'09'/1

3968 คำ
ลืมตามองเพดานพร้อมกับขยี้ตาเบาๆ เพื่อความสายตาก่อนจะยืดแขนยืดขาเพื่อบิดขี้เกียจคลายความเมื่อย ในเช้าวันพฤหัสบดีแบบนี้จริงๆ ไทม์ควรจะอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้ว แต่เมื่อคืนอาจารย์ไลน์บอกในกลุ่มว่าขอยกคลาสเพราะติดงานเลยทำให้ตอนนี้ไทม์ยังนอนแอ้งแม้งบนที่นอนอยู่ พลิกตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนตู้ข้างหัวนอน กดเปิดหน้าจอพบว่าตอนนี้ 9 โมงกว่าแล้ว ไทม์ยันตัวลุกก่อนจะตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่​ด้านนอก​ ทำการล้างหน้าล้างให้สดชื่น​ ขณะที่กำลังแปรงฟัน​เสียงแจ้งเตือนจากมือถือก็ดังขึ้นให้ผมละสายตาหันไปมอง ใช้นิ้วก้อยที่ยังไม่เปียกน้ำกดปลดล็อคหน้าจอก่อนจะกดที่ข้อความแจ้งเตือน ไทม์ไล่อ่านข้อความแจ้งเตือนทีละตัว ‘วันนี้เป็นวันเกิดของ Lukeggeasy’ มันคือแจ้งเตือนวันเกิดแล้วชื่อไอดีนี้ก็เป็นของลุคด้วย งั้นแสดงว่าวันนี้เป็นวันเกิดลุคน่ะสิ จัดการตัวเองเสร็จเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่ลืมที่จะหยิบมือถือออกมาด้วย ไทม์เดินกลับมานั่งบนเตียงกดเข้าแอปแชทไลน์ก่อนจะทักไปหาใครบางคน time 00.00 : พี่ลูซี่ครับ time 00.00 : ว่างมั้ยครับ รอไม่นานก็ข้อความจากอีกฝั่งก็ตอบกลับมา Lucyxx : ว่างอยู่ค่ะ Lucyxx : มีอะไรรึเปล่าคะ time 00.00 : ผมเห็นแจ้งเตือนในไลน์ว่าวันนี้วันเกิดพี่ลุคน่ะครับ time 00.00 : ผมไม่แน่ใจว่าใช่ป่าว Lucyxx : อ๋อ Lucyxx : ใช่ค่ะ วันนี้วันเกิดลุคมัน เป็นไปตามอย่างที่คิดวันนี้วันเกิดลุคจริงๆ ด้วย แต่เขายังไม่มีของขวัญเลยทำไงดี time 00.00 : ผมยังไม่มีของขวัญเลยครับ time 00.00 : ทำไงดี Lucyxx : งั้นไปซื้อพร้อมพี่มั้ยคะ time 00.00 : ได้หรอครับ Lucyxx : ค่ะ พี่อยากจะให้เรามาช่วยเลือกของขวัญด้วย time 00.00 : งั้นโอเคครับ ให้ผมไปกี่โมงครับ Lucyxx : สักสิบเอ็ดโมงก็ได้ค่ะ Lucyxx : เจอกันที่นี่นะคะ Lucyxx : ส่งโลเคชั่น time 00.00 : โอเคครับ เจอกันครับ Lucyxx : เจอกันค่ะ ยืนชะเง้อคอมองตึกสูงระฟ้าตรงหน้าสลับกับโลเคชั่นในมือถือเพื่อความแน่ใจว่ามาถูกจริงๆ ก่อนจะพี่ยามคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม “น้อง มีธุระอะไรรึเปล่า” “เอ่อ…คือ ผมมาหาคนน่ะครับ” “ได้นัดไว้รึเปล่า” ไทม์พยักหน้าตอบพี่ยามไป จะบอกว่านัดรึเปล่าผมก็ยังไม่แน่ใจเพราะลูซี่แค่ส่งโลเคชั่นมาว่าให้มาเจอที่นี่แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรไว้ “งั้นไปติดต่อประชาสัมพันธ์ด้านในเลย” “โอเคครับ ขอบคุณมากครับ” เดินเข้าไปด้านในตึกตามที่พี่ยามบอก พอเข้ามาถึงก็ต้องตะลึงกับความโอ่อ่าของด้านใน กวาดสายตามองรอบๆ สำรวจอย่างพินิจ ความสูงด้าของเพดานสูงลิบจนแทบจะวัดไม่ได้ ส่วนความกว้างของตรงล็อบบี้ด้านหน้าไม่ต้องพูดถึง น่าจะกว้างขนาดเท่าสนามฟุตบอลที่เขาใช้กันได้เลย ฝั่งด้านซ้ายมีเก้าอี้หลายตัวตั้งเรียงกันน่าจะเป็นโซนรับแขก ส่วนฝั่งขวามีคาเฟ่ชื่อดังตั้งอยู่ ส่วนตรงกลางตึกบริเวณบันไดเลื่อนมีน้ำตกและเหล่าต้นไม้พันธุ์เลื้อยนาๆ ชนิดตกแต่งอยู่รอบๆ ราวกับว่าถ้าขึ้นไปชั้นบนจะเข้าไปในป่าอเมซอนอย่างไงอย่างงั้นเลย มองดีๆ ส่วนตรงกลางมันเป็นแบบพื้นที่โปร่งทรงกระบอกแล้วล้อมลอบด้วยระเบียงของแต่ละชั้น เขาก็ไม่รู้หรอกว่ามันเรียกว่าอะไรแต่พอมองดูๆ ดีแล้ว นี่มันห้างสรรพสินค้าห้างชัดๆ เลย เมื่อสำรวจอย่างพอใจผมก็เดินไปตรงจุดประชาสัมพันธ์ “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าติดต่อเรื่องอะไรคะ” “อ่า…” ติดต่อเรื่องอะไรอันนี้เขาคิดไม่ออก ถ้าบอกว่ามาหาพี่ลูซี่ไปเขาจะว่าอะไรมั้ยนะ แล้วเขาจะรู้จักพี่ลูซี่รึเปล่า “คือ…ผมมาหาพี่ลูซี่น่ะครับ” “ขอบัตรประชาชนหน่อยค่ะ” หยิบบัตรประชาชนส่งให้พี่พนักงาน เธอคีย์ข้อมูลอยู่ครู่ก่อนจะส่งคืน “เดี๋ยวเชิญนั่งรอที่โซนรับแขกฝั่งขวามือก่อนนะคะ พอดีคุณลูซี่ติดประชุมอยู่ อีกประมาณยี่สิบนาทีกว่าจะเลิกน่ะค่ะ” “อ๋อ ได้ครับ ขอบคุณมากครับ” รับบัตรประชาชนเก็บใส่กระเป๋าก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซนรับแขกก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นรอ นั่งเล่นโทรศัพท์ไปพลางแก้เบื่อระหว่างนั่งรอ เล่นไปสักพักก็เห็นว่าแบตเหลือเพียง 40% เลยต้องตัดสินใจเก็บมือถือลงเพื่อเซฟแบตไม่ให้หมด​ทำให้ตอนนี้ว่างสุดๆ เลย​ ด้วยความไม่มีอะไรทำไทม์เลยเปลี่ยนมานั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา​แทน ระหว่าง​รอก็นั่งคิดเรื่องของขวัญ​ที่​จะซื้อไปพลาง​ เขาไม่รู้ลุคชอบอะไรไม่ชอบอะไร​ รู้แค่ว่าเขานิสัยแบบไหน​แล้วก็เป็นพี่ชายของลูซี่แค่นั้น​ ส่วนอย่างอื่นเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย “ว๊าย!!!” เสียงร้องของใครบางคนทำให้เขาต้องหันไปมอง​ พบว่าเป็นผู้หญิง​ใส่แว่นคนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพี่พนักงาน​ที่นี่​กำลังก้มเก็บเอกสารที่กระจัดกระจาย​ตามพื้น​ เมื่อเห็นดังนั้นไทม์ก็ลุกจากเก้าอี้ตรงไปช่วยพี่เขาเก็บในทันที​ “ผมช่วยนะครับ” “ขอบคุณ​มากค่ะ” ทำการเรียงก่อนจะยื่นกองสุดท้าย​ที่อยู่​ในมือของตัวให้พี่เขาแต่ยังไม่ทันทีเธอจะรับปึกที่อยู่ในแฟ้มที่เธอถืออยู่ก็ร่วงออกมากระจัดกระจาย​อีกครั้ง​ “ไม่นะ!!” อ่​า… แย่ล่ะ พี่พนักงานเริ่มลนก่อนจะรีบก้มเก็บเอกสารที่กระจัดกระจาย​ตามพื้นแต่เหมือนยิ่งเก็บยิ่งแย่​ คงเพราะว่าเมื่อเธอเก็บเธอก็หนีบเอาไว้แต่พอจะเอื้อมมือไปเก็บกระดาษ​ ที่หนีบเอาไว้ก็ร่วงอีก​ “เอ่อ… ผมว่าเอากระดาษที่เก็บวางไว้บนโต้ะ​แล้วหาอะไรทับดีกว่ามั้ยครับ​ ไม่งั้นมันก็ร่วงอยู่แบบนี้” “ไม่เป็นไรค่ะ อ๊ะ!?” ยังพูดไม่จบประโยคเอกสารที่เก็บก็ปลิวว่อนอีกรอบ ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่างวันนี้ก็คงเก็บกันไม่เสร็จแน่ จัดการเอาปึกกระดาษในมือเอาไปวางบนโต๊ะกระจกแล้วเอาโทรศัพท์ทับไว้ไม่ให้มันปลิวก่อนจะหันไปขอกระดาษในมือของพี่เอาเพื่อจะเอามาวาง “ขอกระดาษอันนั้นหน่อยครับ ผมจะเอามาวาง” “คะ? เดี๋ยวนะคะ อ๊ะ!?” เธอยื่นเอกสารในมือให้แต่ก็มีบางส่วนที่หล่นเพราะถือไม่ดี แต่โชคดีที่เขาเอามือไปรองรับไว้ทันไม่งั้นมีหวังได้เก็บใหม่แน่ๆ ไทม์วางปึกกระดาษวางบนโต๊ะข้างๆกองแรกก่อนจะหันไปช่วยพี่พนักงานเก็บกระดาษที่เหลือจนเสร็จ จะว่าไปนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีถุงผ้าอยู่ หยิบถุงผ้าใส่เอกสารทั้งหมดลงกระเป๋าก่อนจะยื่นให้เธอ เพราะคิดว่านี่น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแหละ “ผมเอาเอกสารใส่ถุงผ้าให้แล้ว คราวนี้ก็คงไม่ร่วงกระจายแล้วล่ะครับ” นอกจากเธอจะทำร่วงทั้งกระเป๋าน่ะนะ “ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณช่วยฉันคงแย่แน่” “ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจช่วย” “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” เธอค้อมศรีษะเล็กน้อยก่อนจะแยกตัวออกไป “เป็นคนใจดีเหมือนกันนะคะ” เสียงอันคุ้นเคยให้เขาต้องหันไปมองในทันที “พี่ลูซี่! สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” “เมื่อกี้พี่ลูซี่เห็นด้วยหรอครับ ตั้งแต่เมื่อไหร่” “ตั้งแต่เราเลิกเล่นมือถือนั่นแหละค่ะ” งั้นก็หมายความว่าเห็นตั้งแต่แรกสินะ “อ่าว แล้วทำไมพี่ลูซี่ไม่เข้ามาหาผมล่ะครับ” “พี่ไม่อยากรบกวนน่ะค่ะ เห็นเรายุ่งกันอยู่” “งั้นเราไปกันเลยมั้ยครับ” หยิบมือถือขึ้นมาเช็คเวลาเหมือนว่าตอนนี้จะบ่ายกว่าแล้ว “งั้นไปกันค่ะ” รถยนต์ Mercedes-Benz สีดำเคลื่อนตัวไปตามถนนเส้นหลักด้วยความเร็ว 60 กม. / ชม. ระหว่างทางเราไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมาก ส่วนนึงเพราะเห็นว่าอีกคนขับรถอยู่เลยไม่อยากกวน ระหว่างทางไทม์ได้ข้อมูลจากลูซี่ จริงๆ แล้ววันนี้จะไม่มีปาร์ตี้วันเกิด มากสุดก็แค่นัดเพื่อนพี่น้องคนสนิทมากินข้าวกินขนมกัน ไม่ใช่ว่าแค่ปีนี้ที่ไม่อยากจัดแต่ปกติก็ไม่มีการจัดปาร์ตี้วันเกิดอยู่ของพลุคอยู่แล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘วุ่นวาย’ ซึ่งมันขัดกับนิสัยของลุคมาก เพราะดูภายนอกเขาเหมือนคนชอบปาร์ตี้แต่ความจริงคือไม่ชอบความวุ่นวาย แต่เขาก็คิดว่าก็แค่วันเกิดไม่จำเป็นต้องจัดอลังการแค่กินข้าวกินขนมพร้อมหน้าพร้อมหน้าแค่นั้นก็เกินพอแล้ว ถึงห้างสรรพสินค้ารถยนต์คันหรูค่อยๆเทียบจอดที่ลานจอดรถ เราเดินเข้าห้างระหว่างเดินไทม์ก็คอยสอดส่องหาของขวัญสำหรับลุคอยู่ตลอด “พี่ลูซี่ครับ พี่ลูซี่จะซื้อของขวัญอะไรให้พี่ลุคหรอครับ” “คงเป็นพวกเกมส์ไม่ก็ฟิกเกอร์แหละค่ะ มันชอบอะไรพวกนี้” จะว่าไปคราวก่อนที่มาห้างลุคก็ซื้อฟิกเกอร์ไปเยอะแล้ว แล้วเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าถ้าซื้อไปมันจะซ้ำกับของเก่าหรือเปล่า “อืม…คิดไม่ออกเลยครับทำไงดี พี่ลูซี่ช่วยคิดหน่อยครับ” หันไปขอความช่วยเหลือจากคนข้างตัว อีกอย่างลูซี่ก็เป็นน้องสาวคิดว่าถามจากคนใกล้ตัวนี่แหละดีที่สุดแล้ว “ก็ได้นะ แต่ต้องมีค่าตอบแทนนะคะ” “ง่า…ก็ได้ครับ ว่าแต่จะให้ตอบแทนอะไรหรอครับ” ลูซี่ยกยิ้มุมปากเล็กน้อย “เอาไว้พี่คิดออกแล้วเดี๋ยวบอกนะคะ” “ก็ได้ครับ” ของตอบแทนหรอ คงเป็นของที่ไม่ยากอะไรหรอกมั้ง เราเดินวนดูจนรอบห้างจนมาหยุดที่ร้านขายเกมส์และฟิกเกอร์ ไทม์กับพี่ลูซี่แยกกันดูของขวัญ เดินไปตามวอกซอยพร้อมกับกวาสายหาของที่คิดว่าจะเหมาะเป็นของขวัญให้พี่ลุค เดินวนอยู่สักพักจนไปหยุดอยู่ที่โซนเกมส์ผู้ใหญ่ เหล่าแผ่นเกมส์หลากหลายสีที่มีรูปทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่แต่งตัววาบหวิว มุมขวาล่างแปะสติ๊กเกอร์ 20+ เอาไว้ ดูก็รู้นี่มันเกมส์โป๊ชัดๆ!! “อยากได้หรอคะ” เสียงกระซิบจากคนด้านหลังทำเอาเขาสะดุ้งเฮือก พบว่าเป็นลูซีที่กำลังยกยิ้มมองเขาสลับกับเกมส์โป๊ที่อยู่บนเชลล์ ชิบหายแล้ว!! “ป่าวนะครับ…คือ…ผมแค่เห็นแล้วก็…สงสัยเฉยๆ” เธอเลิกคิ้วรอคำตอบพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก ต่างกับเขาที่กำลังเลิ่กลั่กกลัวอีกคนจะเข้าใจผิด “เอ่อ…จริงๆนะครับ” “หึ ค่ะ พี่เชื่อค่ะ” มุมปากที่ยกยิ้มนั่นดูก็รู้ว่าคงไม่เชื่อ เธอคงคิดว่าเขาเป็นเด็กนิสัยไม่ดีชอบเล่นเกมส์โป๊แน่ๆ เลย ฮือ~ เดินหากันอยู่เกือบชั่วโมงในที่สุดก็ได้ของขวัญสักที ไทม์ได้ฟิกเกอร์อนิเมะเรื่องดังรุ่นลิมิเต็ด ส่วนลูซี่ก็ซื้อเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่ หลังจากจ่ายเงินกันเสร็จตอนแรกก็กะจะกลับกันเลยแต่ด้วยความหิวและตอนนี้ก็บ่ายกว่าแล้วต้องหาอะไรกินก่อนไม่งั้นได้หิวตายแน่ ร้านที่เลือกเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเปิดใหม่ ภายในร้านตกแต่งโทนแดงสลับขาว มีป้ายมีตู้เกมส์ตั้งเป็นของตกแต่งดูๆ แล้วนึกถึงพวกร้านอาหารฟาสฟู้ดในเกมส์เลย ทันทีที่อาหารมาเสริฟด้วยความหิวผมก็รีบจัดการอาหารตรงหน้าทันที ต่างกับจานของลูซี่ที่ยังไม่พร่องเลยแม้แต่น้อย “พี่ลูซี่ไม่กินหรอครับ อร่อยนะ” ลูซี่เท้าคางพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย “แค่เห็นหนูกินพี่ก็อิ่มแล้วค่ะ” ประโยคนั่นทำให้มือที่กำลังจะเข้าปากหยุดชะงักทันที เดี๋ยวนะ หนูหรอ “ทะ-ทำไมต้องเป็นหนูด้วยล่ะครับ มันแปลกๆนะครับ” “ทำไมล่ะคะ น่ารักดีออก หนูไทม์ของพี่” ยิ่งฟังรู้สึกแปลกๆ มันไม่ได้เชิงขนลุกแต่มันรู้สึกถึงใบหน้าที่เห่อร้อนหัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก บ้าเอ้ย!! นี่เราเขินหรอเนี่ย “นะ-น่ารักอะไรล่ะครับ ผมหล่อต่างหาก” พูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้เพื่อกลบความเขิน “ค่ะ หล่อมากค่ะ ทั้งหล่อทั้งน่ารักจนพี่เลิกมองไม่ได้เลยค่ะ” มุมปากที่ยกยิ้มกับน้ำเสียงนุ่มๆยิ่งทำให้ผมเขินมากขึ้นไปอีก “ฮือ~~ พี่ลูซี่อ่ะ อย่าแกล้งกันแบบนี้สิครับ ผมเขินนะ” ยกมือปิดหน้าตัวเองเพื่อปิดความเขิน “ค่ะๆ พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เดี๋ยวคนน่ารักแถวนี้จะเขินจนกินข้าวไม่ได้” บึนปากเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกคนยังคงแกล้งไม่หยุด “พี่ลูซี่อ่ะ ฮือ” เขาจะเขินไม่ไหวแล้วนะ “ผมงอนละ-โอ๊ย!!” ยังพูดไม่ทันขาดคำมือเจ้ากรรมก็ดันไปกระแทกกับโต๊ะซะงั้น เวรเอ้ย กะจะแกล้งงอนซะหน่อยเชียว ไอ้มือบ้าให้ความร่วมมือหน่อยก็ไม่ได้ “เจ็บมากมั้ยคะ” “เจ็บ…ครับ” เพราะความเจ็บทำให้ไทม์พูดได้ไม่เต็มเสียง ได้แต่นั่งกุมมือแล้วทำหน้าเบ้ “พี่ขอมือหน่อยค่ะ” “เอาไปทำไมอ่ะครับ ซี๊ด” “พี่จะทายาให้ค่ะ” ถึงยังจะงงๆแต่ก็ส่งมือให้ ลูซี่จับมือไทม์เบาๆ ก่อนจะหยิบขวดเล็กๆ บางอย่างออกมาจากกระเป๋า เขาหรี่ตามองพบว่ามันคือยาหม่องแบบน้ำ “เจ็บก็บอกนะคะ” “ครับ” เธอเปิดฝาขวดก่อนจะทาตรงจุดที่กระแทกกับโต๊ะพร้อมกับเกลี่ยยาให้ทั่วแผล แทนที่สายตาควรจะจดจ้องมือที่กำลังถูกทาแผลกลับกลายเป็นมองหน้าเธอซะงั้น ดวงตาคม ขนตาเรียงสวย ปากเล็กสีแดงอวบอิ่มทุกอย่างตอบรับใบหน้าเรียวสวยได้เป็นอย่างดี ดูๆแล้วสวยจนละสายตาไม่ได้เลย “จ้องพี่แบบนี้พี่คิดตังค์นะคะ” เสียงเรียกดึงสติผมให้หลุดออกจากภวังค์แล้วพบว่าอีกคนกำลังมองเขาอยู่ด้วยเช่นกัน “ขอโทษครับ ผม-ผมไม่ได้ตั้งใจมองนะครับ คือ…ก็ พี่ลูซี่สวยเกินจนผมอดมองไม่ได้” “ไทม์” “ครับ” “รู้ตัวรึเปล่าว่าเวลาลนเราจะพูดสิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกมา” ประโยคนั่นทำให้เขาต้องฉุกคิดก่อนจะยกมือที่ว่างจับหน้าของตัวเอง แย่ล่ะ เผลอพูดสิ่งที่คิดออกไปซะได้ แล้วแบบนี้พี่ลูซี่จะคิดว่าเขาเป็นคนยังไงเนี่ย ฮือ “นี่ถ้าเจอพวกศัตรูแล้วเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราลนแบบเมื่อกี้ พี่ว่าเราน่าจะโดนเก็บเป็นคนแรกแน่ๆ” “ง่ะ” ก็จริงอย่างที่พี่ลูซี่พูดนั่นแหละ ทุนเดิมไทม์ก็เป็นคนซุ่มซ่ามอยู่แล้ว แล้วยิ่งเวลาลนหรือถูกกดดันมากๆ มันจะทำให้เขาเผลอพูดสิ่งที่คิดออกมาทุกครั้งเลย “แล้วมันดีหรือไม่ดีหรอครับ” “มันมีทั้งข้อดีแล้วก็ไม่ดีค่ะ ข้อดีก็คือรับรู้ว่าคนๆ นั้นมีความจริงใจหรือเปล่า ส่วนข้อเสียถ้ามีข้อมูลสำคัญอีกฝ่ายจะรู้หมด ไม่ก็ถ้ารู้ว่าเราไม่จริงใจโดนฆ่าแน่ๆ ค่ะ” พอฟังแล้วมันเหมือนจะดูดีแต่ไม่ดูดีเลยสักนิด แบบนี้ถ้าอนาคตเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาเขาแย่แน่ๆ “กังวลหรอคะ” ไทม์เงยหน้า เหมือนว่าลูซี่จะอ่านสีหน้าเขาออกก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อตอบ “ไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ ถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจริงพี่ไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำอะไรเราได้หรอกค่ะ” “พี่ลูซี่จะปกป้องผมหรอครับ” “ค่ะ” “แต่พี่ลูซี่เป็นผู้หญิงนะครับ” “แล้วเป็นผู้หญิงมันปกป้องใครไม่ได้หรอคะ” น้ำเสียงและสีหน้าที่เปลี่ยนไปของอีกคนทำให้ไทม์รู้สึกผิดทันที เขาพูดอะไรผิดหรอ หรือประโยคของเขามันไปสะกิดอะไรบางอย่างของเธอเข้า “เอ่อ…คือผมไม่ได้ตั้งใจจะหมายความว่าอย่างนั้นนะครับ คือ..” ไทม์ไม่ได้จะหมายความว่าเป็นผู้หญิงจะปกป้องใครไม่ได้ เพราะตั้งแต่เด็กเขาก็มีแม่ที่คอยดูแลคอยปกป้องอยู่ตลอด คือจะอธิบายยังไงดีล่ะ เขาพูดไม่ถูก ปกติเขาจะได้ยินว่าผู้ชายจะต้องปกป้องผู้หญิงเสมอพอมาได้ยินแบบนี้มันค่อนข้างที่จะไม่ชิน “ผมขอโทษครับ ผม…ไม่คิดว่ามันจะทำให้พี่ลูซี่รู้สึกไม่ดี ขอโทษนะครับ ขอโทษจริงๆ” เม้มปากก้มหัวสำนึกผิดก่อนจะมีมือมาลูบศรีษะเบาๆ ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพบว่าอีกคนกกำลังยกยิ้มบางๆ อยู่ “ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้เอง พี่ก็ขอโทษเหมือนกันค่ะที่พูดไปแบบนั้น” “แต่…” “อย่าคิดมากค่ะ แค่นี้เอง” “ก็ได้ครับ” รถยนต์คันโปรดเทียบจอดบริเวณที่จอดรถ ก่อนจะหันไปหยิบของที่อยู่เบาะหลัง “ทำไมรถเยอะจังครับ มีคนอื่นนอกจากเรามาด้วยหรอครับ” “คงจะเป็นเพื่อนลุคมันน่ะค่ะ” “เยอะมั้ยครับ” ไทม์หันมาถามด้วยสีหน้าที่กังวล “ไม่ต้องกังวลค่ะ มีแค่สามคนค่ะ” พอได้ยินคำตอบเขาก็ดูโล่งอกทันที ดูท่าจะกังวลน่าดู เราเดินเข้ามาในตัวบ้านสิ่งแรกที่ได้เห็นทันทีที่เข้ามาก็คือความวุ่นวายและเสียงโหวกเหวกโวยวายของคนสองคน “ไอ้เหี้ย!! อีกล่ะ มึงโกงกูป่ะเนี่ยไอ้ลุค” “โกงห่าอะไรล่ะ ก็เล่นอยู่ด้วยกันมั้ยล่ะ” “พวกมึงจะเสียงดังทำไมเนี่ย หนวกหู” “หนวกหูก็อุดหูสิ” “อีห่านี่” สาวสวยหนึ่งเดียวในแก๊งค์หยิบหมอนใบโตที่อยู่ใต้หัวของคนที่นอนอยู่ปาใส่คนหัวสีเบจที่นั่งด้านล่าง “โอ๊ย ปาใส่กูทำไมเนี่ย เจ็บ” “กูสิต้องเจ็บ ไอ้สัส ดึงมาได้” คนที่นอนอยู่ผงกหัวขึ้นมามองเพื่อนด้วยสายตาที่หงุดหงิด “โทษๆ” “สวัสดีค่ะ” ลูซี่ทักทายแทรกการสนทนาของคนทั้งสี่เพื่อตัดปัญหาการตีกัน ก่อนไจ๋เพื่อนสาวในแก๊งของลุคจะลุกจากโซฟาตรงดิ่งมากกอดเธอพร้อมกับโยกตัวเบาๆ “น้องลูของพี่~~” “คิดถึง” “คิดถึงเหมมือนกันค่ะ” “น้องลู~” เวลทำท่าจะลุกขึ้นจากพื้นเพื่อตรงมาหาลูซี่แต่ก็โดนลุคดึงคอเสื้อเอาไว้จนเขาต้องกลับไปนั่งตามเดิม “มึงดึงกูทำไมเนี่ย กูจะไปกอดน้อง” “กอดตีนกูนี่” ประโยคนั่นทำให้เธอถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที “มึงนี่ยังหวงน้องไม่เปลี่ยนเลย” พี่ไจ๋พูดก่อนนจะปล่อยให้เป็นอิสระ “กูไม่ได้หวง แต่มึงเป็นผู้ชายไอ้ลูมันเป็นผู้หญิงจะให้ไปกอดกันได้ไง” “หรอ แต่กูก็กอดไอ้ไจ๋ได้ปกตินะ” ประโยคของพี่เวลทำลูซี่อดสงสัยไม่ได้ “พวกพี่คบกันหรอคะ” ทุกคนมองไปทางเวลกับไจ๋พร้อมกัน “บ้าน่าน้องลู พี่เนี่ยนะจะไปคบกับไอ้เวล โคตรเป็นไปไม่ได้เลยล่ะ” “อ๋อ งั้นตอนนี้พวกพี่ก็เป็นแค่เพื่อนกันสินะคะ” เน้นคำว่าเพื่อนเพื่อดูอากัปกิริยาของคนทั้งสอง แล้วก็ตามคาดเวลที่กินน้ำอยู่ถึงกับสำลักไอ ต่างกับไจ๋ที่ยังคงนิ่ง แต่ดูเหมือนเธอจะไม่รู้เรื่องเสียด้วยซ้ำ “แค่ก!!” ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ทุกคนต่างรู้ว่าเวลชอบไจ๋แต่ติดตรงสถานะคำว่าเพื่อนและไจ๋ที่ไม่รู้เรื่องนี่แหละ เลยทำให้ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองไม่มีความคืบหน้าสักที “แล้วคนข้างหลังนั่นใคร” แซนลุกขึ้นนั่งพร้อมกับมองไปยังคนที่อยู่ด้านหลังของลูซี่ ไทม์ที่ยืนอยู่ข้างหลังค่อยๆโผล่หน้าออกมาให้เห็นก่อนจะเอ่ยทักทาย “เอ่อ สวัสดีครับ” “อ่าว มาคนเดียวหรอ แล้วไอ้สองคนนั้นล่ะ” ลุคถามขึ้นขณะสายตายังคงจับจ้องอยู่กับเกมส์บนจอทีวีอยู่ “ติดธุระ มาไม่ได้ครับแต่ฝากอวยพร​วันเกิด​มาให้” “น้องปีหนึ่งใช่มั้ย” ไจ๋ชะเง้อหน้ามาเพื่อคุยต่างกับคนที่อยู่ด้านหลังลูซี่ที่กำลังหดคอหนี “คะ-ครับ” “ไอ้ไจ๋น้องมันกลัวแล้วน่ะ” เวลเอื้อมมือมาดึงมือไจ๋ให้เธอถอยห่างก่อนจะคว้าไหล่เธอจนนั่งลงไปกับพื้น “ไอ้เวลอย่าดึงสิ ฉันจะคุยกับน้อง!” “ถ้าอยากคุยมากมาคุยกับกูนี่มา” “ไม่!! กูไม่อยากคุยมึง” “ว้าย มันไม่อยากคุยกับมึงว่ะ” “ไอ้สัสนี่” ลุคหันมาล้อคนข้างก่อนจะโดนพี่เวลยกเท้าถีบแล้วเอนตัวหลบจนล้มกลิ้ง ลูซี่ที่ยืนดูได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ยังคงเป็นแก๊งค์ที่วุ่นวายไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ หลังจากที่วุ่นวายมามากพอลูซี่ก็ขอปลีกตัวแยกออกมาเพื่อช่วยแม่บ้านเตรียมของสำหรับเย็นนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าคนอย่างเธอที่ล้างจานไม่เป็นแต่ดันทำอาหารเป็นซะงั้น เอาจริงๆ ก็ทำไม่เป็นหรอก แต่ตั้งแต่วันนั้นที่ไปเฝ้าไทม์เพื่ออัพสกิลแม่บ้านเธอก็กลับมาให้ป้านวลสอนทำอาหารทันที แน่ล่ะ ถ้าชอบน้องแล้วคิดจะจีบถ้าไม่ฝึกความเป็นแม่บ้านจะจีบติดได้ยังไง จริงมั้ย? “คุณหนูจะให้ป้าออกไปซื้อเค้กมั้ยคะ” ป้านวลหันมาถามขณะกำลังหั่นผักสำหรับทำอาหารเย็นนี้ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ทำสปาเก็ตตี้แล้วปักเทียนเอาก็พอแล้วค่ะ” ลุคไม่ชอบกินเค้ก มันเคยบอกว่าเลี่ยนกินแล้วแสบคอ ส่วนที่เลือกเอาสปาเก็ตตี้แทนเค้กก็เพราะมันคือของโปรดของลุค กินเช้ากินเย็นกินได้ทุกวันจนไขมันจะอุดตันอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงกินต่อ ก็มีช่วงนี้แหละที่มันลดไปบ้างก็เพราะล่าสุดที่ไปตรวจสุขภาพประจำปีคุณหมอบอกว่าลุคกินแป้งเยอะเกินไป ต้องลดแป้งลงบ้างไม่งั้นอาจจะเกิดโรคอ้วนในอนาคตได้ แน่ล่ะพอมันได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับงอแงเลยทีเดียว เพื่อสุขภาพที่ต้องมาก่อนเลยต้องลดอย่างช่วยไม่ได้ แต่ไหนๆ วันนี้ก็วันเกิดลุคแล้ว เธอจึงตัดสินใจที่จะทำสปาเก็ตตี้ของโปรดให้แทนเค้กวันเกิด แต่แค่วันนี้นะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม