| พาริส |
‘พาริส ธีรินทร’ คือชื่อของผม ลูกชายคนเดียว ทายาทของเจ้าสัวพีรพล เจ้าพ่อธุรกิจก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ปีนี้ผมอายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว ถึงเวลาทำตามสัญญาที่ให้กับป๊าซะที
ด้วยความที่ผมเป็นลูกคนเดียว ป๊าตามใจผมมาตั้งแต่เด็กๆ ผมเลยมีนิสัยเกเร เอาแต่ใจ และอารมณ์รุนแรง จนป๊าทนไม่ไหว ส่งผมไปอยู่โรงเรียนประจำที่สวิตเซอร์แลนด์ เรียนที่นั่นอยู่นานเกือบสิบปี จนกระทั่งบริษัทเกิดปัญหาโดนหุ้นส่วนโกงแทบล้มละลาย ป๊าส่งผมเรียนที่นั่นต่อไม่ไหว เลยให้กลับมาอยู่ไทยถาวร
แต่ด้วยนิสัยที่ถูกบ่มเพาะมาจากโรงเรียนผู้ดี ทำให้ผมเปลี่ยนเป็นคนละคน อารมณ์ที่ฉุนเฉียวถูกปรับเปลี่ยนเป็นอารมณ์ที่นิ่งสงบขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่ไม่เคยซีเรียสกับเรื่องอะไรเลย ชิลกับทุกเรื่องในชีวิต
ตอนเรียนมหา’ ลัย ผมกลายเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เพื่อนเยอะ และปาร์ตี้บ่อย จนผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์แย่มากๆ กระทั่งถูกรีไทร์ด้วยเกรดเฉลี่ยที่ไม่ถึงเกณฑ์ตามที่มหา’ ลัยกำหนด
แต่ตอนนั้นธุรกิจของป๊ากลับมาลืมตาอ้าปากได้ กลับขึ้นมาผงาดจากที่ล้มอยู่หลายปี ป๊าเลยจับผมไปเรียนเมืองนอกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แกส่งให้ไปเรียนที่อเมริกา แกบอกว่าถ้าเรียนไม่จบ ไม่ต้องกลับมา
แต่เงินเดือนที่ป๊าส่งมาให้แต่ละเดือนมันน้อยนิดมาก จนผมต้องเจียดเวลาเรียนไปเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่ร้านฟาสต์ฟู้ด เพื่อหาเงินมาใช้ให้พอในแต่ละเดือน
แต่ก็ต้องขอบคุณเขานะ อย่างน้อยสิ่งที่เขาทำมันก็เป็นบทเรียนให้ผมได้รู้คุณค่าของเงิน รู้คุณค่าของชีวิต และเรียนจนจบปริญญาโท ก่อนที่แกจะเรียกตัวกลับ ส่งผมไปฝึกงานอยู่ที่บริษัทของเพื่อนสนิทแกอยู่สองปี และส่งผมไปดูแลไซต์งานต่างจังหวัด โดยไม่บอกให้ใครรู้ว่าผมเป็นใคร
จนกระทั่งวันนี้ วันที่ป๊าโทรเรียกผมให้เข้าไปเจอบรรดาป้าเลขาที่จะช่วยสอนงานผม รวมทั้งเจอกับคนที่จะมาเป็นเลขาของผมในอีกไม่กี่วันนี้
เอาจริงๆ ผมพอจะรู้มาสักพักแล้วว่า แพรรุ้งจะมาเป็นเลขาให้ผม ที่รู้ก็เพราะสองอาทิตย์ก่อนตอนผมเอาของไปเยี่ยมป้าฉวี เลขาเก่าของป๊าที่ป่วยจนเดินไม่ไหว เธอเล่าเรื่องของเลขาคนปัจจุบันของป๊าให้ฟัง ป้าฉวีเล่นบรรยายละเอียดยิบซะจนผมเห็นภาพความป้าของเธอเต็มหัวไปหมด
แต่พอเจอตัวจริง เธอไม่เหมือนอย่างที่ป้าฉวีบรรยายเอาไว้เลย แพรรุ้งก็แค่ผู้หญิงวัยรุ่นที่หน้าตาน่ารัก ตากลมโต ปากนิด จมูกหน่อย ตัวเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก แต่จะแปลกก็ตรงที่เธอชอบแต่งตัวสไตล์ป้า…เอ๊ย…สไตล์วินเทจย้อนยุคต่างหากล่ะ
เข้าใจแล้ว ทำไมป้าฉวีถึงชอบยัยแพรรุ้งนี่นัก เฉิ่มเชยจนแม่เลี้ยงของผมยังส่ายหัว น้านีย์บอกว่าเด็กคนนี้สมควรมาเป็นเลขาป๊า เพราะดูน่าเอ็นดูมากกว่าน่าจับมาทำเมีย เธอดูชอบแพรรุ้งมากกว่าเด็กฝึกงานคนนั้นและเลขาคนอื่นๆ ในบริษัท
ตอนแรกผมก็เฉยๆ กับเธอนะ แต่หลังจากเจอความแสบของเธอเล่นงาน จากเหล้าแก้วนั้นของผมที่เธอดื่มเข้าไปทีเดียวจนหมด งานหนักก็เข้าผมรัวๆ เลยทีนี้
แสบแรก…คือการที่เธอจู่ๆ ก็คอพับหมดสติ ทำท่าจะอ้วกแหล่ไม่อ้วกแหล่ จะรอสาวๆ กลุ่มนั้นให้กลับมาที่โต๊ะก็กลัวจะไม่ทันการณ์ ผมเลยลากเธอออกไปจากร้าน กะจะพาไปอ้วกด้านนอก แต่จู่ๆ ก็ดันมาหลับใส่กลางอากาศซะงั้น ครั้นจะทำตัวเป็นเจ้านายผู้ใจดี ลากเธอกลับบ้าน ก็ไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน และไม่รู้ตอนนั้นผมคิดอะไร หรือตัวอะไรดลใจ ผมเลยเปิดห้องที่โรงแรมนี้ให้เธอนอนแม่งเลย!!
แต่ตอนที่ผมกำลังจะออกจากห้องเพื่อไปตามสาวๆ มาดูแลเธอต่อ คนเมาก็พร่ำพรรณนาพูดอะไรพึมพำคนเดียวออกมาฟังไม่ได้ศัพท์ จนผมต้องเข้าไปถามว่าเธอไหวไหม แล้วจู่ๆ เธอก็อ้วกออกมาเปรอะเต็มตัวเราทั้งสองคน
จบกัน!! เสื้อผ้าชุดนี้ผมเพิ่งถอยออกมาจากร้านแบรนด์หรูเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ทำไงได้ จับพลัดจับผลูต้องมาดูแลยัยเลขาคนนี้แล้วหนิ
ผมจับตัวเธอลากถูลู่ถูกังเข้าไปวางในอ่างอาบน้ำ ถอดเสื้อผ้าชุดป้าๆ ของเธอออกจนหมด รวมถึงเสื้อผ้าของผมด้วย จับโยนใส่ถุง แล้วโทรแจ้งให้พนักงานโรงแรมมารับไปจัดการต่อ
อย่าถามว่าตอนผมถอดเสื้อผ้าให้เธอ ผมรู้สึกอะไรไหม บอกเลยว่าไม่ เพราะเศษซากอาเจียนของเธอมันไม่จรรโลงใจเอาซะเลย มันอี๋ซะจนผมเห็นแล้วอยากจะอ้วกตาม
ผมพยายามใช้มือถือเธอโทรหาคุณกั้ง แต่จนแล้วจนรอด โทรไปเกือบสิบครั้ง เจ้าตัวก็ไม่รับสาย ดังนั้นแล้วผมคงต้องจัดการสาวเฉิ่มคนนี้ด้วยตัวเองสินะ
ที่แย่กว่านั้นคือ การที่ชุดชั้นในของเธอเปื้อนอ้วกด้วยนี่สิ ทั้งบนทั้งล่าง เอาไงดีล่ะทีนี้!?
::
โปรดติดตามตอนต่อไป
::
ตายๆๆ คุณพระคุณเจ้า แบบนี้หนูแพรรุ้งลูกฉันจะรอดไหม มาร่วมลุ้นกันพรุ่งนี้นะคะ :)