'08' / 1

3236 คำ
แหงนมองท้องฟ้าพร้อมกับเงี่ยหูฟังเสียงของนกกระจิบ สูดลมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ในที่สุดวันนี้ก็ได้ลุกออกจากเตียงสักทีหลังจากนอนซมอยู่สามวันติด ถึงแม้ตอนนี้จะดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีมึนๆ บ้าง ถ้าเป็นคนอื่นคงวันเดียวหาย แต่เวลาไทม์โดนอะไรกระแทกหัวมักจะปวดไปสามสี่วันเลย เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่ก็ชินแล้วแหละ ขึ้นรถเมล์สายประจำเดินไปนั่งที่ว่างเบาะหลังสุดที่เหลืออยู่ ผมหยิบหูฟังขึ้นมาใส่พร้อมกับเล่นเพลงในลิสท์ที่ตั้งไว้นั่งฟังไปพลาง ระหว่างที่รถเมล์แล่นไปตามถนนเส้นหลักไทม์ก็สังเกตว่ารถเริ่มติดและคนก็เริ่มเยอะจนอัดแแน่นเป็นปลากระป๋อง ถึงแม้เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำแต่เขาก็ไม่เคยชินกับเรื่องแบบนี้สักที มันทั้งอึดอัด หายใจไม่ออก แล้วถ้ายืนนะยิ่งแทบจะเป็นลมเลย ขณะที่เขากำลังตัวลีบอยู่ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากมือถือ กดเข้าที่แจ้งเตือนพบว่าเป็นลูซี่ที้่ทักมาหา เขารีบกดตอบกลับเพื่อไม่ให้อีกคนรอนาน Lucyxx : อรุณสวัสดิ์ค่ะ Lucyxx : ไปเรียนแล้วหรอคะ time 00.00 : ครับ time 00.00 : พี่ลูซี่รู้ได้ไงครับ Lucyxx : พี่มารับเราหน้าบ้านแต่ไม่เห็นใคร เลยคิดว่าเราน่าจะไปเรียนแล้วน่ะค่ะ time 00.00 : ขอโทษที่ไม่ได้บอกนะครับ Lucyxx : ขอโทษทำไมล่ะคะ พี่ต่างหากที่จะมาแล้วไม่บอกเราเอง Lucyxx : แล้วนี่ไปมอยังไงคะ time 00.00 : รถเมล์ครับ time 00.00 : คนแน่นมากเลย Lucyxx : ให้พี่ไปรับมั้ยคะ time 00.00 : ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว Lucyxx : แล้วแผลที่หัวดีขึ้น​รึยังคะ time 00.00 : ดีขึ้น​มาก​แล้วครับ time 00.00 : ต้องขอบคุณ​พี่ลูซี่​เลยครับ​ ถ้าไม่ได้​พี่ลูซี่ผมแย่แน่ๆเลยครับ Lucyxx : ดีใจที่ได้ยิน​อย่างนั้น​นะคะ​ เงยหน้าจากมือถือ​มองรอบๆ​ ดูเหมือนว่า​ใกล้จะถึงจุดที่จะต้องลงรถแล้ว​ เขารีบพิมพ์​ตอบกลับลูซี่ก่อนจะหยิบของเพื่อเตรียมลงรถ time 00.00 : ผมต้องลงรถแล้ว​ ไปก่อนนะครับ​ Lucyxx : ค่ะ​ งั้นพี่ไม่กวนเราแล้ว เดินทาง​ปลอดภัย​นะคะ time 00.00 : พี่ลูซี่ก็เหมือนกัน​นะครับ Lucyxx : ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ time 00.00 : ส่งสติกเกอร์ พิมพ์เสร็จก็เป็นเวลาเดียวกันที่รถเมล์ถึงที่หมายพอดี ทันทีที่ประตูรถเปิดออกผมก็รีบเบียดเสียดผู้คนออกมาให้ทันก่อนที่ประตูรถจะปิด ทันที่เท้าแตะลงบนพื้นปูนไทม์ก็รีบโกยเอาอากาศเข้าปอดทันที ให้ตายเถอะ เกือบจะไม่รอดซะแล้ว จริงๆ ที่บ้าเขาก็มีรถมอเตอร์ไซค์นะ เขาสามารถขับมันมามหาลัยได้แต่ผมก็เลือกที่จะนั่งรถเมล์เพราะว่ามหาลัยขอไทม์กับบ้านมันค่อนข้างที่จะไกลกันกว่า 20 กิโลเลย อีกอย่างถนนเส้นนี้รถค่อนข้างจะเยอะด้วยมันค่อนข้างอันตรายเลยคิดว่านั่งรถลเมล์ปลอดภัยสุดแล้วล่ะ เดินเข้าเขตมหาลัยก่อนจะไปยืนรอรถกอล์ฟที่ป้าย ขณะที่ยืนมองดูวิวรอบๆ ก็มีแรงตบบ่าที่ไหล่ให้เขาสะดุ้งโหยง “ไง!” “เชี่-! ไอ้ติม” เป็นติมที่มาตบบ่า ไทม์จับไหล่ที่โดนตีพร้อมกับยกมือหวดแขนมันไปทีนึง “โอ๊ย ตีกูทำไมเนี่ย” “มึงอ่ะ กูขวัญเสียหมดเลยเนี่ย” ติมปั้นคิ้วขมวดก่อนจะทำเสียงล้อเลียน “โอ้โห คำโบราณซะด้วย ขวัญเสียหมดเลย” “โบราณตรงไหน เขาใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง” ติมส่ายหน้าพร้อมกับทำหน้ารับไม่ได้ ติมมึงอ่ะแหละโบราณ หลังจากยืนเถียงกันอยู่ครู่รถกอล์ฟก็มาพอดี พวกเขาก้าวขึ้นไปนั่งเถียงกันบนรถต่อ มาถึงหน้าตึกเรียนพวกเขาลงรถก็เห็นคนบูมที่กำลังยืนจ้องมือถืออยู่หน้าตึก พอพวกเขากำลังจะเดินเข้าไปทักก็เป็นจังหวะที่บูมเงยหน้าขึ้นมาพอดี “อ่าว มึงมาแล้วหรอ” “อือ มึงตื่นยังเนี่ย ทำหน้าง่วงเชียว” ติมพูดพร้อมกับยื่นมือไปบีบแก้มอ้วนเล่น “ตื่นแล้ว แล้วพวกมึงจะกลับเลยมั้ยอ่ะ” คำถามของบูมทำเอาพวกผมต้องขมวดคิ้ว​ ​ “นี่มึงจะโดดเรียนหรอ​ นิสัยไม่ดี​ นี่แน่ะ” ติมฟาดที่แขนบูมเบาๆเป็นเชิงหยอกล้อ​ บูมเกาแขนที่ถูกฟาดพร้อมกับตอบด้วยสีหน้าง่วง​ ดูท่ามันจะง่วงจริงๆ อ่ะแหละ​ ตาจะหลับอยู่แล้วนั่น “ป่าวนะ อาจารย์ยกคลาสต่างหาก” บูมหันจอมือถือให้ดูเพื่อโชว์หลักฐาน ไทม์กับติมไล่อ่านข้อความที่อาจารย์ส่งมาในกลุ่ม สถิติ Sinece Computer (58) a.um : อาจารย์ขอยกคลาสนะคะ a.um : วันนี้อาจารย์มีธุระค่ะ a.um : เจอกันอาทิตย์หน้านะคะ “ยกคลาสจริงด้วยว่ะ” “แล้วเอาไงต่ออ่ะ วันนี้ก็ไม่มีรับน้องด้วย จะอยู่นี่ก็เปื่อย” พวกเขาสามคนมองหน้ากันก่อนจะมีความคิดนึงผุดเข้ามาในหัว “งั้นไปเที่ยวกันมั้ย ไหนๆก็ได้หยุดแล้ว” “เอาดิ แล้วจะไปไหนล่ะ” “วันนี้มีงานเกมส์จัดที่ห้าง คือ…กูอยากไปอ่ะ” บูมพูดด้วยเสียงที่เบากว่าปกติแต่ก็ได้ยินกันชัดเจน “เอาสิ” พอได้ยินคำตอบบูมก็แสดงสีหน้าดีใจออกมา บูมมีนิสัยค่อนข้างเหมือนเด็กแล้วก็เป็นคนที่ขี้อายไม่ค่อยกล้าพูดกับคนแปลกหน้า แต่ถึงอย่างนั้นเวลาที่เล่นเกมส์มันจะเป็นอีกคนเลย มีความมั่นใจและกล้าพูด เขาไม่รู้ว่าไอ้นิสัยแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร แต่ถึงอย่างนั้นบูมก็เป็นเพื่อนที่ดีกับพวกไทม์เป็นเพื่อนที่น่ารักคนหนึ่งเลยล่ะ ตอนนี้ทั้งสามมาอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแล้ว มันอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย ตอนแรกก็กะจะมาแท็กซี่กันแต่บูมบอกว่าวันนี้มีงานเกมส์คนจะเยอะเลยคิดว่านั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ห้างจะเร็วกว่า ทันทีที่เข้ามาในงานเขาก็กวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อสำรวจบรรยากาศ “คนเยอะใช่เล่นนะเนี่ย” “เออดิ กูก็คิดว่างานกลางๆ ที่ไหนได้งานโคตร” ตอนแรกบูมบอก่าเป็นงานเกมส์ใหญ่แต่ก็ไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ มีทั้งบูธเกมส์และบูธไอทีมากมายแถมยังมีเวทีใหญ่สำหรับเปิดงานอีก เรียกได้ว่าเป็นงานระดับประเทศเลยก็ได้ “ว้าว โคตรเท่เลย” เสียงบูมเรียกความสนใจให้ไปมอง พบอีกทีมันก็ไปเกาะกระจกตู้ใสที่ด้านในใส่เครื่อง playstation รุ่นลิมิเต็ด ปกติเครื่อง playstation มันจะมีสีขาวกับแถบสน้ำเงินเรียบๆ แต่เครื่องนี้มันแตกต่างกัน เป็นสีดำทองลายนูนคล้ายหิน มันอาจจะดูแปลกแต่พอมันมาอยู่รวมกันกลับสวยมาก “โห ราคาไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย” เขามองป้ายราคาที่ติมชี้ 300,000!! ราคาขนาดนี้ซื้อมอเตอร์ไซค์หรูๆ ได้คันสองคันเลยนะเนี่ย บูมที่ตอนแรกเกาะตู้กระจกอยู่ก็ถึงกับรีบเอามือออกทันที “ว้าว เครื่องเพลย์นี่โคตรสวยเลย ราคาน่าจะแพงน่าดูเลยว่ามั้ย” เสียงของใครคนหนึ่งเรียกความสนใจ พวกเขาหันไปมองเป็นชายคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงยีนส์ ว่าแต่ เขาเป็นใครอ่ะ “เอ่อ…ใครวะ” ติมก้มหน้ามากระซิบกับผม “ไม่รู้ว่ะ” “จะว่าไปเครื่องเพลย์นี่ราคาเท่าไหร่ครับ” ชายคนนั้นหันไปถามพนักงานที่อยู่ด้านหลัง “สามแสนครับ” “ราคากำลังดีเลยนะเนี่ย ไม่ถูกไม่แพงไป” พวกเขามองคนๆ นั้นอย่างไม่เข้าใจ “มึงไปเถอะ” บูมหันมาสะกิดพวกเขาให้เดินออกจากบูธแต่ก็ต้องหยุดชะงักกับคำพูดของคนๆ นั้น “อ่าว ทำไมนายไม่ซื้อล่ะ นี่รุ่นลิมิเต็ดเลยนะ หรือว่านายไม่มีเงิน” ประโยคของเขาทำเอาเขาถึงกับคิ้วกระตุกเลยทีเดียว “นี่จริงหรอเนี่ย ขอโทษทีพอดีฉันไม่รู้ ฉันน่าจะถามนายก่อนจะได้แนะนำเครื่องเพลย์ราคาถูกให้” ประโยคนั่นฟังดูยังไงก็คือคำดูถูกชัดๆ ไทม์ใช้สมองอันน้อยนิดพยายามคิดถึงเหตุและผลของการกระทำของเขาแต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ไทม์เหลือบมองบูมที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำและตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดูท่าทางเพื่อนของเขาจะไม่โอเคแล้วสิ “มะ-ไม่ดีกว่าครับ” “อ่าว จ่ายไม่ไหวหรอ ว้า น่าเสียดาย งั้นอันนี้มั้ย เครื่องเพลย์รุ่นเก่าราคาแค่หลักพันเอง ฉันว่าน่าจะเหมาะกับนายนะ” “ไอ้-” เขารีบคว้าแขนติมเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะปรี่เข้าไป “ติม ใจเย็น” เหลือบมองบูมที่ยืนอยู่ด้านหน้า แอบเห็นว่าดวงตาของเขาเริ่มมีน้ำตาเอ่อ เขาเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับบีบมือเบาๆ เพื่อให้เขาผ่อนคลายขึ้นแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล บูมเม้มปากแน่นก่อนจะสะอื้นออกมาเบาๆ เวรเอ้ย ไอ้ผู้ชายคนนี้มัน…เหี้ยจริงๆ “อ่าวเด็กๆ มาเที่ยวกันหรอ” เสียงคุ้นเคยทำให้พวกเขาพากันหันไปมอง พบว่าเป็นพี่ลุค เขาเดินตรงมาพร้อมกับวางมือลงบนหัวของบูมก่อนจะหันไปทางชายนิสัยเสีย “อ่าว นี่มันคุณทิมนี่ ไม่เจอกันนานสบายดีมั้ยครับ” ชายนิสัยเสียหรือคุณทิมทำหน้าเลิ่กลั่กต่างจากเมื่อกี้อย่างชัดเจน “เอ่อ ครับ สะ-สบายดีครับคุณลุค” “ว่าแต่มาซื้อของหรอครับ” “ครับ ผมมาซื้อเครื่องเพลย์น่ะครับ ว่าแต่ คุณลุครู้จักกับเด็กพวกนี้หรอครับ” ไทม์ยืนมองพี่ลุคกับคุณทิมที่คุยกันอย่างกับรู้จักกันมานาน “เขาเป็นรุ่นน้องคนสนิทของผมเองครับ” “อะ-อ๋อ งั้นหรอครับ” “จะว่าไปคุณทิมก็ชอบเล่นเกมส์เหมือนกันนี่​ คุณทิมพอจะช่วยแนะนำผมหน่อยได้มั้ยครับ” คุณทิมที่ได้ยินแบบนั้นจู่ๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เขาดูเลิ่กลั่กไม่น้อยเลย “จะดีหรอครับ คือผม…” ​“ทำไมจะไม่ดีล่ะครับ คุณเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทอุปกรณ์เกมส์เลยนะครับ แค่แนะนำให้ผมเหมือนกับที่แนะนำให้รุ่นน้องของผมเมื่อกี้…มันคงจะไม่ยากเกินไปสำหรับหัวหน้าฝ่ายอย่างคุณหรอกนะครับ” ประโยคของพี่ลุคทำเอาคุณทิมถึงกับหน้าเสียทันที งั้นแสดงว่าตอนที่คุณทิมพูดจาดูถูกเราตอนแรกพี่เขาเห็นหมดเลยสินะ “ผะ-ผมขอโทษด้วยครับ ผม…” “คุณขอโทษผมทำไมครับ ผมยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนะ” คนตรงหน้ายกยิ้มพิมพ์ใจให้อีกฝ่าย แต่รอยยิ้มนั่นกับทำให้เขารู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก “อ๊ะ ดูเหมือนน้องสาวผมจะตามล่ะ ไม่เป็นไรเอาไว้คราวหน้าล่ะกัน งั้นผมไปก่อนนะคุณทิม ไว้เจอกันที่บริษัทนะครับ” ประโยคสุดท้ายพี่ลุคก้มหน้าไปพูดที่ข้างหูของคุณทิมพร้อมกับตบบ่าเบาๆ ก่อนจะเดินมาคล้องคอพวกเขา“เด็กๆ ไปกินข้าวกัน” ระหว่างนั้นเองผมก็หันไปมองคุณทิมที่อยู่ด้านหลัง เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อนใดๆ ก่อนจะหันกลับมามองรุ่นพี่ที่เดินคล้องคอบูมที่อยู่ด้านหน้า ดูท่าทางคนๆ นี้คงจะไม่ใช่แค่คนธรรมดาแล้วล่ะ ที่ร้านอาหารญี่ปุ่น​ร้านหนึ่งพวกเขาเดินเข้ามาด้านในโดยมีลุคเดินนำ​มายังโต๊ะหนึ่งที่อยู่​ด้านในสุด​พบคนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี​ “พี่ลูซี่สวัสดี​ครับ” ลูซี่เงยหน้าจากมือถือก่อนจะส่งยิ้มให้บางๆ​ “สวัสดี​ค่ะ​” “กับน้องมันนี่ยิ้มปากจะฉีก​ ทีกับกูนี่แทบจะกินหัวอยู่ละ” ลูซี่หุบยิ้มทันทีพร้อมกับใช้​สายตาเชือดเฉือนมองคนพี่​ “ลุค​ น่ารำคาญ​” ไทม์หย่อนตัวลงฝั่งตรงข้าม​กับลูซี่พลางลอบขำกับสองพี่น้องเบาๆ​ สองคนนี้ตีกันอีกแล้ว​ “เด็กๆ อยากกินอะไรเลือกเลยนะ​ เดี๋ยว​พี่ลุคเขาเลี้ยง” ลุคที่กำลังหยิบมือถือ​ถึงกับชะงักพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหา​ตัวเอง​พลางขยับปากถามคนข้างๆ ว่า​ กูหรอ​ “ก็มึงบอกเองว่าจะจ่าย” “กูพูดตอนไหน​ ตกลง​กันแล้วว่าคนละครึ่งนี่” “ลุค​ ยายบอกว่าเป็นพี่ควรเลี้ยงน้อง​ ไม่ใช่น้องเลี้ยง​พี่​ อีกอย่าง​เด็กๆ ก็เป็นรุ่นน้องในสาขามึงด้วย​ มึงก็ควรทำตัวเป็นพี่ที่ดีนะ” “มึงไม่ต้องเอายายมาอ้างเลย​ ไม่รู้แหละ​ กูไม่ยอมอ่ะ​” “งั้นเป่ายิ้งฉุบ” “มา” พวกเขานั่งมองสองพี่น้องเป่ายิ้งฉุบ​อย่างงงงวย​ แต่ก็แอบเอ็นดูนะ​ เวลาสองคนนี้อยู่​แยกกันเหมือนคนที่ดูดุดูมีพาวเวอร์​แต่พออยู่ด้วยกันก็เหมือนเด็กสองคนที่ชอบเถียงกันไม่รู้จักโต “หึ กูชนะ” พี่ลูซี่ฉุบชนะส่วนพี่ลุคแพ้ “ชิ​ เซ็ง” “เดี๋ยว​พวกเขาจ่ายกันเองก็ได้ครับ” ติมพูดขณะที่มือยังเปิดเมนูอยู่​ คนโตสุดที่เอนหลังพิงพร้อมกับ​ทำหน้าเบื่อหน่ายพูดด้วยน้ำเสียงสุดเซ็งที่แพ้น้องสาวของตัวเอง “เดี๋ยว​จ่ายให้​ สั่งมาเถอะ” “ขอบคุณ​ครับ” ติมตอบกลับอย่างไว​ ไทม์รู้นะที่มันถามก็แค่ตามมารยาท​ก็เท่านั้น​ กูรู้นะว่ามึงอยากกินของฟรีอ่ะ​ ระหว่าง​นั่งรออาหารเราก็พูดคุย​ไปพลาง​ พวกเขาได้เล่าเรื่องที่โดนหาเรื่องในงานเกมส์ให้พี่ลูซี่ฟัง​ แล้วก็ได้รู้ว่าคุณทิมนั้นเขาเป็นหัวหน้า​ฝ่ายข​ายของบริษั​ทขายอุปกรณ์​เกมส์ที่เป็นธุรกิจ​ของบ้านของลุคกับลูซี่​ ลุคเล่าว่าเขาเห็นตั้งแต่ช่วงที่เราเดินเข้ามาแล้ว​ ตอนแรกเขาคก็กะจะเข้ามาทักแหละแต่พอเห็นว่าคุณทิมเข้ามาพูดไม่ดีเลยยืนดูอยู่ครู่นึงก่อนจะเดินเข้ามา​ช่วย​ “คือ…” บูมแทรกขึ้น​ก่อนจะเว้นช่วง​ไป​ เขาก้มหน้าก้มตาใบหน้าแดงก่ำเหมือนจะอยากพูดอะไรสัก​อย่าง​แต่ก็ไม่กล้า​ ทุกคนต่างพากันหันไปมองด้วยความลุ้นจนลุคต้องเอ่ยถามขึ้นมา​ “ว่าไง” “ผม… ขะ-ขอบคุณ​ครับ” แม้บูมจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองคนที่กำลังจะขอบคุณ​แต่ก็เหมือน​ว่าลุคจะรับรู้​ “อือ​ ไอ้เอ็นไอ​ (อือ​ ไม่เป็นไร)​” “ทุเรศ​ ทำไมไม่กินให้หมดก่อน” ลูซี่หันไปเอ็ดคนพี่พร้อมกับ​ทำสีหน้ามองคนเป็นพี่ด้วยความรังเกียจ​ “อำไอ​ อังเอียดอึไร​ (ทำไม​ รังเกียจ​รึไง)​” ลุคยื่นหน้าไปใกล้ทำให้ลูซี่ต้องถอยตัวออกเล็กน้อย​พร้อม​กับยกมือตบหน้าอีกคนเบาๆ จนลุคถึงกับร้องออกมา​ “โอ๊ย! มึงตบกูทำไมเนี่ย​” ทั้งสองคนตีกันเหมือนเดิม​ผมก็ได้เแต่นั่งมองด้วยความเอ็นดู​ “ไอ้บูมมึงร้องไห้ทำไม” ประโยค​ของติมทำเอาพวกเขาที่กำลังเล่นกันอยู่ต้องหยุดชะงัก​ พวกเขาหันไปมองที่หัวโต๊ะ​ บูมร้องไห้อยู่จริงๆ​ ​ไทม์ที่้เห็นดังนั้นก็รีบลุกจากเก้าอี้​ไปปลอบเพื่อนตัวกลมทันที “บูมเป็นไร​ ร้องไห้ทำไม” “มัน… ฮึก!​ ฮือ!!!” ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็น​ผล​ ทำไงดีล่ะทีนี้​ เขาไม่เคยปลอบคนร้องไห้ซะด้วย “ลุค​ มึงทำน้องร้องไห้” “ห๊ะ? กูหรอ​ อ่า​ ชิบหายล่ะ” พี่ลุคทำหน้าเลิ่กลั่กอย่างบอกไม่ถูก​ เขาเขยิบตัวเองมาใกล้ยกมือตบหัวบูมเบาๆ เป็นเชิงปลอบ “เอ่อ​ พี่ขอโทษนะ​ พี่ไม่รู้ว่าพี่ทำอะไรให้เอ็งร้องไห้​ แต่… พี่ขอโทษแล้วกัน” เหมือนว่าบูมจะเริ่มหยุดร้องแล้วแต่ก็ยังคงสะอื้น​อยู่​ “ไอ้ลู​ ช่วยกูหน่อย” ลุคหันไปขอความช่วยเหลือ​จากน้องสาว​ ลูซี่ที่เห็นดังนั้น​ก็ถึงกับวางช้อนส้อมแล้วถอนหายใจ​ไปหนึ่ง​ที “บูม​ บอกพี่ได้มั้ยว่าเราร้องไห้​ทำไม” “ผม… ฮึก! ผม​ ซึ้งครับ” คำตอบของบูมทำเอาพวกเขางงกันไปตามๆ กัน​ “ซึ้ง​ ซึ้งที่พี่ลุคช่วยหรอ” บูมพยักหน้า​ตอบ​ “มันต้องซึ้งถึงขั้นร้องไห้เลยหรอวะ” พี่ลุคบ่นพึมพำ​เบาๆ​ “ตอนเขา…. ฮึก! ดูถูกผม​ ผมโกรธมาก ผมก็แค่… อยากดูเครื่อง​เกมส์​เท่านั้นเอง” เขาเข้าใจ​บูมนะ​ ตอนที่คุณทิมพูดแบบนั้นเขาก็โกรธเหมือนกัน​ เราก็แค่อยากจะเข้าไปชมของที่เราชอบก็แค่อยากจะเห็นมันใกล้​ๆ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องพูดดูถูกเราเหมือนกับว่าเราไม่มีปัญญา​ซื้อ​ขนาดนั้นด้วย​ ยอมรับว่าตอนนั้นโมโหจนอยากจะพูดแต่เขากลัวว่ามันจะบานปลาย​ อีกอย่าง​ต้องคอยห้ามติมที่เกือบจะพุ่งไปต่อยเขาแล้วก็ปลอบบูมด้วย เลยทำได้แต่ปล่อยเลยตามเลย “ผมรู้ว่าผมไม่มีเงินขนาดนั้น​ แต่… ผมก็ไม่กล้าพูด​ ผมกลัวแล้วก็อายด้วย” “การที่เรากลัวหรืออายมันไม่ได้แปลว่าเราไม่สู้คน​ แต่ถ้าเราสู้กลับแบบที่ไม่รู้จักคู่ต่อสู้​มันจะทำให้เราเสียเปรียบ​โดยง่าย​ สิ่งที่เอ็งทำน่ะ​ มันถูก​แล้ว​ จำไว้​ ถ้ามีคนทำแบบนี้ให้เดินหนีหรือเมินใส่​อย่าไปเถียง​ เพราะยิ่งเถียงมันจะกลายเป็นว่าเราร้อนตัวแล้วจะยิ่งเข้าแผนมัน​ หรือถ้าไม่ไหว​ บอกพี่​ เดี๋ยว​พี่จัดการเอง” ลุคพูดจบมุมปากของไทม์ก็ยกยิ้มขึ้นมาทันที​ บางครั้งพี่ลุคก็ดูดุดูน่ากลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้​ บางครั้งเขาก็เอาแต่ใจเหมือนเด็กที่ไม่รู้จักโต​ แต่ในหลายๆ ครั้งที่เขาก็เป็นผู้ใหญ่​มากจนเราเองก็คาดไม่ถึง​ “ขอบคุณ​ครับ​ ฮือ!!!” “เฮ้ย​ เอ็งอย่าร้องดิ เดี๋ยวไอ้ลูมันด่า” เมื่อเห็นว่าบูมร้องไห้ลุคก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก​ ไทม์แอบหัวเราะ​กับท่าทาง​ของเขาที่พยายาม​ปลอบบูมด้วยท่าทาง​เงอะงะพร้อม​กับหันซ้ายหันขวาหาคนช่วย​ เขาดูไ​ม่เหมือน​พี่ลุคที่สอนเราเมื่อกี้เลย “เด็กๆ ของหวานมาเสริฟแล้ว​ เลิกซึ้งแล้วมากินขนมกันค่ะ” ของหวานทยอยเสริฟลงบนโต๊ะ พวกเขาที่ชุลมุนอยู่ก็ค่อยๆแยกย้ายกลับไปนั่งของตัวเองตามเดิม
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม