บทที่ห้า
ความบังเอิญ
“ให้มันได้ยังงี้สิ โว้ย” แบมแบมร้องโอดครวญออกมาด้วยความหงุดหงิด
เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ลูกรักที่เธอขับขี่มาอยู่ดี ๆ กลับมายางแตกทั้งล้อหน้าและล้อหลังพร้อมกันแบบนี้ จนไม่สามารถที่จะขับต่อไปได้ เพราะรถส่ายไปมาเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอจะสามารถควบคุมมันได้
ร่างเล็กที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขาสั้น วาดเรียวขาลงจากรถมอเตอร์ไซค์ มายืนเหงื่อไหลไคลย้อยอยู่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง หญิงสาวได้แต่ส่งเสียงฮึดฮัดกับตัวเอง
“โคตรพ่อโคตรแม่จะซวยเลย แม่ง” แบมแบมเอ่ยบ่นไม่หยุดปาก เรียวขาเล็กเตะไปที่ล้อรถที่แบนราบด้วยเจ็บใจ
ร้อยวันพันปีกับลูกรักของเธอไม่เคยที่จะงอแง วันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าก้าวเท้าไหนออกมาจากบ้าน มันถึงได้ซวยเอาขนาดนี้ ทั้งที่อีกไม่ไกลก็ใกล้จะถึงบ้านอยู่แล้วเชียว แต่ต้องมาหยุดแหง็กท้าแดดร้อนเปรี้ยงอยู่ตรงนี้
“ปรื้น” แต่แล้วก็หงุดหงิดอยู่กับตัวเองได้ไม่นาน เมื่อมีเสียงรถเบนซ์ที่แล่นมาตามถนนชะลอและจอดนิ่งเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กสาว
และแบมแบมก็รู้สึกยิ่งกว่าตัวเองถูกหวย เมื่อคนที่เดินลงมาจากรถเบนซ์คันหรูคือกำนันคล้าว ซึ่งนั่นทำให้แบมแบมหายหงุดหงิดได้เป็นปลิดทิ้ง ใบหน้าสวยที่ชื้นเหงื่อมีสีหน้าที่ดีขึ้น พร้อมกับมีรอยยิ้มหวานเกิดขึ้นในเวลาถัดมาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป
“ใบบัว รถเป็นอะไร” กำนันคล้าวเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ที่เห็นเด็กสาวมายืนอยู่ที่เส้นทางเปลี่ยวตามลำพังแบบนี้
“ยางแตกจ้ะ ทั้งหน้าทั้งหลังเลย” แบมแบมเอ่ยตอบ ใบหน้าเพิ่มความกระเง้ากระงอดเติมแต่ง หวังเรียกความเอ็นดูจากอีกฝ่าย
“ร้านซ่อมอยู่ไกลเสียด้วย ขึ้นรถมากับฉันก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันให้เด็กที่บ้านมาจัดการให้” คนที่บังเอิญผ่านมาพบเข้า เอ่ยเสนอให้ความช่วยเหลือ
“รบกวนด้วยนะจ๊ะ” แบมแบมยกยิ้มกว้าง ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือความเกรงใจ หากแต่ในใจนั้นกลับยินดีปรีดาเสียยิ่งกว่าอะไร
“เรื่องแค่นี้เอง มาเถอะไปรอที่บ้านฉันก่อน” คนเป็นผู้ใหญ่กว่าเอ่ยบอกขึ้นด้วยความใจดี
“จ้ะ” แบมแบมถอดกุญแจรถ ก่อนจะรีบคว้าถุงกับข้าวที่ผู้เป็นยายไล่ให้เธอออกมาซื้อที่ตลาดมาถือเอาไว้ในมือเล็ก
“มาเร็วใบบัว แดดร้อน” ร่างสูงที่เปิดประตูรถรออยู่แล้วเอ่ยเรียก
“ไปแล้วจ้ะพี่กำนัน” แบมแบมเอ่ยตอบรับเสียงหวาน ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าสรรพนามที่ใช้เรียกขานอีกฝ่ายนั้นมันจะฟังดูแปลกสักเพียงใด
แบมแบมลอบมองเสี้ยวหน้าของคนที่กำลังตั้งใจขับรถ ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ให้กับอีกฝ่ายรวดเร็วทันใจขนาดนี้ แม้จะต้องแลกมาด้วยความซวยของเธอ แต่แบมแบมก็คิดว่ามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
และนี่ก็ถือว่าเป็นการได้พบเจอหน้ากัน ในรอบสองเดือนของเธอและอีกฝ่ายเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่ผ่านพ้นงานศพของเก้าไป ก็ได้ข่าวว่ากำนันคล้าวต้องเดินทางไปทำงานที่เมืองกรุงอยู่นานเลยทีเดียว
พอได้มาเจอะเจอกันด้วยความบังเอิญเช่นนี้ ก็ทำเอาความหวังที่เคยริบหรี่ไปแล้วของเธอกลับมาสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง และพร้อมที่จะสานต่อทุกอย่างที่คิดเอาไว้ด้วยความมุ่งมั่น
“กำนันไปไหนมาหรือจ๊ะ” ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้นอย่างต้องการที่จะชวนคุย
“กลับมาจากในอำเภอน่ะ ไปประชุมมา” ร่างหนาเอ่ยตอบกลับ ในขณะที่สายตาก็ยังคงจับจ้องที่ถนน
ด้วยความที่ถนนคอนกรีตยังเข้ามาไม่ถึงทุกเส้นทางของหมู่บ้าน เนื่องจากต้องใช้เวลาในการของบประมาณ จึงทำให้ถนนที่เป็นเส้นทางกลับบ้านของกำนันคล้าว ยังคงเป็นหลุมเป็นบ่อเพราะพื้นถนนยังเป็นเพียงพื้นดินลูกรัง เพราะเจ้าตัวพยายามที่จะผลักดันงบประมาณ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้านก่อนที่จะมาถึงตัวเอง
ร่างหนาจะพยายามบังคับพวงมาลัยหลบหลีกหลุมบ่อที่เกิดขึ้นจากการที่รถสัญจรไปมาไม่ได้ขาดในแต่ละวัน หากแต่ก็ยังไม่วายที่ล้อรถจะตกลงไปในหลุม จนเอาทำคนทั้งคู่ที่โดยสารมาในรถคันเดียวกันตัวโยกหัวคลอนไปตาม ๆ กัน
“เวียนหัวหน่อยนะ หลุมบ่อมันเยอะ” คล้าวเอ่ยพูด พลางหันใบหน้ามองไปทางคนที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาในครั้งนี้
ก่อนที่จะต้องหักเหสายตาของตัวเองกลับมามองถนนด้วยความรวดเร็ว เมื่อสายตาบังเอิญมองไปเห็นหน้าอกหน้าใจของอีกฝ่ายที่กระเด้งกระดอนขึ้นลงตามแรงรถที่โยกไปมาเพราะตกหลุม
หนุ่มใหญ่พ่อม่ายเริ่มรู้สึกละล้าละลังอยู่ในใจ พยายามที่จะปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติมากที่สุด เพราะไม่อยากจะได้ชื่อว่าเฒ่าหัวงู หากเผอิญเด็กสาวข้างตัวจับสังเกตเอาได้ ว่าตัวเองนั้นไปมองหน้าอกของอีกฝ่ายเข้า
“ไม่เป็นไรจ้ะ หนูปกติดี” แบมแบมเอ่ยตอบพลางลอบยิ้มกับตัวเอง เพราะลอบมองอีกฝ่ายอยู่ก่อนแล้ว จึงได้เห็นในตอนที่อีกฝ่ายลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ในตอนที่ผินใบหน้ามามองตัวเอง
และอากัปกิริยาเหล่านั้นก็ทำเอาสาวเจ้าดีใจจนเนื้อเต้น เพราะอย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าคนที่หมายมั่นจะจับทำผัวนั้น ยังคงให้ความสนใจและยังมีอาการตอบสนองต่อเนื้อหนังมังสายั่วยวนตาของสตรีเพศอย่างเธออยู่บ้าง ไม่ได้ตายด้านไปแล้วในแบบที่แอบกลัว
บรรยากาศภายในรถตกอยู่ในความเงียบแค่เพียงไม่นาน ล้อรถเบนซ์ราคาแพงก็เลี้ยวเข้าไปจอดอยู่ในพื้นที่บ้านของกำนันคล้าวในเวลาต่อมาอย่างทันท่วงที ไม่ปล่อยให้ความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่ สร้างความประดักประเดิดไปนานมากกว่านี้
แบมแบมเปิดประตูรถ ก่อนจะก้าวขาลงจากรถ เรือนร่างที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหนั่นวัยสาวขบเผาะเดินนวยนาดเข้าไปที่ใต้ถุนของบ้านทรงไทยอย่างรวดเร็วเพื่อหลบหลีกแสงแดดที่อาจจะทำให้ผิวขาว ๆ ของเธอหมองคล้ำเอาได้
กำนันคล้าวมองตามสาวเจ้าที่เดินเข้าไปนั่งพัก ก่อนจะกระแอมไอขึ้นมาครั้งหนึ่งเพื่อเตือนสติของตัวเอง เพราะเริ่มที่จะรู้ตัวว่าตัวเองนั้นมักที่จะลอบมองอีกฝ่ายบ่อยเกินไปแล้ว ร่างหนาสลัดศีรษะไล่ความคิดไร้สาระของตัวเองเบา ๆ
“ไอ้มะขาม มะขามโว้ย” คล้าวเอ่ยเรียกลูกน้องของตัวเองเสียงดัง
“จ้ะพ่อกำนัน มาแล้วจ้ะ” มะขามวิ่งเข้ามาหาด้วยความเร็ว เพียงแค่ได้ยินเสียงเรียก ก็เอ่ยขานรับมาตั้งแต่ไกล
“เอ็งชวนใครไปเอารถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างทางไปซ่อมให้หน่อย” กำนันคล้าวเอ่ยสั่งงานลูกน้องของตัวเอง
“รถใครจ๊ะ” มะขามเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะรถที่บ้านก็จอดกันอยู่ครบทุกคัน
“รถแม่หนูใบบัวหลานยายมะลิ ช่วยหน่อย” ร่างสูงใหญ่พยักพเยิดหน้าไปทางคนที่นั่งยิ้มหวานอยู่ใต้ถุนบ้าน
“จ้ะพ่อกำนัน” มะขามเอ่ยตอบรับ พลางเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเพื่อขอกุญแจรถ
แบมแบมยื่นกุญแจรถออกไปให้ลูกน้องของกำนันคล้าวแต่โดยดี วางหน้านิ่งใส่คนที่มองมาด้วยสายตากะลิ้มกะเหลี่ยใส่ตัวเอง เพียงเพราะเห็นหญิงสาวหน้าตาดี ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือตัว
“เดี๋ยวพี่จัดการให้นะจ๊ะ ไม่ต้องห่วง” มะขามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าชู้
ในย่านนี้ใครจะไม่รู้จักใบบัวหลานสาวคนสวยของมะลิบ้าง ความสาวความสวยที่ถูกพูดกันปากต่อปาก ทำเอาผู้ชายในหมู่บ้านและต่างหมู่บ้านแวะเวียนกันมาขายขนมจีบไม่ขาดสาย
“ขอบใจจ้ะ” แบมแบมเอ่ยขอบคุณออกไปอย่างเสียไม่ได้ แม้ว่าจะรู้สึกหงุดหงิดกับสายตาของอีกฝ่าย จนอยากที่จะยื่นมือออกไปจิ้มให้ตาบอดก็ตาม หากแต่ก็พยายามรักท่าทีเอาไว้
มะขามที่เห็นแม่สาวคนสวยไม่เล่นด้วยก็ยอมแพ้แต่โดยดี หมุนตัวเดินกลับไปทางหลังบ้านเพื่อชักชวนพรรคพวกของตัวเอง เร่งไปดำเนินการตามคำสั่งของเจ้านายด้วยขะมักเขม้น
“กับข้าว ฝากฉันขึ้นไปแช่ในตู้เย็นก่อนไหม” กำนันคล้าวเอ่ยถามขึ้น
“อุ๊ย กำนันนำทางไปก็พอจ้ะ เดี๋ยวหนูจัดการเอง” แบมแบมเอ่ยตอบกลับไปโดยทันที
หญิงสาวแกล้งทำเป็นเกรงอกเกรงใจ ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีความคิดอยากจะถือโอกาสขึ้นไปเยี่ยมชม บนบ้านหลังใหญ่โอ่อ่าของอีกฝ่ายสักหน่อย ตามประสาคนที่จะได้มาอยู่ร่วมเรือนเคียงหมอนกันในอนาคต
“อืม งั้นก็ตามฉันขึ้นมา” กำนันคล้าวเอ่ยชักชวนอย่างง่ายดาย คิดเอาเองว่าอีกฝ่ายคงจะรู้สึกเกรงใจที่จะให้ตนเป็นคนถือไปเก็บให้ ตามประสาของเด็กที่รู้จักเกรงใจผู้หลักผู้ใหญ่
“จ้ะพี่” แบมแบมเอ่ยตอบรับเสียงหวาน เมื่อเห็นว่าอีกคนได้เดินขึ้นบันไดบ้านไปแล้ว
สรรพนามที่ไม่ควรหลุดออกจากปาก ก็ยังคงหลุดออกมาไม่ว่างเว้น แต่คนอย่างแบมแบมไม่คิดที่จะสนหรอก เพราะยังไงในภายภาคหน้า เธอก็ย่อมที่จะได้เรียกขานอีกฝ่ายเช่นนี้อยู่แล้ว
ร่างเล็กรวบถุงกับข้าวเจ้าปัญหามาถือเอาไว้ ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตามเจ้าของบ้านขึ้นไปบนบ้าน ดวงตากลมโตปรายมองไปรอบ ๆ บ้านที่เต็มไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันตาลุกวาว
ไหนจะของประดับตกแต่งที่มองด้วยตาเปล่าก็พอที่จะรู้ว่ามันค่อนข้างที่จะมีมูลค่านั้นอีก ยิ่งทำให้เด็กสาวตาโต อยากที่จะร่วมมาเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมันอีกสักคนหนึ่งในเร็ววันนี้
“ตู้เย็นอยู่ในครัว จัดแจงได้เลยนะ บ้านรกไปเสียหน่อย มีกันอยู่แต่ผู้ชาย ขอโทษทีนะ” เจ้าของบ้านผายมือไปทางห้องครัว ก่อนจะเอ่ยขอโทษในเรื่องที่บ้านช่องของตัวเองค่อนข้างที่จะไม่เป็นระเบียบ
“ไม่เป็นไรเลยจ้ะ” แบมแบมเอ่ยตอบรับ พลางช้อนตาขึ้นมองที่คนสูงกว่าเธอจนต้องแหงนคอขึ้นมอง
กำนันคล้าวที่เผลอตัวไปสบตากับดวงตากลมโตที่พราวแสง กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะสาวเท้าถอยออกมาให้ห่างอีกสามเก้าเพื่อเว้นระยะห่างให้พองาม ตามประสาของคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า
ชายหญิงขึ้นมาอยู่ด้วยกันอยู่บนบ้านที่ปิดมิดชิดแบบนี้ หากใครได้ล่วงรู้ก็คงจะเป็นข่าวเสียหายให้พูดถึงกับสนุกปาก และคนที่จะเกิดผลเสียก็คงจะหนีไม่พ้นเด็กสาวที่ดวงตาแพรวพราวอย่างใบบัว
แบมแบมเมื่อเห็นว่าคนพี่เริ่มเว้นระยะห่าง เดินนวยนาดปลีกตัวไปทางห้องครัวด้วยความใจแป้ว อุตส่าห์หาโอกาสให้ได้ใกล้ชิดกัน ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษไปถึงไหน แค่ยืนใกล้กันนิดเดียวก็ขยับออกห่างเสียแล้ว
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยว่าอีแบมแบมคนนี้มันพร้อมที่จะปลดเปลื้องเสื้อผ้าและถวายตัวยอมเป็นเมียคนใหม่ให้จนเนื้อตัวสั่น ร่างเล็กได้แต่คิดหงุดหงิดอยู่ในใจ ใบหน้าสวยเริ่มงอง้ำอย่างคนที่เอาแต่ใจ