🌿🦋🌿
"หาแฟนมาสักคนก็สิ้นเรื่อง!"
คำพูดของคุณป้าฟังดูเหมือนง่าย แต่ดันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนที่ไม่เคยคบหาดูใจกับใครเช่นเธอ
ตั้งแต่เด็กจนโตก็รับรู้มาตลอดว่าตัวเองเป็นเหมือนกาฝากในครอบครัวของคุณป้า แม้รุ้งลดาจะเป็นป้าแท้ๆ ของเธอ แต่ป้าไม่เคยเอ็นดูหรือให้ความรักกับเธอเลยสักครั้ง
ป้าทำเหมือนเธอเป็นตัวอะไรสักอย่างที่น่ารังเกียจแต่ก็ต้องจำใจรับเลี้ยงเธอไว้เพราะเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ผิดกับคุณลุงทรงศรที่เป็นสามีของคุณป้า เพราะคุณลุงให้ความเมตตากับเธอเสมอ
แต่ในฐานะลุงเขยก็มีขอบเขตเส้นแบ่งเรื่องความเหมาะสม แต่โดยรวมก็ดีกว่าคุณป้ามาก จนบางครั้งเธอรู้สึกว่าคุณลุงน่าจะเป็นญาติสนิทของเธอซะมากกว่า
เพราะเหตุผลที่ว่ามานั้นทำให้ศรรักเจียมเนื้อเจียมตัว พยายามเป็นเด็กดีที่อยู่ในโอวาท ขยันเรียนไม่นอกลู่นอกทาง
และที่สำคัญ…ไม่เคยคิดจะมีแฟนเหมือนเพื่อนในวัยเดียวกัน
กระทั่งเข้าสู่วัยทำงาน เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างเนื้อสร้างตัวให้เลี้ยงตนเองได้ เผื่อว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะต้องย้ายออกไปใช้ชีวิตด้วยตนเอง จะได้ไม่อับจนหนทางเกินไป
“แล้วฉันจะไปหาแฟนจากไหนมาได้ล่ะทีนี้ โอ๊ย! อยากจะบ้าตาย แล้วตาดนัยนั่นทำไมต้องวนมาเจอกันในสถานการณ์นี้ด้วยนะ ซวยชะมัด!”
เสียงบ่นพึมพำมาพร้อมอาการก่ายหน้าผากอย่างกลัดกลุ้ม
“เฮ้อ! มีใครให้ปรึกษาได้บ้างเนี่ย”
บ่นพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาตัวช่วยอย่างเร่งด่วน ไม่นานก็ยิ้มขึ้นมาอย่างยินดีพลางกดโทรหาคนที่ต้องการทันที
“ฮัลโหลเก๋ แกอยู่ไหนเนี่ย สะดวกคุยไหม ฉันมีเรื่องจะปรึกษา”
“ว่าไงเลย์ ถือสายรอแป๊บหนึ่งนะ”
ผ่านไปครู่หนึ่ง
“อ่ะ ว่าไงแก มีเรื่องอะไรก็ว่ามา” กันตาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ศรรักเป็นเพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมและยังคบหากันมาจนถึงตอนนี้
“แล้วตอนนี้แกอยู่ไหน สะดวกคุยไหมเนี่ย” เสียงถามด้วยความเกรงใจดังมาตามสาย
“อ้อ อยู่บาร์โฮสต์แถวทองหล่อนี่แหละ พอดีพี่ที่ทำงานพามาสังสรรค์งานวันเกิดน่ะ เด็ดมากแก…บอกเลย นี่ยังอยากชวนแกมาเปิดหูเปิดตาด้วยจริงๆ เออ…ทีนี้เล่าเรื่องของแกมาสักที”
“เก๋ ฉันกำลังเจอปัญหาว่ะ…”
เล่าเรื่องให้เพื่อนฟังอย่างรวบรัดเข้าใจง่ายที่สุด
“ฮะ! ให้หาแฟนไปโชว์ตัวเนี่ยนะ ถ้ามีอยู่แล้วก็คงไม่ยากดิ แต่นี่แกอ่ะ ไม่เคยคบหากับใครสักคน คนคุยยังไม่มี แล้วอย่างนี้จะไปหยิบมาจากไหนฮะ”
กันตาอุทานอย่างปลงๆ
“อือ ก็นั่นแหละ ฉันถึงกลุ้มใจจนต้องโทรมาปรึกษาแกนี่ไง แกมีใครพอจะแนะนำให้ฉันบ้างไหมล่ะ ขอยืมตัวไม่นานหรอก สักเดือนก็น่าจะพอ” ศรรักเอ่ยขอแบบไม่อ้อมค้อม
“เหอะๆ ไอ้มีมันก็พอมีอยู่หรอก แต่กลัวว่าพอแนะนำไปแล้วมันจะไม่จบง่ายๆ น่ะสิ ไอ้ที่ฉันรู้จักก็มีแต่พวกเสือหิวตะเข้โหยกันทั้งนั้น มันจะกลายเป็นภาระรุงรังของแกไปอีกรึเปล่า”
กันตาบอกในฐานะที่คุ้นเคยกันดี
‘เพื่อนเธอคนนี้ไม่สนใจจะคบหาใครแต่แรก ถ้าจะแนะนำคนรู้จักมาให้ จะอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจได้ ว่าต้องการให้เล่นบทบาทแฟน แต่ไม่สามารถเป็นแฟนได้จริง’
“อืมม ฉันเข้าใจ ฉันก็ลองถามไปงั้น เผื่อแกจะมีคำแนะนำน่ะ” ศรรักเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉาๆ
“เฮ้ย อย่าเพิ่งทำเสียงท้อแท้แบบนั้นสิแก เออ ฉันนึกอะไรออกแล้วว่ะไอ้เลย์”
“นึกอะไรออกวะแก บอกมาเร็ว” รีบถามอย่างมีความหวัง
“บาร์โฮสต์นี่ไงแก” กันตารีบบอกอย่างตื่นเต้น
“ฮะ! ยังไง”
“ที่นี่มีบริการหลายอย่างนะ ลองมาคุยดูก่อนไหม คนพวกนี้ถูกฝึกมาให้บริการตามความต้องการของลูกค้าเพื่อแลกกับค่าจ้าง เราลองเสนอดูก็ไม่เสียหาย เพราะที่เราให้เขาทำก็คือรับจ้างเป็นแฟนสมมุติ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น
ที่นี่มีคนให้เลือกเยอะแยะ ดูดีทุกคน แกก็เลือกสักคนที่ดูคุยง่ายๆ แต่อาจต้องจ่ายหนักสักหน่อย แกไหวไหมล่ะ ถ้าเงินไม่พอจะยืมฉันก่อนก็ได้นะ”
“เอ่อ ก็น่าสนใจดีนะ แกพาฉันไปหน่อยได้ไหม” ศรรักตอบอย่างไม่ลังเล
“ได้อยู่แล้ว สบายมาก เดี๋ยวจะช่วยแกเลือกด้วยเลยเป็นไง…รสนิยมเรื่องผู้ชายไว้ใจฉัน” กันตาอาสาอย่างยินดี
“หึ! ได้ก็ดี ฉันเชื่อสายตาแก”
“วันไหนดี พรุ่งนี้เลยเป็นไง ฉันจะได้จองโต๊ะไว้ล่วงหน้าเลย”
“อืม ก็ได้ พรุ่งนี้ฉันว่าง ขอบใจนะเก๋ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่มาปรึกษาแก”
“โอ๊ย ขอบอกขอบใจอะไรกัน แค่นี้เรื่องเล็ก แกก็รีบนอนเถอะ พรุ่งนี้เจอกันนะ บาย”
หลังวางสายจากกันตาแล้ว ศรรักก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยก็ยังพอหาทางออกให้ตัวเองได้แล้ว ถึงแม้วิธีนี้จะสิ้นเปลืองไปสักหน่อย แต่เธอไม่มีเวลาไปหาใครมาได้แล้ว ก็คงต้องใช้เงินแก้ปัญหาแล้วจริงๆ
€☆^-^☆;;
ช่วงค่ำวันต่อมา
“ฮัลโหลเก๋ แกอยู่ไหนแล้วเนี่ย ฉันมาถึงร้านที่แกบอกแล้วนะ อยู่ลานจอดรถ” ศรรักโทรหาเพื่อนทันทีที่มาถึง
“ฮือ เลย์…ขอโทษนะ คือตอนนี้เจ้าปักกิ่งลูกฉันมันโดนหมาข้างบ้านฟัดมา อาการสาหัสมากเลยแก ตอนนี้ฉันพามันมาที่คลินิก หมอยังเย็บแผลอยู่เลย” เสียงกันตาเอ่ยมาตามสายคล้ายกำลังร้องไห้