เพื่อแลกกับอิสรภาพแล้ว สิ่งที่ข้าเผชิญในตอนนี้ก็นับว่าไม่เลวร้ายเกินไปใช่หรือไม่… โฉมสะคราญสูดลมหายใจลึก ร่างงามพยายามข่มกลั้นฝืนทนสัมผัสที่แสนหยาบช้าของบุรุษที่นางแสนรังเกียจชิงชัง มือหยาบช้าค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ที่เหลือออกจากร่างงดงามจนเปลือยเปล่า สายลมยามราตรีพัดหอบเอาความหนาวเหน็บชวนให้ร่างบอบบางสั่นระริก “เจ้ากลัวรึ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยเบาๆ ข้างๆ หู “กลัวแล้วอย่างไร ไม่กลัวแล้วอย่างไร สุดท้ายข้าก็ต้องถูกคนถ่อยเช่นเจ้าย่ำยีอยู่ดี” จูจื่อรั่วหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง ในเมื่อนางตัดสินใจที่จะก้าวเข้ามาที่หอพิณสวรรค์แล้ว การตกเป็นรองของผู้อื่นเช่นราตรีนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป ถือเสียว่าโดนหมากัดก็แล้วกัน อย่างน้อยในตะวันรุ่งนางยังอาจจะมีโอกาสได้พบเจอกับเจียวลู่ ไม่แน่ว่านางอาจจะได้ผ้าไหมสกุลฝูมาครอบครอง จูจื่อรั่วพยายามปลอบใจตัวเองลึกๆ เมื่อเห็นท่าทางไม่อินังขังขอบของคนงามเบื้องล่

