Sciences Computer 60 (194)
19.30 น.
จิ๋ว (ประธานรุ่น) : พรุ่งนี้พี่ขอนัดปี 1 ตอน 8 โมงครึ่ง ที่ตึกสาขานะครับ
จิ๋ว (ประธานรุ่น) : เลทได้ไม่เกิน 9 โมง
จิ๋ว (ประธานรุ่น) : ส่วนชุดก็ขอเป็นชุดลำลอง นะครับ แล้วอย่าลืมเอาสมุดลายเซ็น มาด้วยเดี๋ยวพี่จะเช็คนะครับ
ไทม์มองแชทในมือถือ ก่อนจะปิดหน้าจอ มือถือ ลงพร้อม กับถอนหายใจ แทนที่วันนี้จะได้หยุดอยู่บ้านกลับต้องไปมหาวิทยาลัยอย่างปฏิเสธไม่ได้ ก็รู้แหละว่ากิจกรรมรับน้องมันสำคัญ แต่ให้หยุดพักผ่อนสักวันก็ได้ นี่วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้พัก เหตุผลก็ไม่มีให้ไปซ้อมอย่างเดียว
ไทม์ไม่เข้าใจว่ากิจกรรมรับน้องมันน้องจากสร้างความสัมพันธ์มันได้ประโยชน์อะไรอีกมั้ย พอได้จับเข่าคุยกับเพื่อนคำตอบที่ได้คือ ไม่มี เหนื่อยๆก็เหนื่อย เขาไม่รู้หรอกนะ ว่าสำหรับคนอื่นมันดีแบบไหนแต่สำหรับไทม์ เขาไม่ชอบแค่นั้นแหละ
หันมองนาฬิกา บนหน้าจอมือถือ พบว่าตอนนี้ 8 โมงแล้ว ไทม์ลุกจากเก้าอี้หยิบจานเพื่อเอาไปล้างเก็บ “เอาไว้ในซิงค์ก็ได้ลูกเดี๋ยวแม่ล้างเอง” แม่ชะโงกหน้าออกมาจากในครัว
“ไม่เป็นไรครับ ผมล้างแป๊บเดียวเอง”
“แต่มันจะสายเอานะลูก”
“เลทได้ถึงเก้าโมงครับ ไม่เป็นไรหรอก” ยกจานชามเข้ามาในครัวจัดการล้างจนเสร็จสรรพก่อนจะหันไปลาแม่ที่กำลังยืนทำของอยู่ไม่ห่าง
“ผมไปก่อนนะครับ” เดินเข้าไปกอดท่านด้านหลังก่อนจะโน้มตัวหอมแก้มท่านหนึ่งฟอด
“จ๊ะ เดินทางปลอดภัยนะลูก”
ไทม์เดินออกจากบ้านตรงไปยังป้ายรถเมล์ที่อยู่หน้าซอยมาขึ้นรถตู้สายประจำ การเดินทางใช้เวลาประมาณเกือบหนึ่งชั่วโมงถึงตึกสาขา ความจริงมันก็ควรจะถึงแต่ครึ่งชั่วโมงแรกนั่นแหละแต่ด้วยเพราะรถติดก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้วกว่าจะรอรถกอล์ฟอีกก็ปาไปเกือบยี่สิบนาทีแล้ว
เดินมายังตึกสาขาตรงไปยังโต๊ะม้านั่งประจำก่อนจะรีบวางของเข้าไปนั่งในแถวเพื่อรอทำกิจกรรม
“ไงมึง” เอื้อมมือไปตบบ่าบูมเบาๆ ก่อนจะนั่งลงที่ว่างข้างๆ วันนี้ติมไม่ได้เข้ากิจกรรมรับน้องเพราะต้องไปซ้อมฟุตบอลเพื่อเตรียมคัดตัวแข่งฟุตบอลมหาวิทยาลัย
“ปีหนึ่งมากันครบยัง หัวแถวนับตลอดนับ!” เสียงของพี่ว้ากเรียกความสนใจจากพวกเขาที่กำลังนั่งคุยกันอยู่
“หนึ่ง! สอง! สาม!…” เสียงนับตลอดไปสุดจนถึงคนที่ 80 คน ซึ่งจำนวนจริงๆมันคือ 85 คน “ไอ้รองวันนี้น้องลากี่คน” พี่ระเบียบหันไปถามพี่รองประธานที่อยู่ไม่ไกลก่อนพี่คนนั้นจะตอบกลับมา
“ลาสามไปซ้อมบอลสอง”
“โอเค งั้นเริ่มทำกิจกรรมเลย ปีหนึ่งลุก!!” เหล่าเด็กปีหนึ่งลุกขึ้นตามคำสั่งก่อนจะจัดระเบียบแถวอัตโนมัติ “เดี๋ยวแบ่งกลุ่มซ้อมบูมตามเดิมนะ แยกตามกลุ่มที่เคยอยู่แล้วไปตามจุดที่เคยซ้อมเลยนะครับ”
กลุ่มผมเดินตามรุ่นพี่คนหนึ่งจนมาหยุดที่สวนข้างๆตึก “น้อง ๆตั้งแถวตามเดิมเลยนะคะ เดี๋ยวจะเริ่มซ้อมบูมกัน” กิจกกรมรับน้องดำเนินไปเรื่อย ๆซ้อมบูมบ้างสันทนาการบ้าง จนตอนนี้ถึงเวลาใกล้จะช่วงเที่ยงแล้ว
“ปีหนึ่งเดี๋ยวพี่จะปล่อยเราไปพักนะครับ แล้วกลับมารวมตัวที่นี่อีกทีตอนบ่ายโมงครึ่งนะครับ ปีหนึ่ง! แยกย้าย!”
“มึงไปหาติมกัน”
“ไปดิ” ไทม์กับบูมหยิบกระเป๋าเดินออกจากตึกสาขาตรงไปยังตึกกีฬาที่อยู่ห่างออกไปกว่า 2 กิโลเมตร ขณะที่กำลังเดินกันอยู่จู่ๆ บูมก็กระตุกกระเป๋าของเขาพร้อมกับชี้ไปที่รถกอล์ฟกำลังขับมา “มึงๆ รถกอล์ฟมาพอดี ขึ้นมั้ย”
“ขึ้นดิ ไปๆ” 2 หน่อวิ่งไปรอที่ป้ายรถเมล์ก่อนที่รถกอล์ฟจะค่อยๆ เทียบจอดแล้ววิ่งขึ้นไปนั่ง เอาจริงๆ พวกเขาเดินไปก็ได้นะแต่เพื่อร่นเวลาและลดความเหนื่อยล้าก็เลยเลือกที่จะขึ้นรถกอล์ฟดีกว่า
ไม่นานก็ถึงตึกกีฬา ทันทีที่ลงจากรถไทม์ก็ทักหาติมทันที
time 00.00 : ถึงแล้ว อยู่หน้าตึก
ยืนรอข้อความติมอยู่ไม่นานเสียงข้อความก็ดังขึ้นก่อนจะรีบเปิดหน้าจอดูข้อความที่ติมส่งมา
tim🖤 : กำลังออกไป
พวกเขายืนรอกันอยู่ครู่ไม่นานติมก็เดินออกมาพร้อมกับยกมือทักทาย “ไงมึง”
“โห พ่อนักฟุตบอลรูปหล่อ มีแฟนยังคะเนี่ย” บูมทำท่าบิดตัวแหย่ติมเล่น ติมที่เห็นเพื่อนก็ถึงกับเลิกคิ้วพร้อมกับลูบแขนอย่างขนลุก “คะพ่อง”
“ฮ่าๆๆๆ” เล่นกันพอสนุกก็พากันเดินไปยังโรงอาหารกลางที่ฝั่งตรงข้ามถนนของตึกกีฬา
“มึงกินไรดี”
“ซื้อแถวๆข้างหน้าโรงอาหารนั่นแหละ”
“ไปดิ” ทั้งสามดินดูร้านอาหารที่ด้านหน้าโรงอาหารกันอยู่สักพักจนได้ของกินคนละอย่างสองอย่างก่อนจะพาเข้าไปในโรงอาหารกลางเพื่อหาที่นั่งกินข้าว
“เออมึง กูไม่ได้ไปซ้อมเป็นไงมั่ง” ทันทีที่ก้นแตะกับเก้าอี้ติมก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที “ก็เหมือนเดิมอ่ะ ซ้อมบูม สันทนาการแล้วก็คุยเรื่องล่าลายเซ็น”
“อะไรคือสันทนาการวะ” บูมเงยหน้าจากถ้วยก๋วยเตี๋ยวพร้อมกับทำสีหน้า คิ้วขมวด
“ก็นันทนาการไง มันก็อันเดียวกันแหละ ” ติมเป็นคนตอบ
“ก็กูไม่รู้หนิ เคยได้ยินแต่นันทนาการ ” กินข้าวเสร็จก็นั่งเล่นกันต่อ ขณะนั้นเองไทม์ก็เกิดอยากจะกินแซนวิชขึ้นมา
“เดี๋ยวกูไปซื้อแซนวิชแป๊บ จะเอาอะไรกันป่ะ”
“ฝากซื้อน้ำเปล่ากับบิ๊กไบท์อันนึง” บูมยื่นแบงก์ ห้าสิบมาให้ “มึงอ่ะเอาไรป่ะ” ติมที่กำลังฟุบหน้ากับกระเป๋ากีฬาส่ายหัวเนือยๆ ไทม์ที่เห็นดังนั้นจึงลุกจากโต๊ะตรงไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ไม่ไกลจากโซน Food Court
เดินตามซอกซอยหาดูของที่จะกินและของที่เพื่อนฝาก เมื่อได้ของเสร็จแล้วผมก็ไปจ่ายเงินให้เรียบร้อย ขณะที่กำลังยืนรอของเวฟอยู่นั้นก็ได้ยินประโยคสนทนาบางอย่างเข้า
“เป็นไงมึง วันนี้ได้เจอกับยัยน้องรหัสมึงเปล่าวะ”
“ลูซี่อ่ะหรอ เจอแล้ว ทำไม” ได้ยินชื่อที่คุ้นเคยก็ถึงกับขมวดคิ้ว ทันที “แล้วได้คุยอะไรกันป่ะ”
“ก็ปกติอ่ะ คุยไปเรื่อย”
“ว่าแต่มึงจะจีบยัยนั่นจริงหรอวะ ทำไมยังไม่เห็นคืบหน้าเลย”
“จะรีบไปทำไมล่ะ จะจีบสาวสักคนมันก็ต้องใช้เวลาดิ”
“กูถามจริงนะ มึงแน่ใจแล้วหรอที่จะจีบยัยลูซี่อ่ะ ยัยนั่นทั้งหยิ่งแถมดูจะจีบยากด้วย”
“มึงไม่เข้าใจไง ยิ่งจีบยากยิ่งดียิ่งเด็ด แล้วอีกอย่างมึงก็น่าจะรู้ว่ายิ่งถ้าเป็นลูซี่นะ จีบติดเท่ากับชนะเลยนะ”
“ยังไงวะ”
“ก็หมายความว่า ถ้ากูจีบติดทำให้ยัยนั่นหลงรักกูได้แล้วสลัดทิ้งก็จะทำให้ไอ้ลุคมันช้ำใจได้ไงล่ะ” ประโยคทำให้เขายิ่งขมวดขึ้นไปใหญ่
“โห ความคิดมึงนี่ เหี้ยจริงๆ”
“ฮ่าๆๆๆ อย่างงั้นหรอ เพื่อทำให้พี่ชายยัยนั่นมันเจ็บช้ำกูทำได้มากกว่านี้อีก” เบิกตาโพลงทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น นี่หมายความว่าพี่คนนั้นคิดจะจีบพี่ลูซี่แล้วสลัดทิ้งทีหลังอย่างนั้นหรอ สารชั่วจริงๆ
ไทม์เหลือบมองสองคนนั้นที่เดินจากไปอย่างไม่เข้าใจ แค้นพี่ชายเขาทำไมต้องไปลงกับน้องสาวเขาล่ะ เลวมาก ไม่ สิ ทั้งเลวทรามชั้นต่ำเลยแหละ
“น้องคะ ของเวฟได้แล้วค่ะ” คนแบบนี้ไม่น่ามีชีวิต อยู่ บนโลกเลย ทำตัวสกปรกกันจริงๆ
“น้องคะ! ของเวฟได้แล้วค่ะ” เสียงเรียก ของพี่พนักงานทำให้เขาหลุดออกห้วงความคิดก่อนจะหันไปรับของเวฟพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อยเพื่อเป็นการขอโทษ
ทันทีที่มาถึงโต๊ะจัดการวางของเสร็จ สรรพก็เป็นจังหวะที่ติมที่หลับกับบูมที่กำลังเล่นเกมส์เงยหน้ามาพอดี
“ไปนานนะมึง กูนึกว่ามึงไปทำของในร้านเค้าหล่นหมดล่ะ”
“จะบ้าหรอ แค่รอของเวฟ” ไทม์ยื่นของกับตังทอนให้ติมก่อนจะเริ่มแกะของกินของตัวเอง ระหว่างที่ นั่งกินอยู่หัวสมองก็นึกถึงเรื่องเมื่อกี้
“ไอ้ไทม์”
ทั้งที่มันก็ไม่ใช่ เรื่องของตัวเองแต่กลับคิดไม่ตก จะว่าห่วงก็ห่วง จะว่าไม่ห่วงก็ไม่ห่วง ความคิดมันสับสนไปหมด
“ไอ้ไทม์!!!!” เสียงเรียกของเพื่อนพร้อมกับเสียง ทุบโต๊ะทำเอาเขาถึงสะดุ้งโหยงจนเกือบทำแซนวิชในมือหลุด
“อะไรๆ มีอะไรกัน”
“พวกกูสิต้องถาม มึงเป็นเหี้ยไรเนี่ย เรียกเป็นสิบรอบแล้วก็ไม่ตอบ” ไทม์มองเพื่อนทั้งสองด้วยสีหน้าสงสัยเขาก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งไป “โทษทีๆ พอดีเหม่อน่ะ”
เขาหลบสายตาคู่นั้นของติมที่กำลังมองมาอย่างจับผิดพลางทำเป็นยกมือกินแซนวิชต่ออย่างกับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เหม่อถึงพี่ลูซี่ของมึงอยู่ไง”
พรูด!!! น้ำเปล่าที่กินเข้าไปถูก พ่นออกมาทันที ยกมือทุบอกเพื่อให้หายไอโดยมีบูมคอยลูบหลังอยู่
“มะ-ไม่ใช่นะ ไม่ได้เหม่อสักหน่อย! แล้วพี่ลูซี่ก็ไม่ได้เป็นของกูด้วย”
“อ่า โอเคๆ ไม่ได้เหม่อก็ไม่ได้เหม่อ” สายตาของติมที่มองมาดูไม่เชื่อกันสักนิด แถมมันยังทำหน้าทำตาเจ้าเล่ห์ราวกับรู้ความลับของเขาทุกอย่าง ไอ้นี่นี่ รู้ทุกเรื่องจริงๆ
“มึงแกล้งกูอ่า” ไทม์เบะปากพลางหยิบฝาขวดน้ำปาใส่ติมด้วยความหมั่นไส้แต่ก็ทำอะไรมันไม่ได้เพราะอีกฝ่ายใช้มือรับฝาขวดได้อย่างทันทีแถมยังมันทำหน้าล้อเลียนเขาอีก คอยดูนะถึงตามันเมื่อไหร่เขาจะเอาคืนให้สาสมเลย
หลังจากแยกย้ายกับติม ไทม์กับบูมก็กลับมายังตึกสาขาพบว่าเพื่อนคนกับรุ่นพี่คนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยกันมาบ้างแล้ว 2 หน่อนั่งเล่นที่ม้านั่งเพื่อรอเวลาเข้ากิจกรรม ไม่นานรุ่นพี่ก็เรียกรวมตั้งแถวและทำกิจกรรมเหมือนช่วงเช้า สันทนาการบ้างซ้อมบูมบ้าง แต่ดูเหมือนพวกพี่ๆที่เป็นประธานจะไปเรียนพวกพี่ปีสองเลยเหลือแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
"ปีหนึ่งนั่งได้”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ” ทันทีที่ก้นแตะพื้นเหล่าเด็กปีหนึ่งต่างก็โอดครวญขึ้นมาทันที
“โคตรเมื่อยเลยว่ะ ปกติก็ซ้อมหนักอยู่แล้วนี่ขนาดพวกพี่ประธานไม่อยู่ยังเบาให้เลย”
บูมบ่นพลางยืดขาไปด้านหน้าพลางใช้มือนวดขาเพื่อคลายความเมื่อย “นั่นดิ”
เท้าแขนเอนไปด้านหลังพร้อมกับยืดขาออกไปด้านหน้า ก็อย่างที่บูมพูดแหละ ปกติก็ซ้อมกันหนักอยู่แล้วนี่ขนาดพวกพี่ประธานไม่อยู่นะเนี่ยยังซ้อมหนักไม่ต่างกับตอนปกติเลย
“พี่สวัสดีครับ/คะ”
เสียงของพวกรุ่นพี่ทำให้ทุกคนพากันหันไปมอง เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งราว ๆ สี่คน บางคนใส่ชุดนักศึกษา บางคนใส่ชุดช็อปของสาขา ถ้าให้เดาก็คงเป็นพวกพี่ปีสามปีสี่แน่ๆ เพราะออร่ามันออก
“ปีหนึ่ง สวัสดีพี่ปีสี่”
“สวัสดีครับ/คะ” เด็กปีหนึ่ง ยกมือไหว้ตามคำสั่ง ก่อนหนึ่ง ใน พี่ปีสองจะหันไปคุยอะไรบางอย่างกับพวกพี่ปีสี่ “พี่ปีสี่มาแนะนำตัวหน่อยค่ะ”
หนึ่งในพี่ปีสี่เดินมาหยุดตรงหน้า เขาใส่ชุดช็อปสีดำกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน เข้มเข่าขาดผมสีดำแสกกลางน้อยๆ ดูโดยรวมแล้วหล่ออย่างกับศิลปินเกาหลีเลย
“สวัสดีครับพี่ชื่อเวล เป็นประธานรุ่นปีสี่นะครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ชื่อไจ๋นะ เป็นรองประธานปีสี่” พี่สาวคนสวยในชุดนักศึกษาพูดขึ้นพร้อมกับเดินมาขนาบข้างพี่คนแรกก่อนเธอจะผายมือไปทางพี่เสื้อช็อปสีดำอีกคนที่ยืนกอดอกปั้นหน้าคิ้วขมวดเยื้องไปด้านหลังของเธอพร้อมกับส่งสัญญาณให้เพื่อนพูด
“แซน ไม่มีตำแหน่ง” ดูท่าพี่คนนี้จะเป็นคนพูดน้อยและโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงนะ
“แล้วก็อีกคนที่ยืนคุยโทรศัพท์ตรงนู้นชื่อพี่ลุคนะ เป็นพี่ระเบียบ” ทุกคนมองตามมือพี่ไจ๋ที่ชี้ไปที่พี่เสื้อช็อปสีดำอีกคนที่ยืนหันหลังกำลังคุยโทรศัพท์ห่างออกไปไม่ไกลกันมาก
เขามีผิวขาวออร่าตัดกับสีผมน้ำตาลแดง ส่วนสูงประมาณร้อยแปดสิบกว่ากับหุ่นที่ดูสมส่วนราวกับที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แม้จะเห็นเพียงแค่ด้านหลังแต่ก็รับรู้ได้ว่าเขาคงหน้าตาดีไม่น้อยเลย
“งั้นเดี๋ยวหนูขอคุยกับน้องต่อนะคะ”
แนะนำตัวกันเสร็จสรรพพวกพี่ปีสี่ก็เดินแยกออกไปนั่งที่ม้านั่งที่อยู่ด้านหลังพวกปีหนึ่ง “เรื่องที่พี่จะคุยก็คือเรื่องประกวดดาวเดือนนะคะ คนที่คุยไว้ออกมายืนข้างหน้าเลยค่ะ”
เพื่อนสามคนออกไปยืนข้างหน้าตามที่รุ่นพี่สั่ง “เดี๋ยวพี่จะให้ปีหนึ่งยกมือโหวตนะว่าจะให้เพื่อนคนไหนประกวดเดือน”
“มึงจะโหวตให้ใครวะ” บูมเอนตัวพร้อมมาทางผม “ไม่รู้ว่ะ ไอ้แชมป์มั้ง”
ไอ้แชมป์ที่ว่าก็คือหนึ่งในเพื่อนที่ออกไปยืนข้างหน้านั่นแหละ แชมป์มันเป็นผู้ชายหน้าตาดีทีเดียวตาตี๋นิดผิวขาวผ่องร่างโปร่งสูงสเปกผู้หญิงหลายคน
“หรอ แต่ไอ้เต้ยมันก็หล่ออยู่นะ” เต้ยก็คือเพื่อนอีกคนที่ออกไปยืนด้านหน้า เต้ยเป็นผู้ชายที่ออกหน้าหวานตัวไม่ได้สูงโปร่งขนาดแชมป์แต่โดยรวมก็หน้าตาดีไม่น้อยเลย
“แต่เอาจริงๆ กูว่าไอ้ติมมันก็หล่อพอๆ กับไอ้พวกนี้เลยนะ ทำไมไม่เป็นมันวะจะได้โหวต”
“มึงอย่าลืมสิว่ามันเป็นนักกีฬา ถ้าต้องมาซ้อมแข่งดาวเดือนด้วยมีหวังตายกันพอดี”
“เออจริงด้วย ลืมเลย”
ติมเป็นอีกคนที่เขายืนยันอีกเสียงว่ามันเป็นคนที่หน้าดีมากอีกคนหนึ่ง เรียกได้ว่าหล่อไม่แพ้สองคนนี้เลย ใบหน้าคมตัดกับผิวขาวสูงร้อยแปดสิบ โดยรวมคือหน้าตาดีเลยทีเดียว
“ใครโหวตน้องแชมป์ยกมือเลย” ปีหนึ่งจำนวนหนึ่งรวมถึงไทม์พากันยกมือขึ้น กวาดตามองจำนวนที่ยกก็ประมาณครึ่งหนึ่งได้ “โอเค ต่อไปใครน้องเต้ยยกมือค่ะ” เพื่อนอีกจำนวนหนึ่งยกมือขึ้นก็พอๆ กับตอนแรก
“แชมป์สี่สิบสามเต้ยสามสิบเจ็ด แชมป์เยอะกว่า” พอผลออกทุกคนก็ถึงกับโห่ร้องบ้างปรบมือบ้าง แต่ก็นะสองคนนี้มันหล่อจริงๆผลโหวตสูสีกันขนาดนี้ก็ไม่แปลก “ส่วนดาวก็เป็นแนนนะ โอเค เดี๋ยวแชมป์กับแนนไปคุยกับพี่อิ๋งเรื่องแข่งดาวเดือนเลย”