บทที่17 เทศกาลล่ามังกร

1453 คำ
บทที่17 ตลอดทางเธอถูกมือขององค์รัชทายาทแห่งเดรสเซนเทียล้วงควักจับนู่นจับนี่ไม่หยุด พอหันไปกล่าวเตือนเขาก็ตอกกลับว่า ‘เพียงแค่มือไปโดน เจ้าอย่าได้หลงตัวเอง’ ไอรีนกรอกตามองบน เพียงแค่มือไปโดนใส่ เหตุใดตรงส่วนนั้นถึงได้แข็งปึก โชคดีที่ขี่ม้าได้ไม่นานก็มาถึงเนินเขาแห่งหนึ่งที่มีคนอื่นมากันครบหมดแล้ว พอเธอกับลอเรนซ์ไปถึง สายตาหลายคู่ก็พุ่งมองมาเป็นจุดเดียว ไอรีนรู้สึกประหม่าเล็กน้อยตอนลอเรนซ์พยุงเธอลงจากม้า เพราะกลุ่มสามของเธอเดินทางมาก่อนกลุ่มสอง แต่เธอกับลอเรนซ์กลับมาถึงทีหลัง และยังหายตัวกันไปด้วยกันสองคน “เจ้าชายลอเรนซ์ท่านพาไอรีนไปที่ไหนมา” เธียร์น่าวิ่งเขามาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เธอจับไอรีนหมุนไปมาเพื่อนตรวจว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ “ตอนแรกข้าจะนำมาก่อน แต่ดันหลงทาง” ลอเรนซ์เอ่ยหน้านิ่งก่อนจะหันไปสนใจที่ราบด้านล่างเนินเขาที่มีการต่อสู้กับมังกรสีดำขนาดยักษ์ “เขาทำอะไรเจ้าหรือไม่” เธียร์น่าหันมาถามไอรีน “ไม่นะ” ไอรีนหลบตาไปทางอื่น แต่เผอิญสบตาเข้ากับเอนิซ ที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาคู่นั้นมองเธออย่างไม่พอใจและแสดงถึงความเป็นอริมาอย่างชัดเจน ‘โอ้’ ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าก่อนหน้านี้ทำไมเอนิซถึงแสดงท่าทีไม่ชอบเธอ ที่แท้เอนิซหมายตาเจ้าชายรัชทายาท… ไม่สิ เอนิซชอบเจ้าชายรัชทายาท แต่เธอเป็นนักบุญหญิงจะลงเอยกับเขาได้หรือ หากจำไม่ผิดนักบุญหญิงต่อให้ปลดผ้าคลุมแล้วแต่งงานก็ใช่ว่าจะเหมาะสมกับองค์รัชทายาทเสมอไป เพราะส่วนใหญ่จากที่ได้อ่านนิยายน้ำเน่ามา นักบุญหญิงมักจะเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาที่เผอิญมีพลังแห่งแสงที่หาได้ยากเท่านั้น เพราะต่อให้สตรีชั้นสูงคนไหนมีพลังแห่งแสงครอบครัวก็ไม่มีทางให้เข้าวิหารอยู่แล้ว ส่วนเจ้าชายรัชทายาทอย่างไรเสียก็ต้องแต่งกับบุตรีขุนนางชั้นสูง “เจ้าชายลอเรยซ์คงเดินทางลำบากสินะเพคะ ตลอดทางต้องต่อสู้กับสมุนมังกรแล้วยังจะต้องปกป้องท่านไอรีนอีก” เอนิซเอ่ยเสียงไม่เบานัก นั่นทำให้อัศวินนักบวชที่อยู่ใกล้ๆได้ยิน พวกเขาหันมามองเธออย่างไม่พอใจ ไอรีนกรอกตาอย่างไม่พอใจ คำพูดที่เอ่ยมาคล้ายจะเป็นห่วงลอเรนซ์แต่แท้จริงกลับเจาะจงโจมตีมาที่เธอชัดๆ ไอรีนเดินไปหลบด้านหลังเธียร์น่าด้วยสัญชาตญาณต้องการคนปกป้องก่อนจะมองไปยังลอเรนซ์ที่ปั้นหน้ายิ้มยืนมองการต่อสู้อย่างสบายอารมณ์ แต่เธอมั่นใจว่าคนสองหน้าอย่างลอเรนซ์ต้องพูดว่า “ข้าไม่ลำบากหรอก ระหว่างทางก็ไม่ค่อยเจอสมุนมังกรเท่าไหร่นัก” นั่นปะไร สมุนมังกรเทียบอะไรไม่ได้กับเขาเลย แทนที่พวกมันจะวิ่งเข้ามาสู้ แต่พอม้าที่มีลอเรนซ์ขี่อยู่ ถ้ามันวิ่งไปทางไหนสมุนมังกรก็วิ่งหนีกระเจิดกระเจิง เขาลูบคลำเธอตลอดทางอย่างสบายอกสบายใจ “อย่างนั้นหรือเพคะ” เอนิซไม่สนใจเธออีก แล้วหันไปยิ้มพูดคุยกับเจ้าชายรัชทายาทแทน “เหอะ ตอนแรกข้าก็ว่าเธอท่าทางแปลกๆ เวลามองเจ้าราวจะกินเลือดกินเนื้อ ตลอดทางที่ขี่ม้ากับข้า ก็เอ่ยว่าเจ้าไม่หยุด หาว่าเจ้าอ่อนแอเกินไปเกรงจะทำให้เจ้าชายลอเรนซ์ลำบาก หาว่าเจ้าใกล้ชิดกับเจ้าชายลอเรนซ์เกินไปไม่เหมาะสม” เธียร์น่าเบ้ปากพลางกระซิบข้างหูเธอเบาๆ “ปากเอ่ยแต่เจ้าชายลอเรนซ์ ที่แท้ก็หมายตาเขาอยู่นี่เอง” ไอรีนเลิกคิ้วแปลกใจ ไม่คิดว่าสตรีท่าทางสูงส่งจะกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้ลับหลังคนอื่น ตอนแรกเธอคิดว่าต่อให้เอนิซไม่ชอบเธอมากขนาดไหนก็คงเก็บไว้ในใจแล้วแสดงสีหน้าใส่เธอเป็นครั้งคราวเท่านั้น “เจ้าก็อยู่ให้ห่างจากเจ้าชายลอเรนซ์กับนักบุญหญิงไว้เถอะ” เธียร์น่าเอ่ยเตือน เพราะไอรีนยังระดับต่ำเกินไป หากทำให้เอนิซไม่พอใจขึ้นมาเกรงว่าจะปกป้องตัวเองไม่ได้ ถึงเอนิซจะเป็นนักบุญหญิงแต่ก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง “อืม” ไอรีนพยักหน้าอย่างเชื่อฟังพลางกอดแขนเธียร์น่าอย่าสนิทสนม เธอไม่คิดจะเข้าใกล้คนพวกนั้นอีกแล้ว หลังจากที่งานจบลงพวกเขาก็คงเดินทางกลับเมืองหลวง ส่วนเธอก็หาภารกิจในเมืองทำไปเรื่อยๆ “เด็กดี” เธียร์น่าลูบหัวสีคาราเมลอย่างพอใจ ก่อนจะแสร้งทำเป็นโอบกอดร่างบางกว่าเอาไว้เพราะเกรงว่าจะโดนสะเก็ดเวทย์มังกร โธมัสเหลือบตามองอย่างหมั่นไส้ ก่อนหน้านี้เขาได้ลากน้องสาวตัวแสบไปซักไซ้ร์เรื่องของไอรีน จึงได้รู้ว่าน้องสาวของเขาหลงรักไอรีนเข้าแล้ว เขาจึงได้บอกล่าวเรื่องไอรีนในคืนนั้นกับเจ้าชายรัชทายาท ตอนแรกเขานึกว่าเธียร์น่าจะตัดใจ แต่กลับโกรธเจ้าชายรัชทายาทแทนเสียอย่างนั้น แล้วยังพูดออกมาอีกว่า “ถ้าเขาพาไอรีนมาไม่ถึงนี่อย่างปลอดภัย ข้าจะฆ่าเขาเสีย” คิดแล้วเสียวคอวูบวาบ ตระกูลเนลล์รับใช้ราชวงศ์มาหลายชั่วอายุคนเกือบจะสูญสิ้นตระกูลเพราะน้องสาวโง่ๆเสียแล้ว ไอรีนถูกเธียร์น่าพามานั่งชมการต่อสู้กับมังกร ที่ที่พวกเธอยืนดูอยู่ อยู่สูงพอควร มังกรธาตุน้ำบินไม่ได้มันจึงไม่มีทางขึ้นมาที่นี่ได้อย่างแน่นอน มังกรสีดำตัวใหญ่ยักษ์ดูน่ากลัวไม่น้อย แต่ดูจากความได้เปรียบของผู้กล้าอีกไม่นานคงล้มมังกรได้ ดูจากพลังของมังกรแล้วมันก็อยู่ในระดับสูงมาก แต่ทว่าทางฝ่ายมนุษย์มีกลยุทธ์ที่ได้เปรียบมากกว่าเท่านั้น อีกทั้งยังมีความร่วมมือจากราชสำนัก หอคอยเวทมนตร์ และวิหารศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มังกรที่ใช้แต่กำลังสู้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ผู้กล้าทั้งหลายล้อมโจมตีมังกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งนักดาบ นักธนู หลากหลายอาชีพอยู่ในนั้น ส่วนรอบนอกจะมีจอมเวทช่วยสนับสนุนการโจมตีระยะไกล และนักบวชคอยสนับสนุนเวทมนตร์รักษา ไอรีนรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เธอเพิ่งเคยเห็นเวทมนตร์จริงๆอย่างเต็มตาครั้งแรก “เป็นอย่างไร ตื่นตาตื่นใจหรือไม่” เธียร์น่าเห็นท่าทางน่ารักของไอรีนก็อดมองไม่ได้ มือเรียวปัดผมออกจะใบหน้าเธอ ก่อนจากโอบร่างบางเพื่อกันลมให้กับเธอ เวทมนตร์ที่กางอาณาเขตป้องกันที่นี่ไว้ มันป้องกันแต่ฝนและเวทมังกรเท่านั้น ไอรีนกำลังสนใจการต่อสู้เบื้องหน้าอยู่จึงไม่รู้ตัวว่าอัศวินสาวเริ่มคิดจะเอาเปรียบเธออีกครั้ง เธียร์น่าเห็นดังนั้นก็ยิ่งได้ใจเธอขยับตัวไปใกล้ชิดขึ้นก่อนจะหันไปส่งสายตาเย้ยหยันให้พี่ชาย ทว่าสายตานั้นกลับไปกระแทกหน้าเจ้าชายรัชทายาทเข้าอย่างจัง ลอเรนซ์สีหน้าถมึงทึง ในใจร้อนรุ่มแปลกๆ “เจ้าชายลอเรนซ์เป็นอะไรรึเปล่าเพคะ” เอนิซถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของลอเรนซ์ไม่สู้ดีนักราวกับโกรธใครสักคน “ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกรำคาญลมพายุก็เท่านั้น” ลอเรนซ์ทำทีปัดผมที่ถูกลมพัดไม่เป็นทรงก่อนจะหันไปดูการต่อสู้ต่อ เอนิซปลายตามองไปทางไอรีนด้วยสีหน้าเย็นชา หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ผู้หญิงคนนั้นจะทำตัวเกินหน้าเกินตาเธอไปแล้ว เธอเป็นใครมาจากไหนทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ ทั้งๆที่แห่งนี้ไม่ควรมีเธอ เจ้าชายรัชทายาทที่ควรสนใจเธอคนเดียวกลับไปให้ความสนใจผู้หญิงคนนั้น ไหนจะเธียร์น่าอีก ที่ควรจะหลงใหลในตัวเธอจนยอมเป็นอัศวินที่ภักดีแก่เธอคนเดียวเท่านั้น กลับไปคลอเคลียผู้หญิงคนนั้นอีกคน ในนิยายที่เธอเป็นนางเอก เนื้อเรื่องควรเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม