“หมายความว่ายังไงรัศมี ทำไมลูกถึงอยู่ในสภาพนี้” คุณกิตติหันมามองภรรยาเมื่อลูกชายคนเดียวโผเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกจากการบอกเล่าจากปากของผู้ถูกกระทำไปแล้ว เพียงแต่อยากจะรู้ว่าภรรยาที่อยู่ร่วมกันมาสามสิบปีจะแก้ตัวว่ายังไง
“ฉันก็ไม่ได้เจอหน้าลูกหลายวันแล้วนะคะ .. รันทำไมทำร้ายตัวเองแบบนี้ล่ะลูก” ท้ายประโยคหญิงสูงวัยหันมาสบตากับลูกเลี้ยง
“คุณแม่เป็นคนทำร้ายรัน รันไม่เคยทำร้ายตัวเอง ไม่เคยสักครั้ง รันจะไม่ทนอีกแล้วนะครับ”
“ตายแล้ว ทำไมรันพูดแบบนี้กับแม่ละคะ แค่แม่หาทางคุยกับคินไม่ได้รันก็ไม่ควรโกรธแม่จนหาเรื่องแย่ๆ มาใส่ร้ายกันแบบนี้นะลูก” หญิงสูงวัยเชื่อมาตลอดว่าศรันภัทรจะไม่กล้าเอาเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกผู้เป็นพ่อ เชื่อมาตลอดว่าตัวเองสามารถควบคุมลูกเลี้ยงคนนี้เอาไว้ได้
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร เด็กคนนี้ก็จะยอมทำตาม แค่เธอเสียงดังใส่ครั้งสองครั้งก็ตัวสั่นเทาแล้ว แต่นี่อะไรกัน .. มันกล้าที่จะพูดเรื่องนี้ แถมยังกล้าพูดมันออกมาต่อหน้าเธอ
“รันไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกแล้วครับพ่อ รันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณแม่ ถ้าคุณแม่ยอมรับรันไม่ได้นามสกุลพรกรัณยพงศ์ รันจะไม่ใช้มันก็ได้ครับ รันขอแค่รันได้มีชีวิตของตัวเอง ไม่ต้องหวาดระแวงอีก ไม่ต้องเจ็บตัวซ้ำๆ อีก”
แต่ก่อนคุณกิตติก็เชื่อเสมอว่าทุกอย่างในบ้าน ภรรยาอย่างคุณรัศมีจัดการได้อย่างดี เชื่อมาตลอดว่าภรรยาที่เลี้ยงศรันภัทรมาตั้งแต่เล็กจะมีความผูกพันกับลูกของเขาและมองข้ามเรื่องที่เขาเคยมีบ้านเล็กไปได้แล้ว แต่มันก็ไม่ใช่
“ผมรู้หมดแล้วคุณรัศมีว่าคุณทำอะไรลงไปบ้าง ตลอดเวลาเกือบสามสิบปีที่ผ่านมาผมคิดทบทวนเรื่องหย่ามาตลอด ผมกับคุณเราแต่งงานกันเพราะผู้ใหญ่เห็นดีเห็นงาม คุณอยากแต่งกับผมทั้งที่รู้ว่าผมมีคนรักอยู่แล้ว คุณร้ายใส่คนรักของผมมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ผมก็มองข้ามทุกเรื่องไปเพราะคิดว่าคุณจะดีกับรัน แต่ทั้งหมดมันก็จอมปลอม .. ครั้งนี้ผมคงไม่ต้องทบทวนอะไรอีกแล้ว ผมกับลูกจะย้ายออกไปจากบ้านนี้ ส่วนคุณก็รอคุยกับทนายก็แล้วกัน"
อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมารันก็มานั่งอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของผู้เป็นพ่อ สองพ่อลูกพูดคุยปรับความเข้าใจกันอยู่นาน ตอนนี้คุณกิตติรู้เรื่องทุกอย่างที่ภรรยาทำกับลูกแทบจะทั้งหมดแล้ว ชายสูงวัยยอมรับว่าตัวเองผิดที่สนใจแต่งาน ไม่ได้สนใจเลยว่าลูกจะมีชีวิตอยู่ยังไงก่อนหน้านี้
อีกทั้งได้รู้ว่าตัวตนของตัวเองในความคิดของลูกไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ ลูกชายคิดว่าตนเองไม่ได้รัก ไม่ได้ห่วงและคำนึงถึงภาพลักษณ์ทางธุรกิจมากกว่าความรู้สึกของลูก
ซึ่งทั้งหมดมันก็มาจากภรรยาในทะเบียนของเขานั่นแหละที่ตะล่อมฝ่ายนั้นทีฝ่ายนี้ที ยิ่งเขาให้ลูกน้องสืบเรื่องการใช้เงินของภรรยายิ่งรู้ว่าคุณรัศมีใช้เงินไปกับการพนันมากกว่าห้าสิบล้านในระยะเวลาหลายปีมานี่ และรู้ว่าเงินส่วนใหญ่เป็นเงินที่ลูกชายเป็นคนหามา ยิ่งรู้ก็ยิ่งโกรธ
ไหนจะเรื่องที่บังคับให้ลูกชายไปนั่งทานข้าวกับพวกเสี่ยแก่ๆ หรือนักการเมืองเงินหนาจนมีภาพหลุดออกมานั่นอีก
ภาพลักษณ์ของศรันภัทรเสียไปแล้ว ไม่มีทางกู้คืนมาได้ง่ายๆ
“เสียใจไหมที่เราจะไม่มีงานในวงการอีก” คุณกิตติเอ่ยถามลูกชาย
“รันไม่เสียใจหรอกครับพ่อ ที่รันต้องทำงานหนักขนาดนั้นก็เพราะต้องหาเงินให้คุณแม่ แต่ตอนนี้รันไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว รันทำงานอะไรก็ได้”
“งั้นรันก็มาทำงานกับพ่อ” คุณกิตติเอ่ย
“ครับ รันเรียนมาด้านบริหาร รันก็อยากทำงานบริหารแต่ที่รันทำงานกับพ่อไม่ได้ก็เพราะคุณแม่บังคับให้รันทำเรื่องแย่ๆ คุณแม่อยากให้รันแอบเอาเงินที่บริษัทออกมาใช้ รันไม่ได้พูดเปล่าๆ หรอกนะครับ รันมีหลักฐานเป็นไฟล์แชท ถึงคุณแม่จะเข้ามาลบทุกอย่างในห้องแชท แต่รันเก็บทุกอย่างในเมล์”
ได้โอกาสแล้ว รันขอเอาคืนให้ศรันภัทรคนเก่าสักหน่อยเถอะ จิดารันต์ยิ้มร้ายในใจ แต่สีหน้าที่มองไปยังคุณกิตติยังดูเศร้าหมองอย่างเก่า
“จากนี้ไปพ่อจะไม่ให้เขามายุ่งกับเราอีก แล้วเรื่องของบ้านทวีทรัพย์เมธานนท์เราจะเอายังไง” รันแทบอยากจะถอนหายใจเมื่อผู้เป็นพ่อพูดถึงครอบครัวของคู่หมั้นอย่างอนาคิน
ยาว .. นามสกุลยาวจริงๆ นะพระเอก รันแอบบ่นในใจ
“ความร่วมมือของสองบริษัทจะสิ้นสุดลงไหมครับถ้าเราถอนหมั้น ถ้าบ้านนั้นยังคิดจะควบรวมกับเราเหมือนเดิม รันยินดีถอนหมั้น ยังไงคินก็ไม่ได้รักไม่ได้ซื่อสัตย์กับรัน รันก็ไม่รู้ว่าจะยื้อเรื่องนี้ไปทำไม”
กลับมาทำงานกับคุณพ่อในนิยายที่ปรับความเข้าใจกันแล้ว ใช้ชีวิตสวย รวย และแน่นอนว่าผัวใหม่กำลังจะลอยลงมาจากที่ไหนสักที่ แต่มีแน่นอนค่ะ โปรไฟล์สุดเลิศสุดปังขนาดนี้
“ถ้างั้นพ่อจะไปคุยกับบ้านนั้นเรื่องนี้ รันเองก็ทานยาแล้วพักผ่อน ไม่ต้องคิดมากอีกแล้วไม่ว่าจะเรื่องไหน”
เย็นวันนั้นคุณกิตติก็ไปที่บ้านทวีทรัพย์เมธานนท์และตกลงเรื่องทุกอย่างจนเรียบร้อย การหมั้นหมายระหว่างอนาคินและศรันภัทรสิ้นสุดลง
บ้านทวีทรัพย์เมธานนท์จะไม่ขอของหมั้นคืนจากพรกรัณยพงศ์เพราะถือว่าฝ่ายของอนาคินเองก็ผิดสัญญาหมั้นหมายเช่นกัน ถึงแม้ว่าอนาคินยืนยันมั่นเหมาะกับคุณกิตติว่าตนเองกับอดีตคนรักอย่างข้าวหอมไม่ได้จะหวนกลับไปคืนดีกันก็ตาม กลางดึกของคืนวันเดียวกันคนที่หายไปจากชีวิตของศรันภัทรหลายวันแล้วก็โทรกลับเข้ามา รันมองหน้าจอสมาร์ตโฟนที่กำลังแจ้งเตือนว่ามีสายเข้า
รันคนนี้ไม่ใช่ศรันภัทรคนเดิมที่เคยมอบหัวใจให้กับผู้ชายที่ชื่ออนาคินอีกแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายนอกใจ มีเรื่องปิดบัง ซ้ำยังทำเรื่องที่ทำลายความเชื่อใจของศรันภัทรไปตั้งมากมายหลายอย่าง การหมั้นหมายก็จบลงไปแล้ว รันคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องพูดคุยกันอีก
สุดท้ายรันก็นิ่งมองหน้าจออยู่แบบนั้น จนกระทั่งอีกฝ่ายวางสายไป
จากนี้ไปศรันภัทรคนนี้จะใช้ชีวิตสวยๆ รวยๆ ต่อไป ส่วนผัวไม่มีก็ไม่ใช่ประเด็น
เหอะ .. ผู้ชายใจโลเล รันจะจับมือกับคุณศรันภัทรและขอสาปส่งผู้โลเลหลายใจอย่างนายอนาคินไปให้ไกลๆ จากชีวิต
สองสัปดาห์หลังจากนั้นข่าวของศรันภัทรเริ่มซา ผู้จัดการส่วนตัวก็ติดต่อเข้ามาเพราะอยากจะให้ศรันภัทรไปออกงานอีเว้นต์แต่รันก็ปฏิเสธไปเพราะไม่อยากทำงานในวงการอีกแล้ว เดือนหน้าเขาจะเข้าทำงานในบริษัทของคุณกิตติ
แม้ว่าผู้จัดการส่วนตัวจะเกลี้ยกล่อมอยู่นาน รันก็ไม่เปลี่ยนใจ
ครั้งหนึ่งศรันภัทรก็เคยคิดว่าคนคนนี้พึ่งพาได้ แต่พอเจอเรื่องแย่ๆ กลับเป็นคนแรกที่ปล่อยมือกันไป ทำไมรันจะต้องรับงานแล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้กับคนที่ไม่จริงใจ ในเมื่อตอนนี้แค่นั่งๆ นอนๆ อยู่เพนท์เฮ้าส์ของคุณกิตติ รันก็มีกินมีใช้ ทำไงได้ล่ะพ่อรวย >△<
ตอนแรกรันก็ไม่คิดว่าคุณกิตติจะยอมเสียค่าปรับให้กับทุกงานที่ศรันภัทรทำต่อไม่ได้ พอถามคุณกิตติก็ตอบว่าเพราะเมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจว่าอยู่จะกินจะอยู่ยังไง ถือว่าเป็นการชดใช้
หนึ่งเดือนต่อมาก็ทราบข่าวว่าคุณกิตติผู้เป็นพ่อได้ยื่นเรื่องฟ้องหย่าคุณรัศมี อีกทั้งถูกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายศรันภัทร
บ้านพรกรัณยพงศ์ตกเป็นหัวข้อสนทนาของบุคคลในแวดวงของนักธุรกิจและกลายเป็นข่าวในวงการบันเทิงอีกครั้ง คนมากมายต้องการรู้ว่าศรันภัทรโดนทำร้ายร่างกายจากแม่แท้ๆ ด้วยสาเหตุอะไร แต่ทนายของคุณกิตติเป็นคนออกมาแถลงข่าวและยืนยันว่าจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเนื่องจากคดีความเข้าสู่ขั้นตอนของกฎหมายแล้ว และตอนที่ศรันภัทรกำลังถูกพูดถึงจนเป็นประเด็นร้อนในสังคมก็เป็นอีกครั้งที่ผู้ชายคนนั้นโทรเข้ามาหาศรันภัทร ซึ่งก็เป็นอีกครั้งเช่นกันที่ศรันภัทรมองเมินการแจ้งเตือนของสมาร์ตโฟน
ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องคุยกันเลยพ่อพระเอก เลี้ยงลูกเลี้ยงเมียของตัวเองไปเถอะจ้ะ
ตัวร้ายจะมีชีวิตรวยๆ สวยๆ ผัวไม่จำเป็นอีกต่อไป
สองเดือนต่อมาการควบรวมของสองบริษัทก็เกิดขึ้น ตำแหน่งของคุณกิตติในเวลานี้คือผู้ถือหุ้นใหญ่เช่นเดียวกับคุณครองภพพ่อของอนาคินและมีอนาคินเป็นประธานกรรมการบริหาร และตอนนี้แหละที่ชื่อของศรันภัทรปรากฏในผังของผู้บริหารองค์กรในตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร
เยี่ยมไปเลย เหอะๆ เยี่ยมตรงไหนคุณไรท์!! รันอยากจะกรี๊ด
รันไม่ได้อยากจะทำงานร่วมกับพระเอกหลายใจคนนั้นเลยสักนิด
โอเค .. สำนักงานมันอาจจะอยู่คนละที่แต่ก็จะมีการประชุมรวมที่เกิดขึ้นเดือนละครั้งอยู่ดี รันก็คงไม่สามารถหนีหน้าอีกฝ่ายไปได้ตลอด ถ้ารันยังอยากรับเงินเดือนและนั่งสวยๆ เก๋ๆ เป็นรองประธานกรรมการบริหารต่อ
อีกอย่างตั้งแต่รันหลุดเข้ามาในนิยายเรื่องนี้ เขาก็ไม่ได้รู้เลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนายเอกมันสนิทชิดเชื้อกันไปถึงไหนแล้ว แต่คงจะราบรื่นละมั้งในเมื่อตัวร้ายไม่ได้อยู่เป็นขวากหนามแล้วหนึ่งหน่อ
คุณพระรองที่เทิร์นร้ายก็ไม่น่าจะมีอิทธิพลอะไรมาก ความรวยก็ไม่ได้เทียบเท่าพระเอก ความสำคัญในใจของนายเอกก็แน่นอนแหละว่าเทียบพระเอกแทบไม่ติดอยู่แล้ว ผัวเก่าที่เมียยังมีใจกลับมาวอแวกับว่าที่ผัวที่จะได้เป็นผัวไหม .. ตรงนี้ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้คือพระเอกรวยกว่า
คงไม่มีอะไรแล้วมั้งทุกอย่างน่าจะราบรื่น
รันแอบวิเคราะห์ทุกอย่างเสร็จสรรพ ที่เหลือก็แค่นายเอกยอมใจอ่อนให้ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยทอดทิ้งไปง่ายๆ ได้อีกทีตอนไหน
ส่วนศรันภัทรคนนี้ก็หลุดออกจากวงโคจรไปแล้วแหละ สบาย
สบายกับผีน่ะสิ อยากจะบ้า
หัวใจของรันมันเต้นรัวแปลกๆ เท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้องประชุมเหมือนจะสั่นน้อยๆ
หลายเดือนที่ผ่านมารันเห็นภาพของพ่อพระเอกคนนี้หลายต่อหลายครั้งในหน้าของข่าวสังคมธุรกิจ แต่การจะได้เจอตัวจริงแล้วนั่งอยู่ใกล้ๆ กันในฐานะประธานกับรองประธานเป็นครั้งแรกก็ทำให้รันหวาดระแวงอยู่ไม่น้อยเลย
“โอเคไหมครับ คุณรัน” จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้ๆ รันหันไปมองก็พบว่าเป็นพ่อพระรองที่ชื่อว่า ‘อรรถกร’
พ่อพระรองคนนี้ในความทรงจำของศรันภัทรมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่เพิ่งถูกควบรวมใหม่และอีกสถานะก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของพระเอกอย่างอนาคิน
“คุณอรรถ” ใบหน้างดงามหันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งเปิดบทสนทนากับเขา
รันไม่คิดว่าคุณอรรถคนนี้จะรู้จักตัวเอง ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน
“ผมเป็นแฟนคลับคุณรันนะครับ ติดตามผลงานมานาน ยินดีที่ได้เจอนะครับ” อีกฝ่ายยืนมือมาตรงหน้ารันเพื่อแสดงการทักทาย รันส่งยิ้มไปให้แล้วยื่นมือออกไปสัมผัสกับอีกฝ่าย
“พร้อมที่จะเข้าไปไหมครับ”
หลังจากที่จับมือทักทายกันเรียบร้อย ร่างสูงก็เอ่ยถามรันอีกครั้ง
เหมือนรู้เลยเนอะว่ารันกำลังไม่มั่นใจ สีหน้าของรันมันบอกทุกอย่างขนาดนั้นเลยเหรอ
“ผมเข้าใจครับ ถ้าเดาไม่ผิดวันนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่คุณรันจะเจอกับคินใช่ไหมครับ ตั้งแต่ตอนที่ถอนหมั้นกันไป” พ่อพระรองที่หล่อน้อย รวยน้อยกว่าพระเอกเอ่ยขึ้นอีก
ใช่รันตื่นเต้น ทั้งตื่นเต้นที่จะได้เจอกับอดีตคู่หมั้น ทั้งยังตื่นเต้นที่จะได้เจอกับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพระเอกของนิยายเรื่องนี้ ถึงจะไม่ชอบหน้าแต่ก็อยากรู้ว่าออร่าของพระเอกมันจะกระแทกตาสักแค่ไหน
“ผมก็ไม่คิดนะครับว่าเรื่องของคุณรันกับคินมันจะจบลงง่ายๆ แบบนี้”
อ่า .. นี่พระรองกำลังปั่นใช่ไหมหรือยังไง คนตัวเล็กคิดในใจ แม้ว่าใบหน้าจะยกยิ้มแต่เท้าก็ก้าวเดินต่อ พอเข้ามาในห้องประชุมก็พบว่าคนที่อยู่ในความคิดเมื่อครู่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะแล้วจริงๆ