ทานข้าวกันเสร็จก็ได้เวลาพักผ่อนของไทม์แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่อยากพักสักเท่าไหร่
“ไปนอนพักได้แล้วค่ะ”
“ไม่นอนได้มั้ยครับ ผมขี้เกียจนอนแล้ว” ไทม์ที่กำลังนั่งกอดหมอนใบใหญ่หันมาทำตาแป๋วใส่กัน เขาคิดว่าทำหน้าแบบนั้นใส่เธอจะได้ผลรึไง
ใช่ มันได้ผล ได้ผลดีเลยล่ะ
แต่เพื่อสุขภาพอันดีของไทม์ยังไงก็ตามใจไม่ได้ “ไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ต้องนอนพักนะคะ”
“แต่ว่า…”
ดูเหมือนไทม์จะยังไม่ยอมแพ้ เธอจึงนั่งลงที่โซฟาที่ข้างไทม์พร้อมกับเอื้อมมือไปบังคับใบหน้าสวยให้หันมาก่อนจะใช้นิ้วเรียวค่อยๆ ลูบไล้แก้มสวยเบาๆ ให้อีกคนขนลุกเล่น
“พี่ไม่อยากเห็นไทม์ร้องเวลาโดนทำโทษนะคะ” ดวงตาของคนตรงหน้าเบิกโพลงพวงแก้มสวยค่อยๆ แดงระเรื่อจนเห็นชัด “พะ-พี่ลูซี่จะทำโทษผมหรอครับ”
“ก็ถ้าไม่ฟังพี่ก็คงต้องทำแหละค่ะ” ไทม์เม้มปากก่อนจะทำตัวเลิ่กลั่กพร้อมกับดันตัวเธอออกเล็กน้อยก่อนจะรีบหนีขึ้นชั้นสอง “งะ…งั้นผมไปนอนก่อนนะครับ เอ่อ…ฝันดีนะครับ”
ลูซี่มองตามแผ่นหลังของไทม์จนลับสายตา มุมปากยกยิ้มอัตโนมัติเมื่อนึกถึงใบหน้าที่เขินอายเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ยอมรับว่าที่ทำไปเมื่อกี้เธอตั้งใจ ก็น้องน่ารักเกินจะอดใจไหวนี่
เวลาผ่านไปกว่าสองชั่วโมงหลังจากที่ไทม์ขึ้นไปพักผ่อน ลูซี่ก็นั่งทำงานที่โต๊ะทำงานข้างเตียงของเขาไปพลาง หันมองดูนาฬิการที่มุมขวาล่างของหน้าจอโน๊ตบุ๊คพบว่าตอนนี้บ่ายสามกว่าแล้ว
“อือ…หาว” เสียงหาวของคนบนเตียงเรียกความสนใจให้หันไปมอง ไทม์บิดขี้เกียจพลางกลิ้งตัวไปมาเหมือนเด็กก่อนจะพลิกตัวหันมาทางลูซี่
“กี่โมงแล้วครับ”
“บ่ายสามแล้วค่ะ”
“จะเย็นแล้วหรอเนี่ย” ไทม์พูดพึมพำพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นนั่ง “พี่ลูซี่ครับ ผมหิวแล้ว ไปกินข้าวกันครับ”
ได้ค่ะ แต่พี่ขอทำงานส่วนนี้ก่อนแปปนึงนะคะ”
“ได้ครับ” ไทม์พยักหน้ารับก่อนเธอจะหันมาจัดการงานที่ค้างตรงหน้าให้เสร็จ เมื่อจัดการเสร็จจัดการเก็บของหันมาพบว่าไทม์กำลังนั่งกอดตุ๊กตารอด้วยความตาแป๋วราวกับกำลังรอเวลานี้อยู่เลย
ช่างน่ารักอะไรขนาดนี้นะ
“ไปกินข้าวกันค่ะ”
“ครับ”
นั่งมอเตอร์ไซค์ WAVE 110 สีน้ำเงินคันเดิมที่เคยนั่งเมื่อตอนนั้น ใส่หมวกกันน็อคขึ้นซ้อนท้าย “พี่ลูซี่เกาะเอวผมไว้นะครับ เดี๋ยวตก”
ไทม์เอื้อมมาจับมือของเธอให้ไปเกาะเอวเขา
การกระทำนี้มันทำให้เธอใจเต้นขึ้นมาทันที “ทำแบบนี้พี่เขินนะคะเนี่ย”
“พี่ลูซี่เขินหรอครับ เย้ ดีจังผมได้หนึ่งแต้มแล้ว” ไทม์ชูมือสองข้างด้วยความดีใจ ท่าทางนั้นยิ่งทำให้ลูซี่อดจะแอบหัวเราะไม่ได้ “หึ”
รถมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงินเคลื่อนตัวออกเคลื่อนตัวไปตามถนนซอกซอยใช้เวลากว่า 20 นาทีจนมาถึงที่หมาย มอเตอร์ไซค์จอดเทียบที่จอดรถหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ร้านนี้เป็นร้านของลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง ซึ่งมันก็คือร้านเดียวกับที่เธอฝากพี่ฮีซูซื้อเมื่อตอนกลางวันนั้นแหละ
เราเดินเข้ามาในร้านพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ดูเหมือนว่าวันนี้ลูกค้าจะเยอะเป็นพิเศษ
“ไงลู” แรงตบที่บ่าข้างซ้ายให้หันไปพบคนคุ้นหน้าคุ้นตา “ไง” เขาคือวิลเลียมลูกพี่ลูกน้องคนสนิท
“เป็นไงมั่ง เห็นช่วงนี้โพสต์สเตตัสเพ้อบ่อยหนิ” วิลเลียมไหวไหล่เล็กน้อย “ก็นะ ก็เรื่องร้านนี่แหละ แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นล่ะ”
“เอาหน่า คิดจะเป็นเจ้าของร้านอาหารก็ยากแบบนี้แหละ ค่อยๆเรียนรู้ไปเดี๋ยวก็ได้เอง” วิลเลียมถอนหายใจพร้อมกับทำสีหน้าเหนื่อยใจ จจริงๆ ฐานะทางบ้านของวิลเลียมก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกเขาเลย เรียกได้ว่าก็ระดับเศรษฐีด้วย แต่เพราะความชอบและความอยากจะทำเขาเลยเปลี่ยนนจากงานดูแลธุรกิจที่บ้านมาเปิดร้านอาหารแทน
“เอาเถอะๆ เรื่องกูช่างมันเถอะ ว่าแต่ นี่ใคร” วิลเลียมส่งสายตาไปทางไทม์เป็นเชิงถาม “นี่ไทม์ รุ่นน้องที่มอ”
“สวัสดีครับ” ไทมืยกมือไหว้ด้วยท่าทางเกร็ง “ดีๆ งั้นกูไม่กวนล่ะ ทานข้าวให้อร่อยนะ ไปล่ะ” วิลเลียมเดินนำไปที่โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ก่อนจะแยกไปทำงานต่อ
หลังจากสั่งอาหารไปรอสักพักอาหารก็มาเสริฟ
“เอ๊ะ? ร้านนี้มีข้าวผัดกุ้งด้วยหรอครับ ในเมนูผมไม่เห็นมีเลย”
“คงจะเป็นข้าวในเซ็ตนั่นแหละค่ะ”
“อ๋อ” ไทม์ไม่ได้ถามต่อก่อนจะหันไปจัดการอาหารของตัวเอง เอาจริงๆ มันก็ไม่มีหรอก ร้านนี้เป็นร้านอาหารสไตล์ตะวันตกในส่วนของข้าวมันไม่มีอยู่แล้ว แต่เพราะไทม์ชอบกินเธอเลยไปขอให้วิลเลียมทำให้
นั่งทานกันไปจนอาหารเริ่มพร่องไปมากทั้งสองคนก็สั่งของหวานมานั่งทานเล่นกันไปพลางๆ
“พี่ลูซี่ครับ วันนี้ขอบคุณมากนะครับ” งยหน้ามองคนตรงข้ามที่กำลังเม้มปากแน่นราวกับกำลังเขินอะไรบางอย่างอยู่
“เรื่องอะไรหรอคะ”
“ก็…ทุกเรื่องเลยครับ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แแต่…พี่ลูซี่คอยช่วยผมตลอดเลย ผมอ่ะ ทั้งซุ่มซ่ามไม่ค่อยระวังตัวเองเลยเจ็บตัวบ่อยๆ แล้วพี่ลูซี่ก็เข้ามาช่วยผม ผมเลยแบบ…รู้สึกว่าตัวเองเป็นตัววุ่นวายยังไงก็ไม่รู้” มุมปากยกยิ้มกับประโยคของเขา
“ไทม์ไม่ได้เป็นตัววุ่นวายของพี่ แต่ไทม์เป็นดวงใจของพี่นะคะ พี่จะปล่อยให้ดวงใจของพี่บาดเจ็บได้ยังไงกัน”
“เอ๊ะ? ดวงใจของพี่ลูซี่หรอครับ ผมเป็นดวงใจยังไงหรอครับ แล้ว…มันคืออะไรอ่ะ มันเหมือนแบบดวงกลมๆ หรือป่าวครับ” ดวงตาแป๋วๆกับสีหน้าสงสัยของไทม์ทำเอาเธอถึงกับหลุดขำออกมาในทันที ความคิดของเขามันช่างเด็กน้อยเสียจริง
“จะคิดแบบนั้นก็ได้ค่ะ”
“อืม…งงอ่ะ”
“เอาเถอะ แต่ไม่ว่าจะยังไงพี่ก็จะคอยปกป้องเราเสมอนะคะ”
“แต่แบบนี้พี่ลูซี่จะเหนื่อยสิครับ” ไทม์พองแก้มเผยให้เห็นสีแดงระเรื่ออยู่กลายๆ “เพื่อไทม์พี่ไม่เหนื่อยหรอก ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนพี่ก็จะสู้ค่ะ”
“พี่ลูซี่พูดเหมือนเป็นอเวนเจอร์เลย”
“หึ แล้วอยากให้พี่เป็นอเวนเจอร์มั้ยล่ะคะ” ไทม์ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนจะตอบออกมา แต่คำตอบนั้นกลับทำให้เธอถึงกับหลุดหัวเราะอีกครั้ง
“อีนี่ เมื่อกี้มึงอ่อยผัวกูใช่มั้ย!!!”
จู่ๆ ก็มีหญิงวัยประมาณราวๆ พวกเขาแต่คาดว่าน่าจะโตกว่ามาผลักไหล่หาเรื่องลูซี่ “คุณเป็นใครคะ”
“อย่ามาทำเป็นไขสือ เมื่อกี้มึงอ่อยผัวกู” ทั้งสองคนมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ “ใครคือผัวคุณ ฉันก็อยู่เฉยๆ ของฉันมั้ย”
“มึงอย่ามาตอแหล!!” ไม่พูดเปล่าผู้หญิงคนนั้นลงมือตบลูซี่อย่างจังจนหน้าหัน ไทม์ที่เห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาขวางทันที
“คุณครับ แบบนี้มันเกินไปนะ”
“อย่ามาเสือก! ถอยไป!”
หญิงคนนั้นทำท่าจะผลักไทม์แต่เขาแรงเยอะกว่าเลยทำให้แรงผลักนั้นไม่มีผล
“ไทม์ หลบไปค่ะ เดี๋ยวพี่จัดการเอง” เสียงทุ้มต่ำกว่าปกติเอ่ยขึ้นพร้อมกับดันตัวไทม์ให้ถอยห่าง
“แต่-” หันไปหาอีกคนที่อยู่ด้านหลังก็ต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาของเธอที่ดูน่ากลัวผิดปกติ ไทม์ค่อยๆ ถอยออกมาให้ลูซี่ได้ประจันหน้ากับหญิงปริศนา หญิงสาวผู้นัั้นเอื้อมมือหมายจะจิกหัวเธอแต่ก็ต้องหยุดเพราะลูซี่จับเอาไว้ได้ทัน
สายตาคมกริบจ้องมองคนต้นเรื่องจนอีกฝ่ายต้องถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง “เมื่อกี้บอกว่าฉันไปอ่อยผัวคุณใช่มั้ย? ไหนล่ะผัวคุณ เรียกมาสิ”
“มึงอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง กูจะตบมึง-”
“กู บอก ให้ เรียก ผัว มึง มา”
ลูซี่เน้นและลงเสียงหนักทีล่ะคำ ถ้ามันเป็นอย่างที่หญิงสาวปริศนาพูดจริงๆ ก็จะเคลียร์ๆ กันไปเลย แต่ดูทรงเปลี่ยนเรื่องแบบนี้ใช่แน่ๆ หาเรื่องตบเธอชัดๆ
“ว่าไง เรียกผัวมึงมาสิ กูจะได้เคลียร์ตรงนี้”
หญิงสาวปริศนาทำท่าอีกอักก่อนจะเชิดหน้าท้า “กูไม่เรียก มึงมีปัญหากับกูมั้ย”
“ได้ น้อง เรียกตำรวจยัง” ลูซี่หันไปถามน้องพนักงานที่ยืนดูอยู่ข้างๆ “เอ่อ…เรียกแล้วค่ะ”
“มึงเรียกตำรวจมาทำไม!! อยากโดนดีรึไงห๊ะ!” หญิงสาวปริศนาทำท่าจะเดินไปตบน้องพนักงาน ลูซี่ที่เห็นจึงเขยิบตัวไปยืนบังทันที
“มีปัญหากับฉันไม่ใช่หรอ ถ้าจะด่าก็ด่าฉันไม่ต้องพาลไปด่าคนอื่น”
“มึงโดนกูแน่ กูจะให้พ่อจัดการมึง!”
ลูซี่ไม่ตอบให้เพียงมองคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด
ไม่นานตำรวจก็มาถึงพร้อมกับคนที่อ้างตัวว่าเป็นพ่อของเธอ
“พ่อ จัดการมันเลย มันหาเรื่องหนู”
“คุณเป็นใครมาหาเรื่องลูกสาวผมทำไม”
“เป็นลูกสาวตระกูลวรลักษณ์ แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรลูกสาวของคุณด้วย ลูกสาวของคุณต่างหากที่มาตบหน้าฉัน”
พอได้ยินนามสกุลชายผู้ที่อ้างว่าเป็นพ่อก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะทำตัววางกล้ามใส่
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนจากตระกูลใหญ่จะโกหกหน้าด้านๆ ขนาดนี้”
“อยากดูหลักฐานมั้ยคะ ลองพิมพ์หาในอินเตอร์เน็ตดูคิดว่าน่าจะมีคนลงเอาไว้นะคะ ตอนที่ลูกสาวคุณเดินมาตบฉัน”
“อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน!!!”
“ไม่ได้เล่นลิ้นค่ะ สมัยนี้อินเตอร์เน็ตมันรวดเร็วและแรงนะคะ แค่อัปคลิปลงข่าวมันก็แพร่กระจายไปทั่วแล้ว”
ไม่นานเสียงจากโทรศัพท์ของพนักงานในร้านก็ดังขึ้นก่อนพนักงานคนนั้นจะโชว์หลักฐานคลิปที่หญิงสาวตบเธอพร้อมกับคอมเมนท์ก่นด่ามากมายก่ายกองจนนับไม่ได้
ชายวัยกลางคนที่ได้เห็นคลิปวีรกรรมของลูกสาวถึงกับพูดไม่ออกได้แต่กำมือแน่นด้วยความโมโห
“บอกก่อนนะคะว่าฉันไม่ใช่คนใจดีที่ทำฉันเจ็บแล้วจะให้อภัย อย่าลืมเตรียมเงินค่ารักษาแผลให้ด้วยนะคะ ส่วนบิลเก็บเงินจะตามไปทีหลัง”
พูดจบลูซี่ก่อนจะลากไทม์เดินออกมาทันทีโดยไม่ลืมฝากตำรวจให้จัดการต่อ
“พี่ขอกุญแจรถหน่อย”ลูซี่รับกุญแจรถมาก่อนจะทำการสตาร์ท “เดี๋ยวพี่ขับเอง”
ระหว่างทางที่กลับบ้านทั้งสองไม่พูดคุยอะไรกัน แล้วที่ไทม์เซอร์ไพรส์เขาไม่คิดว่าลูซี่จะขับมอเตอร์ไซค์เป็น แถมยังขับเร็วจนเขาถึงกับเอื้อมมือไปเกาะที่จับด้านหลังเพื่อไม่ให้ตกด้วย
มาถึงบ้านไทม์เดินตามสาวรุ่นพี่อย่างเงียบๆ
“เอ่อ พี่ลูซี่ครับ ทายาก่อนมั้ยครับ”
ลูซี่หันมองอีกคนก่อนจะพยักหน้ารับและเดินไปนั่งรอที่โซฟา
ไทม์ยกกล่องปฐมพยาบาลวางไว้ที่โต๊ะเล็กหน้าทีวีก่อนจะเปิดหาอุปกรณ์มาทำแผลให้อีกคน บรรยากาศรอบๆ มันดูเงียบผิดปกติ มีแค่เสียงก๊อกแก๊กจากอุปกรณ์ทำแผลเท่านั้นที่ได้ยินชัด
“ขอโทษนะคะ” มือที่กำลังจะเอื้อมไปทำแผลชะงักกึกก่อนจะมองคนตรงหน้าด้วยความสงสัย “ขอโทษทำไมครับ”
“ก็พี่ทำให้ต้องมาวุ่นวาย”
ไทม์ยกยิ้มกพลางเอื้อมมือไปทำแผล “วุ่นวายอะไรน่ะครับ ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ผมเป็นผู้ชายแท้ๆ ได้แต่ยืนดูเฉยๆ ไม่พอยังไม่ช่วยทำอะไรอีก”
สายตาที่รู้สึกผิดของอีกคนทำให้หัวใจของลูซี่ปวดหนุบๆ ลูซี่เอนหัวซบลงที่ไหล่กว้างเป็นการบ่งบอกว่าเขาไม่ผิด
“หนูไม่ผิดหรอกค่ะ แบบนั้นแหละดีแล้ว พี่ไม่อยากลากใครมาเกี่ยวด้วย”
“พี่ลูซี่ไม่โกรธผมหรอครับ”
“ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะคะ เราไม่ผิดสักหน่อย” รอยยิ้มกว้างทำให้ไทม์รู้สึกโล่งใจ “แล้วพี่ลูซี่ยังเจ็บปากอยู่มั้ยครับ”
“นิดหน่อยค่ะ เดี๋ยวก็หายแล้ว”
ไทม์ขยับตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปเป่าที่มุมปากที่มีแผลเบาๆ “หายไวๆ นะครับ”
การกระทำของเขาทำให้เธอถึงกับอึ้งไปสักพัก มือเรียวยกขึ้นมาแนบหน้าของอีกคนอัตโนมัติพร้อมกับดึงใบหน้าของอีกคนเข้าหอมฟอดจนอีกคนถึงกับตั้งตัวไม่ถูก
“พะ-พี่ลูซี่! ทำอะไรครับเนี่ย!”
“พี่ไม่ได้บอกใช่มั้ยว่าพี่เป็นคนที่มีความอดทนต่ำมาก”
“เอ๊ะ?” สายตาทั้งสองสอดประสานมองคนตรงหน้าด้ววความงงงวย
“ถ้าคราวหน้าเราเล่นกับใจพี่แบบนี้อีก พี่ไม่รับรองนะคะว่าจะจบแบบไหน”
ประกาศิตของอีกคนทำเอาเขาถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัว “ขะ-ขอโทษครับ”
มุมปากยกยิ้มเบาๆ พลางปล่อยมือและเขยิบตัวออก
“ไปทานยาได้แล้วค่ะ จะได้นอนพัก”
“คะ-ครับ”
ไทม์หยิบกล่องพยาบาลขึ้นมากอดแน่นพร้อมกับรับลุกออกมาจากตรงนั้นโดยเร็ว เมื่อเห็นว่าน้องเดินลับสายตาไปแล้วมือเรียวก็ยกขึ้นมากุมหน้าผากเพื่อระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไปไกลจากเหตุการณ์เมื่อกี้
“เกือบแล้ว”
ดีนะที่ยังยั้งอารมณ์ทัน ถ้าไม่เธอไม่ยั้งอารมณ์นะ ได้มีมากกว่านี้แน่
ร่างบางสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่พลางเอนหลังพิงกับโซฟาพยายามสลัดความคิดอุบาทว์ๆ ออกจากหัว
แต่เมื่อกี้ แก้มน้องหอมมากเลยนะ ถ้าทำมากกว่านี้
ไม่ๆๆ พอ!! เลิกคิดสักทีนังลูซี่ มึงกับน้องยังไม่ได้เป็นอะไรกันอย่าคิดลึกให้มาก