Open Story🌿
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอันชื่นมื่นเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนนี้กำลังอึมครึมมาคุราวกับถูกปกคลุมด้วยหมอกควันจนรู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
หญิงสาวเหลือบมองผู้ร่วมโต๊ะด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เมื่อได้ยินประโยคเด็ดจากชายหนุ่มคนสำคัญในค่ำคืนนี้
“ถ้าคุณแม่อยากให้ผมแต่งงานกับลูกสาวบ้านนี้ ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เจ้าสาวของผมต้องเป็นน้องเลย์นะครับ ตกลงไหม”
เขาพูดประโยคนี้ด้วยรอยยิ้มรื่นเริงราวกับไม่รับรู้ว่าผู้ร่วมโต๊ะคนอื่นๆ จะมีสีหน้าท่าทีอิหลักอิเหลื่อขนาดไหน
“เอ่อ…คุณรุ้งคะ อิ่มต้องขออภัยแทนตานัยด้วยนะคะ น่าจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆ ตานัย…พูดอะไรแบบนั้น ผู้หลักผู้ใหญ่ตกอกตกใจกันหมด เราน่ะ…เงียบไปเลย มีอะไรค่อยไปคุยกันที่บ้าน”
คุณอิ่มอนงค์เอ่ยขอโทษขอโพยเจ้าบ้านพลางหันไปหยิกแขนลูกชายโทษฐานที่พูดจาอะไรแบบไม่คิด
“ทำไมต้องไปคุยกันที่บ้านด้วยล่ะครับ ไหนๆ วันนี้คุณแม่ก็ตั้งใจพาผมมาดูตัวกับลูกสาวบ้านนี้ไม่ใช่เหรอครับ แล้วผมก็ถูกใจน้องเลย์ ทำไมเราไม่คุยกันให้จบไปเลยล่ะครับ” ชายหนุ่มยังพูดออกไปด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไม่เข้าใจสถานการณ์
และประโยคนี้ของเขาก็ทำเอา ‘น้องเลย์’ ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในทันที
“หมายความว่ายังไงกันคะ คุณดนัยรู้จักพี่เลย์มาก่อนเหรอคะ”
รรินดาเอ่ยถามอย่างสะดุดใจ เพราะเท่าที่จำได้ยังไม่มีใครแนะนำให้รู้จักกันเลย
“นั่นน่ะสิ พ่อดนัยรู้จักยัยเลย์ด้วยเหรอถึงเรียกชื่อได้ถูก จำได้ว่าป้ายังไม่ได้แนะนำให้รู้จักกันเลยนะ” รุ้งลดาถามอย่างแปลกใจไม่ต่างกัน
ความจริงเธอตั้งใจจะไม่แนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันด้วยซ้ำ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้คนเป็นหลานมานั่งร่วมโต๊ะในคืนนี้เลยสักนิด
“อ๋อ…ครับ ผมรู้จักกับน้องเลย์ในที่ทำงานน่ะครับ ก็เลยค่อนข้างคุ้นเคยกันดี จริงไหมครับน้องเลย์”
เขาตอบพลางหันไปมองหญิงสาวด้วยแววตาเสน่หาอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งก็สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ใครหลายคน โดยเฉพาะ ‘น้องเลย์’ ที่เขาเอ่ยถึง
‘คุ้นเคยกับผีน่ะสิ! ซวยแล้วนังเลย์ เวรกรรมอะไรวะเนี่ย’
ศรรักหรือน้องเลย์ที่ทุกคนเอ่ยถึง…กำลังรู้สึกเซ็งกับสถานการณ์ตรงหน้า
วันนี้อุตส่าห์ตั้งใจจะรีบอาบน้ำแล้วเข้านอนแต่หัวค่ำแท้ๆ แต่เพราะคุณลุงที่เธอเคารพ เรียกให้มานั่งร่วมโต๊ะด้วย จะปฏิเสธก็เกรงใจ เลยต้องมานั่งเป็นเป้าสายตาราวกับเป็นจำเลยอยู่แบบนี้
“เอ่อ คือ เลย์อยู่ในทีมตกแต่งภายในที่โรงแรมของคุณดนัยน่ะค่ะ ก็…ได้เจอกันในที่ประชุมอยู่บ้างค่ะ”
ตอบออกไปให้เข้าตัวน้อยที่สุด แม้ความจริงดนัยจะพยายามเข้าหาเธอโดยใช้เรื่องงานมาอ้างก็ตาม แต่เธอไม่เคยให้ความสนิทสนมใดๆ นอกจากคุยกันเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น
“อ้อ ทำงานด้วยกันนี่เอง บังเอิญจังเลยนะคะ เป็นมัณฑนากรเหรอลูก หลานสาวคุณรุ้งเนี่ยเก่งเหมือนกันนะคะ” คุณอิ่มอนงค์เอ่ยขึ้นอย่างต้องการให้บรรยากาศผ่อนคลาย
“อ๋อ…ค่ะ ยัยเลย์เขา เก่ง ได้แม่เขาน่ะค่ะ” แต่คำพูดของคุณรุ้งลดากลับทำให้บรรยากาศดูอึมครึมขึ้นไปอีก
“ยัยเลย์เขาเป็นเด็กเรียนดี แถมชอบวาดชอบเขียนมาตั้งแต่เด็กน่ะครับ ก็เลยเลือกเรียนออกแบบ”
ทรงศรที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยขึ้นบ้าง คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและปกป้องหลานกลายๆ และมันก็สร้างความหงุดหงิดใจให้รุ้งลดาไม่ใช่น้อย
“ยัยเลย์เขาเก่งแล้วก็ฮอตมาตั้งแต่เด็ก เลยมีแฟนไม่เคยขาด เห็นทีว่าพ่อดนัยคงต้องผิดหวังแล้วล่ะจ้ะ เพราะตอนนี้ยัยเลย์ก็มีแฟนอยู่แล้ว จริงไหมยัยเลย์”
รุ้งลดาพูดพลางหันไปมองศรรักด้วยแววตากดดันแบบที่เธอเคยเจอมาทั้งชีวิต
เมื่อไรก็ตามที่คุณป้ามองเธอแบบนี้ นั่นหมายความว่าเธอห้ามขัดขืนหรือโต้เถียงในทุกกรณี…ถ้าไม่อยากเจ็บตัวหรือทุกข์ทรมานจากการทำโทษสารพัดวิธีที่คุณป้าจะสรรหามาลงโทษเธอ
“หืม ว่าไงนะครับ น้องเลย์มีแฟนแล้วงั้นเหรอ ทำไมผมไม่เคยรู้” ดนัยถามด้วยความร้อนใจ
ตลอดสองเดือนที่เพียรวางหาบขนมจีบให้ศรรัก ตัวเขาเองมั่นใจมาตลอดว่าเธอยังไม่มีใคร แม้จะไม่เคยให้ความหวังกับเขา…แต่ก็ไม่เคยมีข่าวว่าเธอจะคบหากับใครสักคน
ตอนที่แม่ขอให้พามากินข้าวบ้านเพื่อน เขาก็รู้โดยอัตโนมัติว่าแม่ต้องจัดฉากดูตัวให้เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา และเขาก็มาตามหน้าที่ลูกชายที่ดีเพียงเท่านั้น
แต่พอได้พบหญิงสาวที่ถูกตาต้องใจ ดนัยก็เปลี่ยนความคิดทันที เขาไม่ได้สนใจว่าแม่อยากแนะนำสาวคนไหนให้รู้จัก นั่นเพราะตนเองมีเป้าหมายในใจอยู่แล้ว
ความจริงรรินดาก็ดูน่ารักอ่อนหวาน แต่นั่นมันเทียบไม่ได้เลยกับความสวยสมบูรณ์แบบของศรรัก ดังนั้นก่อนที่จะถูกจับคู่ให้ เขาก็ขอชิงเลือกคู่เองก่อนดีกว่า ยังไงซะ…ศรรักก็นับเป็นลูกสาวบ้านนี้เหมือนกัน แต่พอได้ยินว่าเธอมีแฟนแล้ว เขาก็รู้สึกใจแป้วขึ้นมาทันที
ท่ามกลางสายตากดดันของผู้เป็นป้ากับแววตาเต็มไปด้วยคำถามของดนัย ทำให้หญิงสาวรู้สึกตึงเครียดและลำบากใจ แต่จำเป็นต้องตอบออกไปในที่สุด
“เอ่อ ก็…มีคบหาดูใจกันอยู่ค่ะ”
คำตอบของเธอสร้างความผิดหวังให้ชายหนุ่มเป็นอย่างมาก แต่มันก็สร้างความสมหวังให้กับป้าของเธอได้มากมายเช่นกัน