1.นอนกับฉัน หรือคืนเงิน (1)

1960 คำ
ยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครเมืองแห่งการท่องเที่ยวสว่างไสว แสงสีและสีสันยามดึกเป็นส่วนหนึ่งของการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศได้มากมายนอกเหนือจากธรรมชาติที่สวยงดงามในต่างจังหวัด รวมถึงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยก็ชวนให้ผู้ที่ได้มาเยือนในครั้งหนึ่งอยากกลับมาอีก ขณะเดียวกันบรรดานักท่องเที่ยวยามราตรีชาวไทยเองก็ไม่น้อยหน้า ต่างออกมารวมตัวกันยังสถานบันเทิงที่ให้ความสนุก ผ่อนคลายหลังจากเหนื่อยล้าเพราะตรากตรำทำงานอย่างเคร่งเครียดมาทั้งอาทิตย์ บนถนนในซอยถัดจากผับชื่อดัง รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดพรืด ก่อนร่างอรชรจะพรวดพราดเปิดประตูลงมาแล้วถลาไปก้มหน้าอาเจียนเสียงดังอยู่ข้างทาง ขณะที่ตัวเองยืนไม่ค่อยตรงนัก ภายในรถหรูนั้น ผู้นั่งอยู่หลังพวงมาลัยมีสีหน้าหงุดหงิดระคนระอา ‘ถ้ารู้ว่าจะดื่มเก่งเมาปลิ้นแบบนี้ ไม่ดิวให้เสียเวลาแน่’ ระหว่างที่นึกอยากเทคนที่ตนหิ้วออกมาจากผับหลังตกลงราคาแล้วนั่งดื่มด้วยกันพักใหญ่ สายตาคู่คมกริบมองไปไกลด้านหน้า แล้วคิ้วเข้มก็ต้องขมวด เขม้นมองเงาคนสองคนอย่างนึกสนใจ หากไม่ใช่เพราะคนร่างสูงชะลูดดูก็รู้ว่าเป็นผู้ชายกำลังฉุดกระชากลากถูร่างเล็กบอบบางของผู้หญิงชายหนุ่มคงไม่ใส่นัก “มานี่! ฉันรับปากนายไว้แล้วว่าคืนนี้แกจะมาสมัครเป็นเด็กที่นี่” “ฉันไม่ไป” เสียงแว่วมา เหตุการณ์เช่นนี้ดูไม่ใช่เรื่องดีนัก แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อเห็นว่าชายคนนั้นเงื้อมือขึ้นแล้วตบลงไปยังใบหน้าของหญิงสาวทำเอาร่างเล็กล้มลง แต่เจ้าตัวรีบลุกขึ้นจะวิ่งหนี ทว่ากลับถูกคว้าแขนกระชากกลับอย่างรวดเร็ว “จะไปไหน” “ปล่อย” ยิ่งเจ้าของร่างเล็กสะบัดดิ้นรุนแรง คนที่พยายามจับตัวเหมือนจะยิ่งหงุดหงิด “เอ๊ะ นั่งนี่!” เพียะ! เพียะ! แรงตบดังมาสองครั้งซ้อน ทำเอาหญิงสาวหน้าหันซ้ายขวา แม้เห็นเพียงเงาลางๆ จากแสงไฟริมทางห่างออกไปก็พอเดาได้ จากที่นั่งนิ่งร่างสูงกำยำเริ่มขยับ ขณะหมัดหนักพุ่งเข้าใส่หน้าท้องคนตัวเล็กสองหมัดเต็มๆ “ดื้อนักนะมึง” สุดท้ายเขาก็จับที่เปิดประตู เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูข้างคนขับเปิดเพราะคนเมาหนักลงไปอาเจียนกลับขึ้นมา “รีบไปดีกว่าคุณ ข้างหน้าเหมือนจะมีเรื่องกัน” ทว่าประตูรถกลับเปิดออก ทำเอาหญิงสาวที่เพิ่งชวนออกรถมึนงงหน้าเหวอ ขณะมองร่างสูงกำยำลงจากรถแล้วเดินไปยังจุดที่เกิดเหตุ “เฮ้ย คุณ...” คนที่ทั้งปวดหัวเพราะมึนเมาถึงกับกุมขมับ ไม่เข้าใจว่าชายหนุ่มเข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านทำไม ด้านเจ้าของร่างสูงกำยำที่ลงจากรถเดินตรงไปยังชายหนุ่มที่กำลังพยายามจะแบกคนตัวเล็ก “นี่...” เขาเอ่ยเสียงเข้มก่อนไปถึง ฝ่ายนั้นจึงตะโกนกลับมา “อย่ามาเสือกเรื่องชาวบ้านดีกว่าพวก” “แค่อยากรู้ว่าเด็กนี่เท่าไร” “ว่าไงนะ” “ค่าตัวเท่าไร ฉันให้สองเท่า” คนที่อยู่ในเงามืดหันมามองอย่างแปลกใจเมื่อเขาเดินมาถึง และชะงักมือโอบพยุงไหล่ร่างเล็กที่แทบยืนจะไม่อยู่เอาไว้แทน ดูเหมือนจะลังเลนิดๆ “ว่าไง” “อยู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ จะให้เชื่อได้ไง” เมื่ออีกฝ่ายเอ่ย เขาก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วแตะหน้าจอพลางบอก “บัญชีอะไรล่ะ บอกมาสิ” เจ้าตัวเหมือนมีทีท่าสนใจ แต่คนข้างตัวที่เหมือนรอหาโอกาสอยู่แล้ว แทงศอกกลับไปด้านหลังเข้าใส่หน้าท้องเขาเท่าที่แรงเพียงน้อยนิดจะทำได้ “โอ๊ย! อีนี่!” คนตัวเล็กที่ก้าวได้ไม่ถึงสองก้าวผงะหงายเพราะแรงจิกผมด้านหลังทำเอาร้าวไปทั้งศีรษะ ทั้งมือหนายังยกขึ้นจะตวัดตบแต่ชายหนุ่มคว้ามือเขาไว้ “บอกว่าจะจ่ายให้สองเท่าไง บัญชีอะไร ว่ามา” มือที่จิกผมหญิงสาวชะงักลดแรงลงไปด้วย ทำให้คนที่พยายามหาทางรอดจิกเล็บข่วนมือกับแขนที่จับตัวเองไว้ไม่หยุด “บ๊ะ อีนี่ก็ รำคาญจริงโว้ย” พร้อมกับสบถเขาก็ดึงมือออกจะตบหน้าคนตัวเล็กให้ได้ ทว่าชายหนุ่มเอ่ยเสียงเอื่อยเหมือนจะรำคาญเช่นกัน “คนช้ำหมดแบบนี้ ไม่เอาดีกว่า” เขายักไหล่แล้วกำลังจะหันหลังอีกฝ่ายก็รีบเรียกเอาไว้ “เดี๋ยว...” ชายหนุ่มพยายามหันกลับไปให้ช้าที่สุดให้เหมือนดูไม่ค่อยสนใจนัก “สามเท่า” “ฉันไม่ไปนะ” หญิงสาวเถียงขึ้นในทันใด แต่ก็ถูกดึงผมจนหน้าหงาย ใบหน้าเลือนรางที่มองเห็นไม่ชัดนัก ดูก็รู้ว่าพยายามสะกดความเจ็บ “ผมเสี่ยงนะคุณ ผมรับปากนายจ้างไว้ว่านังนี่จะไปสมัครเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์ มันไม่ไปวันนี้ผมถูกกระทืบไม่คุ้ม แสนนึงละกัน” คนฟังเงียบกวาดสายตามองร่างเล็กบอบบางในเงามืดอย่างพินิจก่อนถามออกไปโต้งๆ “สดไหม” “แน่นอน สดซิงสุดๆ ไม่งั้นผมไม่กล้าเสนอให้นายผมหรอก” เพราะมีหวังจะได้เงินเขาจึงแทนตัวเองอย่างสุภาพ “จะมั่นใจได้ไง” “สาบานเลยก็ได้ นังนี่มันน้องผม” “ไอ้พวกบ้า!” หญิงสาวตะโกนขึ้นด้วยความโกรธอย่างที่สุด แต่ตนก็ถูกกระชากผมจนระบมไปทั้งศีรษะ ทั้งหน้าท้องที่ถูกชกก็เจ็บราวกระดูกซี่โครงหัก หน้าชาไปทั้งแถบ ในตอนนี้ตาเธอพร่าเบลอไปหมด รู้สึกหน้ามืดแทบทรงกายไม่อยู่ ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านหรือวิ่งหนีได้ “โอเค” “บัญชีธนาคาร...” อีกฝ่ายบอกชื่อบัญชีกับตัวเลขที่ทันที ใช้เวลาคิดไม่กี่อึดใจ สุดท้ายผู้ที่ยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องชาวบ้านก็ยอมโอนเงินในที่สุด แล้วร่างเล็กก็ถูกผลักจนถลามาหาอกเขาทันทีทันใด “ฉันไม่ไปนะ ไอ้บ้ากาม” แม้จะพึมพำไม่ยินยอม ทว่าร่างบอบบางกลับทรุดฮวบลง ตาที่มองเขาค่อยๆ ปิดลงแล้วสลบไปในทันใด แขนกำยำพยายามโอบร่างเล็กพยุงไว้ และพูดกับคนที่ขายน้องสาวให้เขาอย่างเลือดเย็นด้วยน้ำเสียงเฉยชา “แสนนึงไม่น้อยเลยนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาเอาน้องคุณไปขายต่อให้ใครอีก เธอเป็นของผม” “เฮ้ย ได้ไง ถ้าขายให้นาย ผมได้สามหมื่น แต่นังนี่มันทำงานให้นาย ต้องทำเงินได้อีกหลายแสนแน่ ผมให้คุณสามวัน ถ้าอยากได้เวลาเพิ่มก็จ่ายเพิ่ม” สันกรามแกร่งขบเข้าหากัน นึกอยากชกคนที่ลอยหน้าลอยตาต่อรองกับตนนัก “งั้นขอดูของก่อนก็แล้วกัน” บอกแล้วเขาก็อุ้มร่างเล็กขึ้น แต่อีกฝ่ายยังไม่ยอมจบ “เบอร์คุณเบอร์อะไร เผื่อคุณเบี้ยว ผมจะได้ตามถูกที่” ‘ไอ้หมอนี่ คอบรอบ เขี้ยวไม่เบา’ เขาคิดในใจก่อนตอบเบอร์สำรองของตนที่ไม่ใช่เบอร์หลัก แล้วก็เป็นไปอย่างที่คิด เพราะอีกฝ่ายกดโทรเข้าให้ได้ยินเสียงยืนยันทันที “โอเค เดี๋ยวผมโทรหานะคุณ” ชายหนุ่มพยักหน้า พลางคิดในใจว่า เขาจะยกเลิกเบอร์นี้ อีกฝ่ายผลุบหายไปในตรอกมืดอย่างสบายอกสบายใจเพราะได้เงินแสนไปนอนในบัญชี ส่วนเขาก็อุ้มคนตัวเล็กไปไว้ยังหลังรถของตน เหลือบมองก็เห็นคนที่นั่งรออยู่ในรถมองมาอย่างไม่พอใจ “ทำไมคุณต้องไปเอาคนอื่นมาด้วย” “ไม่พอใจก็ลงไป” เขาตอบเสียงเรียบอีกฝ่ายถึงกับหน้าเหวอ ก่อนจะกัดริมฝีปาก สะบัดหน้ากอดอก นั่งเงียบไม่ปริปากบนเบาะด้านข้างคนขับไปตลอดทางขณะชายหนุ่มขับรถไปยังคอนโดของเขา แหงล่ะ ในเมื่อยังไม่ได้เงิน สนุกก็ไม่ได้สนุก ลงจากรถก็อดน่ะสิ หญิงสาวที่นั่งหน้างอคิดในใจ ‘นี่มันอะไร เวรกรรมอะไรของฉัน’ คนที่เมาเริ่มสร่างเมาเพราะหงุดหงิด ทว่าที่หนักไปกว่านั้นคือเธอต้องช่วยประคองคนที่ไม่ได้สติเป็นระยะ ทั้งขณะยืนรอชายหนุ่มหน้าทางเข้าคอนโดที่ต้องใช้บัตร หลังจากชายหนุ่มส่งเธอกับผู้หญิงอีกคนลงแล้วเขาวนไปจอดรถ ในตอนรอเขาเปิดประตูห้องก็เช่นกัน ร่างอรชรที่ใส่กระโปรงสั้นแค่คืบกับเกาะอกทุลักทุเลไม่น้อยทีเดียว หญิงสาวดึงกระโปรงกับเกาะอกของตนพลางก้าวตามร่างสูงกำยำที่อุ้มผู้หญิงคนนั้นไปวางลงยังโซฟา จึงอดชะโงกมองหน้าอีกฝ่ายชัดๆ ไม่ได้ว่าดูดีแค่ไหน ทำไมเขาต้องถึงกับลงไปช่วย แต่แม้จะมีร่องรอยเขียวช้ำที่ปากกับโหนกแก้มก็พอมองออกว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาจิ้มลิ้มไม่น้อยเลย เห็นแล้วก็ชักสีหน้างอง้ำ เตรียมตัวแง่งอนใส่ชายหนุ่มเมื่อเขายืดกายขึ้นแล้วหันกลับมา ทว่าคำพูดของเขาทำเอาเธอต้องหน้าเหวออีกครั้ง “ในห้องน้ำมีผ้าขนหนูผืนเล็กอยู่ เธอไปเอาผ้าชุบหน้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เขาหน่อย” “ทำไมฉันต้องทำ” “หรือจะให้ฉันทำ” เธอถึงกับพูดไม่ออก แม้ไม่อยากทำแต่ก็ไม่อยากให้เขาสนใจผู้หญิงอีกคนมากกว่าตน อีกอย่างเธออยากได้เงิน เธอจะเสียลูกค้าไปไม่ได้ อย่างไรก็ต้องเอาใจทำตามที่เขาบอกไว้ก่อน เมื่อคนที่อยู่ในชุดวับแวมผลุบหายไปยังห้องน้ำ ร่างสูงกำยำก็ยืนกอดอกพินิจคนตัวเล็ก ใบหน้าเรียวเล็กดูหวาน ทว่าคิ้วเรียวเข้ม ปากเล็กอิ่มจิ้มล้ม รูปร่างหน้าตาแบบนี้คงหาเงินได้คืนนึงหลายหมื่นหรืออาจถึงแสนแม้เพียงนั่งดริ๊งก์กับแขก ไม่แปลกใจที่พี่ชายของเธอไม่ยอมเสียรายได้ และร่องรอยฟกช้ำบนใบหน้าเจ้าตัวก็ทำให้เขาคิดไปถึงใครคนหนึ่ง ‘นุ่น หน้าไปโดนอะไรมา’ ‘ล้มน่ะ’ รอยช้ำบนใบหน้าเนียนใสไม่ได้ต่างจากใบหน้าของเพื่อนสาวคนสนิทของเขาในวันนั้น แม้จะรู้สึกแปลกใจหากเขาก็เชื่อเธอ ทว่าหลังจากนั้นไม่นานอีกฝ่ายก็หน้าตาหม่นหมองลงทุกวัน แม้เขาจะพยายามชวนไปกินข้าว กินไอศกรีม ดูหนัง อยากให้เจ้าตัวสดใสขึ้นก็มักถูกปฏิเสธ สีหน้ากับแววตาดูเสียใจและฝืนทนในบางสิ่งบางอย่าง และในวันวาเลนไทน์ชายหนุ่มวางแผนทำในสิ่งที่อยากทำมานาน เขาซื้อดอกกุหลาบเตรียมไว้ให้อีกฝ่ายในตอนเช้าทันทีที่พบหน้าและสารภาพความในใจ ใช่ เธอคือเพื่อนสนิทที่เขาตกหลุมรัก ชายหนุ่มมองออกว่าเพื่อนสาวดูค่อนข้างขัดเขินกับตนในช่วงแรกกระทั่งสนิทกัน แม้พักหลังมาเจ้าตัวจะห่างเหินไปบ้าง แต่ไม่เคยหมางเมินกับเขา เขายังเป็นเพื่อนผู้ชายที่เธอให้ความสนิทสนมมากที่สุด แต่แล้วกลับได้รับรู้ข่าวที่ทำเอาเขาถึงกับเข่าอ่อน ‘นุ่นฆ่าตัวตายเมื่อคืนนี้’ ======
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม