12

3162 คำ
“เหตุใดกลับมาเวลานี้” เสียงเย็นเยียบของอนุอี้กล่าวกับบุตรสาวของนาง ในมือของฉู่หรูหยวนมีห่อขนมชิงถวนกับลูกขนไก่สีสันสวยงามที่นางได้ซื้อมา สีหน้าของฉู่หรูหยวนเต็มไปด้วยความสุข นางไม่เคยรู้สึกดีเช่นนี้มาก่อนเลย ได้เดินเที่ยวเล่นในตลาด พี่สาวที่ไม่คิดว่าจะดีกับนาง แต่กลับมอบเงินให้นาง อนุญาตให้นางซื้อของที่นางอยากได้ ทั้งยังซื้อขนมเผื่อนางอีก “ทะ ท่านแม่” ฉู่หรูหยวนเปลี่ยนแปลงสีหน้าทันที ความสุขของนาเลือนหายไปสิ้น นางถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะก้มหน้าเดินไปหามารดา “ทำไม… ต้องตกใจขนาดนั้นเลยหรือ” อี้หร่วนกล่าวกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงเรียบ ท่าทีของอนุอี้หร่วนไม่ได้เหมือนเช่นที่นางชอบแสดงออกเท่าไหร่ แววตาของนางคมกริบดูดุร้ายนัก ฉู่หรูหยวนได้แต่ส่งของทั้งสองสิ่งในมือให้กับสาวใช้ ก่อนจะเดินตรงไปหาท่านแม่ ไม่นานนักท่านพ่อ และพี่ใหญ่ต่างก็เดินทางมาถึงที่เรือนเล็ก ฉู่หรูหยวนไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนจะต้องทำหน้าท่าทางเช่นนั้นด้วย “ทำไมทุกคนต้องมาที่เรือนแล้วมองข้าแบบนั้นด้วยเจ้าคะ” ฉู่หรูหยวนถามด้วยความไม่เข้าใจ ท่านพ่อท่านแม่เอาแต่มองหน้านาง ส่วนพี่ใหญ่ก็เอาแต่นั่งเฉย สำหรับฉู่เหรินเจี้ยนเขาไม่ได้อยากมาที่นี่เท่าไหร่นัก แต่เพราะท่านแม่ให้คนไปตามเขาจึงจำใจจะต้องมา “พี่สาวเจ้าเป็นอะไร ท่านอาจารย์จื้อหยางได้บอกหรือไม่ว่านางป่วยเป็นอะไรกันแน่” ฉู่หงซีถามบุตรสาว ฉู่หรูหยวนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดท่านพ่อ ท่านแม่ถึงได้ดูระแวงเรื่องนี้นัก ทั้งที่พี่รองก็แค่ป่วย คนอย่างพี่รองจะมีเรื่องอะไรที่ทำให้ท่านพ่อ ท่านแม่ต้องเป็นกังวลขนาดนี้ “แล้วทำไมพวกท่านถึงใส่ใจเรื่องนี้นักเจ้าคะ ก็แค่ป่วยเอง เหตุใดจะต้องทำเหมือนพี่รองลักลอบทำผิดอะไรบางอย่างขนาดที่พวกท่านจะต้องมานั่งซักไซ้ข้าขนาดนี้” ฉู่หรูหยวนถามด้วยความไม่เข้าใจ ผู้ใหญ่ทั้งสองมองหน้ากัน ภายในใจที่คิดหวาดระแวงเพราะเรื่องที่เก็บไว้ก็มีอีกคนที่ทราบคืออดีตฮูหยิน มารดาของฉู่ซินเยว่ นางทราบเรื่องนี้ ฉู่ซินเยว่อาจจะทราบได้จากบางอย่างที่อดีตฮูหยินอาจจะทิ้งไว้เป็นปริศนาให้บุตรสาว ความจริงฉู่หงซีทราบดีว่าเขาอาจจะคิดมากเกินไป แต่เพราะเขาเก็บของพวกนั้น ในใจของเขาจึงไม่เคยสงบสุขเลยแม้แต่วันเดียว “เจ้าก็แค่ตอบมา” “เรื่องทั้งหมดก็แค่พี่รองนางแยกตัวจากเรือนใหญ่เพราะนางอยากจะทำอาหารกินเอง แล้วนางดันทำไม่สุก พอกินเข้าไปเลยกลายเป็นพิษ ทำให้ป่วยเจ้าค่ะ” “แค่ทำอาหารไม่สุกหรือ” “ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะท่านแม่ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้นางอยากทำอาหาร นางยังโทษตำราอาหารที่อยู่ในห้องของท่านพ่ออยู่เลย” ฉู่หรูหยวนกล่าวออกมาตามที่ตนเองทราบ ฉู่หงซีถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่แท้นางก็เข้าไปในห้องหนังสือเพื่อหาตำราอาหาร สาวใช้ของนางที่มักจะเข้าออกบ่อยครั้งก็คงจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ “เจ้าแน่ใจหรือ คุณหนูรองเนี่ยนะจะทำอาหารเอง ท่านอาจารย์จื้อหยางเป็นคนบอกเรื่องอาการป่วยหรือ” อนุอี้ยังคงสงสัย ฉู่หรูหยวนถอนหายใจ “ท่านแม่ ท่านอาจารย์จื้อหยางเป็นคนกล่าวเองให้พี่สาวระมัดระวังในการทานอาหาร เรื่องนี้ข้าจะโกหกท่านทำไม ดูพวกท่านจะจับผิดนางมากเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ” “พวกท่านทั้งสองวางใจเถอะ ซินเยว่นางแค่อยากจะเป็นสตรีที่เพียบพร้อมก็เพียงเท่านั้น” ฉู่เหรินเจี้ยนกล่าวออกมา เขายิ้มเล็กน้อย “ท่านพ่อ น้องรองใกล้ถึงวัยออกเรือนแล้ว นางเพียงแค่อยากหาอะไรทำมากกว่า นางก็แค่สตรีนางหนึ่ง พวกท่านจะระแวงอะไรนางมากมายขนาดนั้น" “เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” ฉู่หงซีถามบุตรชายด้วยความสงสัย “งานเลี้ยงตระกูลกวน น้องรองเป็นคนขอติดตามไป นางตั้งใจอยากจะไปพบคุณชายเจียง” ฉู่เหรินเจี้ยนกล่าว นั่นยิ่งทำให้ทุกคนงุนงงสับสนนัก เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย “นางชอบคุณชายเจียง และวันนั้นนางก็คงบังเอิญได้พบกับคุณชายเจียงนั่นแหละ” “เหลวไหล เจ้าพูดอะไรเจี้ยนเอ๋อร์ คุณหนูรองนางจะไปพบคุณชายเจียงโดยบังเอิญได้อย่างไร งานเลี้ยงออกจะใหญ่โต” อนุอี้ค้านบุตรชาย ฉู่หรูหยวนนิ่วหน้าไม่เข้าใจทั้งบิดามารดาว่าเหตุผลใด ทำไมพวกเขาถึงได้สงสัยเรื่องนี้ ในอดีตก็ไม่เห็นว่าทั้งสองจะให้ความสนใจพี่รองเลย แม้แต่จะพูดขึ้นมาต่อหน้านางสักครั้ง นางยังไม่เคยได้ยิน “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านมีอะไรปกปิดข้ากับพี่ใหญ่หรือไม่ เหตุใดถึงได้ระแวงพี่รองขนาดนั้น วันนั้นคนที่พบพี่รอง เป็นคุณชายกวน ไม่ใช่คุณชายเจียง เพียงแต่คุณชายกวนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ คุณชายเจียงจึงยื่นมือเข้ามาช่วยแทน พวกท่านถามคุณชายกวนก็ได้ วันนั้นข้าก็ได้ยินที่เขาพูดเรื่องนี้หลังจากงานเลี้ยงเลิก” “เช่นนั้นข้าคงคิดมากเกินไป” “คิดมากเรื่องอะไรเจ้าคะ ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านทำไมไม่บอกอะไรเลย” ฉู่หรูหยวนกล่าว ฉู่เหรินเจี้ยนที่ได้ยินน้องสาวพูดแบบนั้น ในใจก็นึกสงสัยขึ้นมาบ้าง เหตุใดท่านพ่อท่านแม่ถึงต้องคิดมากขนาดนั้น คนอย่างน้องรองจะทำอะไรให้พวกเขาต้องสนใจมากมายขนาดนี้ได้ “ซินเยว่นางชอบคุณชายเจียงจริงขอรับท่านพ่อ นางบอกให้ข้าช่วยเรื่องนี้มาสักพักใหญ่แล้ว ที่นางไม่กล้าบอกกล่าวกับท่าน หรือกับผู้อื่นก็เพราะคุณชายเจียงมีพันธะหมั้นหมาย นางกลัวว่าท่านจะตำหนินาง” ฉู่เหรินเจี้ยนกล่าว ฉู่หงซีเลิกคิ้วเล็กน้อย ชอบบุรุษที่มีพันธะหมั้นหมายแล้ว เป็นถึงบุตรสาวภรรยาเอก แต่กลับอยากจะเป็นอนุของผู้อื่นหรือยังไง เหลวไหลสิ้นดี “นางอยากจะเป็นอนุของผู้อื่นหรืออย่างไร” “พันธะหมั้นหมายมันบอกเลิกได้นี่ท่านพ่อ” “เหลวไหล” "เจียงเว่ยหมิงเป็นคนมีอนาคตไกล หากท่านไม่รู้ก็ลองไปถามใครดูก็ได้ ท่านพ่อ ไม่ใช่ว่าท่านบอกเองหรือว่าน้องสาวมีประโยชน์อย่างไรกับข้า" ฉู่เหรินเจี้ยนกล่าว ฉู่หรูหยวนที่ได้ฟังก็รู้สึกแย่นัก นางเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับเขา ฉู่เหรินเจี้ยนไม่มีใครสนใจว่าเขาจะเป็นบุตรอนุ หรือบุตรภรรยาเอก เพราะไม่ว่าอย่างไร เขาก็เป็นบุตรชายคนเดียวของท่านพ่อ แต่กับนางนั้นแตกต่างกันนัก ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นเพียงบุตรสาวอนุ ในขณะที่พี่รองมีสิทธิ์ได้ทำทุกอย่าง แต่นางเล่า… ท่านแม่บอกว่าท่านพ่อรักนางมากกว่าใคร แต่ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นเช่นนี้ ทั้งที่มารดาของฉู่ซินเยว่ตาย ก็ควรเป็นมารดานางหรือไม่ที่กลายเป็นภรรยาเอก ท่านพ่อรักท่านแม่ประสาอะไร เหตุใดนางถึงยังต้องเป็นบุตรอนุเช่นนี้ต่อไปด้วยเล่า “เจ้าก็อย่าได้คิดตามใจนางในทางที่ผิดเชียวนะ” ฉู่หงซีกล่าวกับบุตรชาย เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะโต้เถียงกับฉู่เหรินเจี้ยนได้จริงๆ เพราะเขาเป็นคนสอนบุตรชายเอง อีกอย่างภายในใจของเขารู้สึกโล่งอย่างมาก ที่แท้ฉู่ซินเยว่นิสัยอย่างไร นางก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เอาแต่ใจไม่ได้เฉลียวฉลาดอะไร เพียงแค่มีความคิด นิสัยที่เปลี่ยนไปเพราะบุรุษเท่านั้น “โถ่.. ท่านพ่อ หากท่านมีเขยที่ดีอย่างเจียงเว่ยหมิง ท่านจะไม่อยากได้หรือ เรื่องนี้เพียงสนับสนุนน้องรอง ไม่มีทางที่นางจะทำไม่สำเร็จหรอก นางกับคุณชายเจียงมีข่าวลือร่วมกันแล้ว มีอีกสักเหตุการณ์ เจียงเว่ยหมิงก็คงไม่รอดแล้ว” ฉู่เหรินเจี้ยนกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่านั่นเป็นเรื่องที่ปุถุชนคนปกติเขากระทำกัน ฉู่หรูหยวนได้แต่นั่งฟัง ยิ่งคิดนางก็ยิ่งอิจฉาพี่รองยิ่งนัก แม้ไม่มีมารดาก็ยังมีท่านน้าที่รักนาง ท่านพ่อแม้จะดูไม่ค่อยใส่ใจ แต่ก็ใส่ใจนัก แต่ตัวนางเล่า ทั้งที่นางก็อายุใกล้เคียงกับพี่รอง แต่มีใครสักคนนึกสนใจเรื่องคู่ครอง ความรักของนางบ้าง แม้กระทั่งท่านแม่ยังคงนั่งฟังเรื่องของพี่รองด้วยความสนใจ “เสี่ยวชิง เจ้าเอาบะหมี่แห้งห่อนี้ไปให้น้องสามที” ฉู่ซินเยว่กล่าว นางมองห่อบะหมี่ที่ซื้อมาก็ทำให้นางคิดถึงฉู่หรูหยวน ในวันนั้นฉู่หรูหยวนเอาแต่กินบะหมี่ ใบหน้ามีรอยยิ้ม พวงแก้มของนางเป็นก้อนกลมขยับไปมาเคี้ยวบะหมี่ ท่าทางของนางมีความสุขอย่างมาก นางจึงอยากจะแบ่งให้น้องสาวทานบ้าง เสี่ยวชิงพยักหน้าก่อนจะเดินนำห่อบะหมี่ที่ซื้อมาจากด้านนอกเอาไปมอบให้แก่คุณหนูสาม ฉู่ซินเยว่กลับมานั่งปักผ้าด้วยความตั้งใจ อีกไม่นานนางอาจจะทำสิ่งที่นางปรารถนาได้เป็นจริง ผ้าที่ปักไว้นางก็ตั้งใจจะเก็บไว้ตัดเป็นชุดให้กับบุตรชายของนาง ใบหน้าอมยิ้มของฉู่ซินเยว่ทำให้ใครบางคนที่แอบมองได้แต่ชะงักงัน นางดูเหมือนคนที่กำลังมีความรัก หรือว่านั่น… จะเป็นของเขา เจียงเว่ยหมิงครุ่นคิด “คุณหนู พี่ชายของข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ แล้วเรื่องแม่นมเหล่ย คุณหนูอยากพบนางเมื่อไหร่เจ้าคะ" เสี่ยวชิงถามฉู่ซินเยว่ นางพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกว่าตัวนางนั้นรับรู้แล้ว ทว่า… ตอนนี้คงไม่เหมาะสมนัก ท่านพ่อจะเลิกคลางแคลงใจนางได้หรือยังก็ไม่อาจทราบ อีกอย่างนางเกรงว่าเจียงเว่ยหมิงอาจจะกำลังจับตานางดูอยู่ อีกฝ่ายย่อมต้องอยากรู้เรื่องพิษนั่นอย่างแน่นอน “เจ้าออกไปทุกครั้งก็ระวังตัวไว้ให้ดี หากทำได้ก็จงทำให้เหมือนแอบไปพบคนรัก ส่วนแม่นมเหล่ยให้ทำแบบเดิม รอสักหน่อย ข้ากำลังคิดจัดการเรื่องทอง” ฉู่ซินเยว่กล่าว ตอนนี้นางยังคิดหาวิธีนำทองออกไปไม่ได้ เพียงแต่ในความคิดของนางก็มีอยู่หลากหลายวิธี แต่การขนของออกผ่านประตูเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย ฉู่ซินเยว่ถอนหายใจ ตอนนี้สิ่งที่น่าจะทำได้ต่อไป คือนางอาจจะต้องทยอยขนทองออกมาบ้าง นางเชื่อว่าท่านพ่อย่อมไม่หยิบทองพวกนั้นออกมาใช้อย่างแน่นอน หากจะใช้ก็คงเป็นพวกเครื่องประดับมากกว่า ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ฉู่ซินเยว่นอนหลับไม่สนิทเท่าไหร่นัก อาจเพราะเป็นช่วงใกล้เวลานั้นของเดือน ทำให้นางนอนกระสับกระส่ายอยู่ค่อนคืน ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นใกล้ห้องของนาง ฉู่ซินเยว่ตระหนกตกใจขึ้นมา นางรู้สึกหวาดกลัว ในเวลาค่ำคืนอันเงียบสงัด แต่กลับมีใครบางคนกำลังจะเข้ามา มือเรียวของนางหยิบแท่นวางเทียนใกล้มือ ก่อนจะตั้งท่าเตรียมทุบคนที่กำลังจะเข้ามาภายในห้องของนางด้วยแววตาอำมหิต … “ข้าเพียงแค่มาถามเจ้าเรื่องยาพิษนั่นเท่านั้น” เจียงเว่ยหมิงกล่าว เขาจับข้อมือของฉู่ซินเยว่ไว้ทัน นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เห็นว่าเป็นอีกฝ่าย แต่ทว่า… พอหวนคิดถึงหน้าบุตรชายแล้ว นางกลับทิ้งแท่นวางเทียน ก่อนจะเอนกายเข้าไปกอดคุณชายเจียงโดยที่เขาไม่ทันระวัง “เหตุใดถึงได้ทำแบบนี้อีกคุณหนูฉู่ ข้าชักจะหมดความอดทนกับเจ้าแล้วนะ” เจียงเว่ยหมิงกล่าวก่อนจะผลักฉู่ซินเยว่ออก แต่เพราะความไม่ระวังทำให้นางล้มไปกระแทกกับขอบตู้อย่างแรง “โอ๊ยย” ฉู่ซินเยว่ร้องพลางนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ นางเจ็บจนน้ำตาไหลออกมา เจียงเว่ยหมิงรู้ว่าตนเองเสียมารยาทก็พยายามอยากจะพยุงนางขึ้นมา ฉู่ซินเยว่เดิมทีนางก็เกลียดเจียงเว่ยหมิงอยู่แล้ว ยิ่งเขาทำให้นางเจ็บนางยิ่งเกลียด แววตาชิงชังที่เก็บซ่อนจึงไม่อาจซ่อนได้อีก นางมองเขาด้วยความเกลียดชัง “เป็นบ้าอะไรหนักหนา ปากก็บอกไม่ชอบ แต่วิถีบุรุษคือการเข้ามาหาสตรียามวิกาลเช่นนี้หรือ หากเจ้าอยากรู้เรื่องยาพิษ ข้าจะบอกเจ้าให้ก็ได้ ว่าข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้" ฉู่ซินเยว่ระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยความโกรธ นางตรงเข้าไปทุบตีเจียงเว่ยหมิงอย่างบ้าคลั่ง เขาได้แต่ตะลึงงันกับแววตาที่เปลี่ยนไปของนาง แววตาเช่นนี้นางไม่ได้เสแสร้งเลยสักนิด …แล้วนางโกรธเกลียดอะไรเขากัน หรือเพียงเพราะเขาผลักนางจนล้มเจ็บ “เจ้าเป็นอะไรไป เจ็บมากหรือ" เจียงเว่ยหมิงที่ถูกนางทุบตี ด้วยแรงของสตรีก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ท่าทางของนางราวกับว่าโกรธแค้นเขานัก ฉู่ซินเยว่ที่ทุบตีเขาจนพอใจ นางก็ได้สติว่านางควบคุมตัวเองไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่นางทำได้คือการร้องไห้เท่านั้น “ฮึกกก ฮึกก ท่านออกไปเลย ออกไป” ฉู่ซินเยว่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น เพราะนางกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังเกียจนาง ทำไมนางต้องฝืนใจตัวเองมากมายขนาดนี้กัน ทั้งที่นางเกลียดเขา นางเกลียดเขาราวกับอาจม ทำไมนางต้องยอมเขาด้วย แต่เพราะคำว่าลูก ลูก ทำให้นางต้องอดทน “เจ้าโดนพิษอะไรอีกหรือไม่กัน” เจียงเว่ยหมิงพึมพำก่อนจะจับชีพจรของฉู่ซินเยว่ ก่อนจะไม่พบอะไร ฉู่ซินเยว่สะบัดมือของเขาก่อนจะวิ่งหนีกลับไปนอนที่เตียงของนางพลางเอาผ้าห่มคลุมตัวอย่างเอาแต่ใจ นางบ้าไปแล้ว… เมื่อครู่นางถึงกับพูดกับเขาแบบนั้น ถ้าหากว่าเขาโกรธจนเกลียดนางเล่า จะทำยังไงกัน “คุณหนูฉู่ท่านเป็นอะไรไป” เจียงเว่ยหมิงที่ไม่เข้าใจอารมณ์ของนางเดินตามมาถาม ฉู่ซินเยว่ที่นอนหงายใต้ผ้าห่มนางรีบนอนหันข้างหนีเจียงเว่ยหมิงทันที “วันนี้ข้าไม่สบาย คุณชายท่านกลับไปเถอะ ส่วนเรื่องยาพิษ ข้าคิดว่ามันมากับของในหอนางโลมที่พี่ชายใหญ่ข้าเป็นคนนำมา แต่เรื่องอื่นข้าไม่รู้แล้ว" ฉู่ซินเยว่ตอบกำปั้นทุบดิน นางไม่อยากพูดคุยกับเขาแล้ว นางระเบิดอารมณ์ราวกับคนเสียสติ นางรู้ดีว่าช่วงใกล้รอบเดือนทีไร นางมักจะหงุดหงิด อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก และเดิมทีนางเกลียดเจียงเว่ยหมิงเสียยิ่งกว่าอะไรดี ยิ่งพอเห็นเขาแล้ว มันมักจะทำให้นางควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ในชีวิตก่อนของนาง นางก็นับว่าเป็นคนเสียสติไปแล้วด้วยซ้ำ “เจ้ามีความแค้นอะไรต่อข้าหรือ” “ไม่มี ออกไปได้แล้ว” “คุณหนูฉู่” “ข้าบอกว่าไม่มี ท่านจะตื๊ออะไรข้านักหนา ท่านเอาแต่ว่าข้า ไม่ชอบข้าแล้วจะมาทำไม สืบเก่งไม่ใช่หรือ รู้หมดแล้วนี่ ยังจะถามอะไรอีก คนนิสัยไม่ดี ออกไปนะ” ฉู่ซินเยว่ดึงผ้าห่มที่คลุมตัวของนางออกมา นางต่อว่าเขาทันทีด้วยความโมโห เจียงเว่ยหมิงที่ได้เห็นท่าทางโมโหเอาแต่ใจ กับน้ำเสียงหวานแหลมของคุณหนูฉู่ ในใจก็นึกโมโหอยู่บ้าง เขาไม่ได้มีเวลามากมายนัก แต่เขาก็ยังอยากจะมาหานาง ทั้งที่เขาอยากเจอนางแท้ๆ “ข้าทำเจ้าเจ็บมากเลยหรือ มาให้ข้าดูหน่อยเถิด” เจียงเว่ยหมิงบอกกล่าวเสียงนุ่ม พลางยกศีรษะของฉู่ซินเยว่เข้ามาใกล้ พอเห็นอีกฝ่ายดวงตาคลอหน่วยด้วยน้ำตาก็รู้สึกสงสารนัก “เดี๋ยวข้าทายาให้ดีหรือไม่” “ไม่ต้อง ข้าจะทาเอง” “มาเถอะ ข้าทาให้” “บอกว่าไม่ต้องไง ออกไป ฟังไม่รู้เรื่องหรือ” “เหตุใดเจ้าถือได้มีนิสัยดื้อรั้นเช่นนี้” “ท่านต่างหาก ข้าไล่หลายรอบแล้ว ออกไป” “ไม่” “ออกปะ…” ฉู่ซินเยว่พยายามไล่อีกฝ่าย แต่นางกลับถูกเขาดึงไปจุมพิตทันที เจียงเว่ยหมิงรู้ดีว่าเขาไม่ควรทำเช่นนี้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุุใด ภายในใจถึงคิดถึงแต่นาง เพียงแค่หลับตาก็นึกถึงหน้านาง ความรู้สึกมันซับซ้อน เขาแน่ใจว่าไม่ใช่คำว่ารัก แต่มันซับซ้อนมากมายกว่านั้น “ทะ ท่านทำอะไร อย่านะ” ฉู่ซินเยว่ตระหนก ทั้งที่นางควรดีใจไม่ใช่หรือที่เขาทำเช่นนี้ แต่สำหรับฉู่ซินเยว่มันลึกล้ำซ้ำซ้อน นางเกลียดเขา แต่นางก็อยากได้ลูกกลับคืนมา น้ำตาของนางไหลออกมาด้วยความสับสน “เกลียดข้ามากเลยหรือ” เจียงเว่ยหมิงถามนางอย่างแผ่วเบา ฉู่ซินเยว่หลบสายตาไม่ยอมตอบอะไรเขาอีก นางบอกชอบเขา ทั้งที่นางเกลียดเขา ตอนนี้นางสับสนไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร เจ็บก็เจ็บ ท้ายที่สุดเจียงเว่ยหมิงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดพลางหยิบขวดยาที่พกติดตัวมาทาแผลปูดบวมบนศีรษะให้กับนางอย่างแผ่วเบา กลิ่นยาหอมสดชื่น กับแรงมือที่ลูบศีรษะอย่างแผ่วเบา ทำให้ฉู่ซินเยว่ครางในลำคอด้วยความพอใจ ราวกับลูกแมวตัวน้อย เพียงไม่นานนางก็ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของเจียงเว่ยหมิง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม