'09' / 2

3532 คำ
ใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่งในการทำอาหารจนเสร็จ มันไม่ได้ยากแต่แค่เยอะ เพราะเธอทำเผื่อพวกพี่ๆ แม่บ้านพ่อบ้านและบอดี้การ์ดด้วย พวกเขาก็สำคัญเหมือนกันจะไม่ให้ทำเผื่อก็กะไรอยู่ “ป้านวลให้คนยกอาหารไปไว้ที่ห้องนั่งเล่นเลยนะคะ” “ได้ค่ะคุณหนู” จัดการล้างไม้ล้างมือก่อนจะเดินออกมายังห้องนั่งเล่น แต่พอออกมาขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อจู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ยกมือถือขึ้นมาเช็คพบว่าคนที่โทรเข้ามาคือแม่ กดรับโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกไปยังสวนด้านนอกเพื่อไม่ให้เสียงรบกวนเล็ดลอดเข้าไปในสาย “สวัสดีค่ะแม่” [ว่าไงลูกสาว ทำไรอยู่] “นั่งอยู่ที่สวนค่ะแม่” [อ่าว แม่นึกว่าเราทำงานอยู่] “วันนี้วันเกิดลุคมันน่ะค่ะ เลยรีบเคลีย์งานให้เสร็จ” [พักบ้างก็ดีนะลู เรียนด้วยทำงานด้วยเดี๋ยวจะไม่ไหวเอา] “ไม่เป็นไรค่ะแม่ แค่นี้เอง” [อ่ะๆ ตามใจ] เอาจริงเธอสามารถเลือกว่าจะเรียนอย่างเดียวก็ได้นะ แต่พอเห็นทุกคนทำงานเธอก็อยากจะลดภาระที่บ้านบ้างเลยเลือกที่จะช่วยทำงานตั้งแต่ที่ยังเรียนอยู่ บอกตามตรงว่าตอนแรกเหนื่อยมาก เครียดทุกวันเพราะแค่เรียนกับทำงานส่งอาจารย์ก็เหนื่อยแทบแย่แล้ว พอมาเจองานบริษัทนี่ยิ่งแล้วใหญ่เลย เครีดจนเกือบจะร้องไห้ทุกวัน ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจว่าลุคมันทำไปได้ไง แต่พอทำๆไ ปก็เริ่มเข้าใจและทำได้ในที่สุด [แล้วนี่เจ้าลุคมันไปไหนล่ะ] “อยู่ข้างในกับเพื่อนน่ะค่ะ” [วันนี้วันเกิดเจ้าลุคสินะ แม่ฝากฮีซูซื้อของขวัญให้แล้วคงได้เย็นนี้แหละ] “แล้วแม่กับพ่อจะกลับวันไหนคะ” [ทำไม คิดถึงรึไงฮึ] “เปล่าค่ะ ถ้าพ่อกับแม่ยังไม่กลับหนูจะได้แอบจัดปาร์ตี้ที่บ้าน” [แหม~ เอาตามสบายใจเลยจ๊ะคุณลูกสาว] ประโยคประชดของแม่ทำเอาเธอถึงกับหลุดขำออกมา [โอ๊ะ ตอนนี้ที่นู่นกี่โมงแล้วนะ] ยกมือถือออกมาดูเวลาพบว่าตอนนี้สองทุ่มกว่าแล้ว “สองทุ่มสามสิบห้าแล้วค่ะแม่” [ดึกขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย งั้นแม่ไม่กวนล่ะ ฝากแฮปปี้เบิร์ดเดย์เจ้าลุคด้วยนะ] “แม่ไม่บอกลุคเองหรอคะ” [แม่บอกแล้ว แต่ฝากไปบอกอีกรอบล่ะกัน] “โอเคค่ะ ฝันดีค่ะแม่” [ฝันดีจ้า] วางสายเสร็จก็เดินเข้าบ้าน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้เห็นบางสิ่งบางอย่างในห้องรับแขก แซนที่ทำหน้าง่วงอยู่บนโซฟาไม่สนใคร เจลที่กำลังงอแงแล้วเวลกำลังปลอบ? และลุคที่กำลังกอดคอไทม์ที่กำลังหน้าแดงร้องเพลงคาราโอเกะด้วยความอิน “I’m a leave the door open ~ (I’m a leave the door open) I’m a leave the door open, girl~ (I’m a leave the door open, hoping) That your feel the way I feel And you want me like I want you tonight, baby (Tell me that you’re coming through~) woo!!” เสียงร้องที่ทั้งเพราะปนเพี้ยน ดูก็รู้ยังไงก็ว่าเมาชัดๆ แต่ประเด็นคือ ทำไมไทม์ถึงหน้าหน้าแดง และทำไมไทม์ถึงเมาได้ เดินตรงไปหาคนที่คิดว่าเป็นคนต้นเรื่องแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามก็โดนเจ้าลุคเข้ามากอดคอพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาในสภาพที่เมาแอ๋ “มาแล้วหรอน้องสาวของพี่~ เอิ่ก! สนใจมาร้องเพลงด้วยกันมั้ยจ๊ะ~” กลิ่นเบียร์ตีหึ่งเข้าจมูกทันทีที่มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ เธอเบ้หน้าพร้อมกับดันของอีกคนออก “ไม่” “เชอะ” ลุคบึนปากหันกลับไปหยิบแก้วน้ำสีอำพันยกดื่มจนหมดแก้วก่อนจะหย่อนตัวลงบนโซฟาเหมือนกับเด็กสามขวบ ตรงเข้าไปหาไทม์ที่กำลังหน้าแดงโยกตัวตามเพลงอยู่กับพื้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับใบหน้าน้องให้หันมา “ไทม์ ไหวมั้ย” “หวายครับ! พี่ลูชี่ กิงมั้ยครับ” ไทม์ยกแก้วยื่นมาให้พร้อมกับยิ้มแฉ่ง รอยยิ้มสวยนั่นกระตุกใจของเธอให้เต้นรัวกว่าเดิม น้องน่ารัก น่ารักจนอยากจะฟัดแก้มกลมๆ นั่นให้ช้ำ อยากจะกัดฝังรอยเขี้ยวเอาไว้ให้เป็นสัญลักษณ์ “พี่ลูซี่ เป็นไรรึเปล่าครับ” เสียงเรียกให้หลุดออกจากความคิดแต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าคนที่กำลังคิดถึงอยู่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตากลมสีน้ำตาลที่โดนแสงไฟบางส่วนสาดจนสีของดวงตาอ่อนจนเห็นดีเทลข้างในได้อย่างชัดเจน ริมฝีปากชมพูอวบอิ่ม จมูกหยดน้ำ ผิวขาวใสที่ตอนนี้เริ่มแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดูโดยรวมแล้วสวยจนละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ ไม่รู้ว่าเวลารอบตัวเดินไปเร็วแค่ไหนแต่ความรู้สึกมันเหมือนโดนเวลามันหยุดไปดื้อๆ “เล่นเกมกัน!!” เสียงลุคดึงฉันให้หลุดออกจากภวังค์ “ผมเล่นด้วย!” ไทม์หันไปยกมือพร้อมกับตะโกนลั่น ต่างกับลูซี่ที่สติหลุดอยู่ “เมาขนาดนี้มึงยังจะเล่นอีกเรอะ” เวลพูดขึ้นขณะกำลังดึงไจ๋ให้ลุกจากพื้นอย่างทุลักทุเล “กูดื่มจนหายเมาล่ะ” “เขามีแต่ดื่มจนเมา ดื่มจนหายเมามีที่ไหน” “มีที่นี่แหละ! มาๆ เล่นเกมกัน” “ผมเล่นด้วย” ไทม์พยายามลุกจากพื้นแต่ด้วยความเมาทำให้เขาลุกขึ้นไม่ไหวก่อนจู่ๆ จะค่อยเริ่มเบะปากและน้ำตาค่อย ๆ เอ่อ “ผมลุกไม่ได้” ดูท่าว่าน้องน่าจะเมามากแล้ว “หนูเมามากแล้ว นอนพักก่อนมั้ย” ไทม์หันส่ายหัวรัวก่อนจะหันหน้ามาแล้วเบะปากเหมือนเด็กน้อย “ไม่เอา ผมจะเล่นเกม” “ไทม์” กดเสียงต่ำเป็นเชิงดุเพื่อให้น้องฟังแต่กลับกลายเป็นทำให้น้องร้องไห้ซะอย่างนั้น​ ชิบล่ะ “ไอ้ลู มึงน้องทำน้องมันร้องไห้เรอะ!” ลุคเดินมาพร้อมกับตีไหล่เธอเบาๆ​ “กูไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย” “ฮึก!” ชิส! ทำไงดี ไม่ใช่ไม่อยากแต่เพราะเธอปลอบคนไม่เป็นต่างหาก นี่คือครั้งแรกด้วยซ้ำ “ไทม์ พี่ขอโทษนะคะ” “ฮึก! ผม…ผมลุกไม่ได้ มันติด” คำตอบของน้องทำให้ลูซี่ถึงกับอึ้ง ส่วนลุคที่เดินไปนั่งก็ถึงกับหัวเราะออกมาดังลั่น “อะไรนะคะ” ถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง “ผม…ติด” “เฮ้อ” ถอนหายใจพลางยกมือตบหน้าผาก อ่อ สรุปคือน้องเมาจนลุกไม่ไหวเลยร้องไห้ว่างั้น “หนูไม่ได้ติดค่ะ หนูแค่เมา” “ผมเมาหรอครับ” ไทม์เงยหน้าขึ้นมาถามก่อนจะพยักหน้า​ตอบไป​ “เราเมามากด้วยค่ะ​ แล้วพี่คิดว่าเราควรพัก” “แต่…แต่ผมอยากเล่นเกม” “ไทม์” ไทม์หันมากอดแขนพร้อมกับเขย่าเบาๆ เป็นเชิงขอร้อง “นะครับ” น้องเสียงที่ออดอ้อนถ้าเป็นคนอื่นเธอคงปฏิเสธเสียงแข็งไปแล้ว แต่นี่น้องไง ถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าตอบเบาๆ ไทม์ที่ได้ยินคำตอบก็ยกมือดีใจ “เย้ ขอบคุณครับ แต่…แต่พี่ลูต้องมาเล่นด้วยนะครับ” “เฮ้อ ก็ได้ค่ะ แต่แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นนะคะ” เราทุกคนมานั่งรวมกันที่ห้องนั่งเล่นรวมถึงไจ๋ที่สภาพไม่น่ามานั่งด้วยก่อนเวลจะเริ่มทำการแจกไพ่รอบวง “เริ่มนะ” เกมที่จะเล่นคือเกมคิง วิธีการเล่นก็คือคนที่ได้ไพ่คิงจะเป็นคนสุ่มหมายเลขและทำการสั่งว่าจะให้หมายเลขไหนทำอะไรโดยที่คนที่ถือเลขนั้นจะต้องทำตามคำสั่ง ถ้าไม่ทำตามก็จะโดนทำโทษ เดิมทีเกมคิงไม่ได้เล่นแบบนี้แต่จะมีกติกาที่ซับซ้อนมากกว่านี้ แต่พอเล่นกันมาเรื่อยๆ กติกาก็เริ่มเปลี่ยนตามคนเล่น ก็แล้วแต่จะเล่นกัน “คิง! ได้คิง!” ไจ๋พูดขึ้นพร้อมกับยกการ์ดเป็นการบอกว่าตัวเองเป็นคิงก่อนเธอจะกวาดสายตาเยิ้มๆ มองรอบโต๊ะ “สองกับสามหอมแก้มกัน!!” สิ้นคำสั่งทุกคนยกเว้นพี่แซนกับพี่เวลต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้นทันที คงจะเป็นสองคนนั้นสินะ “สั่งเหี้ยไรเนี่ย กูยอมโดนทำโทษดีกว่า” พูดจบเวลก็ทำการกระดกแก้วเหล้าที่เตรียมไว้จนหมดแก้วทันที ตามด้วยแซน “อะไรอ่ะ แบบนี้ก็ไม่แฟร์ดิ” “พวกกูสิไม่แฟร์ ฮึ้ย~ ขนลุก” เวลทำท่าลูบแขน ก่อนที่ลุคจะทำการสับไพ่และแจกใหม่ “เอ้าๆ เล่นใหม่ๆ” รับไพ่มาก่อนจะพลิกก่อนจะพบว่าตัวเองได้ไพ่คิง ลูซี่กวาดสายตามองรอบก่อนจะไปหยุดที่ไทม์และเลื่อนไปยังพี่ชายตัวดีที่กำลังชะโงกหน้าดูไพ่น้อง “ฉันได้คิง” พูดจบพร้อมกับเปิดไพ่ลงบนโต๊ะ ทุกคนต่างพากันมองมาที่เธอพร้อมกับทำสายตาที่เหมือนหวั่นกลัวกันอย่างไงอย่างงั้น ยกเว้นไทม์คนนึงที่เหมือนจะดูสนุกอยู่คนเดียว ในใจนึกคิดจะแกล้งไทม์แต่ตอนนี้น้องเมามากคงต้องเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ต้องจัดการเจ้าตัวต้นคิดก่อน แต่พอคิดดูถ้าให้ไทม์จัดการ… มุมปากยกยิ้มเมื่อคิดอะไรบางอย่างออก “ให้หมายเลขห้าแต่งหน้าให้หมายเลขหนึ่ง” ทันทีที่ออกคำสั่งสีหน้าของบางคนก็ดูโล่งใจเมื่อรู้ว่าตัวเองรอด ต่างกับลุคที่ตอนนี้เลิ่กลั่กสุด “น้องไทม์ลูกหนูได้เลขอะไรลูก” ไจ๋หันไปถามไทม์ที่ดูไม่รู้เรื่องสุด ไทม์ยกไพ่ขึ้นมาดูจนใกล้เกือบจะชนแว่น “ห้าครับ” “สัสเอ้ย” เสียงของเจ้าของเลขบ่นพึมพำไม่ดังมากแต่ก็ยินชัด “ไอ้ลุคเบอร์ไร” “หนึ่ง” น้ำเสียงกึ่งประชดโยนไพ่ลงบนโต๊ะพร้อมกับยกมือลูบใบหน้าด้วยความเซ็ง “ทำไมต้องกูด้วยวะเนี่ย” “มาๆ เบิกอุปกรณ์เลย” เวลตบเข่าฉาดเขาดูตื่นเต้นกว่าคนอื่น ไจ๋หันไปหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางก่อนจะยื่นให้ไทม์ “อ่ะนี่ลูก หนูใช้ได้เต็มที่เลย” “ให้ผมทำไรหรอครับ” “แต่งหน้าไอ้ลุค” เวลลุกไปยืนด้านหลังลุคพร้อมกับเลิกผมหน้าของมันขึ้นเตรียมพร้อมสำหรับการแต่งหน้า ต่างกับลุคที่นั่งกอดอกทำหน้าบึ้งไม่ไหวตึงพร้อมกับขยับปากพูดกับลูซี่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามว่า ‘ฝากไว้ก่อนไอ้เด็กเวร’ กระตุกมุมปากเยาะยิ้ม คิดจะเอาชนะเธองั้นหรอ คิดผิดแล้ว คิดผิดตั้งแต่ที่เลือกนั่งตรงนั้นด้วย เพราะจุดที่มันนั่งคือช่วงกึ่งกลางของโซฟาแล้วด้านหลังดันมีตู้กระจก มันเลยทำให้เธอเห็นเลขของลุครวมถึงของไทม์ด้วย “ต้องแต่งแบบไหนหรอครับ” “แบบไหนก็ได้ค่ะ เอาที่หนูชอบเลยค่ะ” “อู้ว~ หนูด้วย” ไทม์เปิดกระเป๋าค้นอุปกรณ์อยู่ครู่ก่อนจะหยิบแป้งพัฟออกมา น้องเปิดแป้งพัฟหรี่ตามมองด้วยความสงสัยก่อนจะใช้นิ้วแปะลงที่ตลับ “เดี๋ยวหนูลูก หนูใช้ฟองน้ำอันนี้สิ แตะๆ แป้งแล้วก็เอาไปทาที่หน้าลุคมัน” ไจ๋เบรคน้องพร้อมกับรีบยัดฟองน้ำรูปหยดน้ำใส่มือไทม์ทันที แหงแหละ แป้งพัฟที่ไทม์ถืออยู่ราคามันไม่ใช่ถูกเลย จู่ๆ จะเอานิ้วไปแตะเล่นคงไม่มีใครโอเคหรอก “ใช้อันนี้หรอครับ” “ใช่ๆ แตะแป้งสามสี่ทีแล้วเอาไปทาหน้ามันเลย” ไทม์พยักหน้าทำตามที่พี่ไจ๋บอก “แปะ” น้องทำเสียงพร้อมกับแปะฟองน้ำลงที่แก้มของลุคก่อนจะค่อยๆ ถูขึ้นถูลงเหมือนถูหวยแล้วค่อยๆ ถูไปรอบๆ ตามกรอบใบหน้า จากนั้นก็รับที่เขียนคิ้วมาแล้วทาตรงคิ้วสวยจนเปลี่ยนรูปกลายเป็นคิ้วปลิง ต่อด้วยลิปมันสีแดงทาลงที่ริมฝีปากรูปกระจับค่อยๆ ทาให้ตรงตามรูปปากแต่เหมือนมันจะไม่ตรงสักเท่าไหร่ “เสร็จแล้วครับ” “ฮ่าๆๆๆๆ เหมือนงิ้วเลย” แป้งพัฟสำหรับสีผิวขาวอมชมพูที่ถูกทาจนเกือบเต็มหน้ามีช่องโหว่เป็นดวงๆ คิ้วที่ถูกทาให้หนาเหมือนปลิงข้างซ้ายใหญ่ข้างขวาเล็ก ปากสีแดงที่มีลิปมันทาจนเกือบเหมือนปากของยักษ์ในรามเกียรติ์ ลุครับกระจกจากพี่แซนมา พอเห็นหน้าของตัวเองที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีหน้าของมันจากที่บึ้งบูดอยู่แล้วก็ถึงกับตกใจทันที “เชี่ย นี่กูแปลงร่างเป็นงิ้วแล้วหรอเนี่ย” “ฮ่าๆๆๆ สวยออก” “สัสเอ้ย” มันคงอยากบ่นมากกว่านี้แหละ แต่คงเห็นว่าไทม์ยังเมาอยู่และไม่อยากให้น้องเสียใจเลยได้แต่ทนเอาไว้ก่อน “มาๆ รอบต่อไปเลย” เวลทำการสับไพ่ก่อนจะเริ่มแจกอีกครั้ง แง้มไพ่ขึ้นมาพบว่าตัวเองได้ไพ่คิงอีกครั้ง “คิง” ฉันเปิดไพ่ลงบนโต๊ะ สีหน้าของทุกคนดูตกใจเล็กน้อยยกเว้นไทม์ที่พยายามชะเง้อดูไพ่ของลูซี่ ส่วนลุคที่ได้ยินก็ถึงกับทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ “งั้นก็ ให้หมายเลขหนึ่ง สาม สี่ ห้า แต่งตัวให้หมายเลขสอง” “โอ๊ะ กูหนึ่งว่ะ” เวลวางไพ่ลงบนโต๊ะก่อนจะตามด้วยแซน ไจ๋และไทม์ตามลำดับ “หนึ่ง” “ห้า” “ผมสี่ครับ” พอลงครบทุกคนต่างพากันหันไปมองคนสุดท้ายที่ยังไม่ได้ลงเป็นอันบอกได้ว่ามันคือหมายเลขที่จะต้องโดนจับแต่งตัว “สอง” ลุคโยนไพ่ลงบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ ก็แหงล่ะ มันโดนลงโทษอีกรอบนี่ “นี่มึงโกงป่าวเนี่ย” “จะโกงได้ไงกูไม่ได้เป็นคนแจกไพ่สักหน่อย” ลุคได้แต่จิ๊ปากอย่างไม่พอใจ มันคงรู้แหละว่าถ้าเธอเป็นคิงมันจะเป็นเหยื่อคนแรกที่ฉันจะเล่นงาน “แล้วชุด?” แซนหันมาถามหาชุด หันไปหยิบถุงกระดาษวางลงบนโต๊ะก่อนที่ทุกคนยกเว้นไทม์กับลุคจะลุกมาดู “ฮ่าๆๆๆ ไอ้เหี้ย” แวนหยิบชุดด้านในออกมาคลี่ก่อนจะหัวเราะลั่นพร้อมกับหันไปมองคนที่จะใส่ที่กำลังนั่งหน้าบึ้งอยู่ด้านหลัง “ขำเหี้ยไร” “ชุดนี่แม่งน่ารักว่ะ” “ชุดเหี้ยไรวะ” ลุคที่กำลังจะลุคมาดูแต่ก็ถูกแซนดึงเอาไว้ “ไปเปลี่ยนชุด” “เดี๋ยว ชุดไร” “เออน่า ไปเปลี่ยนก่อน” ลุคถูกแซนกับเวลลากออกไปพร้อมกับไจ๋ที่เดินตามไปติดๆ “ไทม์หนูนั่งรออยู่ตรงนี้ก็ได้ลูก ยิ่งมึนๆอยู่” “ครับ” หลังจากทุกคนลุกออกไปลูซี่ก็ย้ายตัวเองไปนั่งที่ว่างข้างไทม์ “ไหวมั้ยคะ” “อือ…ผมง่วงแล้วครับ” มือหนายกขยี้ตาก่อนจะหาวออกมา “ไปนอนมั้ยคะ เดี๋ยวพี่บอกป้านวลให้จัดห้องนอนให้” “นอนนี่หรอครับ” “ดึกขนาดนี้พี่คงไม่ให้เรากลับหรอกค่ะ” “อืม…ก็ได้ครับ” “แล้วพี่ๆ เขาล่ะครับ ยัง…ยังเล่นไม่เสร็จ” “เดี๋ยวพี่บอกให้ค่ะ พวกพี่เขาไม่ว่าหรอก” ไทม์ทำแก้มป่องพยักหัวตอบเล็กน้อย จะผิดมั้ยที่คิดว่าเวลาน้องเมามันดูน่ารักจนอยากจะกดอยากจะหอมให้แก้มช้ำซะเหลือเกิน “ไอ้สัสเอ้ย!!!” “ฮ่าๆๆๆๆ ถอยๆ กูจะถ่าย” “ถ่ายพ่อง!” “ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงโหวกเหวกโวยวายจากทางด้านหลังเรียกความสนใจให้หันไปมอง คนอื่นๆ เดินนำโดยที่มีลุคในชุดเมดทำหน้าบึ้งเดินตาม “โอ๊ะ น่ารักดีนี่” มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติกับผลลัพธ์ที่ออกมาต่างกับคนโดนทำโทษที่ทำหน้ายู่กว่าเดิมหลายเท่า “น่ารักเหี้ยอะไรไอ้สัส มึงแกล้งกู” “ทำไมพูดงั้นล่ะ น้องอุตส่าห์ตั้งใจซื้อของขวัญวันเกิดให้เลยนะเนี่ย” พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูน่าน้อยใจแต่ดูเหมือนคนพี่จะจับได้ ลุคขยับปากแบบไม่มีเสียงออกมาสองคำทำให้ฉันที่เห็นถึงกับแค่นเสียงหัวเราะออกมา ‘ตอแหล’ หึ รู้ก็ดีนี่ “หาว~”ดูเหมือนว่าไทม์จะง่วงเต็มที่แล้ว เธอว่าเธอควรจะพาน้องไปนอนดีกว่า “เดี๋ยวฉันพาน้องไปนอนก่อนนะคะ น้องง่วงแล้ว” “เดินไหวใช่มั้ยนั่น” เวลถามขึ้น “อือ…ไหวครับ” “ราตรีสวัสดิ์นะลูก” ไจ๋พูดพร้อมกับแตะแขนน้องเบาๆ อย่างเอ็นดู ตั้งแต่ตอนเล่นเกมล่ะ สองคนนี้ไปเป็นแม่ลูกกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย “ผมไปนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ” “เออๆ เดินดีๆ ด้วยล่ะ” ดึงแขนไทม์ให้ลุกขึ้นพร้อมกับคอยจับแขนเพื่อพยุงไม่ให้ล้ม เดินขึ้นชั้นสองตรงเข้าห้องนอนที่อยู่ถัดไปจากห้องของเธอก่อนจะพาน้องนั่งลงบนเตียงแล้วทำการจัดแจงวางของของไทม์ที่โต๊ะหัวเตียง ไม่รู้ว่าน้องง่วงขนาดไหนแต่ก็น่าจะง่วงมากเพราะทันทีที่ไทม์สัมผัสกับเตียงน้องก็ปีนขึ้นเตียงเตรียมตัวพร้อมนอนทันที “พี่ลูครับ” “ว่าไงคะ” นั่งลงที่ข้างเตียงหันไปหาน้องที่ตอนนี้อยู่ในผ้าห่มพร้อมนอนเรียบร้อย “ผมลืมให้ของขวัญพี่ลุคอ่ะครับ ทำไงดี” “เดี๋ยวพี่เอาให้ก็ได้ค่ะ” “พี่ลุคจะไม่โกรธมั้ยครับ” เอื้อมปิดไปก่อนจะวิสาสะเอื้อมมือไปถอดแว่นน้อง ไทม์ที่ทำหน้าง่วงเต็มที่หันมาถามพร้อมกับแก้มป่องเหมือนเด็กสามขวบ จังหวะที่ไทม์หันมาเป็นจังหวะที่ฉันเปิดไฟจากหัวเตียงพอดีทำให้แสงไฟสาดส่องเข้าที่ใบหย้าให้เห็นดวงตาใสที่ไร้เดียงสานั่นได้อย่างชัดเจน “พี่ลุคไม่โกรธหรอกค่ะ เขาจะดีใจต่างหากที่ได้ของขวัญจากหนู” มือเรียวเอื้อมลูบศรีษะของอีกคนอย่างเบามือเป็นการกล่อม “นอนได้แล้วค่ะ คนเก่งของพี่ ถ้าไม่รีบนอนเดี๋ยวจะปวดหัวเอานะ” “งั้นผมนอนก่อนนะครับ ราตรีสวัสดิ์…หาว~ ครับ” มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติให้กับท่าทางไร้เดียงสานั่น “ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ดวงตาคู่สวยหลับตาลงทันทีที่พูดจบก่อนจะเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวนอน นั่งจ้องมองคนที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สา นึกย้อนไปตั้งแต่ที่เจอกันวันแรกที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ความรู้สึกที่ได้เจอตอนนั้นมันเป็นความรู้สึกเอ็นดูเสียมากกว่า จะว่าไงดีล่ะ ไทม์น่ารักจนใจเจ็บ จนอยากจะเก็บเอาไว้ฟัดเล่นให้ได้ แต่พอมาคิดอีกทีน้องก็ไม่ใช่สเปคของเธอเลยด้วยซ้ำ ลูซี่ไม่ได้ชอบผู้ชายที่ดูง้องแง้งหรือซุ่มซ่ามแต่พอยิ่งเจอกันบ่อยได้ทำความรู้จักได้คุยกันมาเรื่อยๆ ก็กลับรู้สึกที่มันมากกว่า ก็ไม่อยากจะยอมรับหรอกว่าชอบแต่การกระทำกลับสวนกันอย่างสิ้นเชิง เข้าหา ชวนคุยหรือพยายามหาเรื่องเจอต่างๆ นาๆ จนเริ่มตอบตัวเองไม่ได้ว่ารู้สึกยังไงแน่ แต่พอมาวันที่น้องเจ็บเพราะโดนบอลกระแทกหน้าตอนนั้นก็รู้ได้ว่าตัวเองห่วงน้องจนสติแตก ปกติถ้าไม่ใช่คนสนิทเจ็บตัวหรือเป็นอะไรไปฉันก็ไม่ค่อยได้สนใจอยู่แล้ว แต่พอมาเป็นน้องกลับรู้สึกหงุดหงิด โกรธทุกอย่างไปหมดจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร โกรธไปเพื่ออะไรทั้งที่เรื่องของตัวเองก็ไม่ใช่ แต่กลับห่วงจนไม่อยากเห็นเขาเจ็บอีก พอกลับมาทบทวนตัวเองก็ตอบได้ว่าเธอชอบน้องไปแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้น้องคิดแบบเดียวกับฉันรึเปล่าแต่ดูจากพฤติกรรมต่างๆดูเหมือนว่าน้องจะยังคงคิดกับเธอแค่รุ่นพี่ที่สนิทเท่านั้น แต่ตอนนี้ลูซี่ไม่ได้อยากเป็นแค่รุ่นพี่แล้ว อยากเป็นแฟนมากกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำต่อไปก็คือการจีบสินะ มือเรียวลูบศรีคนที่นอนหลับตาพริ้มเบาๆ พูดเอ่ยด้วยเสียงที่เบาที่สุดเพื่อไม่ให้อีกคนตื่น “เด็กน้อย ถ้าพี่จีบหนูหนูจะรับไหวมั้ยนะ” แต่ก็นะ ไหวไม่ไหวหนูก็ต้องรับแหละ เพราะพี่ชอบหนู และพี่จะจีบหนูจนกว่าหนูจะเป็นของพี่
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม