'08' /2

3338 คำ
ทานข้าวกันเสร็จพวกเขาก็เดินเล่นกันต่อ ระหว่างทางเราก็เดินเข้าเดินออกร้านู้นทีร้านนี้ทีจนมาหยุดที่ร้านฟิกเกอร์ที่ชั้น 3 ของห้าง ขณะที่ทุกคนเข้าไปในร้านไทม์กับลูซี่ก็ยืนรออยู่ด้านนอก “แผลดีขึ้นยังคะ” ไทม์ยกมือจับหน้าผากตรงบริเวณที่เคยโดนบอลกระแทก “ดีขึ้นเยอะแล้วครับ แต่ก็มีมึนๆ บ้างตอนที่ก้มนานๆอ่ะครับ” “ตอนที่เราโดนบอลกระแทกหัวตอนนั้นใจพี่หล่นวูบเลยค่ะ พี่โมโหมาก โมโหทุกอย่างจนขาดสติเลย” “ขอโทษนะครับที่ทำให้เป็นห่วง” ก้มหน้าขอโทษด้วยความรู้สึกผิด “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ไทม์ไม่ได้ผิดสักหน่อย ถ้าจะผิดก็ผิดที่ลูกบอลมันบังอาจลอยไปโดนหน้าสวยๆ ของเรานั่นแหละ” ลูซี่พูดติดตลกทำเอาเขาถึงกับหลุดหัวเราะออกมาทันที เหตุการณ์นั่นเดิมทีมันไม่ได้มีใครผิดหรอก กีฬาแบบนี้ในการแข่งขันอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นพวกกีฬาที่ต้องปะทะกันโดยตรงด้วยเลยไม่แปลกที่จะได้ยินข่าวว่านักกีฬาบาดเจ็บ เขาเองก็ก็มีส่วนผิดด้วยแหละที่ไม่ระวังเองตัวเอง ดันวิ่งเอาหน้าไปรับบอลแบบนั้นจะเจ็บก็ไม่แปลก รออยู่สักพักอีกสามคนก็เดินออกมาพร้อมกับฟิกเกอร์จำนวนหนึ่ง ไทม์แอบนับจำนวนฟิกเกอร์ ในถุงติมกับบูมมีแค่คนละตัวสองตัวต่างกับพี่ลุคที่ในถุงมีไม่ต่ำกว่าสิบ เห็นหน้าตาดุๆ แบบนี้พี่แกก็สายสะสมฟิกเกอร์นะเนี่ย “เห็นร้านของหวานแล้วอยากกินว่ะ” ลุคที่เดินนำพูดขึ้นพลางเหลียวมองร้านขนมหวานที่เราเดินผ่านมา “กินมากระวังเบาหวานจะถามหา” “เอ๊ะมึงนี่ไอ้ลู ก็กูชอบอ่ะ ว่าแต่คนอื่นมึงก็เหมือนกันกินแต่น้ำพริกกากหมู สั่งทีเป็นลังกูยังไม่ว่าอะไรเลย” ประโยคของพี่ลุคทำไทม์ถึงกับต้องหันไปมองอีกคน จะว่าไปเขาก็เหมือนจะคุ้นๆ บ้านผมขายน้ำพริกกากหมูทั้งหน้าร้านที่แม่ไปขายกับป้าแล้วก็ออนไลน์ มันมีอยู่วันนึงที่จู่ๆ ก็มีออเดอร์กว่ายี่สิบแพ็ค แล้วนามสกุลก็เป็นนามสกุลเดียวกับพี่ลูซี่ หรือว่า…! “ใช่น้ำพริกยี่ห้อแม่ศรหรือเปล่าครับ เหมือนเคยเห็นพี่ลูซี่ลงไอจีอยู่” บูมถามให้คลายสงสัย “ใช่ค่ะ” นั่นไง! น้ำพริกแม่ผมจริงๆด้วย “เอ๊ะ น้ำพริกกากหมูแม่ศรนี่มันของแม่มึงนี่หว่าไอ้ไทม์” ติมหันมาถามเพื่อความแน่ใจกับ “จริงดิ” ลุคที่ได้ยินก็ถึงกับหยุดเดินแล้วหันมาถามอีกคน “จริงดิ” “ครับ ของแม่ผมเอง” ลุคทำหน้าคลายสงสัยก่อนจะเหลือบตามองคนน้องที่ไม่หือไม่อืออยู่ข้างๆ “อ๋อ…สงสัยกูต้องไปกินบ้างล่ะ” ขณะที่เราคุยเล่นกันไปพลางจู่ๆ ไทม์ก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางเกมส์เซ็นเตอร์ ไทม์ชะเง้อมองหาต้นตอจนไปพบกับกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าเครื่องเล่นต่อยมวย “เฮ้ย! ไอ้เจมส์มายืนนี่หน่อยดิ” “ทะ…ทำไมหรอ” “อย่าถามมากดิบอกให้มายืนก็มายืน” ไทม์ยืนมองการกระทำของคนพวกนั้น เหมือนคนที่เป็นหัวโจกสั่งให้ชายหน้าติ๋มไปยืนด้านในแป้น “ดะ…เดี๋ยวก่อน พวกนายจะให้ฉันเป็นเป้าหรอ” “ก็ใช่ไง อย่าลีลาดิเร็วๆ” “แล้วแบบนี้เราก็โดนสิ” “มึงก็หลบสิ” “แต่…” “เร็วๆ!!” ชายหน้าติ๋มถูกเพื่อนในกลุ่มผลักเข้าไปในเครื่องเล่นแต่พอดูๆ ไปเหมือนไม่ใช่เพื่อนเลย เหมือนพวกนักเลงที่กำลังแกล้งคนอื่นมากกว่า หนึ่งในแก๊งนั้นทำท่าวอร์มแขนก่อนจะปล่อยหมัดลงที่นวมเต็มแรงจนนวมนั่นกระแทกโดนใบหน้าอย่างจังๆ “ไอ้ไทม์! ทำไรวะ” เสียงของติมทำเอาเขาหลุดออกจากภวังค์ทันที ไทม์หันไปมองพบว่าตอนนี้ทุกคนมองด้วยสีหน้าสงสัย “เอ่อ…คือ” คือเขาแค่อยากช่วยพี่หน้าติ๋มคนนั้นแต่อธิบายทุกคนไม่ถูกเลยตัดสินใจเบนสายตาเป็นเชิงบอกแต่เหมือนทุกคนจะไม่รู้ “คือ…ไปต่อยมวยกันมั้ยครับ” “ห๊ะ?” เป็นไปตามคาดทุกต่างพากันทำหน้าสงสัยและไม่เข้าใจ “ตอนนี้อ่ะนะ” ไทม์พยักหน้าตอบ “นะครับๆๆ นะๆๆๆ” “ถ้าไทม์อยากเล่นก็ได้ค่ะ พี่ไม่ขัด” คำตอบของลูซี่ทำเอาไทม์ยกยิ้มทันที ในขณะที่คนอื่นๆ ยังงงๆ อยู่ พวกเขาเดินตรงไปยังโซนเกมส์เซ็นเตอร์ที่อยู่อีกฝั่งตรงข้ามก่อนจะไปหยุดอยู่หน้าเครื่องเล่นต่อยมวย พวกเขายืนมองเด็กกลุ่มนั้นอยู่ครู่ก่อนไทม์จะเป็นคนเอ่ยทัก “เอ่อ…ขอโทษนะครับ คือขอเล่นเครื่องนี้หน่อยครับ” พูดอย่างเกร็งๆ ก่อนคนกลุ่มนั้นพากันหันมามองก่อนที่คนที่เหมือนเป็นหัวโจกของแก๊งพูดขึ้น “ไม่เห็นรึไงวะว่าเล่นอยู่” คำตอบของเขาทำพวกหันหน้ามองกัน “เอ่อ…แต่” หัวโจกคนเดิมเหมือนจะเดินเข้ามาหาเรื่องพี่ลูซี่ที่เห็นดังนั้นก็เข้ามาขวางทันที “เราขอเล่นหน่อยได้มั้ยคะ” หัวโจกเมื่อเห็นพี่ลูซี่ท่าทีก็เปลี่ยนไปทันที “ถ้าคนสวยอยากเล่นก็ได้ครับ เชิญเลย เฮ้ย! ไอ้เจมส์มานี่ดิ” หัวโจกดึงชายหน้าติ๋มให้เข้าไปยืนที่เดิม เดี๋ยวนะ จะให้เขามาเป็นเป้าอีกแล้วหรอ หันมองที่ชายหน้าติ๋มเขาก็หันมาสบตากับเขาพอดี แต่สายตาเขาที่มองมาเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ “อันนี้คือ?” ลูซี่หันไปถามหัวโจกที่ยืนข้างๆ พร้อมกับชี้ไปที่ชายหน้าติ๋ม “อ๋อ ก็ถ้าต่อยแบบธรรมดามันจะไม่สนุกไงครับ ผมก็เลยใส่เป้าเข้าไปด้วย” “เป้า?” “ถ้าคนสวยต่อยโดนเป้าก็เอารางวัลไปเลย” ลูซี่พยักหน้าตอบก่อนจะเดินเข้าดึงนวมลงมาจนสุดพร้อมกับหันไปพูดอะไรบางอย่างกับชายหน้าติ๋มตรงหน้า “ชื่ออะไร” “ผะ-ผม ชื่อเจมส์ครับ” “ย่อตัวลงหน่อย แล้วก็หลับตาด้วย” ชายหน้าติ๋มสั่นกลัวแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี “เปลี่ยนเป็นเตะได้มั้ย” “ได้ครับคนสวย” ลูซี่ถอยออกมาเล็กน้อยพร้อมกับตั้งท่าก่อนจะกวาดขาฟาดผ่านศรีษะของชายหน้าติ๋มไปโดนเครื่องเล่นอย่างฉิวเฉียด เครื่องเล่นร่วงหล่นลงสู่พื้นทันที แก๊งนักเลงที่ไทม์ตั้งชื่อใหม่ต่างยืนมองด้วยความตกใจรวมถึงคนแถวนั้น ไทม์ก็ตกใจเหมือนกันไม่คิดว่าเธอจะแรงเยอะขนาดนี้ ว่าแต่ ขาเธอยังโอเคดีมั้ยนะ เตะไปขนาดนั้นท่าจะเจ็บน่าดู “แย่ล่ะ มันล้ม” ลูซี่เอ่ยออกมาด้วยสีหน้านิ่งสนิทราวกับไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นต่างกับคนอื่นที่กำลังช็อคอยู่ “เกิดอะไรขึ้นหรอคะ” พนักงานคนหนึ่งวิ่งมาด้วยหน้าตาตื่น “อ่า พอดีฉันเผลอทำเครื่องเล่นพังน่ะค่ะ น่าจะเล่นแรงเกิน ไม่ทราบว่าต้องรับผิดชอบยังไงคะ” “เอ่อ เดี๋ยวฉันขอไปถามผู้จัดการก่อนนะคะ” พี่พนักงานวิ่งหายไป “เมื่อกี้กูน่าจะบอกให้มึงออมแรงนะ ดูสิ เครื่องเล่นเขาพังเลย” พี่ลูซี่ไหวไหล่เล็กน้อยพร้อมกับกับทำหน้าเบื่อหน่าย “ไม่เห็นสนุกเลย” ไม่นานพี่พนักงานก็กลับมาพร้อมกับผู้จัดการ เขาคุยกับพี่ลูซี่อยู่ครู่ “เดี๋ยวมา” เธอหันมาบอกก่อนจะเดินจากไปกับผู้จัดการ กลับมาที่เหตุการณ์ตรงหน้าตอนนี้มีพี่พนักงานมาจัดการเก็บกวาดซากเครื่องเล่นที่พังยับเยิน ส่วนพวกแก๊งนักเลงก็พากันกระซิบกระซาบพร้อมกับลากหัวโจกไปคุย เบนสายตาหันมองชายหน้าติ๋มยังคงช็อคอยู่ ไทม์ที่เห็นดังนั้นก็รีบเดินไปหาเขา “นายชื่อเจมส์ใช่มั้ย” เขาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อไทม์เอามือไปแตะเขาก่อนจะพยักหน้ารัวๆ “ครับๆๆ” “นายโอเคมั้ยเนี่ย” “อะ-โอเคครับ โอ๊ย!” เหมือนเขาจะเจ็บแผล ไทม์ก็ทำอะไรไม่ถูก “เอ่อ เราว่านายไปหาหมอดีกว่านะ เดี๋ยวมันจะอักเสบ” “ขะ-ขอบคุณมากครับ” คุยกันจบเป็นจังหวะเดียวกับที่ลูซี่เดินกลับมาพอดี “เป็นไงบ้างครับ” “เรียบร้อยค่ะ” “งั้นไปกันเถอะไป” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็จะเตรียมตัวกลับแต่จู่ๆ ก็มีเสียงโวยวายของใครบางคนมาจากด้านหลัง “เฮ้ย!! จะไปไหนวะ!” หันกลับไปพบว่าเป็นหัวโจกที่เดินตรงดิ่งมาทางเราด้วยสีหน้าที่ดูโมโหจัด “คิดว่าทำแบบนี้แล้วพวกกูจะปล่อยไปไง!” พวกเขาต่างพากันมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ “หมายความว่าไงครับ ก็เครื่องเกมส์พังแล้วนี่ ก็จบเกมส์ไง” ผมตอบไป ก็เครื่องเล่นพังมันก็ไม่มีอะไรให้ทำต่อแล้ว อีกอย่างเขาก็คิดว่าถ้าเครื่องเล่นพังคนที่ชื่อเจมส์ก็น่าจะไม่ต้องโดนแกล้งแล้ว แต่ดูท่าทางแบบนี้เรื่องคงไม่จบง่ายแน่ๆ “ยังไง ไม่เข้าใจ” ลูซี่ตอบกลับไปด้วยสีหน้านิ่ง “มึงอย่ามาทำไขสือ อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วกูจะไม่กล้านะ” “บอล ใจเย็นก่อน” “มึงไม่ต้องมาเสือก!!” บอลหรือหัวโจกผลักเจมส์ออกจนเขากระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอย่างจง พวกเขาจึงรีบเข้าไปดูอาการ นี่มันจะเกินไปแล้วนะ ทำร้ายเพื่อนตัวเองได้ยังไงกัน “อีสวย มึงอย่าคิดว่ามีพวกแล้วจะรอด กูจะสั่งคนให้มาข่มขืนมึงแล้วโยนทิ้งไว้ข้างถนนเลย” “ไอ้…” ประโยคนั่นทำให้ผมถึงกับสบถขึ้นมาทันที ไอ้นี่ทำตัวสวะไม่พอ ยังพูดจาน่ารังเกียจอีก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกแบบนั้นลุคด้วยเช่นกัน ทันทีที่เขาได้ยินก็แทรกตัวเข้ามากันไอ้หัวโจกที่เดินพุ่งเข้าหาลูซี่ทันที “เฮ้ย พูดอะไรให้เกียรติเพศแม่มึงด้วย” น้ำเสียงกดต่ำฟังแล้วทำให้ขนลุก ระดับความสูงที่สูงกว่ากับสายตาที่เหมือนพร้อมจะฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ ได้ทุกเมื่อมันดูน่าสยองจนเขาถึงกับกลืนน้ำลายทันที “ถอยไป!!” ไอ้หัวโจกปล่อยหมัดตรงหมายจะชกพี่ลุคทียืนขวาง แต่ด้วยทักษะและความไวเหนือมนุษย์ลุคกลับรับหมัดนั่นก่อนจะใช้แรงของเขาบีบมือแน่นจนอีกฝ่ายถึงกับร้องออกมา ตามมาด้วยเสียงดังกร๊อบที่คิดว่าน่าจะเป็นเสียงกระดูกที่ราวกำลังแตกหัก อีกฝ่ายร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะทรุดลงกับพื้น ลุคดึงแขนไอ้หัวโจกขึ้นมาด้วยมือเดียวขึ้นเหนือหัวจนจนระดับใบหน้าของไอ้หัวโจกอยู่ระดับเดียวกับเขา “ครั้งนี้กูแค่เตือน ถ้าครั้งหน้ามึงทำอะไรกับน้องกูรวมถึงไอ้เด็กเจมส์นั่นอีก อนาคตมึงดับแน่” พูดจบเขาก็ปล่อยมือออกทำให้ไอ้หัวโจกนั่นร่วงลงพื้นทันที “พวกมึงอ่ะ เพื่อนไอ้นี่ใช่มั้ย ฝากไปบอกพี่ชายมันด้วยว่าให้ดูแลน้องมันดี” “ครับพี่ พวกผมขอโทษด้วยครับ” เพื่อนของเขาที่ยืนดูอยู่ก็รีบเข้ามาพยุงก่อนจะพากันก้มหัวขอโทษและรีบเดินหนีจากไป พวกผมเดินเข้าไปสมทบพร้อมกับเพื่อนที่พยุงเจมส์เดินตามมา “พี่ลุครู้จักไอ้หัวโจกนั่นด้วยหรอครับ” ไทม์ถามด้วยความสงสัย “ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก แต่พอดูดีมันหน้าคล้ายๆ กับลูกน้องที่ทำงานที่ร้านซ่อมรถพี่ เลยถ่ายส่งไลน์ไปถามมัน ก็เลยรู้” “แล้วจะเอาไงต่อดีครับ ตอนนี้ก็ห้าโมงกว่าแล้วด้วย” บูมถามขึ้นพร้อมโชว์หน้าจอมือถือที่แสดงเวลาให้เราดู “กลับสิ อยู่ทำไมเล่า” “เอ่อ…คือ” เสียงอีกคนเรียกให้เราหันไปมองพบว่าเป็นเจมส์ ลืมไปว่าเขายังอยู่นี่ “เอ็งอ่ะ กลับไง” ลุคหันไปถามเจมส์ที่ยืนเก้งๆ กังๆ “ผม..กลับรถเมล์ครับ” “กลับด้วยกันนี่แหละ” “เอ่อ…ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกลับเองก็ได้ครับ แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้วครับ” เจมส์ก้มหัวขอบคุณเก้าสิบองศา “มันเย็นแล้วกลับด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวไปส่ง จะได้พาไปหาหมอด้วย” “แต่…” “อย่าทำตัวดื้อเหมือนไอ้ไทม์ดิ กลับเองคนเดียวถ้าเจอไอ้พวกนั้นอีกจะสู้เขาไหวไง ไปกลับ” ลุคไม่พูดพร่ำทำเพลงเดินมาดึงมือเจมส์ก่อนจะเดินนำพวกเขาไป ไทม์ที่เห็นก็แอบยกยิ้มเล็กน้อย พี่ลุคแกก็มีมุมใจดีเหมือนกันนะเนี่ย ว่าแต่ไอ้ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าดื้อเหมือนเขามันหมายความว่าไงนะ รถยนต์ SUV แปดที่นั่งเทียบจอดที่หน้าประตูทางเข้าหน้าตึกของโรงพยาบาล​พวกเขาลงจากรถ​ส่วนลุคก็เอารถไปจอด​ ไทม์กับเจมส์นั่งรอ​อยู่​ที่หน้าห้องฉุกเฉิน​เพื่อรอทำแผลส่วนคนอื่นๆ ก็รอที่คาเฟ่ด้านนอก​ ตอนแรกลูซี่ก็จะมาด้วยแหละแต่เขากลัวเจมส์เกร็งเลยขอเป็นคนมาเป็นเพื่อนเอง​ ลูซี่ก็ได้แต่ถอนหายใจ​ก่อนจะยื่นบัตรเครดิต​มาให้สำหรับ​จ่ายค่ารักษา​ก่อนจะไปรอที่คาเฟ่ฝั่งตรงข้ามตึก​ ขณะที่​นั่ง​รอ​อยู่​หน้าหัอง​ฉุกเฉิน​ผมก็แอบชำเลืองมองคนข้างๆ​ ที่ดูเกร็งๆ​ “นายโอเคมั้ยเนี่ย” เจมส์สะดุ้ง​เฮือกก่อนจะตอบแบบกระอึกกระอัก​ “เอ๊ะ? เอ่อ…อะ-โอเคครับ” สภาพของเขามันดูไม่โอเคเลยสักนิด ยังไม่ทันได้คุย​ต่อเจมส์ก็ถูก​เรียกเข้าไปทำแผล ใช้เวลาไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับใบหน้าที่มีผ้าก็อตแปะอยู่ เราพากันเดินออกมายังโซนรับยา ไทม์กวาดสายตามองหาที่นั่งแต่ดูเหมือนว่าคนจะเยอะมากทำให้แทบไม่เหลือที่นั่งเลย “ไม่ที่นั่งเลยอ่ะ​ งั้นเรายืนกันมั้ย” “อะ… อ๋อ​ ได้ๆ” เรายืนหลบอยู่กำแพงด้านหลัง​ ไทม์แอบเหลือบมองคนข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถาม “เราขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย” “ได้ๆ” “นายกับคนที่ชื่อบอลเป็นเพื่อนกันหรอ” เจมส์ที่ได้ยินคำถามก็ถึงกับสตั้นไปในทันที​ก่อนจะหันกลับไปแล้วยกยิ้มด้วยสายตาที่ดูเศร้าสร้อย​ “อืม เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กเลยล่ะ” “…” “เราอยู่ซอยเดียวกัน แล้วแม่ของพวกเขาก็เป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันพวกเขาก็เลยสนิทกัน” “แล้วตอนแรกเขาแกล้งนายแบบนี้หรือป่าว” เจมส์นิ่งคิดอยู่ครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบเบาๆ งั้นแสดงว่าเขาโดนบอลแกล้งมาโดยตลอดเลยสินะ “นายไม่โกรธหรือเกลียดคนพวกนั้นบ้างหรอที่ทำร้ายนายขนาดนี้” เจมส์เงยหน้ามายิ้มให้พร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย “ไม่นะ ก็เพื่อนกันนี้” คำตอบของเขาทำเขาถึงกับขมวดคิ้วทันที ไม่โกรธอย่างนั้นหรอ ทำไมล่ะ เขาทำร้ายกันตั้งขนาดนั้นแต่ยังไม่โกรธอีก ไม่ทันที่จะถามต่อเสียงประกาศชื่อของคนข้างๆ ก็ดังขึ้นพอดี เราเดินไปที่ช่องจ่ายเงิน ขณะที่เจมส์กำลังง่วนอยู่กับการหยิบกระเป๋าตังผมก็ยื่นบัตรเครดิตที่ลูซี่ให้มาแทรกให้คุณพยาบาลทันที​ เจมส์ที่ไม่รู้เรื่องกำลังจะยื่นเงินให้คุณพยาบาลไทม์ที่เห็นดังนั้นก็ไปดึงมือทันที “เราจ่ายแล้ว” เจมส์ทำหน้างงใส่ผมเอื้อมมือไปรับใบเสร็จ​ให้ก่อนจะดันตัวเขาไปที่ช่องรับยา​ รับยาเสร็จ​ก็พากันเดินออกมาแต่ยังไม่พ้นตึกไทม์ก็ถูกเจมส์ดึงกระเป๋าเป้เอาไว้ก่อนจะวิ่งมาดักหน้า “เดี๋ยวก่อนๆ ไทม์นายจ่ายเงินให้เราทำไม” “อ่า ไม่ห็นเป็นไรเลยนี่ แค่นี่เอง” เลือกตอบโกหกไป เอาจริงก็อยากบอกหรอกแต่ลูซี่ขอไว้ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่ก็ได้แต่ตอบแบบนั้นแหละ คิดว่าดีที่สุดแล้ว “ไม่ได้นะ เอ้านี่ เราคืน” เจมส์ยื่นเงินจำนวนหนึ่งมาให้ ไทม์ที่เห็นดังนั้นก็ดันมือเขากลับไป “ไม่เป็นไรหรอก นายเก็บไว้เถอะ” “แต่…” “เอาน่าแค่นี้เอง อีกอย่างเราอยากช่วยนายน่ะ” “เอางั้นหรอ” “เอางั้นแหละ” เจมส์เม้มปากพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อย “ขอบคุณมากๆ เลยนะ ขอบคุณจริงๆ คือ…เราไม่รู้จะตอบแทนพวกนายยังไงดี” “ไม่ต้องหรอก เห็นคนเดือดร้อนเราก็ต้องเข้าไปช่วยดิ” เขาไม่ได้ซีเรียสกับการตอบแทนสักเท่าไหร่ จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ตอนแรกที่เลือกเขาไปช่วยเขาก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าไม่มีพวกลูซี่กับลุคเขาจะโดนอะไรบ้าง เพราะตอนนั้นคิดว่าแค่ว่าอยากจะช่วยเขาที่กำลังถูกคนพวกนั้นกลั่นแกล้งเฉยๆ ถึงแม้ลึกๆ ไทม์จะไม่เข้าใจเพราะไม่เคยเจอกับตัวแต่ผมก็รับรู้ได้ว่าเขาน่าจะกำลังเจ็บปวดอยู่ เลยเอื้อมมือเข้าไปช่วยก็เท่านั้นเอง “งั้นเราไปกันเถอะ ทุกคนคงรอกันแแล้-” “เอ่อ… เดี๋ยว!” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเขาก็พูดแทรกขึ้นมาทันที “ว่า” “เราว่า เรากลับเองน่าจะดีกว่า” “ทำไมอ่ะ จะไม่กลับด้วยกันหรอ” เจมส์ยิ้มน้อยๆ พร้อมกับส่ายหัว “แค่นี้เราก็เกรงใจจะแย่แล้ว” ไทม์ที่จะพูดต่อแต่พอเห็นสีหน้าของเขาก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาทันที “โอเค งั้นก็ได้” เจมส์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ “งั้นเราฝากนายไปขอบคุณคนอื่นๆ ด้วยนะ แล้ว…ถ้ามีโอกาสเราอยากจะตอบแทนนาย ได้มั้ย” “ได้สิ ได้ตลอด” “ขอบคุณนะ งั้นเราไปล่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะ” “อืม โชคดีนะ” เจมส์โบกมือลาก่อนจะเดินแยกจากไป ไทม์มองแผ่นหลังของเขาจนลับสายตาพร้อมกับคำถามนับไม่ถ้วนที่อยู่ในหัว เดินมาถึงคาเฟ่ก็พบว่าทุกคนออกมายืนรอกันแล้ว “เรียบร้อยใช่มั้ยคะ” ไทม์พยักหน้าตอบลูซี่ไป “แล้วคนนั้นน่ะ ไปไหน” บูมถามขณะที่ปากยังเคี้ยวขนมอยู่ “กลับไปแล้วอ่ะ” “อ่าว” ไทม์ไหวไหล่เล็กน้อย “งั้นเราก็กลับได้แล้วไป” พี่ลุคพูดขึ้นก่อนจะเดินนำไปยังลานจอดรถ ขณะที่เดินอยู่ก็เกิดนึกอะไรขึ้นมา “มึง ถามอะไรหน่อยดิ” “ว่า” ติมหันมาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป “ถ้าสมมติเพื่อนสนิทมาแกล้งมึงแรงๆ มึงจะโกรธมั้ย” ติมที่ได้ยินคำถามนั้นถึงกับหยุดเดินแล้วเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ “โกรธดิ เผลอๆ กูจะต่อยกลับด้วย” คำตอบของมันทำเอาไทม์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา อย่างที่คิดไว้เลย ไอ้เพื่อนคนนี้มันป่าเถื่อนโคตร “ถามทำไม” ผมส่ายหัวเล็กน้อย “ป่าวๆ ไม่มีไร” คุยกันเสร็จเราก็เดินกันต่อ พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกี้เขาก็ถึงคิ้วขมวดขึ้นมาทันที ทั้งที่ใจอยากจะถามแต่พอเห็นสีหน้าของเขามันกลับพูดไม่ออก หยุดเดินพร้อมกับหันมองไปยังทางด้านหลังที่เจมส์เดินออกไปเมื่อตอนก่อนหน้าพร้อมกับคำถามในหัว เจมส์…นายเป็นคนยังไงกันแน่นะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม