ห้องพยาบาลมหา'ลัย
"นักศึกษามีไข้สูงนะคะน่าจะเกิดจากการอักเสบ มีแผลตรงไหนอีกไหม" อาจารย์หมอใช้ปรอทวัดไข้ร่างบางและสังเกตดูตามร่างกายชายหนุ่มก็ทำคิ้วขมวดทันที
"เราไปทำอะไรมาหรือเปล่า"
" ............" ชายหนุ่มไม่ตอบ
"ผมขอยาแก้อักเสบด้วยเลยนะครับอาจารย์หมอ" ผู้ชายใจดีเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นคนป่วยนิ่งเงียบ
"ได้ค่ะ"
หลังจากได้ทานยา อาจารย์หมอก็จัดยาให้พีทเพื่อกลับไปทานที่บ้านต่ออีกสักสองสามวันหากยังไม่หายดีก็แนะนำให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อจะได้ทำการรักษาต่อไป เมื่อเสร็จธุระแล้วสามหนุ่มก็ลาอาจารย์หมอกลับไปยังห้องเรียน
"ขอบคุณมากครับ เออ.."
พีทกล่าวขอบคุณคนที่มาช่วย ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่ง ดูเจ้าสำอางค์ การแต่งกายดูสะอาดสะอ้าน และใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มอยู่เสมอ ดูอบอุ่นและใจดีมากผิดกับอีกคนที่ใจร้ายกับเขาที่สุด
"ไม่เป็นไร กูชื่อม่อน เรียนแพทย์ปีสี่"
ไอ้ว่านมองคนตรงหน้า คนนี้สินะที่เป็นดาวนิสิตปีสี่คณะแพทย์ศาสตร์ที่เขาล่ำลือกันนักว่าหล่อ รวย นิสัยดี ใจเย็น และดูสุขุม สาวๆหลายคนตามจีบแต่เจ้าตัวไม่เคยเปิดใจให้ใคร คนละอย่างกับเจ้าอคิณที่รายนั้น หล่อ รวย แต่เป็นแบบฉบับแบดบอย สาวๆหลายคนก็ชอบสไตล์นี่ ยิ่งแบดยิ่งชอบและวิ่งเข้าหาไม่เว้นแต่ละวันเช่นกัน หลังจากจบมัธยมไอ้อคิณก็ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที ควงหญิงไม่ซ้ำหน้าแต่ไม่นานก็เปลี่ยนหน้าใหม่ไปเรื่อย
"อ่อ ผมชื่อพีทวิศวะปีสี่ เพิ่งย้ายมาปีนี้ครับ ส่วนนี้ไอ้ว่านเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมัธยม"
"ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคน อย่าลืมทานยาตามนั้นนะ"
"ครับ"
"แล้วนี่จะไปเรียนเลยไหม กูจะไปส่ง"
"ไม่เป็นไร ผมมีไอ้ว่านเป็นเพื่อนอยู่แล้ว "
"อย่าขัดเลยนะ กูอยากไปส่งจริงๆ" ชายหนุ่มมองหน้าคนป่วยสายตายิ้มอบอุ่น พีทเลยไม่อยากขัดใจ ให้เขาตามไปส่งจนถึงหน้าห้องเรียน
กรี๊ดดด!!!
"เฮ้ยม่อนมา"
เสียงกรี๊ดสนั่นห้องแทบแตกของสาวๆในชั้นเรียนดังกึกก้อง เมื่อมีชายหนุ่มแปลกคณะเดินเข้ามาในห้องเรียน แถมเป็นเน็ตไอดอลในมหา'ลัย ทุกคนต่างมองไปยังบุคคลที่มาใหม่ทันทีด้วยความสนใจ
"หล่อจริงๆยังกับเทพบุตรเลย ฉันฟินอ่ะแก "
"ปกตินางไม่เดินไปไหนเลยนะ วันนี้ทำไมมาถึงที่นี่ได้"
"หล่อจริง ขอสักทีจะไม่ลืมเลย"
เสียงจ๊อกแจ๊กของสาวๆทำให้อคิณหันไปมอง เขาได้ยินสาวๆพูดถึงมันบ่อย ซึ่งเขารู้ว่ามันหล่อเจ้าสำอางค์รูปร่างดีเหมือนกันแต่คนละสไตล์กับเขาลิบลับ ครอบครัวเขากับมันรู้จักกันเพราะเป็นคู่ค้ากันทางด้านธุรกิจและเป็นญาติห่างๆ
"เฮ้ย มันมาส่งไอ้พีทเหรอวะ" เสียงแทนไทเอ่ยขึ้น
อคิณจ้องคนที่อยู่ข้างหลังร่างไอ้ม่อนที่บังเกือบมิด จากที่เอนตัวพิงพนักรีบดีดตัวขึ้นนั่งตัวตรงทันที
แม่ง!!!
"เฮ้ย!!ประคองพีทด้วย ว้ายตายแล้ว!! ฉันจิ้นคู่นี้" เสียงสาวๆในห้องดังขึ้นอีก
"ดูเขาเหมาะสมกันดีนะเธอ"
"งุ้ยยย!! น่ารักดูเขาจับมือกันด้วย เอาโทรศัพท์ยื่นให้กันด้วยง่ะ.น่าร้าก"
หึหึ!! ตรงไหนวะที่เรียกว่าเหมาะสม อคิณคิดพลางเบ้ปากทันที กายที่นั่งมองหน้าเพื่อนอยู่ก่อนแล้ว เห็นหน้าเพื่อนจึงนึกขำและกลั้นไว้ไม่ได้
"เป็นเชี้ยอะไรของมึง" อคิณพูดเสียงห้วน
"ก็ดูมึงทำหน้าสิ โคตรตลก"
"ไอ้เชี้ยะ พ่อง!!มึงสิตลก"
"เอ่อ ฮ่าๆๆ"
อคิณจึงทำเป็นไม่สนใจก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อไป ในใจโกรธคนที่นั่งอยู่ด้านล่างทันทีด้วยความโมโหที่เขาเองก็ไม่รู้สาเหตุ
ทางด้านพีทเมื่อถึงห้องเรียนแล้วก็ขอตัว แต่อีกฝ่ายขอแอดไลน์เผื่อมีอะไรจะได้โทรหา เขาอึกอักอยู่นานจนว่านพยักหน้าให้ เขาจึงยื่นโทรศัพท์ในมือให้อีกคนแอดไลน์ไว้
"ขอบคุณอีกครั้งนะครับม่อน" พีทกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างอบอุ่นเช่นเคย เอามืออังหน้าผากคนป่วย
"ยังตัวร้อน ยังไงอย่าลืมทานยาอีกนะ กูเป็นห่วง"
"ครับ"
พีทกับว่านยิ้มขอบคุณอีกครั้ง ก่อนที่ว่านจะใช้ไหล่ผลักเพื่อนเป็นเชิงกระตุ้นให้พีทรีบเดินเข้าไป เนื่องจากเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้องไปแล้ว พีทโค้งศีรษะให้ม่อน แล้วเดินเข้าไปนั่งข้างหน้าเช่นเคย สีหน้าชายหนุ่มยังคงซีดและมีไข้สูง ก่อนจะนั่งลงสายตาคมหันไปจ้องคนใจร้ายที่นั่งมองมาเขม็งด้วยความไม่พอใจ ใครกันแน่ที่ควรจะทำสายตาแบบนั้น ปล่อยให้ตนเดินมาตั้งไกล ต่อไปชายหนุ่มจะไม่ยอมนั่งรถมากับเขาอีกเลย คิดแล้วมันน่าโมโห
"มึงเป็นอะไร นั่งยุกยิกอยู่ได้ เจ็บก้นเหรอ" ว่านหรี่ตามองอีกคนอย่างสงสัย ปกติมันไม่ค่อยจะขยับตัวด้วยซ้ำ แต่วันนี้มันนั่งหมิ่นแหม่ ขยับตัวบ่อยจนมันรู้สึกรำคาญ
"ปะ..เปล่า กูแค่เมื่อย"
พีทรู้สึกปวดระบมตามร่างกายจากเหตุการณ์เมื่อคืนแถมมีไข้สูง จึงให้ว่านลาอาจารย์ให้ในคาบบ่ายเพราะเขาคงไม่สามารถนั่งเรียนต่อไหว ว่านขออาสามาส่งแต่เขาไม่อยากให้เพื่อนลำบาก
"กูจะกลับแท๊กซี่ มึงไม่ต้องห่วง"
"อืม งั้นดูแลตัวเองด้วยละ" ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปหน้าคณะ
"จะไปไหน"
ชายหนุ่มร่างบางไม่ตอบ พีทจำเสียงได้ดี เขาเดินออกไปโดยไม่หันมองคนที่เดินตามมาข้างหลัง พีทยอมรับว่าโกรธมากที่อีกคนปล่อยให้ตนเดินตากแดดที่ร้อนเปรี้ยง ทั้งๆที่รู้ว่าตนมีไข้และปวดร้าวระบมจากศึกหนักเมื่อคืนมากแค่ไหน
"กูถามมึงหูแตกหรือไงวะ" เสียงอคิณเริ่มดังมากด้วยความโมโหที่อีกฝ่ายทำเมินไม่สนใจ
ชายหนุ่มรีบเดินหนีอย่างเร็ว พอลับตาตรงมุมตึก พีทก็เปลี่ยนเส้นทางออกไปที่โรงจอดรถคณะแพทย์ศาสตร์
"อ้าว พีท"
"ม่อน"
"เป็นไงบ้าง" ชายหนุ่มเดินเข้ามาเอามืออังหน้าผากคนป่วยทันที ด้วยความเป็นห่วง
"ยังมีไข้อยู่เลย แล้วนี่ออกมาทำไมครับแดดข้างนอกยิ่งร้อน"
"ผมจะกลับบ้านรู้สึกปวดไปทั้งตัว"
"แล้วม่อนละ"
"กูจะไปธุระข้างนอกพอดี ให้กูไปส่งนะ ไม่ได้เอารถมาใช่ไหม" พีทพยักหน้าหงึกๆ แต่ก็ดีเหมือนกัน เขารู้สึกร่างกายจะพังแล้วตอนนี้
"ไม่ต้อง!! เดี๋ยวกูไปส่งคนของกูเอง"
"อคิณ"
"เอ่อ.. " ว่าที่หมอหนุ่มมองหน้าคนทั้งสองสลับไปมา
"กูกับไอ้พีทพักบ้านหลังเดียวกัน มันเป็นเด็กในบ้านกูเอง" อคิณแนะนำให้อีกคนรู้
"อ่อ งั้นพักผ่อนเยอะๆนะ เดี๋ยวกูจะทักหานะ "
อคิณยืนมองทั้งคู่สนทนากันอย่างไม่ชอบใจ รีบจับข้อมืออีกคนฉุดกระชากตามออกมาทันทีอย่างไม่สนใจไอ้หมอหล่อที่มองตามหลังมาอย่างสงสัย
"อะไรของมันวะ"
ทำไมมันต้องทักมา ไอ้คนของเขาก็ร่านให้เบอร์คนอื่นไปทั่ว คิดแล้วอคิณรู้สึกหงุดหงิด
"มึงรู้จักไอ้ม่อนตั้งแต่เมื่อไหร่" อดที่จะถามมันไม่ได้
"เมื่อเช้า เขามาช่วยผมตอนจะเป็นลม"
"จะเป็นลม!! ตุ๊ดชิบหาย!!"
"แล้วมึงพึ่งจะรู้จักเขาก็แจกเบอร์เลยนี่นะ ร่านจริงๆ"
"......."
ชายหนุ่มไม่ตอบเหนื่อยเกินจะต่อล้อต่อเถียงคนข้างหน้าที่ดึงกระชากลากถูเขามาจนถึงลานจอดรถ
อคิณรู้สึกได้ถึงไอร้อนจากร่างกายคนที่เขาดึงข้อมือตามหลังมา เขาเองก็รู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่ามันจะไม่สบายถึงบอกว่าให้นอนต่ออีก แต่มันก็ดื้อด้านจะมาเรียน เขาเลยอยากแกล้งให้มันรู้ว่า อย่าสะเออะมาดื้อกับเขา ก่อนจะพากันขึ้นรถและตรงกลับบ้านทันที
เมื่อขับรถมาถึงบ้าน ลูกน้องคนสนิทก็เอารถไปเก็บให้เรียบร้อย
"คุณหนูครับ ข้าวต้มผมเตรียมไว้บนห้องแล้วนะครับ" กรคนสนิทรีบรายงานหลังจากคุณหนูของมันโทรมาบอกให้เตรียมข้าวต้มกุ้งรอ
"อืม ขอบใจ"
เมื่อถึงบ้านพีทรีบลงจากรถแล้วเดินขึ้นห้องตนเองทันทีเพราะรู้สึกไม่ไหว โดยไม่รออีกคน
"มึงจะรีบไปตายหรือไง"
"ผมจะรีบเข้าห้องนอน ผมเหนื่อย" เสียงล้าเต็มทน หน้าตาแดงเพราะพิษไข้ ปากบวมเจ่อ
"ใครอนุญาตมึงเข้าห้องตัวเอง"
"ห้องของผมทำไมต้องรอให้คนอื่นอนุญาต" พีทมองหน้าอย่างเอือมระอา เขาเหนื่อยเกินกว่าจะยืนเถียงกับคนตรงหน้า
"มึงอย่ามายอกย้อนกูนะ ไปนอนห้องกู ไอ้กรเอาข้าวต้มไปไว้ในห้องกูแล้ว"
"ไม่เอา!ห้องผมก็มี ทำไมผมต้องไป "
"มึงนี่จะเถียงกูตลอดเลยหรือไง แต่ก่อนไม่เห็นจะง้างปากพูดอะไรเลย
"แต่ผมว่ามันอึดอัดคุณเองก็ไม่ชอบ"
"ตอนนี้กูเปลี่ยนใจแล้ว มึงจะมาเถียงกูฉอดๆทำไม กูบอกให้ทำอะไรก็ไปทำ อย่าขัดใจกู "
พีทมองหน้าคนเอาแต่ใจ แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะยืนเถียง จึงเดินฟึดฟัดเข้าไปในห้องอีกคนทันทีอย่างไม่พอใจ
"ก็แค่นั้น ไม่เห็นตาย"
เมื่อร่างบางเข้าไปในห้องนอนก็เปิดตู้หาเสื้อผ้าเพื่อผลัดเปลี่ยน คว้าผ้าเช็ดตัวก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำทันทีโดยไม่พูดจาอะไรอีกเลย
อคิณนั่งทำงานบนโต๊ะโดยไม่ได้สนใจ ส่วนอีกคนเมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำก็ไปนั่งทานข้าวต้มเงียบๆ ร่างบางชำเลืองมองคนที่นั่งทำงานอย่างตั้งใจคิ้วเข้มของชายหนุ่มขมวดเป็นปม ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงจากการเสยขึ้นเวลาคิดอะไรไม่ออกก็จะสะบัดหน้าแรงๆ ทำให้ผมสลวยนุ่มมือนั้นตกลงมาปกหน้าผากกว้างดูเท่ห์ มีเสน่ห์น่าหลงใหล มือข้างขวาควงปากกาหรูไปมาอย่างใช้ความคิด เวลาเขาทำหน้าจริงจังก็ดูเอาการเอางานมากทีเดียว พีทมองเพลินจนลืมตัว
"ถ้ามึงจะมองกูนานขนาดนั้น กูคิดตังค์นะจะบอกให้"
ร่างบางแทบสำลักข้าวต้มทันที ก่อนจะเบือนหน้าหนีจากภาพตรงหน้าอย่างนึกเสียดาย
"ใครเหอะมองคุณ ยิ่งเป็นผมไม่มีทางหรอก "
"หรือมึงไม่ยอมรับว่าแอบมองกู"
"ไม่" ร่างบางปฏิเสธเสียงแข็งทันที
"ถ้าอย่างนั้นมึงดูโน้น" อคิณชี้ไปหน้าโต๊ะทำงานของเขา ชิบหาย!!
กระจกผนังห้องสะท้อนมาทางเขาชัดเจน เขาไม่ทันสังเกต ถ้ามองจากมุมอคิณนั่งทำงานก็จะเห็นชัดว่ามันสะท้อนกลับ ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าตนนั่งมองจากทางด้านหลังนานแล้วจริงๆ
"คุณทานข้าวหรือยัง" พีทรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีแก้เก้อ
"กูไม่หิว มึงแดกเสร็จก็กินยาด้วย เดี๋ยวจะหาว่ากูทำแล้วไม่รับผิดชอบ"
พีทไม่ตอบ รู้ว่าที่ตนเป็นไข้อยู่ตอนนี้สาเหตุมาจากอะไร กระทั่งตอนนี้เขายังรู้สึกแสบและขัดๆอยู่เลย วันนี้อุตส่าห์พยายามให้มันเป็นปกติแล้วแต่ไม่วายโดนไอ้ว่านมันแซว
“เดี๋ยวผมลงเอาจานไปเก็บก่อนนะ คุณจะเอาอะไรไหม”
"ไม่” เมื่ออีกคนไม่ต้องการอะไรพีทจึงเดินออกจากห้องลงไปชั้นล่าง
ตึ่งตึ่ง!!!
เสียงไลน์ดังขึ้นหลายครั้งจากโทรศัพท์ของอีกคน ชายหนุ่มจึงถือวิสาสะไปหยิบมาดู
"วันแรกก็ตามมาหยอดกันทันทีเลยนะ ไอ้เชี้ยม่อน!" อคิณเปิดอ่านไลน์ที่ฝั่งนั้นส่งมาถามไถ่อาการ และเตือนให้กินยาแก้อักเสบ ชายหนุ่มจึงรีบตอบกลับไปทันทีด้วยความหมั่นไส้
"ผัวดูแลดี ไม่ต้องห่วง"
เมื่อส่งข้อความเสร็จก็ทิ้งลงโทรศัพท์ลงบนที่นอนทันดี พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเข้าห้องน้ำไป เมื่อชายหนุ่มเดินออกมาก็เห็นร่างบางนอนบนที่นอนกว้าง ขยับจนชิดขอบเตียงจนหมิ่นแหม่ ชายหนุ่มเปลี่ยนชุดใส่แค่กางเกงขาบานตัวนิ่มก่อนจะก้าวขึ้นบนที่นอนมองอีกคนที่หลับตา
"ขยับมาหากู เดี๋ยวก็ตกพอดี"
"........."
"เงียบกูรู้นะว่ามึงยังไม่หลับ หรือจะให้กูโมโห"
พีทรีบพลิกตัวทันทีไม่รอให้ชายร่างใหญ่พูดจบ แต่ขยับเข้ามาอีกเพียงนิดเดียว
"กูไม่ได้เป็นเชื้อโรค มึงจะรังเกียจอะไรนักหนา"
"เปล่าสักหน่อย"
พูดเสร็จร่างหนาก็ดึงร่างบางเข้าหาตัวเต็มแรง จนหน้าปะทะอกกว้างที่ไม่ได้สวมเสื้อนั้น กลิ่นตัวหอมสบู่อ่อนๆ และกลิ่นแชมพูทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น พีทจ้องหน้าอีกคนแววตาไม่พอใจ อคิณรู้สึกได้รีบถามกลับทันที
"มึงเป็นเหี้ยไรมองกูแบบนั้น" พีทยกโทรศัพท์ขี้นโชว์ข้อความไลน์ล่าสุด สีหน้าเอาเรื่องคนตัวโต
"ทำไม " อคิณไม่สนใจและไม่ได้รู้สึกผิดอะไร
"แต่นี้มันของส่วนตัวของผม "
"ทำไมกูจะไม่มีสิทธิ์ของทุกอย่างของมึงก็เงินพ่อกู"
พีทเอาโทรศัพท์มาตั้งใส่รหัสผ่านทันที เพราะก่อนหน้าเขาไม่เคยล็อคเพราะไม่มีใครและไม่มีเหตุผลใดๆที่ต้องล็อคโทรศัทพ์ แต่ว่าตอนนี้คงต้องทำเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวไว้บ้าง
"ถ้ามึงตั้งล็อคโทรศัพท์ กูจะทุบมันทิ้งเดี๋ยวนี้" เสียงห้วนดังขึ้น ครั้งนี้มีสีหน้าเรียบนิ่งบ่งบอกให้รู้ว่าเขาเริ่มจะเอาจริงและกำลังจะมีมีพายุลูกใหม่อีกครั้ง
พีทจึงได้แค่มองหน้าอีกคน แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะคงขัดใจไม่ได้ในตอนนี้ ร่างกายเขาไม่พร้อมที่จะรองรับอารมณ์คนใจร้ายได้แน่ จึงวางโทรศัพท์ไว้บนหัวเตียงแล้วหันหลังให้อีกฝ่ายทันที พีทนอนหลับตาฤทธิ์ยากำลังทำงานก่อนจะหายใจสม่ำเสมอหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
อคิณได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนร่างบางที่นอนหันหลังให้เขา จึงขยับตัวเองเข้าไปชิดและสวมกอดไว้ทางด้านหลัง ตัวมันยังรุมๆ เขาจึงไม่อยากให้มันไปนอนที่ห้องคนเดียว อย่างน้อยนอนที่นี่เขาก็สามารถรู้หากตกดึกมันมีไข้สูงจะได้ปลุกมันให้กินยา และเช็ดตัวได้
จริงๆเขาไม่ได้เป็นห่วงอะไรมันเลย แต่แค่เขารับผิดชอบในสิ่งที่เขากระทำลงไปเท่านั้นเอง