วันต่อมาหลังจากป้อนข้าวเจ้าตัวเล็กน้ำตาลก็พาแม่และลูกไปโรงพยาบาล อันที่จริงเธอไม่อยากจะพาลูกไปด้วยหรอก โรงพยาบาลมีแต่คนป่วยและเชื้อโรค แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเธอไม่มีคนดูแลข้าวตัง ใช้เวลาขับรถไม่นาน เธอก็พาแม่มาถึงโรงพยาบาลของรัฐบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก และค่ารักษามันถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนมากมาย โดยเฉพาะโรงพยาบาล H ที่เป็นของตระกูลผู้ชายคนนั้น เธอไม่กล้าเข้าไปเลย เพราะเขาคุยกันว่าราคาแพงจนคนแถวนี้ไม่กล้าไป คงมีแต่คนรวย ๆ เท่านั้นแหละ ที่ไปใช้บริการโรงพยาบาลเอกชน
"จริง ๆ แล้วตาลพาข้าวตังออกไปกินขนมรอที่หน้าโรงพยาบาลก่อนก็ได้นะลูก อยู่ตรงนี้มันคนป่วยเยอะ เดี่ยวข้าวตังจะไม่สบายเอา" คุณแม่ของเธอก็ห่วงหลานเหมือนกัน เพราะว่าโรงพยาบาลรัฐค่อนข้างแออัด มีผู้ป่วยพลุกพล่านและแผนกนี้มันเป็นแผนกตรวจโรคทั่วไป ไม่ใช่แผนกเด็กเหมือนที่ข้าวตังเคยมา
"แล้วคุณแม่ล่ะคะ" น้ำตาลถามอย่างเป็นห่วงละล้าละลัง ห่วงแม่ก็ห่วง ห่วงลูกก็ห่วงเหมือนกัน กลัวว่าลูกจะงอแงด้วยแหละเพราะที่นั่งรอมันค่อนข้างจะแออัดและเสียงดัง
"แม่โตแล้วนะตาล แม่เดินเข้าห้องตรวจและฟังผลเองได้" ก็จริงของแม่ งั้นเธอพาลูกออกไปรอข้างนอกดีกว่า
"งั้นตาลพาลูกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟข้าง ๆ นี้นะคะ ถ้าเสร็จแล้วคุณแม่โทรตามนะคะ" เธอบอกกับคุณแม่และพาข้าวตังไปนั่งรอที่ร้านกาแฟข้างโรงพยาบาล ปล่อยให้คุณแม่เข้าห้องตรวจและฟังผลด้วยตัวเอง นานกว่าสองชั่วโมงกว่าที่คุณแม่จะโทรให้ไปรับ
"หมอว่ายังไงบ้างคะแม่" เธอถามทันที ที่วารุณีเดินออกมา คราวแรกคุณแม่สีหน้าไม่ค่อยดี แต่พอเห็นลูกสาว เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าเลยทันที กลัวว่าลูกจะคิดมาก
"ไม่มีอะไร หมอแค่บอกให้พักผ่อนเยอะ ๆ"
"เหรอคะ" น้ำตาลทำหน้าสงสัย เจ็บหัวใจขนาดนั้นหมอบอกว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ วารุณีกลัวลูกไม่เชื่อเลยหยิบยาบำรุงมาส่งให้ดู
"นี่ไงยาบำรุง โรคคนแก่น่ะ มันก็เจ็บ ๆ ปวด ๆ อย่างนี้แหละ" น้ำตาลรับยาบำรุงมาดูก็โล่งใจ คงจะจริงของคุณแม่ คนแก่ก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ อย่างนี้แหละ น้ำตาลคิดตาม
"ตาลดีใจจังค่ะ คุณแม่จะได้อยู่กับตาลและข้าวตังไปนาน ๆ" เธอกอดคุณแม่อย่างดีใจ แต่วารุณีกลับไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ในหัวใจของเธอตอนนี้ มันมีแต่ความกังวล เธอกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย กังวลว่าลูกสาวจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีเธอ โรคร้ายต่าง ๆ มันรักษาได้หมดแหละ แต่ทุกโรคมันก็ต้องใช้เงิน
'คุณยายต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ นะคะ ห้ามทำงานหนัก ถ้าจะให้ดีควรหาหมอเฉพาะทางเพื่อรับการรักษาต่อไปค่ะ' คุณหมอบอกเธอก่อนเดินออกมาจากห้องตรวจ แก่ขนาดนี้เธอไม่กลัวหรอกความตาย ห่วงก็แต่ลูกสาวกับหลานตัวน้อย ๆ เท่านั้นจะอยู่กันยังไง
น้ำตาลพาแม่แวะกินข้าวเที่ยงแถว ๆ โรงพยาบาลก่อนจะกลับกันตอนบ่าย ๆ พอจอดรถที่หน้าบ้านก็เห็นชายร่างสูงคุ้นตามายืนเมียง ๆ มอง ๆ อยู่ตรงนั้น น้ำตาลจำเขาได้ทันที คุณหมออนาวินนั่นเอง
"สวัสดีค่ะ มาสั่งขนมเหรอคะ" น้ำตาลทักทายหมออนาวินอย่างคุ้นเคย เพราะว่าเขาเคยมาสั่งขนมตั้งหลายครั้ง ก่อนจะหันไปเปิดประตูและบอกกับคุณแม่ของเธอว่า
"แม่เอาข้าวตังเข้าไปข้างในก่อนนะคะ ตาลรับออร์เดอร์คุณหมอก่อน"
"ไปไหนกันมาเหรอครับ ผมนึกว่าวันนี้จะไม่เจอซะแล้ว" คุณหมออนาวินถามเธอเพราะรู้สึกถูกชะตาเป็นพิเศษ เขานึกสงสารเธอด้วยแหละ ผู้หญิงเลี้ยงลูกคนเดียว ท่าทางจะลำบาก แล้วอีกอย่างรู้สึกถูกชะตากับหนูน้อยที่คุณยายอุ้มเข้าไปในบ้านคนนั้นด้วย
"พอดี ออกไปธุระมาน่ะค่ะ" เธอตอบแบบเลี่ยง ๆ เพราะไม่กล้าตีสนิทกับคุณหมอ ความหลังฝังใจมันทำให้เธอต้องเจียมตัว ถ้าหากว่าพลาดพลั้งไปอีกครั้ง น่ากลัวว่าจะเสียหลักไปอีกนาน เธอนำสมุดมาจดออร์เดอร์ของคุณหมอ ซึ่งวันนี้คุณหมออนาวินสั่งขนมไปหลายรายการ น้ำตาลมองออร์เดอร์ในมืออย่างตื่นเต้น
"โห วันนี้คุณหมอสั่งขนมเยอะจังนะคะ" อ่านรายการขนมที่ยาวเป็นหางว่าวแล้วยิ้มแก้มแทบปริ ถ้ามีคนสั่งเยอะแยะอย่างนี้สักสิบเจ้าต่อเดือน ไม่นานเรียกเธอเจ๊ตาลได้เลย เพราะรายการขนมที่เขาสั่ง มันต้องจ่ายเป็นหมื่นเลยทีเดียว ขนมคลีน ขนมเพื่อสุขภาพ ราคามันจะแพงขึ้นมาหน่อย แต่วัตถุดิบที่ใช้ ราคาแพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่บวกลบคูณหารแล้วมีกำไรไม่น้อยเลยทีเดียว
"พอดีวันเกิดคุณย่าผมน่ะครับ ไม่ทราบว่าวันพรุ่งนี้คุณทำทันหรือเปล่า" ถามอีกครั้งเพราะมาสั่งแบบกะทันหัน
"จะเอาพรุ่งนี้เลยเหรอคะ" น้ำตาลคิด เพราะว่ารายการขนมมันก็เยอะอยู่นะ
"ถ้าไม่ได้ลดจำนวนลงครึ่งหนึ่งก็ได้ครับ" เขาเห็นใจน่ากลัวว่าเธอจะทำไม่ทัน แต่ทว่าแม่ค้าสู้ตาย ลูกยังเล็กค่าใช้จ่ายตรงหน้ามันรออยู่มากมาย เอาวะเงินมาวางอยู่ตรงหน้าถึงเหนื่อยเธอก็ต้องยอม น้ำตาลฮึดสู้ขึ้นมาทันที
"ทันค่ะ ยังไงตาลก็จะทำให้ทันส่งแน่นอน" รับปากอย่างแข็งขัน คุณหมอถามต่อไปว่า
"แล้วคุณสะดวกไปส่งหรือเปล่าครับ บ้านคุณย่าผมห่างออกไปไม่ไกลมาก" เขายิงโลเคชันให้เธอดู น้ำตาลเห็นว่าไม่ไกลมาก เขานัดรับขนมตอนบ่ายสาม คิดว่าทันแน่นอน
"แต่มีค่าน้ำมันเพิ่มนิดหน่อยนะคะ" เธอบอกเขา กลัวคุณหมอจะว่าคิดเกินราคา
"แน่นอนครับ ผมจ่ายค่าน้ำมันให้สองเท่าเลย" ปกติเขาก็ให้เกินราคาอยู่แล้วเรื่องแค่นี้เอง
"งั้นตกลงตามนี้นะครับ" คุณหมออนาวินบอกเธอเธอ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถเก๋งราคาแพงของตัวเอง น้ำตาลมองตามอย่างมีความหวัง หมอคนนี้ใจดีจัง ถ้าเธอได้ลูกค้าใจสปอร์ตอย่างนี้อีกสักสองสามคนก็คงดี
อันที่จริงคุณหมออนาวินมาสั่งขนมกับเธอตั้งหลายครั้ง เขาบอกว่าทำงานอยู่แถวนี้แล้วทำโรงพยาบาลไหนล่ะ เธอยังไม่เคยถามเลยสักที น้ำตาลมองตามรถคุณหมอไป แล้วถอนหายใจ เฮ้อ จะถามทีไร เธอก็ลืมทุกที
"คุณหมอกลับไปแล้วเหรอน้ำตาล"
"ค่ะแม่สั่งออร์เดอร์เยอะเลย" เธอโชว์ออร์เดอร์ให้แม่ดูอย่างดีใจ ลืมไปเลยว่าคุณแม่ไม่สบาย แต่พอนึกได้
"เอ่อ ตาลว่าตาลยกเลิกออร์เดอร์สักครึ่งหนึ่งดีกว่าค่ะ" เห็นว่าแม่ไม่สบายเลยจะกดโทรศัพท์ไปยกเลิกออร์เดอร์ที่รับเอาไว้
"จะยกเลิกทำไมล่ะตาล มันเสียเครดิต น้ำขึ้นต้องรีบตัก ไม่เคยได้ยินหรือไง"
"แต่แม่ไม่สบายอยู่นะคะ"
"ไม่เป็นไรหรอก หมอให้ยามากินแล้ว ไม่เห็นเหรอ" เวลาเป็นเงินเป็นทองอย่างที่คุณแม่บอกจริง ๆ ค่าใช้จ่ายมันรออยู่ตรงหน้าทุกวัน อะไรโกยได้ก็ต้องรีบโกย
"ค่ะแม่งั้นตาลจะตื่นทำก่อนแม่ตั้งแต่ตีสามเลย"