คนที่ชอบจะมาในเวลาที่ใช่

1854 คำ
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ห้องตรวจเบอร์หกก็มีอันได้ต้อนรับผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ่อยๆ เพราะท่านลงมาตรวจคนไข้ด้วยตัวเอง หรือไม่บางครั้งก็หอบเอางานลงมาทำด้วย ไม่มีใครกล้าถาม ว่าทำไมท่านไม่ทำงานข้างบนห้องอันแสนสบาย กลับลงมาทำงานในห้องตรวจคนไข้เสียได้ ทุกคนในแผนกผู้ป่วยนอกต่างก็เก็บงำความสงสัยเอาไว้ อีกทั้งหมอเพชรเองก็ขยันมาเยี่ยมเยือน ตามด้วยสาวๆ ของหมอวีที่มาไม่เว้นแต่ละวัน น่าแปลกที่หมอวีสามารถจัดการคิวของสาวๆ ไม่ให้ชนกันได้อย่างลงตัว และวันนี้เป็นอีกวันที่หมอวีลงมานั่งทำงานที่ห้องตรวจเบอร์หก เจ้าหน้าที่ทั้งแผนกเกิดอาการเกร็งขึ้นมาทันทีเมื่อหมอวีเกิดอาการหงุดหงิด อารมณ์ขึ้นลงยิ่งกว่าสาววัยทองแถมยังพาลอย่างไร้เหตุผล “พี่หน่อย อุปกรณ์ตรวจนี้จัดยังไง ทำมาตั้งนานแล้วลืมหรือครับ แล้วนี่อะไร เครื่องมือแพทย์เปิดทิ้งไว้แบบนี้ได้ยังไงครับ แล้วขยะนี้อีก....บราๆ” พี่หน่อยลนลานเก็บนั่นเก็บนี่มือระวิง แต่หมอวีก็ยังเดินตรวจทั้งแผนก ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรบึ้งตึง แววตาฉายแววหงุดหงิดตลอดทั้งช่วงเช้า “หมอวีเป็นอะไรอ่ะพี่ หงุดหงิดตั้งแต่เช้าเลยอ่ะ” “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่มาแรกๆ ก็ยังดีๆ อยู่เลยนี่นา” พี่หน่อยก็งงไม่หาย เพราะก่อนเข้าเวรหมอวียังอารมณ์ดีอยู่เลย แต่หลังจากถามว่าเวรวันนี้มีใครบ้างเท่านั้นแหละ อาการหงุดหงิดเริ่มออก “ดีนะคะที่วันนี้หมอวีไม่ตรวจคนไข้ ไม่อย่างนั้นมีหวังแอ๋วต้องได้ไปอยู่หน้าห้องหมอวีแน่ๆ เพราะน้องนาราไม่มาอ่ะ” แอ๋วพยาบาลสาววัย 35 ปีเอ่ยขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางหวาดๆ ตั้งแต่นารามาอยู่โรงพยาบาลนี้หน้าที่อยู่หน้าห้องหมอวีก็ตกเป็นของเธอ ไม่มีใครอิจฉา ไม่มีใครค่อนขอด ไม่มีใครแย่งที่จะอยู่ใกล้หมอวีแม้แต่คนเดียว ตรงกันข้ามพวกเธอต่างดีใจและคอยดูแลนาราให้อยู่ทำงานที่โรงพยาบาลนี้ให้นานที่สุด “คิดไปคิดมานะพี่หน่อย สงสารนาราเหมือนกันที่ต้องอยู่หน้าห้องหมอวีตลอด ครั้งแรกก็ถูกสาวๆ ของหมอวีอาละวาดใส่ ครั้งที่สองก็มีเรื่องตบตีกัน และหมอเพชรก็ชอบมากระแนะกระแหนให้เจ็บใจบ่อยๆ ไหนจะรองรับอารมณ์ร้ายๆ ของหมอวีอีก เฮ้อ สงสารก็สงสารนะ แต่จะให้อยู่แทนก็คงจะไม่ไหว” “น้องนาราเขาเป็นคนเงียบๆ หมอวีคงจะชอบอยู่หรอก เห็นว่าทำงานถูกใจหมอวีอยู่นี่นา” “เฮ้อ กลัวจะทนได้ไม่นานล่ะสิ หมอเพชรก็คอยจับตามองตลอด” “แต่เอ๊ะ วันนี้น้องนาราไม่มาเหรอคะพี่หน่อย ไม่เห็นเลยค่ะ” พยาบาลอีกคนที่พึ่งเดินเข้ามาเอ่ยถามขึ้น ตั้งแต่เข้ามาทำงาน นาราเป็นที่รักของทุกคนในแผนก เธอเป็นคนที่มีน้ำใจ คอยช่วยเหลือทุกคนที่สำคัญเธออยู่หน้าห้องหมอวี (ที่ทุกคนไม่อยากอยู่) “ขอลาครึ่งวันจ้ะ มีอะไรหรือปุ๊กกี้” “พอดีคนไข้ฝากขนมมาให้น่ะค่ะ ฝากพี่หน่อยให้น้องนาราด้วยนะคะหนูต้องออกเวรแล้วค่ะ” “ได้จ้ะได้” พี่หน่อยรับถุงขนมมาเก็บไว้ให้ วันนี้นาราขอลากิจกะทันหัน เพราะเธอและคุณแม่คุณพ่อติดอยู่บนเกาะส่วนตัวตั้งแต่เมื่อวาน พายุเข้าทำให้ไม่สามารถโดยสารเรือข้ามฟากได้ พายุพึ่งจะสงบก็ตอนเช้าตรู่ที่ผ่านมา เธอเลยเดินทางมาทำงานไม่ทัน “พี่หน่อย นารายังไม่มาทำงานเหรอครับ” “มาเวรบ่ายค่ะหมอวี” “อะไรกัน ทำงานยังไม่ถึงสองเดือนก็ลาแล้วเหรอ ทำตัวแบบนี้คงผ่านโปรหรอกนะครับ” ณัฐรวีเดินหน้าตึงเข้ามาถามหาพยาบาลคู่ใจ พี่หน่อยรีบบอกสาเหตุทันที เพราะกลัวน้องรักจะถูกเพ่งเล็งไปในทางเสียหาย “น้องนาราติดอยู่บนเกาะค่ะ พายุเข้าตั้งแต่เมื่อวาน ตอนนี้กำลังเดินทางอยู่ค่ะ บ่ายๆ คงถึงพอดี พี่ให้แลกเวรกับน้องอีกคนค่ะ” “แล้วทำไมไม่มีใครบอกผม” น้ำเสียงหงุดหงิดขอหมอหนุ่มทำเอาพี่หน่อยใจคอไม่ดี “คุณหมอจะตรวจคนไข้หรือเปล่าคะ เดี๋ยวพี่อยู่เป็นผู้ช่วยเองค่ะ” พี่หน่อยอาสาทันที “เปล่าหรอก ถามเฉยๆ ถ้าเขามาให้ไปพบผมที่ห้องตรวจหกด้วยก็แล้วกัน” “ค่ะ หมอวี” พี่หน่อยรับคำ เมื่อผู้อำนวยการสั่งเสียงเข้มก่อนจะเดินไปทันที แต่แล้วเขาก็หยุดแล้วหันหลังกลับมากะทันหันทำเอาพี่หน่อยถึงกับสะดุ้งโหยง “พี่หน่อยครับ” “คะ คุณหมอ” “ขอหลักฐานการสมัครงานและประวัติส่วนตัวของนาราที่โต๊ะผมด้วย “เดี๋ยวนี้เลยหรือคะ” “เดี๋ยวนี้ รบกวนพี่หน่อยทีนะครับ” “ค่ะ” พี่หน่อยรับคำแล้วรีบปฏิบัติโดยทันที ในใจรู้สึกแปลกๆ อยู่ลึกๆ กับสิ่งที่ณัฐรวีได้สั่งการลงมา จู่ๆ มาขอหลักฐานการสมัครงาน หวังว่านาราคงไม่โชคร้ายถูกไล่ออกหรอกนะ พี่หน่อยได้แต่สงสัยไม่อาจจะเอ่ยถามได้ “พี่หน่อยหมอวีจะไล่น้องนาราออกหรือเปล่าอ่ะ” พยาบาลสาวอีกคนพูดขึ้น พี่หน่อยเองก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาไม่รู้จะทำยังไง จะตอบยังไงเพราะเธอเองก็อาจรู้ได้ว่าณัฐรวีคิดยังไง “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องไล่ออกเลยนะ ก็น้องเขามีเหตุจำเป็นจริงๆ อีกอย่างงานก็ไม่ได้เสียหายด้วยมีคนมาอยู่เวรแทนแล้วด้วย” คนอื่นในแผนกต่างก็รู้สึกไม่ต่างกันนั่นก็คือ สงสารนาราหากต้องถูกไล่ออกจากงาน ได้แต่ภาวนาให้เรื่องทุกอย่างผ่านไปด้วยดี “พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน คงอยู่ที่หมอวีว่าจะตัดสินใจยังไง พวกเราจะพูดอะไรได้ล่ะ เอาล่ะไปทำงานเถอะ” พี่หน่อยบอกน้องๆ ให้ทำงานต่อส่วนตัวเองกลับนั่งนึกถึงภาพระหว่างการทำงานของณัฐรวีและนาราผุดขึ้นมาในสมอง ภาพที่นาราทำงานอย่างตั้งใจ ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ในขณะที่หมอวีเองก็ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง พูดคุยกับคนไข้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเช่นกัน แต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ “มันชักจะยังไงๆ เสียแล้วสิ” 17.30 น. ณ โรงพยาบาล นาราลงจากรถเบ็นซ์คันหรู แล้วเดินเข้าไปในโรงพยาบาลด้วยความเร่งรีบ ใบหน้าสวยมีเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาตามไรผม เธอเข้ามาถึงก็รับเปลี่ยนชุดทันที แล้วรีบปฏิบัติหน้าที่ของเธอ หญิงสาวเอ่ยขอโทษขอโพยหัวหน้าแผนกยกใหญ่ “ขอโทษนะคะพี่หน่อย ท้องน้ำมาสายจนได้” “ไม่เป็นไรจ้ะ ยังไงน้องนารารีบเข้าไปหาหมอวีก่อนเถอะค่ะ ออกมาตามหลายรอบแล้ว อารมณ์ก็เสียทั้งวัน ไม่รู้เป็นอะไร นี่ให้พี่เตรียมหลักฐานสมัครงานพร้อมประวัติของน้องนาราไปให้ท่านด้วยนะคะ ยังไงก็คุยกับท่านดีๆ นะคะ มีอะไรก็ใจเย็นๆ พี่เป็นห่วง” พี่หน่อยพูดออกมาด้วยความห่วงใย นาราหน้าเสียทันที หญิงสาวรู้สึกกลัวขึ้นมา กลัวว่าเขาจะไล่เธอออกเพราะเธอพึ่งจะทำงานได้เดือนกว่าๆ ยังไม่พ้นสภาพทดลองงาน เธอก็ลาหยุดโดยไม่แจ้งล่วงหน้า “พี่หน่อย หมอวีจะไล่ท้องน้ำออกหรือเปล่าคะ” เธอถามหัวหน้าเสียงอ่อยดวงตาคู่สวยเริ่มมีน้ำตาคลอ พี่หน่อยก็แสนสงสาร แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะเธอเองก็ไม่รู้ถึงความคิดของหมอวีเช่นกัน “ยังไงก็ตามแต่ น้องนาราเข้าไปพบท่านก่อนเถอะค่ะ ปะ พี่ไปส่ง” พี่หน่อยจูงมือพยาบาลคนใหม่ไปส่งถึงห้องตรวจหก ตบหลังมือให้กำลังใจก่อนจะเคาะประตูหน้าห้องตรวจเบาๆ “หมอวีคะ น้องนารามาแล้วค่ะ” “ให้เข้ามาได้” เขาตอบกลับออกมาเสียงเข้มทรงอำนาจ ทำเอาสองสาวหันมามองหน้ากัน พี่หน่อยส่งยิ้มให้กับนารา ตบมือให้กำลังใจอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป คุณหนูแม็คเรนแนลถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าหาญสู่ตนเองก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเผชิญหน้ากับหมอวี “นั่งสิ” เขาบอกทั้งๆ ที่ยังก้มหน้ามองเอกสารอยู่ หญิงสาวก็รีบทำตามแต่โดยดี “พายุสงบแล้วเหรอท้องน้ำ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามเธอเสียงนุ่ม อ่อนโยน อีกทั้งแววตาที่มองมาอย่างห่วงใย มันทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะ ใบหน้าขาวซีดเริ่มออกสีระเรื่อด้วยเลือดฝาดวัยสาว ไม่กล้าสบสายตากับเขา “เอ่อ...ก็....สงบค่ะ” หญิงสาวตะกุกตะกัก อ้อมแอ้มออกมาเบาๆ “ท้องน้ำ ผมชอบชื่อนี้ ต่อไปผมจะเรียกคุณว่า ท้องน้ำ” “เอ่อ...ค่ะ” “กลับออกไปทำงานเถอะ คุณแลกเวรกับเพื่อนคงกลับดึก มีใครมารับหรือเปล่า” “คุณพ่อให้คนมารับค่ะ” “อ้อ....ไปทำงานเถอะ” “ค่ะ” นารารับคำแล้วเดินออกจากห้องด้วยท่าทางงงๆ เบลอๆ พี่หน่อยรีบเดินเข้ามาหาเธอทันที “เป็นยังไงบ้างนารา นารา” “ท้องน้ำไม่ถูกไล่ออกค่ะพี่หน่อย” หญิงสาวบอกกับพี่หน่อยด้วยท่าทางดีใจ พลอยทำให้พี่หน่อยดีใจไปด้วย “รีบไปบอกสาวๆ ที่แผนกเถอะคงรอลุ้นกันใหญ่แล้ว” พี่หน่อยบอกด้วยรอยยิ้มดีใจกับนารา สองสาวเดินคุยกันกะหนุงกะหนิง ไปทำหน้าที่ของตนเองโดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามจนลับสายตา “นี่เราเป็นอะไรไป แค่ไม่เห็นหน้าถึงกับหงุดหงิด พอเห็นหน้า ได้คุยหน่อยก็หัวใจเต้นราวกับหนุ่มริรัก ยายพยาบาลคนใหม่เธอทำให้ฉันเป็นไปได้ขนาดนี้เชียวเหรอ” ณัฐรวีนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ลำพัง บอกตามตรงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ใช่ว่าเขาจะไม่เคยได้พบเจอสาวงาม พบเจอหญิงสาวที่เพียบพร้อมในทุกๆ ด้าน มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมาก็ไม่น้อย แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขารู้สึกใจเต้นแรง ยิ้มได้เพียงแค่เห็นหน้าพูดคุยเล็กน้อยเหมือนนารา แม็คเรนแนล เขายังคิดถึงริมฝีปากหอมหวานที่เคยลิ้มลองเขายอมรับกับตัวเองอย่างไม่อายเลยว่า ติดใจในความไร้เดียงสาของเธอ นับจากนั้นนาราไม่เปิดโอกาสให้เขาเข้าใกล้อีกเลย มีบ้างที่เขาแกล้งเฉียดเธอแบบเนียนๆ แล้วแอบเก็บความหอมกรุ่นจากตัวเธอ ทำเหมือนเขาเป็นตาแก่หลอกเด็ก “ท้องน้ำ เธอจะเป็นคนที่ใช่ของฉันหรือเปล่านะ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม