'07' / 1

3262 คำ
“แม่ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนหนู” “ไม่เป็นไรครับ แม่ไปเถอะเดี๋ยวลุงจะรอนาน” ไทม์วางกระเป๋าเสื้อผ้าของแม่ลงที่ช่องเก็บของท้ายรถลุง “งั้นแม่ไปนะลูก มีอะไรก็โทรมานะลูก” “เดินทางโดยสวัสดิภาพครับแม่” “ลุงไปก่อนนะลูก” “สวัสดีครับลุง” ผมหันไปบอกลาลุง ยืนมองรถเก๋งสีเงินขับออกไปจนพ้นสายตา วันนี้ไทม์กับแม่มีธุระจะต้องกลับต่างจังหวัดเนื่องจากอีกสองวันเป็นวันทำบุญใหญ่ตา ตอนแรกจะต้องไปด้วยแต่ดันมาเจ็บบวกกับวันจันทร์วันที่จัดงานดันมีสอบเทสด้วยเลยไปไม่ได้ กลายเป็นว่าวันนี้จนถึงวันจันทร์เขาเลยตองอยู่เฝ้าบ้านแทน หันหลังเดินกลับเข้าบ้านแต่ยังไม่ทันที่ขาจะก้าวเข้าเขตประตูก็ได้ยินเสียงของรถยนต์ก่อนจะหันมองพบกับรถยนต์คันหรูสีดำที่คุ้นเคยกำลังจอดเทียบที่หน้าบ้าน ประตูฝั่งคนขับเปิดออกเผยให้เห็นผู้หญิงผมสีบลอนด์ทองในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินขาวกางเกงสแล็คสีดำ “อรุณสวัสดิ์ค่ะ” “พี่ลูซี่! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับ” “ได้ข่าวว่าคุณแม่เราไม่อยู่พี่ก็เป็นห่วง เลยมาอยู่เป็นเพื่อนเราน่ะค่ะ” ได้ยินคำตอบบถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง เดี๋ยวนะ แล้วเธอรู้ได้ไงว่าเขาอยู่บ้านคนเดียว “เพื่อนเราบอกน่ะค่ะ” คำตอบของลูซี่ทำเขาตกใจอีกครั้ง เดี๋ยวนะ พี่ลูซี่อ่านใจได้หรอ! “ก็สีหน้าเรามันบอกชัดเลยค่ะ” “ง่ะ” ยกมือแนบแก้มด้วยความเขินอาย โอ๊ย น่าอายเป็นบ้า อย่างนี้ถ้าเขาเผลอคิดอะไรไม่ดีออกไปเธอต้องรู้แน่ๆ “เข้าบ้านพักผ่อนเถอะค่ะ เรายังไม่หายดี ออกมายืนนานๆแบบนี้เดี๋ยวจะมึนหัวเอานะคะ” “ผมไม่เป็นไรแล้วครับ ดีขึ้นตั้งเยอะแน่ะ” “แน่นะคะ” พี่ลูซี่ทำสายตาไม่เชื่อ​ เขาเลยทำท่าขึงขังเพื่อบอกว่าตัวเองหายดีขึ้นแล้วจริงๆ​ “แน่สิครับ​ ดูสิผมยืนตรงไม่มึนไม่เซเลยครับ ถ้าพี่ลูซี่ไม่เชื่อผมจะทำให้-อั่ก!” “ไทม์!!!” หยิบน้ำแข็งใส่ผ้าก่อนจะเอาไปโป๊ะที่แผลบนหน้าผากของคนที่นอนอยู่ ย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อสิบนาทีก่อนขณะที่ไทม์กำลังโชว์ความเก๋าเบ่งกล้ามว่าตัวเองหายดีแล้ว แต่จังหวะนั้นเองก็มีลูกบอลปริศนาลอยมากระแทกเข้าหน้าน้องอย่างจัง เป็นผลให้ไทม์น็อกสลบไปในทันที ตอนแรกเธอก็เกือบโกรธแต่พอหันไปเห็นต้นตอก็พบเป็นเด็กประถมสองสามคนวิ่งโร่เข้ามาขอโทษขอโพย เห็นดังนั้นเธอจึงได้แต่ตักเตือนไป เสียงขลุกขลิกบนเตียงนอนให้หันไปมอง พบว่าไทม์เหมือนจะตื่นแล้ว ลูซี่หยิบผ้าใส่น้ำแข็งนำไปประคบหน้าผากที่ถูกลูกบอลกระแทก ไทม์ที่กำลังปรือตาหันมามองพร้อมกับยกมือมาจับผ้าที่แปะที่หน้าผาก “ดีขึ้นมั้ยคะ” “มึนอ่ะครับ ตาลายเลย” ไทม์พองแก้มขาวๆ จนเห็นรอยฝาดที่กำลัง​แดงระเรื่อ​ได้อย่างชัดเจน​ “งั้นเรานอนพักเถอะค่ะ” “แต่ผมยังไม่ได้ล้างจานเลย” “เดี๋ยวพี่ล้างให้คะ” “แต่…” ไทม์หันมามองด้วยสีหน้ายังคงดึงดันจะลุกให้ได้ เลยทำให้เธอต้องพูดด้วยโทนเสียงต่ำเป็นแกมบังคับให้เขาเชื่อฟัง “ไทม์ นอนพักค่ะ” แล้วมันก็ได้ผล ลูซี่รู้ว่าเขาเกรงใจที่ฉันจะต้องมาล้างจานให้เขาทั้งที่มันควรจะเป็นหน้าที่เขา เธอไม่ได้ซีเรียสอะไรกับการต้องมาล้างจานให้คนอื่นที่ไม่ใช่บ้านตัวเองหรอกนะ คิดว่าก็แค่ช่วยๆ กัน อีกอย่างน้องก็เจ็บอยู่ด้วยสภาพนั้นลุกขึ้นมาล้างไม่ไหวหรอก “นอนพักนะคะ เดี๋ยวพี่ล้างจานเสร็จจะขึ้นมาหา” ดันตัวไทม์ให้นอนลงกับเตียงเบาๆ ก่อนจะวิสาสะเอือ้มมือลูบหัวของอีกคน “ขอโทษแล้วก็ขอบคุณนะครับ” “เพื่อเราพี่ยินดีค่ะ” ลูซี่นั่งมองอีกคนจนเห็นว่าเขาหลับจึงค่อยลุกออกจากห้องตรงไปยังห้องครัวชั้นล่าง​ ก่อนจะหันไปหยิบถุงมือยางเตรียมตัว​ที่จะล้างจาน​แต่ก็นึกขึ้นได้ แย่ล่ะ เธอล้างจานไม่เป็น ยกมือขึ้นมากุมขมับอย่างเหนื่อย​ใจ ทำไมเธอถึงไม่ซ้อมมาก่อนนะ​ หยิบมือถือขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันโทรศัพท์ก่อนจะกดโทรหาใครคนหนึ่ง [ว่าไงลูก] เสียงปลายสายที่คิดถึง คนๆนั้นไม่ใช่ใครนอกจากคุณยายสร ที่เธอเลือกโทรหาคุณยายหนึ่งก็เพราะคงมีแค่ท่านที่ช่วยได้ และสอง เธอคิดถึง “สวัสดีค่ะคุณยาย คุณยายเป็นไงบ้างคะช่วงนี้” [ก็ตามสไตล์คนแก่นั่นแหละลูก ออดๆแอดๆ อยู่บ้านบ้างไปสวนบ้างไปโรงบาลบ้าง ก็วนอยู่แค่นี้ล่ะลูก] “คุณยายรู้จักคำว่าสไตล์ด้วยหรอคะเนี่ย” [ไอ้เจ้าลุคมันสอนน่ะ] พอพูดถึงลุคก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนมันไปเยี่ยมคุณยายที่บ้าน เธอก็อยากไปนะไม่ได้ไปหาท่านตั้งสองปีแล้ว แต่ด้วยงานที่มันรัดตัวเลยไม่สามารถจะปลีกตัวออกมาได้เลย​ “คุณยายคะ​ ตอนนี้คุณยายว่างมั้ยคะ​ พอดีหนูจะรบกวน​คุณ​ยายช่วยบอกวิธีล้างจานให้หน่อยค่ะ” [วิธีล้างจานหรอลูก ได้สิลูก ว่าแต่หนูจะไปช่วยพี่ๆแม่บ้านเค้าล้างหรอลูก]​ “อ๋อ ป่าวค่ะ พอดีหนูจะช่วยรุ่นน้องล้างจานน่ะค่ะ พอดีเขาเกิดอุบัติเหตุ” [รุ่นน้องลูก ยายถามได้มั้ยว่าใคร] “คนที่หนูจีบอยู่น่ะค่ะ” เสียงหัวเราะของคนปลายสายดังขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบ [จริงหรอเนี่ย ตกใจเลย ไม่เจอหนูนานมาอีกทีมีคนที่ชอบแล้วหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ สงสัยยายคงต้องปิดซอยเลี้ยงแล้วล่ะมั้งเนี่ย] ไม่แปลกที่คุณยายจะแปลกใจ เพราะแค่ปกติเธอก็ไม่ค่อยจะสนใจใครอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องความรักยิ่งแล้วใหญ่ แต่ครั้งนี้เธอกลับชอบเขาและเข้าหาเอง มันเลยไม่แปลกที่ท่านจะตกใจขนาดนี้ “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” [แล้วคนนี้ใช่สำหรับหนูมั้ยล่ะ] คำถามของคุณยายทำให้ถึงกับต้องหยุดคิด ใช่มั้ยหรอ ไม่รู้สิ แค่รู้สึกว่าทุกครั้งที่ได้คุยกับไทม์หรืออยู่กับไทม์มันรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเหมือนกับเขาเป็นที่พักผ่อนใจของเธอ และทุกครั้งที่เห็นน้องเจ็บเธอก็จะรู้สึกแย่และรู้สึกผิดไปด้วย แบบนี้มันคือความรู้สึกนั้นรึป่าวนะ “พูดยากค่ะ แต่หนูก็รู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเขานะคะ รู้สึกอยากปกป้องเขา อยากเห็นเขายิ้มให้ในตอนตื่นเช้าก็ก่อนเข้านอนทุกวันเลยค่ะ แบบนี้มันเรียกว่าคนที่ใช่หรือเปล่าคะ” [แล้วหนูคิดว่ายังไงล่ะลูก] “ก็คงใช่ มั้งคะ” เธอไม่รู้ว่าจะตอบว่าอะไร ไม่ใช่ไม่ชัดเจนกับความรู้สึก แต่เพราะเธอไม่เคยมีความรักในแบบวัยรุ่นหนุ่มสาวทั่วไปมากกว่าเลยไม่รู้ว่าไอ้สิ่งที่ตัวเองคิดมันใช่จริงๆหรือเปล่า [หนูไม่ต้องคิดเยอะนะลู เราแค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกกับตัวเองก็เท่านั้น ชอบก็คือชอบ รักก็คือรัก เราก็แค่ทำตามความรู้สึกไปก็เท่านั้นเอง] “ขอบคุณค่ะคุณยาย” [คุยกันมาเยอะแล้วจนลืมเรื่องล้างจานไปเลยเนี่ย ฮ่าๆๆ] “นั่นสิคะ งั้นเรามาเริ่มกันเลยมั้ยคะ” [เอาสิ มา ก่อนอื่นเลยหนูต้องใส่ถุงมือยางก่อน] ฉันกดเปิดสปีกเปอร์โฟนก่อนจะวางมันลงบนเคาน์เตอร์ข้างๆซิ้งค์ “ใส่เรียบร้อยแล้วค่ะ” [จากนั้นหนูก็เอาฟองน้ำไปใส่น้ำยาล้างจาน แต่หนูไม่ต้องใส่เยอะนะลูก แค่หยดสองหยดพอ] กวาดสายตาจนไปหยุดกับขวดปั๊มที่ตั้งอยู่ตรงหน้าก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดฝาออกพบว่าเป็นขวดน้ำยาล้างจาน หยิบฟองน้ำไปใส่น้ำยาน้ำล้างจานตามที่คุณยายบอกแต่เหมือนจะกดแรงไปทำให้น้ำยาล้างจานออกมาเยอะเกิน “เอ่อ คุณยายคะ หนูใส่น้ำยาเยอะเกินอ่ะค่ะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ” [ไม่เป็นไรลูก เสร็จแล้วหนูก็เอาฟองน้ำไปใส่น้ำแต่ไม่ต้องเยอะนะลูก] ลูซี่เอื้อมมือไปเปิดก็อกน้ำใส่ในฟองน้ำก่อนจะบีบมันให้เกิดฟอง “เสร็จแล้วค่ะ” [จากนั้นหนูก็เอาฟองน้ำไปถูกับจานชาม ถูหลายๆครั้งหน่อยนะลูก จะได้สะอาด] “โอเคค่ะ” หยิบจานในอ่างขึ้นมาขัดๆถูๆอย่างทุลักทุเลจนมันสะอาดเอี่ยม พอเห็นว่ามันสะอาดจนพอใจก็หันไปถามถึงขั้นตอนต่อไป “หนูถูเสร็จแล้วค่ะ ต้องทำไงต่อคะ” [เสร็จแล้วหนูก็เอาพวกจานไปล้างน้ำแล้วก็เอามือถูๆให้พวกคราบกับน้ำยามันหมดแล้วเอาจานไปวางตากที่ชั้นวางจานนะลูก] “แล้วฟองน้ำล่ะคะ” [เอาไปล้างน้ำลูก เวลาหนูล้างฟองน้ำหนูต้องคอยบีบๆฟองน้ำน้ำยาออกด้วยนะ ออกให้มากที่สุดนะ] “บีบหรอคะ” [ใช่ลูก บีบๆ รูดๆ ให้มันออกน่ะ] ประโยคของคุณยายถึงกับทำให้เธอต้อง​ขมวดคิ้ว​ ทำไมไอ้ประโยค​เมื่อกี้มันฟังดูแปลกๆนะ​ สลัดหัวเอาความคิดอกุศล​ออกจากหัวก่อนจะหันกลับมาสนใจกับสิ่งตรง​หน้าต่อ​ จัดการเอาฟองน้ำไปล้างจนมันสะอาดก่อนจะหันไปหยิบจานในอ่างขึ้นมาล้าง แต่ทันทีที่เปิดก๊อกจนสุดก็ต้องสะดุ้งกับน้ำก๊อกที่กระเด็นเข้าหน้าอย่างจังจนต้องเอื้อมมือไปปิดมันทันที [เสียงอะไรน่ะลูก] “น้ำมันกระเด็นน่ะค่ะ สงสัยหนูจะเปิดแรงเกิน” ยกแขนขึ้นปาดน้ำที่อยู่บนหน้าพร้อมกับสูดหายใจลึกสงบอารมณ์ บ้าเอ้ย เปียกหมดเลย [เปิดเบาๆ ลูก เดี๋ยวมันกระเด็นใส่] เอื้อมมือไปเปิดก๊อกน้ำอีกครั้งแต่ครั้งนี้พยายามเปิดให้เบากว่าเดิมก่อนจะหยิบจานชามในอ่างขึ้นมาล้างให้สะอาด ถอนหายใจด้วยความโล่งใจในที่สุดก็ล้างเสร็จสักที ถอดถุงมือแขวนมันเอาไว้ที่เดิมก่อนจะหันไปหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรายงานส่งคุณยาย “เสร็จแล้วค่ะ หนูถ่ายส่งในไลน์ด้วย สะอาดดีมั้ยคะ” [เก่งมากลูก] “แบบนี้หนูพอจะเป็นแม่บ้านแม่เรือนได้มั่งมั้ยคะ” [ได้อยู่แล้วลูก ค่อยๆฝึกไปเดี๋ยวก็เป็นเอง] “ขอบคุณคุณยายมากนะคะที่สอน” [แค่นี้เอง แค่หนูโทรมาหายายก็ดีใจแล้ว ไว้ว่างๆแวะมาหากันบ้างนะลูก] “ไปอยู่แล้วค่ะ ไว้เจอกันนะคะคุณยาย” [จ้า โชคดีลูก] “สวัสดีค่ะ” เมื่อวางสายก็แอบเห็นเวลาสิ้นสุดการโทรที่ขึ้นโชว์เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ที่เคยโทรหาคุณยายเหมือนครั้งนี้จะนานสุดเลยก็ได้มั้ง ก็นะ ไม่เจอท่านตั้งนาน ไหนๆ ได้คุยกันก็ขอคุยนานๆ มั่งจะเป็นไรไป เดินขึ้นชั้นสองเปิดประตูเข้าห้องพบว่าไทม์ยังคงนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง หางตาเหลือบไปเห็นตัวเองในกระจกพบว่าเสื้อที่ใส่อยู่เปียกซกไปครึ่งตัวแล้ว ลืมไปเลยว่าโดนน้ำสาดมา ดีนะที่ไทม์ยังไม่ตื่นไม่งั้นน้องคงคิดว่าเธอไปทำก๊อกบ้านเขาแตกมาแน่ๆ ว่าแล้วก็หันไปเสื้อสำรองที่ติดมาในกระเป๋าก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกห้อง ที่หยิบเสื้อสำรองมาเปลี่ยน ไม่ใช่ว่าเธอกะจะมานอนค้างที่นี่หรอกนะแม้ในใจลึกๆ ก็แอบคิดอย่างนั้น แต่เพราะรู้ว่าไทม์อยู่บ้านคนเดียวและคงไม่มีแรงลุกขึ้นมาทำอะไรเองได้ เธอเลยตัดสินใจหยิบเสื้อผ้าสำรองเผื่อในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยสภาพจะได้ไม่น่าเกลียดเกิน กลับเข้าไปในห้องของไทม์อีกครั้งก่อนจะก่อนจะนั่งลงตรงที่เก้าอี้ข้างเตียง ระหว่างนั้นก็หยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาทำงานฆ่าเวลา สายเหลือบมองเวลาบนหน้าจอพบว่าตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้ว กดเข้าแชทในโน๊ตบุ๊คทักหารองหัวหน้าบอดี้การ์ดคนสนิททันที Lucyxx : พี่ยูว่างมั้ยคะ​ Lucyxx : พอดีลูจะรบกวนฝากซื้อข้าวให้หน่อยน่ะค่ะ Heexiu : ได้ค่ะ Heexiu : รับอะไรดีคะ Lucyxx : เอาเซ็ตเสต็กเนื้อกับข้าวผัดกุ้งค่ะ Lucyxx : ส่งโลเคชั่น Heexiu : รับทราบค่ะ Heexiu : อีกประมาณ 15 นาทีถึงนะคะ Lucyxx : โอเคค่ะ Heexiu : ส่งสติกเกอร์ ระหว่างรอข้างฉันก็นั่งทำงานที่ค้างไว้ไปพลางๆ ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงขยับตัวจากบนเตียง เธอละสายตาจากโน๊ตบุ๊คหันไปมองคนบนเตียงพบว่าไทม์กำลังขยับตัวหันมาทางนี้ เหมือนว่าผ้าห่มที่คลุมตัวจะหลุดออกลูซี่ที่เห็นก็ลุกจากเก้าอี้ตรงไปยังเตียงเพื่อจะจับผ้าห่มแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินบางอย่าง “แง่มๆ พ่อ…” จู่ๆ น้ำใสๆ ก็เอ่อออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นเบาๆ เธอที่เห็นก็ตกใจมากๆ ดูท่าไทม์คงจะฝันร้ายแน่ๆ เดินไปนั่งลงที่ข้างเตียงวิสาสะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาอย่างเบามือพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบศรีษะเพื่อปลอบประโลม ตั้งแต่รู้จักเขาไทม์เคยเล่าให้ฟังว่าเขาอยู่กับแม่สองคน ส่วนเรื่องพ่อเขาไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เธอเคยถามเรื่องพ่อของเขา ไทม์ก็ดูกระอักกระอ่วน​ไม่อยากพูด เธอเลยเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยแทน เธอคิดว่าเขาคงไม่อยากพูดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจากกันแบบไหนแต่ถ้าน้องไม่ต้องการตอบเธอก็จะไม่เค้น เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นดูท่าพี่ฮีซูคงจะมาถึงแล้ว ลูซี่รีบลงจากชั้นสองตรงไปยังหน้าบ้านแต่ก็ต้องคิ้วขมวดเมื่อเห็นคนที่สามโผล่มาด้วย “ไง” ลุคในชุดไปรเวทยางยีนส์​เข่าขาดสีดำกับเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้า​ที่กำลังยีนกอดอกพิงกับรถยนต์อยู่​ที่ด้านหลังพี่ฮีซู “มาทำไม” “ว่าง​ ทำไม​ มาไม่ได้รึไงห๊ะ? แค่นี้ทำเป็นหวง” “ไอ้…” “พอเลยค่ะ​ โตๆ กันแล้วนะคะยังจะตีกันอีก” พี่ฮีซูเดินมาขวางทันทีที่เห็นว่าพวกเธอกำลังจะตีกันก่อนจะยื่นถุงข้าวมาให้ “นี่ข้าวตามที่สั่งค่ะ” “ขอบคุณค่ะ แล้วนี่พี่ฮีซูจะกลับเลยรึเปล่าคะ” “เดี๋ยว​ต้องพาคุณลุคไปล้างแผลก่อนน่ะค่ะ” เธอพูดพลางเหลืบมองคนที่ยืนเก็กหล่ออยู่ด้านหลัง​ เธอ​แอบเหลือบมองแขนของลุคเหมือนว่าผ้าพันแผลจะน้อยลงกว่าวันแรกๆ​ ดูท่าคงจะใกล้หายดีแล้วล่ะ​ ก็มีคนดูแลนี่ “งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” “ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ฝากลุคมันด้วยนะคะพี่ฮีซู” “รับทราบค่ะ คุณลุคไปกันเถอะค่ะ” “ไปล่ะ ไอ้น้อง” ลุคเดินมาบอกลาพลางบีบบ่าของฉันหนักๆเป็นการหยอกล้อก่อนจะก้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู “แล้วก็อย่าไปเผลอทำอะไรไม่ดีกับไอ้เด็กนั่นแหละ” “กูไม่ได้เหี้ยอย่างมึง” “แต่มึงก็เคยคิด” ประโยคของลุคทำเอาเธอหันขวับ เดี๋ยวนะ มันรู้ได้ไง ลุคยกยิ้มมุมปากอย่างกับสีหน้าของเธอออกพลางเอาใบหน้าออกพร้อมกับตบบ่าเบาๆ “เริ่มติดนิสัยของไอ้เด็กนั่นมาแล้วนะเนี่ยมึง ไปล่ะ ไว้เจอกันที่บ้าน” ลุคหันหลังเดินขึ้นรถไปปล่อยให้ฉันสงสัยกับประโยคที่มันพูด ติดนิสัยไทม์งั้นหรอ…หมายความว่ายังไง รถยนต์สีดำคันหรูเคลื่อนตัวออกไปจนลับสายตาฉันก็กลับเข้าบ้านทันที เมื่อเปิดประตูเข้ามาในบ้านก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าไทม์ลงมาจากชั้นสองแล้ว ไทม์ในสภาพหัวฟูฟ่องใบหน้าง่วงงุนตื่นไม่เต็มตาปากงุ้ยๆ เดินขยี้ตามาทางฉัน “เมื่อกี้ใครมาหรอครับ” ลูซี่เดินไปจับแขนของเขาก่อนจะพาให้ไปนั่งที่โต๊ะอาหาร “คนที่บ้านน่ะค่ะ พอดีพี่ฝากเขาซื้อข้าว” “เมื่อกี้เหมือนผมเห็นพี่ลุคด้วย เขาไปไหนหรอครับ” ระหว่างที่ไทม์ถามเธอก็จัดเตรียมข้าวกล่องเพื่อให้เขาทาน “ไปล้างแผลที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ” “แล้ว…แล้วแผลพี่ลุคเป็นยังไงมั่งครับ” “ดีขึ้นเยอะแล้วค่ะ เขามีคนดูแลดี” “อ๋อ โอ๊ะ! ข้าวผัดกุ้ง ของโปรดผมเลย พี่ลูซี่ เอ๊ะ? อันนี้ซื้อให้หรอครับ” ดวงตาลุกวาวตอนเห็นกับข้าวของโปรดของไทม์มันทำให้หัวใจของเธอพองโตขึ้นมาทันที ให้ตายสิคนอะไรทำไมน่ารักได้ขนาดนี้นะ เห็นแล้วก็อยากจับมาหอมหัว แต่ไม่ได้ๆ เธอกับน้องพึ่งจะรู้จักกันยังทำแบบนั้นไม่ได้ “ใช่ค่ะ ทั้งหมดนี่ของไทม์เลย” “ขอบคุณครับ แล้ว…ของพี่ลูซี่ล่ะครับ อันไหนหรอ” เท้ามือกับเก้าอี้พลางค่อยๆเขยิบใบหน้าเข้าไปเชิงหยอกล้อ “ของพี่ ก็คนนี้ไงคะ” แก้มขาวเริ่มแดงขึ้นพร้อมกับดวงตาเบิกโพลงของอีกคน แต่เขาก็เม้มฮึบก่อนจะเอื้อมมือมาดันแขนของลูซี่เบาๆ “ผมไม่เขินหรอก ประโยคแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอกนะ” “หืม?” มุมปากยกยิ้มขึ้นอัตโนมัติไม่คิดว่าอีกคนจะมาไม้นี้ ปากบอกไม่เขินแต่หน้าแดงระเรื่อนี่มันคืออะไรกันนะ ช่างเป็นคนที่ปกปิดไม่เก่งซะเลย “อย่างนี้ก็ยากแล้วน่ะสิ สงสัยพี่ต้องหาวิธีทำให้ไทม์เขินใหม่แล้วล่ะมั้ง” “ง่ะ” ไ​ทม์ชะงักไปเล็กน้อย​ ท่าทางน่ารักของเขาทำเอาเธอหุบยิ้มไม่ได้​เลย​ “กินข้าวกันเถอะค่ะ​ เราจะได้กินยาแล้วพักผ่อนนะคะ” “ครับ​” พอเริ่มทนอาหารก็แอบเหลือบมองคนตรงหน้า ทันทีที่ข้าวคำแรกเข้าปากเขาก็ถึงกับดวงตาลุกวาวทันที “อื้ม! อร่อย ร้านไหนหรอครับเนี่ย” “ร้านลูกพี่ลูกน้องของพี่น่ะค่ะ ถ้าไทม์ชอบเอาไว้คราวหน้าพี่พาไปกินนะคะ” ไทม์พยักหน้ารับเหมือนเด็กก่อนจะหันไปจัดการข้าวในกล่อง ด้วยท่าทางที่น่ารักของเขามันทำให้เธอต้องยกยิ้มอัตโนมัติทันที
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม