‘นุ่นฆ่าตัวตายเมื่อคืนนี้’
ศรศิลป์เพื่อนที่สนิทกับเธอที่สุดบอกกับเขา เมื่อรออยู่ที่หน้าคณะอยู่นานจนต้องเข้าเรียนแล้วไม่เห็นหญิงสาวมาเรียน พวกเขาเรียนคนละคณะ กว่าจะหาเวลาสะดวกไปถามเพื่อนของเธอได้ก็เวลากลางวัน
‘วันนี้พวกเราจะไปฟังพระสวดกัน กฤตไปด้วยกันไหม’
อีกฝ่ายบอกเสียงเครือ ทว่ากฤตรู้สึกราวเขาหูอื้อไปแล้ว
‘เป็นไปได้ยังไง’
คำนี้วนเวียนอยู่ในความคิดของเขานับพันครั้ง แม้กระทั่งยามไปร่วมงานศพ ชายหนุ่มก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนสาวที่เขาหลงรักจะจากไปแล้ว ร่างของเธอนอนอยู่ในโลงศพตรงหน้า สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงรูปที่มองสบตาเขา
‘คนนั้นใคร ไม่เคยเห็น’
‘พ่อเลี้ยงนุ่น แม่ของนุ่นเพิ่งตัดสินใจคบเขาไม่นาน’
สองเพื่อนสนิทของหญิงสาวกระซิบกระซาบกันและเขาก็ได้ยินด้วยเพราะนั่งติดกับศรศิลป์
‘พ่อเลี้ยงนี่เอง มิน่าดูไม่เสียใจ คงไม่ค่อยสนิทกัน’
‘หึ’
ศรศิลป์ที่ดูเหมือนจะรู้อะไรหลายสิ่งหลายอย่างแค่นเสียงในลำคอแล้วเงียบไป ทว่าสายตาที่มองผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยแววรังเกียจชัดเจน
กระทั่งออกมาจากงานและกฤตเป็นคนขับรถไปส่งสองสาวที่หอพักใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นทางผ่านกลับคอนโดของเขา ขณะที่คนอื่นแยกกลับบ้านด้วยตนเอง
‘ไม่อยากคิดไม่ดีเลยนะ แต่ฉันว่า ไอ้พ่อเลี้ยงนั่นแหละตัวดี’
‘เรื่องมันยังไง นุ่นเคยเล่าอะไรเหรอศร’
เพื่อนซี้สองสาวยังคุยกันต่อ เหมือนศรศิลป์จะอดใจไม่อยู่จริงๆ
‘ยังไงกฤตก็สนิทกับนุ่น เราก็เลยยอมพูดนะ รู้กันแค่เราสามนะ’
เมื่อเพื่อนคนสนิทออกปากเช่นนี้ ทำเอาคิ้วเข้มขมวด รู้สึกสังหรณ์ไม่ดีตงิดขึ้นมา
‘ไอ้พ่อเลี้ยงบ้ากามนั่น มันพยายามจะปล้ำนุ่นน่ะสิ บางวันที่นุ่นหน้าเขียวมาเรียนนั่นก็ฝีมือมัน นุ่นยังพูดอยู่เลยว่าอยากหนีออกมา แต่ก็ห่วงแม่ นี่ไม่รู้ว่า...’
ศรศิลป์เงียบไปเพราะเสียงเริ่มสั่นอีกครั้ง
‘เราอดคิดไม่ได้ว่า ที่นุ่นทำแบบนี้เพราะพลาด’
ใจของกฤตร้อนวาบทีเดียว เขากำพวงมาลัยพร้อมขบกรามแน่น รู้สึกตาร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็น นึกอยากวกรถกลับไปชกหน้าไอ้ชั่วคนนั้นนัก เขาไม่น่านิ่งนอนใจเลยนับแต่เห็นหน้าของคนที่ตัวเองตกหลุมรักช้ำมาในตอนนั้น
เรื่องนี้ทำให้กฤตเสียใจมาตลอด หากเขากล้าพอ กล้าเอ่ยสารภาพรักให้เร็วกว่านี้ กล้าซักไซ้ถามไถ่จนกระจ่าง เขาต้องหาทางปกป้องคนรักของตน ไม่ปล่อยให้เธอจากไปด้วยความบอบช้ำใจ หรืออาจจะเป็นร่างกายด้วยแบบนี้
ชายหนุ่มจึงทนเฉยไม่ได้เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา
อยู่ๆ ร่างสูงกำยำก็สะดุ้งโหยงจากที่นั่งนิ่งครุ่นคิดถึงคนในภวังค์ หันมองก็เห็นร่างอรชรขยับหน้าอกอวบล้นออกจากเกาะอกเบียดแขนตนพร้อมกับมือลูบต้นขา
“เสร็จแล้วค่ะ”
“เสร็จ?”
คิ้วเข้มขยับสูงอีกฝ่ายก็ยิ้มหวาน
“ใช่ค่ะ หลินเช็ดตัวให้เขาเสร็จแล้ว คุณล่ะ อยากให้หลินเช็ดให้ตรงไหนคะ”
พลางถามมือบางก็เลื่อนสูงมาแตะเข็มขัดตรงเอวตน ทว่าร่างสูงกำยำลุกขึ้นยืน
“ไม่มีอารมณ์”
ชายหนุ่มบอกง่ายๆ คิดถึงเพื่อนสาวคนสนิทกฤตก็หมดอารมณ์สนุกกับสาว ทั้งยังมีผู้หญิงอีกคนนอนเจ็บอยู่ในคอนโดตัวเองด้วยแบบนี้ ยิ่งไม่นึกอยากทำเรื่องอย่างว่า
“อ้าวคุณ ฉัน...เอ่อ หลินอุตส่าห์แบกยัยนี่ เช็ดตัว ทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง จะมาทิ้งกันกลางทางแบบนี้ได้ยังไง”
กฤตถอดหายใจยาวให้เห็นว่าเขารำคาญ
“เลขบัญชี”
ถามพร้อมหยิบมือถือที่วางบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้าขึ้นมา อีกฝ่ายตาวาวหากยังมองเขาอย่างสงสัย
“ไม่เอาครึ่งราคานะ”
ใบหน้าขาวคมคายพยักหน้ารับ แม้จะนึกเสียดายในความหล่อเหลากับรูปร่างแกร่งกำยำที่ประเมินด้วยสายตาก็รู้ว่าสูงเกินร้อยแปดสิบเซ็นต์ แขนกับต้นขามองเผินๆ มั่นใจว่ากล้ามเป็นมัดเร้าใจสุดๆ แต่อย่างน้อยก็ได้เงิน หญิงสาวจึงไม่โวยวาย
“เอ่อ แต่ขอพักที่นี่ถึงเช้าได้ไหมคุณ มันดึกมากแล้ว”
หลังเงินเข้าบัญชีแล้ว อีกฝ่ายก็จะเดินหนีไป แต่หญิงสาวยังไม่อยากกลับเท่าไรนัก ผู้ชายรวย ขับรถหรู คอนโดอลังการ ใจป๋าอย่างนี้นานทีจะวนมาเจอ เธอจึงคิดว่าหาเรื่องอยู่ต่ออีกหน่อยดีกว่า เผื่ออีกฝ่ายนึกคึกขึ้นมาอยากฟาดใครสักคน เธอจะได้ไม่เสียเขาให้หล่อนคนนี้ไป
“อืม ฝากดูด้วยก็แล้วกัน”
ชายหนุ่มบอกสั้นๆ ไม่ใส่ใจนัก พลางปรายตาไปยังคนที่ไม่ได้สติเล็กน้อย แล้วเดินเข้าห้องนอนตัวเองโดยไม่แยแสผู้หญิงทั้งสองคน
“กรี๊ดดด”
เสียงกรีดร้องดังลั่น ทำให้คนที่เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาทำธุระส่วนตัวรีบจัดการตัวเองโดยเร็วเพื่อจะออกไปดูข้างนอก
“ไอ้ลามกจกเปรต ไอ้คนทุเรศ บ้ากาม ไปนะ ไปๆๆ ไป!”
“นี่เธอ...”
เสียงหวานโวยวายด่ากราดพร้อมมือทุบตีชายหนุ่มไม่หยุด โดยมีเสียงเข้มแทรกไม่กี่คำ
และเมื่อคนที่เข้าห้องน้ำโผล่ออกมาก็เห็นว่าเจ้าของร่างสูงกำยำที่ใส่เพียงกางเกงนอนขายาวโน้มลงไปหาคนที่นอนบนโซฟา ขณะที่อีกฝ่ายร้องลั่นปัดป้องและเขาก็พยายามจับมือเจ้าตัวไว้ อารมณ์ขุ่นผุดขึ้นมาทันใด
“อะไรเนี่ยคุณ”
หญิงสาวเดินกระแทกเท้าเข้าไปพลางเท้าเอวด้วยมือสองข้างพูดเสียงหงุดหงิด
“ปล่อยให้ฉันนั่งหลับบนโซฟามาทั้งคืน แต่ดันมามีอารมณ์กับคนป่วยเนี่ยนะ โรคจิตหรือเปล่าคุณ”
คนที่วาดหวังว่าอีกฝ่ายอาจนึกอยากแล้วออกมาชวนตนเข้าห้อง แต่กลับนั่งรอจนเผลอหลับไปบนโซฟาตัวเล็ก เล่นเอาปวดตัวไปหมด จึงต่อว่าอีกฝ่ายอย่างลืมตัว
ชายหนุ่มหันมองหญิงสาวที่แว้ดใส่เขาอีกคนพร้อมคิ้วขมวดไม่พอใจ สะบัดมือจากคนใต้ร่างตนที่โวยวายอย่างไร้สติ ถอยห่างออกมายืนมองสองสาวสลับกันด้วยแววตาโกรธจัด
“เห็นเธอยังหลับอยู่ ฉันแค่จะดูว่ามีไข้หรือเปล่า แล้วเธอก็ตื่นขึ้นมาโวยวายไม่ดูตาม้าตาเรือ...ส่วนเธอ ขอฉันพักที่นี่อ้างว่าดึกแล้วไม่ใช่เหรอ เช้าแล้วไม่มีอะไรก็ไปได้แล้ว”
ชายหนุ่มกัดฟันพูด ท่าทางหัวเสียเต็มที่
คนถูกไล่หน้าเจื่อน พอมองไปยังคนที่ยกขาขึ้นนั่งกอดเข่าบนโซฟามองเธอกับชายหนุ่มด้วยท่าทางหวาดระแวงก็เอ่ยถาม
“แล้วยัยนั่นล่ะ”
“ไม่เกี่ยวกับเธอ”
เมื่อได้คำตอบที่ทำเอาหน้าม้าน สาวชื่อหลินกัดริมฝีปาก สะบัดหน้าเดินไปทางประตู
คนที่นั่งบนโซฟาราวเพิ่งรู้สึกตัวว่าหากผู้หญิงอีกคนออกไปจากห้องนี้ตนก็จะอยู่กับผู้ชายคนนี้ตามลำพัง ร่างบอบบางลุกพรวดขึ้น จะวิ่งตามอีกฝ่ายไป
“เธอรอด้วยสิ”
มือหนาคว้าแขนเรียวของคนที่กำลังจะวิ่งผ่านตนไปไว้ ทำเอาเจ้าตัวหันกลับมามองหน้าตื่น
“ปล่อยฉัน”
หลินซึ่งกำลังจะเปิดประตูหันมามองก่อนจะทำปากยื่นหมั่นไส้ คิดว่าอีกฝ่ายเล่นตัว และอย่างไรตนก็ได้เงินมาแล้วเต็มจำนวนที่ตกลง แม้จะเสียดายหนุ่มหล่อรวยก็เถอะ แต่ทั้งดุ ทั้งเขี้ยว ไม่แคร์ใครแบบนี้ อย่างไรเขาก็ไม่มองเธอให้เสียลูกตา แค่สนุกฆ่าเวลาเท่านั้น
“อย่าเพิ่งไป รอด้วยสิ”
อยู่ๆ คนตัวเล็กก็เสียงเครือและพยายามแกะมือเขาทั้งยังข่วนจนแสบไปหมด
“เธอยังไปไม่ได้ เรามีเรื่องต้องตกลงกัน”
ใบหน้าซีดเซียวและมีรอยเขียวช้ำเงยหน้ามองเขา คิ้วเรียวงามขมวดอย่างสงสัย เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ามันสะท้อนใจคนเห็นแค่ไหน
“พี่ชายเธอรับเงินฉันไปแล้ว ลืมแล้วหรือไง”
“ใครเอาเงินคุณไป คุณก็ไปนอนกับเขาสิ”
“จะบ้าเหรอ”
คนตรงหน้าทำเอาเขาหงุดหงิดไม่หยุดหย่อนจริงๆ แถมปากคอยังเราะรายไม่เบา แม้จะดูกลัวเขาแต่กลับตวาดไม่หยุด เถียงฉอดๆ
“ฉันซื้อเธอ ก็ต้องนอนกับเธอ”
“ฉันไม่ยอม ถ้าคุณทำอะไรฉัน ฉันจะฆ่า...”
เอวเล็กถูกรั้งดึงร่างบอบบางเข้าหาเรือนกายกำยำที่อกเปลือยเปล่าทันทีทันใด พร้อมมือหนาปิดปากเธอไว้ ใบหน้าขาวคมคายเคลื่อนลงมากระซิบใกล้ใบหน้าเล็ก
“อย่ามาขู่กันเสียให้ยาก ฉันเสียไปเป็นแสน ถ้าไม่นอนกับฉัน เธอจะหาเงินแสนมาคืนฉันหรือไง”
ใบหน้าเล็กพยักรับ แววตาที่มองตอบแววตาคู่เข้มดุนั้นจริงจัง ทำให้กฤตค่อยลดมือของตนลง เขาไม่อยากได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูด
“ฉันขอเวลา ฉันจะคืนให้”
สีหน้าซีดนั้นดูเข้มขึ้นและดวงตามีแววหวั่นเกรง ชายหนุ่มรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดทางร่างกายที่ชวนให้หวาดหวั่น แต่เขาไม่ยอมปล่อยคนตัวเล็ก ต้องการให้รู้ว่าเวลานี้ใครถือไพ่เหนือกว่า
“เธอจะหามาจากไหน ไปสมัครเป็นเด็กนั่งดริ๊งก์เหรอ มันต่างจากที่ฉันซื้อเธอตรงไหน”
“ฉันไม่มีวันทำหรอก”
เจ้าตัวเสียงแข็ง ตาวาววับทันทีทันใด
“เธอจะหนีพ้นงั้นเหรอ ยังไงพี่ชายเธอก็ต้องบังคับไปจนได้ ฉันพูดถูกไหม”
หญิงสาวมีสีหน้าเจ็บปวด เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนชัดเจนว่าพี่ชายจะปล่อยเธอไปนานอีกแล้ว เธอพยายามหลบเลี่ยงมาได้หลายเดือน กลับบ้านในเวลาที่คนทั้งบ้านอยู่กันครบ เพราะเคยถูกอีกฝ่ายหลอกให้เอาของไปให้ที่ผับ แต่ความจริงพาตัวไปให้เจ้าของผับดู วันนั้นเธอกลัวมาก แต่บอกเขาว่าขอไปเข้าห้องน้ำแล้วแอบวิ่งหนีออกมาเลย กลับมาถึงบ้านเขาก็ลงไม้ลงมือที่เธอหนีกลับมาจนไข้ขึ้นทีเดียว
“ว่าไง คราวนี้ คิดได้หรือยัง ว่าจะคืนเงินหรือ...นอนกับฉัน”
คางเล็กถูกเชยสูง ให้ดวงตาคู่สวยราวกวางน้อยสบกับดวงตาคมกริบของเขาราววัดใจ
======