แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่มืดทึบ ทำให้ภายในสว่างโล่งมองเห็นทุกโซนชัดเจนโดยไม่ต้องเปิดไฟ หลังจากแม่บ้านเข้ามาเปิดม่านตามคำสั่งของเจ้านาย ร่างบางก็พลิกตัวหนีเพราะยังรู้สึกว่านอนไม่พอ กลิ่นที่นอนหอมสะอาดและนุ่มจนไม่อยากลุกไปไหน เธอคิดว่ามันเหมาะสำหรับตัวเอง ลงเวรมาแล้วเจอที่นอนแบบนี้สวรรค์ชัดๆ
"คุณคะ บ่ายโมงแล้วนะคะ" ความฝันของเธอจบลง เมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนอลู่ใกล้ๆ แม่บ้านไม่ได้อยากรบกวนแขกของเจ้านายสักเท่าไหร่ แต่เพราะตัวเองก็มีลูกสาวเหมือนกันจึงนึกเป็นห่วง หากไม่ลุกขึ้นมากินข้าวกินปลาเกรงว่าจะไม่สบายเอาได้
"คะ คือว่าต้องเช็กเอาท์แล้วเหรอคะ" คงเป็นแม่บ้านของโรงแรมแน่เลยเธอคิดในใจ ยูนิฟอร์มเป๊ะปังขนาดนี้ราคาห้องน่าจะแพงแตะหลักหมื่น
"เปล่าหรอกค่ะ คุณต้องลุกมาทานอะไรบ้าง นอนต่อแบบนี้จะไม่สบายเอาได้นะคะ" น้ำชายกมือนวดขมับเมื่อทำท่าจะลุก เมื่อคืนไม่รู้ว่าสูตรไหนบ้างเล่นเธอหนักเอาเรื่องจนนอนเกือบหมดวันได้ขนาดนี้ ดีที่ลางานล่วงหน้าไว้แล้ว ใช้วันหยุดได้คุ้มค่าเสียจริงน้ำชา
"เดี๋ยวก่อนนะคะ มีผู้ชายอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ"
"คุณเซทท์หน่ะเหรอคะ ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ มีโน๊ตฝากถึงคุณด้วยนะคะ" น้ำชาพยักหน้าอย่างงงๆ ระหว่างรอแม่บ้านไปหยิบโน๊ตมาให้เธอก็เริ่มบิดขี้เกียจโยกคอซ้ายขวาเพื่อยืดเส้น แต่ว่า ลืมก้มมองสภาพตัวเองไปเลย เสื้อยืดไม่คุ้นตากับกางเกงขาสั้นที่ใส่เป็นของใครกัน เมื่อคืนเธอไม่ได้ใส่ชุดนี้
"โน๊ตค่ะ ป้าจะออกไปเตรียมอาหารให้นะคะ ผ้าขนหนูอยู่ในห้องน้ำ ส่วนเสื้อผ้าอยู่ในตู้ค่ะ ตามสบายนะคะ"
"เอ่อ"
"มีอะไรหรือเปล่าคะ"แม่บ้านชะงักเมื่อกำลังจะหมุนตัวออกจากห้องเพื่อไปทำอาหารให้แขกของเจ้านาย
"ใครเปลี่ยนชุดให้หนูคะ"
"คุณเซทท์ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ"
ผู้ชายคนนั้นสินะ
เธอรีบหยิบหมอนใบโตอุดปากตัวเองแล้วออกเสียงกรี๊ดสุดแรงเพื่อระบายเสียงที่มันอัดอั้นอยู่ในใจออกมาให้หมด ผู้ชายคนนั้นที่เธอพอจำได้รางๆ ว่าเขาอยู่กับเธอเมื่อคืน แล้วยังเป็นคนพาเธอมาที่โรงแรมแห่งนี้อีกด้วย ความรู้สึกที่มีตอนนี้มันทั้งอายแล้วก็โกรธเอามากๆ
"ไอ้บ้าเอ๊ย! " สบถเสร็จก็เอาโน๊ตขึ้นมาอ่านต่อ มันยาวมากจนเธอขมวดคิ้ว แบบนี้ไม่ใช่โน๊ตสักหน่อยเขียนยาวเหมือนจดหมายรักที่ส่งจากแดนไกลเลย
'เธอคงโกรธ เรื่องที่ฉันเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ใช่มั้ย? ฉันต่างหากที่ต้องโกรธ เธออ้วกใส่ฉันแล้วยังแก้ผ้าให้ฉันดูอีก '
แก้ผ้า! เมื่อน้ำชาอ่านคำนี้แล้วถึงกับยกมือกุมขมับอีกครั้งทันที
'รู้มั้ยว่ามันทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก เปียกยัน00เลยเธอรู้มั้ย'
อะไรคือเลขศูนย์สองตัว เมื่อหลับตาแล้วลองนึกเธอก็แทบกรี๊ดออกมาอีกครั้ง
'เมื่อคืนเธอรับข้อเสนอของฉันแล้วนะ อย่าลืมล่ะ ถ้าลืมฉันจะทบทวนให้แต่ต้องมีค่าจ้างนะ เอาเป็นว่าวันนี้พักผ่อนให้หายแฮงค์ไปก่อนก็แล้วกัน ห้องนั้นฉันยกให้ มันคือสิทธิ์ที่เธอจะได้รับ แล้วก็จำเอาไว้ว่าเธอ ไม่ได้จืดชืด'
แต่ละอย่างที่ผู้ชายคนนั้นเขียน เธอจำอะไรไม่ได้เลย รู้แค่ว่าชวนแก้วไปดื่มเหล้าที่ร้านแห่งหนึ่ง พอเริ่มเมา เธอก็ดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็พอจำได้รางๆ เหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่จำได้มีแต่ภาพทั้งนั้น อย่างอื่นเธอไม่รู้เลย นอกจากแก้ผ้าแล้วเธออะไรอีกบ้างที่มันน่าอาย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ว่าแต่ชั้นในกับแพนตี้หายไปไหน บนตัวก็ไม่มี
"เอ๊ะ" ด้านล่างเขียนว่ามีต่อด้านหลัง
'ชั้นในกับแพนตี้ของเธออยู่ในถังขยะ มันเกินเยียวยาที่จะส่งซักจริงๆ ฉันจะซื้อคืนให้ เอาไว้ไปเลือกด้วยกัน'
"บ้าหรือไง" ขนาดพ่อกับแม่เธอยังไม่กล้าซื้อของพวกนี้ต่อหน้าท่านเลย ผู้ชายคนนี้เป็นใครถึงกล้าชวนเธอไปเลือกซื้อชั้นใน
พออ่านโน๊ตเสร็จน้ำชาก็รีบจัดการตัวเอง อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดที่แขวนอยู่ในตู้ตามที่แม่บ้านแนะนำไว้ก่อนหน้า เสื้อผ้าราคาแพงพวกนี้ใส่แล้วไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย หวังว่าเมื่อคืนเธอกับเขาคง....
เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตัวเอง เธอจะไม่โทษคนอื่น จะโทษแค่ตัวเอง สิ่งที่อยากทำตอนนี้คือโทรหาเพื่อนสนิทที่เหลือเพียงคนเดียว มือถือถูกชาร์จแบตไว้จนเต็มเธอรีบหยิบมันขึ้นมากดเปิดเครื่อง ข้อความมากมายหลั่งไหลเข้ามาเต็มไปหมด
สายเข้า
ยัยแก้ว -
"ฮัลโหล"
"แกตื่นหรือยัง " น้ำเสียงของเพื่อนรักเป็นปกติไม่ได้ร้อนรนอย่างที่คาดคิดเอาไว้
"เพิ่งตื่น เปิดเครื่องมาแกก็โทรมาคนแรกเลย" น้ำชาก็ใช้เสียงปกติคุยตอบเพื่อนรัก ไม่เป็นเหมือนที่คิดไว้ก่อนหน้าว่าแก้วจะต้องโวยวายและใช้น้ำเสียงร้อนรนเป็นห่วงมากกว่านี้
"กินข้าวหรือยัง" แก้วถาม
"กำลังจะกิน เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เมื่อคืนแกกลับยังไงเหรอ" น้ำชารู้ตัวว่าเมามากและทำตัวเละเทะแบบสุดๆ
"ก็ฮีโร่แกไง จำไม่ได้เหรอ ดีนะที่เขามาช่วยพวกเราไว้ทัน" ฮีโร่ เพื่อนสนิทของเธอหมายถึงใครกัน แล้วทำไมต้องช่วย เมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่อะไรที่มากไปกว่าอ้วกใส่ผู้ชายคนนั้น
"แกหมายถึงใคร"
"เมาจนจำอะไรไม่ได้เลยสิ หรือว่าแกลืมฮีโร่ของแกไปแล้ว ก็แหงล่ะไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีแล้วนี่เนอะ " น้ำชาคิดตาม ฮีโร่ที่แก้วพูดถึงคงเป็นผู้ชายคนนั้นเมื่อนานมาแล้ว
"จำไม่ได้หน่ะสิ"
"เขาให้ลูกน้องมาส่งฉันถึงที่พัก อธิบายกันยืดยาวกว่าจะเข้าใจกันพอรู้ว่าเป็นเขาฉันก็เบาใจ ดีกว่าพี่เชนของแกเป็นไหนๆ" แก้วไม่ได้ตั้งใจพูดถึงชื่อผู้ชายสารเลวคนนั้น แต่เพราะความปากเร็วอยากเปรียบเทียบให้เห็นชัดก็เลยพูดออกไป
"ขอโทษนะแก"
"ไม่เป็นไร " คำตอบกับข้างในสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ให้หายขาดทันทีมันคงยาก จะด่าโง่และดักดานเธอก็พร้อมยอมรับ แต่นั่นมันคือสิ่งที่ผ่านมาแล้ว วันนี้เธอพร้อมก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับใจที่กำลังเข้มแข็งอย่างตั้งใจ
"ก็ยังเป็นอยู่นั่นแหละ เอาเถอะ อกหักนี่เนอะ อย่าลืมว่ายังมีเพื่อนอยู่ตรงนี้ "
"เข้าใจแล้ว ขอบใจมากนะแก้ว"
"อืม ไม่เป็นไร กินข้าวด้วยนะ จะได้เวลาทำงานแล้วแค่นี้ก่อนนะเลิกงานแล้วจะโทรหา" เมื่อแก้ววางสายไป น้ำชาก็เดินออกมาจากห้องนอน หากคนที่พาเธอมาที่นี่คือฮีโร่ที่เคยช่วยเหลือเธอไว้ ก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล
"ใส่ได้พอดีมั้ยคะ ป้านึกว่าจะใหญ่ไปซะแล้ว"
"ป้าเป็นคนเลือกเหรอคะ" ป้าแม่บ้านเดินเข้ามาใกล้และมองมาที่เธอด้วยสายตาภูมิใจ
"ใช่ค่ะ รูปร่างของคุณเท่าๆ กับลูกสาวของป้าเลย" แม่บ้านคนนี้จากบ้านเข้ามาทำงานในเมืองกรุงได้หลายปีแล้ว ส่วนลูกสาวอยู่เมืองนอกเพราะต้องช่วยคนเป็นแม่หาเงินอีกทางเพื่อใช้หนี้หลักล้านที่กู้มาลงทุนกิจการส่วนตัวที่ล้มเหลวเพราะพิษเศรษฐกิจจึงเกิดหนี้ก้อนโตให้ร่วมกันชดใช้รับผิดชอบ
"คือว่า ชาจะขอตัวกลับเลย"
"อ้าว ทานอะไรสักหน่อยสิคะ ป้าทำข้าวต้มร้อนๆ ไว้" น้ำชาไม่อยากรบกวนมากไปกว่านี้ สร้างเรื่องอะไรไว้บ้างอีกก็ไม่รู้
"ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ทางออกอยู่ตรงไหนเหรอคะ" พอได้ออกจากห้องก็รับรู้แล้วว่าที่นี่ไม่ใช่โรงแรม แต่เป็นเพ้นเฮ้าส์ที่เธอเคยเห็นในละครบ่อยครั้ง ไม่คิดว่าจะมีบุญได้มาเหยียบ
"ป้าเดินไปส่งดีกว่าค่ะ" แม่บ้านทำตามหน้าที่ ไม่บังคับขืนใจแขกของเจ้านายให้อยู่ต่อ จากนี้เจ้านายของหล่อนคงจะดำเนินการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง
"ขอบคุณนะคะ"
"โชคดีนะคะ"
ระหว่างยืนรอแท็กซี่ท่ามกลางอาการที่กำลังร้อนระอุนั้น หญิงสาวก็เริ่มรู้สึกหน้ามืดและเหงื่อออกบนร่างกายเป็นจำนวนมาก คงเพราะยังไม่มีอาหารตกถึงท้องและดื่มน้ำให้มากพอเพื่อทดแทนกับที่เสียไป
"เมื่อไหร่จะมานะ" น้ำชาประคองตัวเองมาที่เก้าอี้ตัวยาว หย่อนตัวลงนั่งสักพักเผื่อว่าจะรู้สึกดีขึ้น นั่งได้ไม่นานแท็กซี่ก็ขับมาจอดทันที จังหวะที่กำลังจะลุกอาการหน้ามืดกลับมาอีกครั้ง ทำให้น้ำชาต้องนั่งลงไปอีกครั้ง
"หนู เป็นอะไรหรือเปล่า"
"หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ" เธอตอบคนขับแท็กซี่กลับไป
"แท็กซี่ ไปห้าง 11 ค่ะ" น้ำชาถูกตัดหน้าแย่งแท็กซี่ไปหน้าตาเฉย แบบนี้ไม่ดีแน่ ถ้ายังนั่งอยู่ตรงนี้ก็คงได้ตายตรงนี้ เธอต้องพาตัวเองกลับไปที่เดิม เพ้นเฮ้าส์ที่เธอจากมาอยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ไกล
แต่ พอลุกแล้วเดินได้เพียงสองก้าว ทุกอย่างก็ดับวูบ ร่างเล็กลงไปนอนกองกับพื้น เธอหมดสติแน่นิ่งโดยที่ไม่มีใครเห็น
_________________________________