคนเก่ายังสามารถงัดออกมาใช้ได้อยู่ เจ้รัศมี .. เราเจอกันแน่