บทนำ (๒)

1272 คำ
เช้าวันหยุดที่บุพการีออกไปข้างนอก เหลือเพียงตนกับพี่ชายเฝ้าบ้านสองคน ร่างบางเคร่งเครียดกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไล่อ่านหนังสือจนรู้สึกเบลอถึงได้มาเดินเล่นอยู่สวนดอกไม้ของมารดา เลือกเด็ดดอกลิลลี่สีขาวเพื่อนำไปประดับแจกันในห้องนอนของตน ปริณดาอยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น ผมยาวมัดเป็นหางม้าดูน่ารักสมวัยเมื่อไม่มีเครื่องสำอางบนใบหน้า ทาเพียงแค่กันแดดและรองพื้น ไม่ลืมเพิ่มสีสันให้ปากอวบอิ่มน่ามอง เลือกดอกไม้เรียบร้อยก็เดินเข้าทางหน้าบ้าน แต่ไม่นึกว่าจะโชคดีเจอกับชายในฝัน หล่อนไม่รักษาท่าทีรีบวิ่งเข้าไปทักร่างสูงพร้อมรอยยิ้มกว้างแห่งความสุข “พี่ฌาร์มคะ!” ทักเสียงดังจนเจ้าของชื่อหันมามอง เขาจำน้องสาวของเพื่อนสนิทได้จึงยิ้มตอบตามมารยาท แต่ท่าทีก๋ากั่นของเธอทำให้ไม่ค่อยอยากคุยด้วยหรือสนิทกับอีกฝ่ายเท่าไหร่ พอจะมองออกว่าหญิงสาวที่อยู่ชั้นมัธยมซึ่งกำลังจะเลื่อนชั้นเป็นระดับอุดมศึกษาคิดอย่างไรกับตน จึงต้องขีดเส้นกั้นความสัมพันธ์ ให้หล่อนเป็นเพียงน้องสาวของเพื่อน “ดอกไม้ค่ะ พอดีช่วงนี้ดอกไม้ขึ้นเยอะเลยตัดไปใส่แจกัน...ปลายเห็นว่าสวยดีเลยแบ่งมาให้พี่ฌาร์ม” ยื่นดอกลิลลี่ให้เขาหนึ่งดอก แต่ร่างสูงรีบถอยห่างอย่างมีมารยาท เอ่ยปฏิเสธหล่อนอย่างนิ่มนวลพร้อมบอกความจริง “ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็นไร ผมแพ้เกสรดอกไม้” “โอ๊ะ ปลายขอโทษค่ะ ปลายไม่รู้” ปริณดารีบซ่อนดอกไม้ไว้ข้างหลังแล้วเอ่ยขอโทษพร้อมค้อมศีรษะ รู้สึกผิดที่เกือบทำให้อาการของชายหนุ่มกำเริบ “ไม่เป็นไรครับ” เธออยากชวนเขาคุยมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนพี่ชายอย่างต้นเดือนจะมาขัดจังหวะพอดี เอ่ยทักแขกสุดหล่อเสียงดังจนสายตาสองคู่หันไปมองพร้อมกัน “ไอ้ฌาร์ม มานานแล้วเหรอวะ” “เออ สักพักแล้วล่ะ จะไปกันได้หรือยัง” “ไปสิ” ต้นเดือนโบกมือลาน้องสาวแล้วขึ้นนั่งบนรถหรูประจำที่ข้างคนขับ ไม่รู้ว่านัดจะไปไหนกัน พี่ชายของหล่อนไม่เห็นบอกอะไรสักอย่างเลย คิดแล้วน่าน้อยใจ อยากไปด้วย... “เฮ้อ...ไม่ได้บอกอีกจนได้” ก้มมองดอกลิลลี่แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ อยากบอกความในใจให้เขาได้ทราบว่าตนคิดอย่างไร แต่ก็ยังไม่ได้บอกสักที คงต้องหาโอกาสเหมาะๆ แล้วล่ะ หรือบางทีวันนั้นอาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาระหว่างที่ปริณดากำลังรดน้ำต้นไม้ตอนเช้า ก็มีแขกของต้นเดือนแวะเข้ามาหาโดยไม่บอกกล่าว เพียงแค่เห็นรถก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร คุณหนูของบ้านต้นตระการจึงรีบปิดน้ำแล้วเดินเข้ามาหาเขา เสียดายที่ชุดของหล่อนเป็นเอี๊ยมตัวเก่าเพราะใส่สบาย จึงดูเหมือนเด็กกะโปโลไปหน่อย แต่คิดว่าบรรยากาศยามเช้าที่เงียบสงบน่าจะเป็นใจให้เผยความรู้สึก “สวัสดีค่ะพี่ฌาร์ม มาหาพี่ต้นเหรอคะ” วิ่งเข้ามาทักเขาทันทีพร้อมรอยยิ้มเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้า แต่ร่างสูงก็ถอยห่างเว้นระยะเอาไว้ชัดเจน “ครับ” “พี่ต้นยังไม่ตื่นเลยค่ะ พี่ฌาร์มมาเร็วเกินไป รายนั้นกว่าจะตื่นก็เที่ยงนู้นแหละ” ช่วงนี้ทำงานหนักเพราะเป็นน้องใหม่ พอมีวันหยุดจึงใช้เวลานอนให้คุ้มค่า ทั้งยังกำชับว่าไม่ให้ใครมากวนอีกต่างหาก หล่อนจึงไม่กล้าเข้าไปปลุกพี่ชายที่กำลังฝันหวาน ฌาร์มรู้สึกว่าตัวเองอาจจะมาเสียเที่ยว เขาทำเพียงฝากหญิงตรงหน้าบอกเพื่อนโดยไม่ได้ระบุว่ามาด้วยสาเหตุอะไร “งั้นฝากบอกต้นด้วยว่าผมมาหา” หันหลังเตรียมขึ้นรถ จนคนที่หวังอยู่ด้วยนานกว่านี้ต้องรีบคว้าแขนหนาเอาไว้ เป็นครั้งแรกที่เธอได้แตะตัวเขา... “อ่ะ พี่ฌาร์มจะกลับแล้วเหรอคะ” ดวงตาคมปรายตามองมือหล่อน แล้วค่อยจ้องดวงหน้าหวานเหมือนเป็นคำสั่งให้ปล่อย เธอจึงรีบผละออกแล้วยิ้มแหยะเป็นการขอโทษ “ครับ” เหมือนจะรั้งเอาไว้ไม่สำเร็จ จึงรีบใช้พี่ชายเป็นข้ออ้างทันที อย่างน้อยให้เขากินข้าวเช้าด้วยจะได้นั่งมองใบหน้าหล่อนานกว่านี้สักหน่อย ผู้ชายอะไรโดนใจไปหมด... “ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนเหรอ เดี๋ยวปลายไปปลุกพี่ต้นให้เองค่ะ” ขันอาสาด้วยเสียงสดใส แต่ก็ถูกเขารั้งเอาไว้ด้วยการปฏิเสธ พร้อมบอกธุระที่ทำให้ต้องมาบ้านต้นตระการแต่เช้าตรู่ “ไม่ต้องหรอก ผมแค่จะแวะเอาของมาให้” “ของ...อะไรคะ ฝากปลายได้นะ” กระตือรือร้นทันที มองมือที่ว่างเปล่าของชายหนุ่มก็นึกอยากรู้ จนกระทั่งเขาเปิดประตูรถแล้วหยิบซองสีชมพูยื่นมาตรงหน้าหล่อน พร้อมคำพูดที่เป็นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจดวงน้อยจนแตกเป็นเสี่ยง “การ์ดแต่งงานของผม ฝากให้ต้นหน่อยนะ” “แต่งงาน พี่ฌาร์มจะแต่งงานเหรอคะ” ยื่นมืออันสั่นเทาออกไปรับ พยายามถามโดยบังคับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด แต่มันก็ยากเหลือเกิน “ครับ” “ยิน ยินดีด้วยนะคะ” ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาเขาพอจะมองออก ชายหนุ่มจึงไม่พูดอะไรมากนอกจากค้อมศีรษะแล้วกล่าวคำขอบคุณ “ขอบคุณครับ ผมไปก่อนนะ” “ค่ะ” เธอโบกมือลาเขาด้วยรอยยิ้ม มองตามท้ายรถที่แล่นออกจากบ้าน น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลอาบแก้มทันที พร้อมกับมือที่ถือการ์ดแต่งงานของเขาเอาไว้แน่น มีแฟนตอนไหน ทำไมเธอไม่รู้เลย... ประตูห้องนอนของต้นเดือนถูกเคาะหลายครั้ง คนที่กำลังหลับสบายค่อนข้างหงุดหงิดแต่ก็ลุกมาเปิดเพราะรู้ว่าใครเป็นคนเคาะ บรรดาแม่บ้านคงไม่กล้ารบกวนเขาหรอก มีเพียงคนเดียวนั่นแหละ... ปริณดาน้องสาวสุดที่รักอย่างไรล่ะ “ปลาย! เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม” คิดว่าเปิดประตูแล้วจะสั่งสอนสักหน่อย แต่เมื่อเห็นน้ำตาเปื้อนใบหน้าหวานก็ตกใจจนต้องคว้าร่างบางมากอดเอาไว้ ไม่เคยเห็นน้องร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนจนลนลานทำอะไรไม่ถูก “พี่ พี่ฌาร์มฝากการ์ดแต่งงานของเขาให้พี่” ยื่นซองสีชมพูไปตรงหน้าพี่ชาย “แต่งงานเหรอ” ขมวดคิ้วมุ่นยามมองการ์ดของเพื่อนสนิท เขารู้เรื่องที่ฌาร์มมีแฟนแต่ไม่คิดว่าจะเข้าพิธีวิวาห์เร็วขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ “พี่ต้น...ปลายอยากไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์” บอกเสียงสั่นด้วยแววตาแน่วแน่ ความรักที่มีให้ฌาร์มมันมากจนไม่อาจทนเดินเข้างานแต่งของเขาเพื่อร่วมยินดีได้ ทางเดียวคือต้องหนีจากประเทศไทยให้เร็วที่สุด สอบครั้งสุดท้ายคือเดือนหน้า... บางทีอาจจะไม่ได้เห็นหน้าเพื่อนสนิทของพี่ชายคนนี้แล้ว การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งของเราสร้างความดีใจแก่หล่อน แต่ดูเหมือนฌาร์มคงจะจำเด็กหญิงตัวเล็กคนนั้นที่เติบใหญ่กลายเป็นนางสาวคนนี้ไม่ได้ แต่เธอยังจำพี่ชายที่แบ่งไอศกรีมให้ในวันที่ตนทำมันตกท่อได้ไม่ลืม รักแรกของเธอ...
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม