“ฮ่า ๆ”
เสียงหัวเราะของคนตัวสูงดังขึ้นอย่างชอบอกชอบใจ ทำให้หญิงสาวต้องรีบลืมตา มองเห็นพี่ชายต่างสายเลือดซึ่งได้ถอยไปยืนเกาะอกหัวเราะเยาะเธออย่างพอใจในผลงานของตัวเองแล้ว
“พี่ครามแกล้งชมพูอีกแล้ว” เธอต่อว่าเขาอย่างงอน ๆ
“ก็ชมพูน่าแกล้งนี่ ฮ่า ๆ”
เขายืนหัวเราะไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อคำต่อว่าของอีกฝ่าย
“เคลิ้มเชียวนะ ฮ่า ๆ คิดว่าพี่จะทำจริง ๆ หรือไง” แล้วจึงเอ่ยหยอกล้อเธออย่างชอบใจ
“พี่ครามชอบทำเหมือนชมพูเป็นเด็ก ๆ”
หญิงสาวเอ่ยอย่างแง่งอน ก่อนจะเดินคอตกไปนั่งที่เตียงของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ
“ก็ชมพูยังเด็กจริง ๆ นี่นา” เขาเอ่ยย้ำเหมือนต้องการล้อเธอ
“ชมพูไม่เด็กแล้วนะ ชมพูอายุตั้งยี่สิบสองปีแล้ว บรรลุนิติภาวะแล้ว เรียนจบแล้วด้วย” เธอแย้งแก้ต่างให้ตัวเอง
ชายหนุ่มหรี่ตามองคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างสำรวจ แล้วจึงเดินย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่าย
ครามโน้มตัวลงยื่นหน้าเข้าไปหาน้องสาวต่างสายเลือดของตน
“จริงด้วย น้องสาวของพี่โตแล้ว โตแล้วสวยขึ้นเป็นกองเลย”
เขากล่าวขณะที่สายตายังคงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา
ชมพูได้แต่นั่งเกร็งตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าแม่แต่จะหายใจ
เอาอีกแล้ว เขาแกล้งเธออีกแล้ว เขาเข้ามาใกล้เธอขนาดนี้ ด้วยสภาพร่างกายที่เปลือยท่อนบนแบบนี้ มาพูดหวาน ๆ ใส่เธอแบบนี้ แล้วจะไม่ให้เธอหวั่นไหวได้ยังไง
“อื้มม”
ชมพูถอนหายใจและเบือนหน้าหนี ก่อนจะยกสองมือขึ้นดันอกพี่ชายของเธอออกเพื่อแก้เขิน
“ถอยออกไปเลย คราวนี้ชมพูไม่หลงกลพี่หรอก ชอบแกล้งชมพูอยู่เรื่อย”
เธอยกมือขึ้นกอดอก เบือนหน้าหนีหันไปอีกทางอย่างแง่งอน แต่ความจริงแล้ว แค่ไม่อยากให้เขาเห็นใบหน้าที่กำลังแดงเป็นลูกตำลึงของเธอก็เท่านั้น
“โกรธพี่เหรอ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าน้องสาวนอกสายเลือดงอนตน แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับจากเธอ
“โกรธจริงเหรอเนี่ย”
เขาเอ่ยก่อนจะนั่งลงด้านข้างหญิงสาว และจึงพูดง้องอนเธอ
“โอ๋ ๆ พี่ขอโทษค๊าบ ต่อไปพี่จะไม่แกล้งแบบนี้อีกแล้ว ที่พี่ทำก็เพราะอยากให้ชมพูรู้ว่าไม่ควรไว้ใจผู้ชายคนไหนง่าย ๆ แม้กระทั่งผู้ชายคนนั้นจะเป็นพี่ก็ตาม ถึงพี่จะเป็นพี่ชายของชมพู แต่ยังไงพี่ก็เป็นผู้ชายนะ และยิ่งน้องสาวของพี่โตแล้ว พี่ยิ่งห่วง”
ครามพูดอธิบายพร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู
ชมพูหันมามองหน้าคราม นี่เขาเป็นห่วงเธออย่างนั้นเหรอ
“ต่อไปถ้าจะมีแฟน ก็พามาให้พี่สแกนก่อนทุกครั้ง พี่จะเป็นคนเลือกเองว่าใครเหมาะที่จะเป็นน้องเขยของพี่ เข้าใจมั้ย” แล้วจึงพูดอย่างเผด็จการ
แต่ประโยคถัดมาที่ออกมาจากปากของเขาก็เป็นเหมือนประโยคดับฝันของเธอ เขาคงคิดกับเธอแค่น้องสาวคนหนึ่งจริง ๆ สินะ เขาก็แสดงออกชัดเจนขนาดนี้ ทำไมเธอถึงยังจะไปคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาจะมีใจให้เธออีก
“แล้วนี่มาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรก็ลงไปรอพี่ข้างล่างก่อน เดี๋ยวพี่ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วจะลงไปหา” เขาเอ่ยเป็นการขอเวลาส่วนตัว
“ชมพูมีเรื่องอยากจะคุยด้วยค่ะ” เธอเอ่ยธุระของตน
“งั้นก็ลงไปรอข้างล่างก่อน เดี๋ยวพี่ไปหา”
“ไม่ได้ค่ะ ชมพูอยากคุยตรงนี้” เธอคัดค้านอย่างเอาแต่ใจ
“ชมพูไม่อยากให้คุณลุงกับคุณป้าได้ยิน” แล้วเอ่ยเหตุผลของตนออกไป
ชมพูคิดว่าเรื่องที่เธอกำลังจะพูดต่อไปนี้คือเรื่องละเอียดอ่อน และเป็นเรื่องส่วนตัวของคราม เธอจึงไม่อยากให้พ่อกับแม่ของเขามารับรู้เรื่องนี้ด้วย
ครามหันมามองน้องสาวนอกไส้ของตนอย่างงงงวย แต่ก็ยอมเออออไปตามเธออย่างง่ายดาย
“เป็นความลับสุดยอดว่างั้น” เขาเอ่ยติดตลก ก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตให้หญิงสาวเปิดบทสนทนา
“เชิญรับสั่งมาได้เลยครับเจ้าหญิง”
เขาพูดหยอกล้อเธออย่างอารมณ์ดี เพราะเห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดของผู้เป็นน้องสาวจึงอยากให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้นบ้าง แต่เธอกลับไม่ตอบรับการหยอกล้อของเขาเลย หญิงสาวยังคงทำหน้าเคร่งเครียดดังเดิม
“คือ...” ชมพูอ้ำอึ้ง
เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าเรื่องที่ตนพบเห็นเมื่อคืนนี้ยังไงดี แล้วถ้าเล่าไปเขาจะเชื่อคำพูดของเธอมั้ย จะหาว่าเธอโกหกและใส่ร้ายผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า
“อ้าว! มีอะไรครับเจ้าหญิงพลอยชมพู”
ครามพูดติดตลกกึ่งเร่งเร้าเมื่อเห็นว่าชมพูมัวแต่อ้ำอึ้ง ไม่ยอมพูดออกมาเสียที ยิ่งเห็นท่าทีแบบนี้ของเธอ มันก็ยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากรู้มากขึ้น
อยากรู้ว่าเรื่องที่หญิงสาวต้องการจะพูดกับตนนั้นมันคือเรื่องอะไรกันแน่ ถึงทำให้เธออึดอัดใจที่จะพูดออกมาได้ขนาดนี้
ชมพูสูดหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมความกล้า เธอจะมัวมากลัวแบบนี้ไม่ได้ ถึงยังไงเธอก็ต้องบอกเรื่องนี้ให้เขารู้
“เมื่อวานชมพูไปฉลองกับเพื่อนแล้วชมพูเจอพี่ปริมมากับผู้ชายค่ะ”
เธอพูดโพล่งออกไปรวดเดียวจนจบประโยค ทำเอาคนฟังได้แต่ยืนอ้าปากค้าง
“ว่าไงนะ พูดอีกทีสิ พี่ฟังไม่ทัน” เขาถามทวนสิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่อีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“พี่ไม่ใช่ฟังไม่ทัน แต่พี่แค่ไม่อยากเชื่อเท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยดักทางชายหนุ่มอย่างรู้ทัน
“พูดใหม่”
ครามทำเสียงเข้มอย่างเผด็จการ ชมพูจึงต้องพูดย้ำอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“คือเมื่อคืน...” ชมพูอ้ำอึ้ง เพราะเธออึดอัดใจที่จะต้องพูดประโยคนั้นอีกครั้ง
“เมื่อคืนชมพูเห็น... พี่ปริม... เอ่อ... มาเที่ยวผับกับผู้ชายค่ะ”
แล้วจึงทำใจดีสู้เสือ ค่อย ๆ พูดย้ำประโยคเดิมอีกครั้งอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ชมพูตาฝาดหรือเปล่า” ครามแก้ตัวแทนแฟนสาวของตนอย่างไม่เชื่อ
“ไม่นะคะ ชมพูเห็นเต็มสองตาเลย ผู้หญิงคนนั้นเป็นพี่ปริมจริง ๆ” เธอยืนยันในคำกล่าวอ้างของตน
“เขาคงไปกับเพื่อนที่ทำงานละมั้ง เมื่อวานปริมบอกพี่ว่าจะไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนน่ะ” ครามแก้ตัว พร้อมทั้งอธิบายแทนแฟนสาว
“ไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน? ที่ไหนคะ? แล้วทำไมพี่ปริมถึงไม่พาพี่ครามไปด้วย พี่ครามไม่สงสัยเหรอคะ?” เธอพยายามพูดเตือนสติเขา
“พี่ไม่ได้ถามว่าเขาจะไปกันที่ไหน ส่วนเรื่องที่ปริมเขาไม่ได้พาพี่ไปด้วย เขาบอกพี่แล้วว่าไม่สะดวก เพราะมีแต่ผู้หญิงล้วน พี่เองก็ไม่อยากจะไปนั่งท่ามกลางกลุ่มผู้หญิงแล้วมีพี่เป็นผู้ชายคนเดียวหรอกนะ”
ครามอธิบาย เขายังคงไม่สงสัยในตัวแฟนสาวของตนเลยแม้แต่น้อย
“ไม่สะดวกให้พี่ไปด้วย เพราะมีผู้หญิงเยอะ หรือเพราะจะไปหาผัวตัวเองกันแน่”
ชมพูเริ่มหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าพี่ชายของเธอเอาแต่หลับหูหลับตาเข้าข้างผู้หญิงคนนั้น
“ชมพูพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”
ครามเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ สายตาและน้ำเสียงที่ส่งมาเริ่มไม่พอใจ
“ก็หมายความว่าพี่ปริมกำลังหลอกพี่ครามไงคะ” ชมพูพูดอย่างเหลืออด
เธอพูดออกมาขนาดนี้แล้ว เขายังไม่เข้าใจอีก ปกติแล้วเขาเป็นคนที่ฉลาดและรอบคอบมาก แต่ทำไมเรื่องผู้หญิง เขาถึงได้ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมมารยาหญิงเอาเสียเลย
“พี่ปริมมีสามีแล้ว และเธอก็กำลังหลอกพี่ครามอยู่ พี่ครามกำลังถูกสวมเขา ชมพูจะบอกให้นะ เมื่อวานพี่ปริมไม่ได้ไปฉลองวันเกิดกับเพื่อนอะไรอย่างที่บอกกับพี่ครามไว้หรอก แต่เธอแอบไปเจอสามีของเธอต่างหาก” ชมพูพูดอย่างเหลืออด
“เมื่อวานพี่ปริมไปหาสามีของเธอ ชมพูแอบได้ยินผู้ชายคนนั้นเรียกพี่ปริมว่าเมีย และพวกเขาก็คุยกันว่าที่พี่ปริมกำลังทำอยู่ก็ทำเพื่อพวกเขา หมายความว่า ที่พี่ปริมเข้าหาพี่ครามเพราะมีจุดประสงค์อื่น ไม่ใช่เพราะเธอรักพี่อย่างที่พี่เข้าใจ” เธอพูดต่อ
“ไม่จริง ชมพูอย่ามาล้อพี่เล่น” ครามเอ่ยอย่างไม่ยอมเชื่อ
“ชมพูไม่ได้ล้อเล่นค่ะ ชมพูพูดจริง ๆ สองคนนั้นเขาจูบกันด้วย ชมพูเห็นกับตา พี่ครามต้องเชื่อชมพูนะ ที่ชมพูพูดมาทั้งหมดมันคือความจริง ชมพูไม่อยากให้พี่ชายของชมพูต้องถูกหลอก”
เธอเอ่ยเตือนสติครามด้วยความเป็นห่วงอย่างมีน้ำโหที่เขาไม่ยอมเชื่อคำพูดของตน
“ชมพูพูดเหลวไหลอะไร ปริมไม่มีทางทรยศพี่หรอก ปีหน้าเราสองคนก็กำลังจะแต่งงานกันแล้ว ชมพูอย่ามาพูดเหลวไหลใส่ร้ายแฟนพี่อีก”
ครามยังคงเข้าข้างแฟนสาวของตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา
“ชมพูไม่ได้พูดเหลวไหล ชมพูพูดความจริง พี่ครามหยุดหลอกตัวเองได้แล้ว พี่ปริมเขาไม่ได้รักพี่ เขาแค่ต้องการหลอกใช้พี่ก็เท่านั้น”
เธอยังคงยืนยันคำพูดของตัวเอง และเริ่มต่อว่าชายหนุ่มอย่างโมโห ที่เขาเอาแต่เข้าข้างแฟนสาวอย่างไม่ลืมหูลืมตา
“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของพี่กับปริม ชมพูอย่ามายุ่งดีกว่า” ครามตัดช่องน้อยแต่พอตัว
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในคำพูดของชมพู แต่เขาแค่ไม่อยากปักใจเชื่อและตัดสินจากสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาแค่ฝ่ายเดียวโดยที่ไม่หลักฐาน ไม่อย่างนั้นมันจะไม่เป็นธรรมกับคนที่กำลังถูกกล่าวหา
“ทำไมชมพูจะยุ่งไม่ได้ ชมพูก็เป็นน้องพี่เหมือนกัน ชมพูก็เป็นห่วงพี่เหมือนกัน ทีพี่ยังสั่งให้ชมพูพาแฟนมาให้พี่สแกนก่อนเลย แล้วทำไมชมพูถึงจะไม่มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องของพี่กับพี่ปริม ในเมื่อชมพูรู้ว่าพี่ปริมกำลังหลอกใช้พี่ ทำไมชมพูจะไม่มีสิทธิ์เตือนพี่”
หญิงสาวเอ่ยอย่างเอาแต่ใจตัวเอง
“แล้วไหนละหลักฐาน ไหนล่ะ อะไรคือสิ่งที่ปริมต้องการ ปริมเขาจะหลอกพี่ไปเพื่ออะไร ไหนชมพูลองบอกพี่มาสิ”
ครามเริ่มไม่พอใจและเริ่มตวาดเธอ ที่หญิงสาวมายอกย้อนเขาแบบนี้
“เอ่อ...”
ชมพูอ้ำอึ้ง เธอไม่เพียงไม่มีหลักฐาน แต่เธอยังไม่รู้ด้วยว่าสิ่งที่ปริมต้องการจากครามนั้นมันคืออะไร
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ชมพูก็กลับไปก่อนเถอะ พี่มีธุระจะต้องไปทำต่อ ปีหน้าพี่กับปริมเราจะแต่งงานกัน อย่ามาพูดอะไรให้พี่ไม่สบายใจอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่กับปริม ชมพูเป็นแค่น้องสาว ก็อยู่เฉย ๆ ในฐานะน้องสาวของพี่ก็พอ”
เขาพูดแบ่งเส้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาอย่างชัดเจน
“ชมพูเป็นได้แค่น้องสาวของพี่สินะคะ” เธอเริ่มพูดตัดพ้อด้วยความเสียใจ
ทำไมเขาถึงไม่เคยมองเธอเป็นอย่างอื่นนอกจากน้องสาว หรือเป็นเพราะเธอกับเขารู้จักกันตั้งแต่เด็กอย่างนั้นเหรอ เขาถึงได้มองเธอเป็นคนอื่นนอกจากน้องสาวไม่ได้
แล้วทำไมทีผู้หญิงคนนั้นทำกับเขาขนาดนั้น แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเข้าข้างและปกป้องหล่อน เขาไม่เชื่อแม้กระทั่งคำพูดของคนที่โตมาด้วยกันแบบเธอเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงยังไงเธอก็จะปล่อยให้พี่ชายของเธอถูกผู้หญิงคนนั้นหลอกไม่ได้
“แล้วถ้าชมพูไม่อยากเป็นน้องสาวของพี่แล้วล่ะคะ"