ทั้งสองนั่งกินกันอีกอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเรียกเด็กในร้านมาเก็บตังค์ ตอนแรกไทม์ก็ยื่นเงินในส่วนของตัวเองมาให้นั่นแหละแต่ลูซี่ปฏิเสธไปเพราะเขาอุตส่าห์พาเธอออกมานั่งรถเล่นเธอก็อยากตอบแทนเขาบ้าง
“พี่ลูซี่อยากไปที่ไหนอีกมั้ยครับ” เดินมาที่รถลูซี่รับหมวกกันน็อกมาใส่ให้เรียบร้อย “ไทม์มีที่ที่แนะนำมั้ยคะ”
ไทม์ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่ “พี่ลูซี่รู้จักคาเฟ่แมวมั้ยครับ” เธอพยักหน้าตอบ เธอรู้จักเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะเวลาว่างจากการเลิกเรียนเบลล์มักจะลากเธอไปด้วยตลอด “รู้จักค่ะ”
“งั้นไปคาเฟ่แมวกันครับ อยู่ไม่ใกล้ๆนี่เอง”
จากสวนสาธารณะถึงคาเฟ่แมวใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีถึง รถมอเตอร์ไซค์เทียบจอดที่จอดรถบริเวณหน้าร้าน
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านไทม์ก็พุ่งตัวเข้าไปอุ้มน้องแมวพร้อมกับพูดกับแมวด้วยเสียงสองมันยิ่งทำให้เขาน่ารักยิ่งขึ้นไปอีก
“อ๊ะ น้องแมว~~”
“อ่าวน้องไทม์ วันนี้มาซะดึกเชียว” ผู้หญิงคนหนึ่งทักเขาอย่างสนิทสนมซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของร้าน
“พอดีวันนี้ติดธุระน่ะครับ เลยมาดึก” ไทม์วางแมวลงกับพื้นก่อนจะเดินไปยังเคาน์เตอร์สั่งอาหาร “พี่ลูซี่เอาอะไรมั้ยครับ ”
“พี่เอาอเมริกาโน่แก้วนึงก็พอค่ะ”
สั่งอาหารกันเสร็จก็พากันมานั่งที่โต๊ะ ระหว่างรออาหารไทม์ก็นั่งเล่นกับแมวไปพลางโดยมีลูซี่นั่งมองอยู่ไม่ห่าง พลางกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆ คาเฟ่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีครีมมีต้นไม้ประดับบ้างประปรายไม่รกตา ถัดจากเคาน์เตอร์ไม่ไกลมีคอนโดแมวตั้งอยู่ขนาดของมันใหญ่พอที่แมวสิบตัวสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ
“น้อง~~ มีขนมด้วย มากินเร็ว”
เสียงของไทม์ให้ต้องละสายตาไปมอง ไทม์นั่งลงกับพื้นพร้อมกับยื่นขนมแมวเพื่อเรียกความสนใจจากแมว และมันก็ได้ผลไม่นานเหล่ากองทัพแมวนับสิบก็ตรงมาหาเขาพร้อมกับปีนป่ายเพื่อที่จะกินขนมในมือ
“น้อง เดี๋ยวก่อน~ ใจเย็นๆ เอ๊อะ!” ท่าทางของไทม์ที่กู่ร้องพลางยกแขนที่ถือขนมหนีทำให้เธอถึงกับหลุดขำออกมา
“พี่ลูซี่ ช่วยผมด้วย”
ไทม์หันมาขอคความช่วยเหลือพลางทำหน้าเบ้ ดูท่าเขาจะไม่ไหวสินะ ลูซี่ลุกจากเก้าอี้เดินไปหยิบขนมแมวเเลียก่อนจะยื่นไปตรงกลางวง ไม่นานฝูงแมวก็เปลี่ยนเป้าหมายจากไทม์ตรงมาหาเธอก่อนจะแย่งกันกินขนมในมือ
“โห ทำไมน้องไม่เห็นปีนพี่ลูซี่มั่งเลย ทีผมนี่ปีนจนเกือบจะถึงหน้าแล้ว”
“ก็ไทม์ยกขนมหนีน้องนี่คะ ไม่แปลกที่น้องจะปีน เวลาเราจะให้ขนมน้องแมวเราอย่าไปยกหนีต้องให้ตรงๆแบบนี้ไม่งั้นน้องก็จะตะเกียกตะกายปีนเรานะคะ”
ไทม์บึนปากพร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะรับขนมไปจากมือเพื่อให้ขนมน้องแทน “ของที่สั่งได้แล้วจ้า” เสียงของพี่พนักงานเรียกให้พวกเขาหันไปมอง
“ไวท์ช็อคโกแล็ตกับพุดดิ้งของน้องไทม์ แล้วก็อเมริกาโนของแฟนน้องไทม์” ประโยคสุดท้ายของเธอทำเอาไทม์หน้าขึ้นสี
“มะ-ไม่ใช่นะครับ พี่ลูซี่เขาเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยต่างหาก”
“อ่าวหรอ งั้นพี่ขอโทษด้วยนะคะ พี่ไม่รู้จริงๆ” ลูซี่ยกยิ้มพลางส่ายหัวให้เธอ “ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้เอง”
“โอเคๆ งั้นพี่ไม่รบกวนพวกเขาแล้ว” เมื่อได้ของกินแล้วทั้งสองคนก็ต่างจัดการกับของกินตรงหน้าส่วนไทม์ก็กินไปเล่นกับแมวไป
ขณะที่กำลังมองไทม์ที่เล่นกับแมวอย่างเพลิดเพลินใจก็เหลือบไปเห็นแมวตัวหนึ่งข้างเก้าอี้ที่ลูซี่นั่ง มันเป็นแมวเปอร์เซียสีขาวขนฟูฟ่องหน้าตาเย่อหยิ่งดูไม่รับแขกสักเท่าไหร่
“ไงเจ้าเหมียว” เธอยื่นมือไปหามันเพื่อที่จะลูบแต่เหมือนจะแมวเปอร์เซียจะไม่ยอมให้ความร่วมมือมันลุกขึ้นเดินหนีไปหาไทม์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทน
“เมี๊ยว~”
“อ๊ะ เจ้าขนฟู” ไทม์อุ้มเจ้าแมวเปอร์เซียขึ้นวางบนตักพร้อมกับลูบขนที่ฟูฟ่องนั่นอย่างเบามือ
“เมี๊ยว~” เหมือนว่าเจ้าแมวจะรู้สึกดีมันใช้หัวของมันถูไถกับตัวไทม์ราวกับมันร้องขอให้เขาทำต่อไป
“ชอบให้ลูบหรอ” เห็นแบบนั้นไทม์ก็ลูบมันต่ออย่างเบามือสลับกับก้มหอมฟัดหลังเจ้าแมวอย่างหมั่นเขี้ยว จู่ๆ ภายในก็เกิดความรู้สึกไม่ชอบใจบางอย่างแปลกๆ
ลูซี่จ้องมองเจ้าแมวเปอร์เซียที่กำลังอ้อนไทม์ไม่หยุดแต่เหมือนมันจะรู้ว่าเธอกำลังจ้องมองมันอยู่มันก็หันมามองก่อนมันจะเชิดหน้าใส่แล้วหันไปอ้อนไทม์
ลูซี่ที่เห็นดังนั้นคิ้วก็กระตุกทันที ไอ้แมวหน้าหยิ่งนี่อยู่ดีไม่ว่าดีจะหาเรื่องกันใช่มั้ย
“ไทม์พี่ขออุ้มแมวตัวนั้นบ้างได้มั้ยคะ”
“ตัวนี้หรอครับ ได้สิครับ” ไทม์อุ้มเจ้าแมวหน้าหยิ่งส่งให้ เจ้าแมวหน้าหยิ่งที่รู้ว่ามันกำลังจะถูกส่งให้เธอมันก็ดิ้นพร้อมกับร้องส่งเสียงไม่หยุด “อย่าดิ้นสิเดี๋ยวตกนะ”
“เมี๊ยว!”
“ขอบคุณค่ะ” รับเจ้าแมวหน้าหยิ่งเอามาไว้บนตักแต่มันก็พยายามจะปีนออกแถมยังถีบมือของเธอไม่ให้แตะตัวของมันด้วย เมื่อเห็นว่ามันยังดื้ออยู่ลูซี่จึงสอดมือเข้าใต้ขาหน้าทั้งสองข้างพร้อมกับจับคอไว้ก่อนจะก้มลงไปพูดกับมัน “อย่าดื้อสิเจ้าเหมียว อยู่นิ่งๆ เป็นเด็กดีนะเดี๋ยวมีรางวัลให้”
เหมือนเจ้าแมวหยิ่งจะรู้ถึงเจตนาของฉันและรู้ว่ามันไม่สามารถต้านได้มันหยุดดิ้นพร้อมกับร้องขู่ออกมาเบาๆ
“พี่ลูซี่รีบกลับมั้ยครับ ผมจะขอไปเล่นกับน้องก่อน” เธอส่ายหัวเบาๆ เป็นคำตอบ “ไทม์ไปเล่นกับน้องเลยค่ะ ถ้าพี่จะกลับเดี๋ยวพี่เรียก”
ไทม์วิ่งตรงไปยังคอนโดแมวเธอที่เห็นดังนั้นก็แอบลอบยกยิ้มกับท่าทางน่าเอ็นดูไม่น้อย “เมี๊ยว”
เสียงของเจ้าแมวบนตักเหมือนมันกำลังบ่นฉันอยู่ที่ไม่ยอมปล่อย เธอจึงใช้มือนวดที่คอของมันเพื่อหยอกล้อเล็กน้อย “ทำไม อิจฉาเพื่อนรึไงที่เขาเล่นด้วย”
“เมี๊ยว” สีหน้าท่าทางที่ดูเบื่อของมันบ่งบอกว่าไม่ได้อิจฉาเพื่อนแต่มันกำลังด่าเธออยู่ต่างหาก
“หึ เป็นแค่แมวแต่ด่าเก่งจังนะ ทีเป็นเขากลับออเซาะไม่หยุด” พอพูดออกไปแบบนั้นเจ้าแมวหยิ่งก็งับเข้าที่มือของเธอเบาๆ เป็นราวกับบอกว่าให้เธอหุบปาก
“ไอ้แมวนี่” ลูซี่กัดฟันพูดเก็บอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะจับหัวเจ้าแมวหยิ่งอย่างหมั่นไส้
เวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าไทม์ยังคงเล่นกับฝูงแมวอยู่เหมือนเดิมส่วนลูซี่ก็ยังคงนั่งมองเขาเล่นกับแมวที่เดิมที่มีเจ้าแมวหน้าหยิ่งนอนอยู่บนตักอย่างไม่สบอารมณ์เหมือนเดิมด้วย
ขณะที่กำลังนั่งมองไทม์อย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นจู่ๆ เจ้าแมวหน้าหยิ่งก็กระโดดลงจากตักตรงไปยังหน้าร้าน ลูซี่มองตามมันดูเหมือนว่าเจ้าแมวหน้าหยิ่งจะเดินไปนอนอยู่หน้าประตู สงสัยมันคงจะเบื่อเธอเข้าให้แล้วล่ะ
เสียงสั่นจากโทรศัพท์ให้ฉันหันไปสนใจพบว่าคนที่โทรมาคือลุค ลูซี่ลุกจากเก้าอี้พลางเหลือบมองอีกคนที่กำลังเล่นกับแมวอยู่ ก่อนจะเดินออกมาจากนอกตัวร้านเพื่อรับโทรศัพท์
“ว่า”
[มึงอยู่ไหนเนี่ย] เสียงจากปลายสายดังจนทำให้เธอต้องยกโทรศัพท์ออกจากหู
“ข้างนอกไง ทำไม”
[ป่าว กูเหงา] คำตอบของลุคทำเอาคนเป็นน้องถึงกับถอนหายใจออกมา
“งั้นกูวาง”
[เดี๋ยวๆๆๆๆ อย่าพึ่งดิ กูล้อเล่น โถ่ อย่าใจร้ายกับพี่มึงดิวะ]
“แล้วสรุปมีอะไร” ตอบออกไปด้วยอารมณ์ที่โคตรจะเหนื่อยใจ รู้แหละว่าคนเป็นพี่เป็นคนแบบนี้แล้วก็รู้ว่าต่อให้ด่าไปสักเท่าไหร่มันก็ไม่สะทกสะท้านสุดท้ายก็จะกลับมากวนตีนต่อย่างทุกครั้งมัน เลยทำให้เธอเหนื่อยใจกับนิสัยกวนประสาทของเขาสุดๆ
[เมื่อกี้คุณอาอัสดาเขามาคคุยกับกูแล้วถามหามึง เห็นว่าจะคุยอะไรสักอย่างนี่แหละ แต่กูบอกเขาไปแล้วว่ามึงมีธุระด่วนเลยกลับก่อน]
“ก็คงจะเรื่องเดิม ๆนั่นแหละ”
เรื่องเดิมๆ ที่ว่ามันมีอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก ไม่เรื่องธุรกิจไม่ก็เรื่องลูกชายของเขา ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมต้องเป็นเรื่องลูกชายของเขาเรื่องของเรื่องก็คือตั้งแต่ลูกชายของเขาเรียนจบทั้งคุณอาอัสดาและภรรยาของเขาเวลาเจอกันทีพวกท่านก็มักจะยกเรื่องลูกชายของเขามาพูดอยู่บ่อยครั้งเพื่อที่ต้องการจะจับลูกชายของเขาให้หมั้นหมายกับเธอ ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบของเธอก็คือปฏิเสธ
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้จักแต่แค่ไม่ชอบ แล้วยิ่งคุณอามาพยายามกรอกหูขายลูกชายบ่อยๆ แบบนี้มันก็ยิ่งทำให้เริ่มมีความคิดที่จะตัดเขาออกจากพันธมิตรทางธุรกิจเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่ได้สนใจหรอกนะ ถึงแม้เขาจะขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อก็ตามที
[คงงั้น เที่ยวเสร็จมึงก็ให้ไอ้เด็กนั่นมันไปส่งมึงที่บ้านเลยไม่ก็ให้พี่โจไปรับไม่ต้องวกมาที่นี่]
“แล้วมึงล่ะ”
[กูออกมาล่ะ ขี้เกียจอยู่ อยู่ไปก็ไม่มีอะไรทำน่าเบื่อจะตายชัก]
“อือ”
[แค่นี้ล่ะ ถึงบ้านแล้วทักบอกด้วย]
“ไม่เข้าบ้าน?”
[เออ กูมีเจคต้องทำ] คอนโดของลุคอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก ตั้งแต่มีคอนโดส่วนตัวชอบที่จะไปอยู่ที่นั่นมากกว่าด้วยเหตุผลที่ว่าขี้เกียจขับรถ ซึ่งความแล้วพี่ชายตัวดีต้องการที่จะเล่นเกมส์ได้อย่างเต็มที่มากกว่าต่างหากเพราะถ้าเขายังอยู่ที่บ้านก็จะไม่สามารถเล่นเกมส์ได้อย่างสะดวก
“เจคหรือเกมส์”
[ทั้งสองอย่างแหละ แค่นี้นะ]
คุยเสร็จเธอที่กำลังจะเดินเข้าคาเฟ่จู่ๆ สายตาก็เหลือบเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าร้าน เดินเข้าไปใกล้พบว่าเป็นเจ้าแมวหน้าหยิ่งตัวนั้นที่ออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้กำลังขู่หมาพันธุ์ไทยสีน้ำตาลตัวหนึ่ง
ลูซี่รีบตรงดิ่งเข้าไปแทรกระหว่างเจ้าแมวหน้าหยิ่งกับหมาพันธุ์ไทยก่อนจะพยายามไล่มันไป แต่เหมือนว่าเจ้าหมาตัวนั้นมันยังคงส่งเสียงคำรามอยู่ เธอเลยตัดสินใจหันไปอุ้มเจ้าแมวหน้าหยิ่งขึ้นอก มันก็ยังคงขู่และเหมือนจะพุ่งลงไปทุกเมื่อทำให้เธอต้องล็อคตัวมันพร้อมกับเอ่ยเสียงปราม
“ไม่เอาๆ เข้าร้านดีกว่าป่ะ” ยังไม่ทันที่จะเดินเข้าคาเฟ่เจ้าหมาตัวนั้นก็ส่งเสียงเห่าพร้อมกับกระโจนเข้ามาหมายจะทำร้ายเจ้าแมวหยิ่งที่อยู่บนอกทำให้ลูซี่ต้องเอี้ยวตัวเพื่อเบี่ยงเจ้าแมวไปอ้อมอกให้พ้นเจ้าหมาที่พยายามกระโดดขึ้นมาพร้อมกับส่งเสียงปราม
“เมี๊ยว!!!”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” ลูซี่พยายามสลัดเจ้าหมาที่พยายามตะเกียกกายขึ้นมาแต่ด้วยที่เธออุ้มเจ้าแมวเปอร์เซียในระดับที่สูงพอที่จะไม่ให้หมากระโดดขึ้นมาได้เจ้าหมาเลยทำได้แค่ตะกุกขาฉันจนเป็นทางยาว
“พี่ลูซี่เกิดอะไรขึ้นครับ!”
ไทม์กับพี่เจ้าของร้านพากันวิ่งออกมาด้วยใบหน้าแตกตื่น
“ไป! ไอ้หมานี่นี่” พี่พนักงานหยิบไม้กวาดมาไล่จนมันวิ่งหนีไป
“พี่ลูซี่เป็นอะไรรึป่าวครับ” ไทม์เข้ามาจับก่อนจะหมุนตัวเธอเพื่อสำรวจรอยแผล “พี่ไม่เป็นอะไรค่ะ”
“ไม่เป็นอะไรล่ะครับรอยเล็บเป็นทางเลย” ไทม์มองแผลที่ขาพร้อมกับทำหน้าเบ้ราวกับรู้สึกผิด
“ตายแล้ว ขาเราเป็นแผลนี่ เราเข้าไปทำแผลข้างในก่อนไป”
สุดท้ายฉันก็ถูกพาเข้ามาทำแผลที่ด้านในร้าน ลูซี่นั่งลงที่โต๊ะเดิมก่อนที่พี่เจ้าของร้านเดินเข้าไปในร้านและเดินออกมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลออกมา “เดี๋ยวผมทำให้เองครับ”
“โอเคงั้นพี่ขอตัวไปปิดร้านก่อนล่ะกันมีอะไรก็เรียกนะ”
หลังจากพี่พนักงานแยกตัวออกไปไทม์ก็เริ่มลงมือทำแผลให้เธอ มือหนาหยิบสำลีออกมาจากถุงจัดการใส่แอลกอฮอล์ก่อนจะแตะลงบนแผลเบาๆ “แสบบอกนะครับ”
“ค่ะ” หญิงสาวนั่งมองไทม์ที่ค่อยๆ บรรจงทำแผลอย่างตั้งใจ แอบเห็นว่าเขากำลังเม้มปากเกร็งมือ สงสัยคงจะกลัวว่าเธอจะเจ็บล่ะมั้ง
“ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะเจ็บหรอกค่ะ ทาลงไปเลย” ไทม์ช้อนตามองเม้มทำตาปริบๆ ใส่ “แต่พี่ลูซี่จะเจ็บนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เราทำเต็มที่เลย”
“อืม…ก็ได้ครับ”
จากนั้นไทม์ก็เริ่มทำแผลอย่างไม่เกร็ง ลูซี่ที่นั่งมองดูเขาที่กำลังแผลอย่างตั้งใจก็แอบลอบยกยิ้ม จำความได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะซุ่มซ่ามหรือจนบางทีก็มีนิสัยที่เหมือนเด็กสามขวบ แต่พอได้มาเห็นมุมแบบนี้ก็รู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนที่อบอุ่นใส่ใจคนรอบข้างไม่น้อยอาจจะมีเด๋อๆ ด๋าๆ บ้างแต่พอมาเจอกับตัวแบบนี้ก็ทำให้ใจสั่นอยู่ไม่น้อยเลย
“เสร็จแล้วครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ทำแผลกันเสร็จก็เป็นจังหวะที่พี่เจ้าของร้านเดินกลับมาพอดี
“แล้วนี่จะกลับกันเลยใช่มั้ย”
“ครับ เดี๋ยวผมต้องไปส่งพี่ลูซี่อีก”
“โอเค งั้นเดินทางกลับบ้านกันดีๆนะ แล้วก็พี่ขอโทษเรื่องหมาเมื่อกี้ด้วยนะลูซี่”
“ไม่เป็นอะไรค่ะพี่ มันเป็นแค่อุบัติเหตุ”
“งั้นกันนะ มาที่นี่อีกได้เสมอเลยนะ” หลังจากร่ำลากันเสร็จก็แยกย้ายกัน ขณะที่ลูซี่กำลังจะเปิดประตูจู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างมาสะกิดที่เท้าพอหันมาก็พบว่าเป็นเจ้าแมวหน้าหยิ่งกำลังเขี่ยเท้าเธออยู่
“มีอะไรหืม” ลูซี่ย่อตัวลงพลางเอื้อมมือไปลูบแต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้มันจะไม่ได้หนีหรือขู่เหมือนตอนแรก
“เมี๊ยว” เจ้าแมวหยิ่งเดินมาดมที่แผลที่ถูกแปะด้วยผ้าก็อตก่อนจะใช้ลิ้นเลียที่ข้างแผลอย่างเบาๆ ราวกับกำลังขอโทษเรื่องเมื่อกี้ ลูซี่ยกยิ้มเล็กน้อยพลางลูบหัวของมันแรงๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว
“ไม่เกลียดกันแล้วรึไงหืม”
“เมี๊ยว” แต่พอพูดไปแบบนั้นมันก็เหมือนจะรับรู้ได้ เจ้าแมวหยิ่งสะบัดหัวเพื่อจะสลัดมือของเธอที่เล่นหัวของมันราวกับกำลังบอกว่า ยังเกลียดอยู่นะแต่ตอนนี้เอาไว้ก่อน
“เรื่องมากซะจริง ไปล่ะไว้คราวหน้าเจอกันใหม่”
“เมี๊ยว”
“อือ ไม่ต้องห่วงหรอกเดี๋ยวฉันจะโผล่หน้ามาให้แกเกลียดเล่นแน่ๆ” มือเรียวขยี้หัวของมันเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปโดยที่ไม่ลืมที่จะหันไปมองมัน
“เหมือนน้องจะชอบพี่ลูซี่นะครับ” ไทม์พูดพลางยื่นหมวกกันน็อกมาให้ “ไม่หรอกค่ะ มันไม่ได้ชอบพี่แต่มันเกลียดพี่ต่างหาก”
“เอ๊ะ? เกลียดหรอครับ”
“ค่ะ แล้วดูท่าจะเกลียดพี่ขึ้นไส้เลยค่ะ” จัดการตัวเองกันเสร็จรถมอเตอร์ไซค์ก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกโดยมีสายตาของเจ้าแมวหน้าหยิ่งคอยมองจนลับสายตาไป
ไทม์ขับรถมอเตอร์ไซค์ถึงบ้านของเขาซึ่งตอนแรกไทม์ก็ยืนยันว่าจะมาไปส่งที่บ้านนั่นแหละแต่ด้วยตอนนี้มันก็เที่ยงคืน แล้วอีกอย่างก็ไม่อยากให้เขาขับรถคนเดียวตอนดึกๆ เลยให้เขาขับมาที่บ้านแล้วให้คนที่บ้านขับมารับแทน
พูดคุยกันอยู่ได้แค่แป๊บเดียวรถยนต์สีดำก็ขับเคลื่อนมาจอดที่หน้าบ้านดูท่าว่าฉันคงจะต้องกลับแล้ว
“พี่กลับก่อนนะคะ”
“ครับ กลับบ้านดีๆนะครับ” ไทม์โบกมือลาพร้อมกับส่งยิ้มแก้มป่องมาให้ “ฝันดีนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่พาพี่ไปแว้นนะคะ”
ไทม์เบิกตาโพรงเล็กน้อยก่อนจะหัวเราออกมา “ครับ ไว้วันหลังผมพาไปแว้นอีกนะครับ”
“ค่ะพี่จะรอ”
โบกมือลาพร้อมกับก้าวขึ้นรถก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป “วันนี้เป็นไงบ้างครับ” หลังจากรถเคลื่อนตัวออกจากบ้านไทม์มาได้สักระยะ
หัวหน้าบอดี้การ์ดก็เอ่ยถาม “ก็…สนุกดีค่ะ”
“เห็นว่าไปขี่มอเตอร์ไซค์เล่นกันหรอครับ” เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขาเอ่ยถามแบบนั้น “ค่ะ ลุคมันบอกหรอคะ”
“ถึงคุณลุคไม่บอกผมก็รู้อยู่ดีนั่นแหละครับ” ก็สมกับเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดของตระกูล ไม่จำเป็นต้องบอกทุกเรื่องเขาก็สามารถที่จะรู้เรื่องของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
“ค่ะ ออกไปแว้นมาค่ะ” หัวหน้าบอดี้การ์ดมองลูซี่ผ่านกระจกหลังก่อนจะหันกลับไปมองที่ถนนตามเดิม
“แปลกนะครับที่ใช้คำนี้”
“งั้นหรอคะ คงจะติดใจมั้งล่ะคะ”
“ดูท่าคุณลูซี่จะติดใจมากเลยนะครับ”
“ค่ะ ติดใจมากจนอยากจะให้มันเป็นแบบนี้ทุกๆ วันเลยค่ะ”