ตอนที่ 2
ท้องไม่มีพ่อ
"เป็นอะไรวะ หน้าบูดมาเชียว ใครทำอะไรให้ท่านสิบทิศไม่พอใจกันครับ"
เพื่อนคนหนึ่งเอ่ยถามหนุ่มตัวโตที่สุดที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบกับกลุ่มคนก่อนหน้าในผับกึ่งบาร์แห่งหนึ่ง พวกเขาเป็นเพื่อนกลุ่มใหม่ที่พักหลังสิบทิศมักจะใช้เวลาอยู่ด้วยแม้จะไม่สนิทกันมากนัก เพราะเพื่อนในแก๊งประจำของเขาต่างก็มีแฟนกันไปเกือบหมด นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่ค่อยมีเวลารวมตัวกันเหมือนแต่ก่อน
"เปล่า ก็แค่เบื่อๆ นิดหน่อยน่ะ" เขาตอบท่าทีเฉยเมยแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มมีดีกรีมาย้อมใจ
"คนอย่างนายเนี่ยนะเบื่อ ถามจริง?"
เพื่อนคนเดิมยังเซ้าซี้ไม่เลิกเขามีชื่อว่าไมเคิล ในขณะที่คนถูกถามกลับส่ายหน้าไปมาแล้วกระดกแก้วของเหลวรสปร่าลิ้นลงคอทีเดียวหมดแก้ว และเหมือนเขาจะส่งมันลงตามมาอีกสองถึงสามแก้วติดๆ กัน จนเพื่อนต้องร้องเตือน
"เฮ้ย เบาได้เบาก่อน เดี๋ยวก็น็อคพอดี"
"เหล้าแค่นี้ไม่ทำให้ตายหรอกน่า"
"อาการแบบนี้สงสัยต้องให้สาวๆ ช่วยแล้วล่ะมั้ง ถึงจะดีขึ้น"
เสียงเพื่อนอีกคนดังขึ้นพร้อมน้ำเสียงกลั้วขำ หากเวลาปกติแล้วสิบทิศคงไม่ได้ใส่นักเพราะธรรมดาแล้ว แม้ว่าเขาออกจะเหงาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดจะมีใคร
หากแต่วันนี้ ภาพของนับดาวกับแฟนมันมันวนเวียอยู่ในหัวยากที่จะสลัดทั้ง หากว่าได้หญิงอื่นมาเบี่ยงเบนความสนใจบ้างก็คงจะดี
ถึงแม้จะรู้ดีว่ามันช่างเป็นการแก้ปัญหาที่สิ้นคิด แต่ว่าเขามีทางเลือกอะไรล่ะ?
"น่าสนดีนะ ได้ข่าวว่าเด็กปีหนึ่งรุ่นนี้มีแต่คนหน้าตาดีนี่ มีใครดูเข้าตาพอจะแนะนำให้รู้จักบ้างวะ"
สิบทิศว่าเสียงราบเรียบนัยน์ตาว่างเปล่าไร้ซึ่งการแสดงออกของความคิด
"มีสิ เด็ดๆ ทั้งนั้นแต่ที่อยากแนะนำให้รู้จัก แต่ฉันว่ามีคนหนึ่งที่เหมาะกับนายมากสุดแล้วล่ะ"
"ใคร" น้ำเสียงยังคงนิ่งเฉย ในมือยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบอยู่เรื่อยๆ
"เมแกน เป็นน้องสาวฉันเอง อยู่คณะบริหาร ยังโสด แถมนิสัยดีอีกต่างหากนะ"
คนฟังยกยิ้มออกมาบ่งบอกถึงความพอใจเมื่อได้ยินคำตอบ ความพึงพอใจที่ไม่ใช่เพราะเจ้าเพื่อนคนนี้โฆษณาน้องสาวได้จนเขาสนใจอะไรหรอก แต่ที่เขาพอใจเพราะข้อมูลที่ว่าฝ่ายนั้นเป็นเด็กปีหนึ่งคณะบริหารต่างหาก คณะเดียวและปีเดียวกันกับผู้หญิงคนนั้นยังไงล่ะ
"น่าสนดีนี่ งั้นฝากนายเป็นธุระให้หน่อยก็แล้วกันนะ แล้วก็นี่ ค่าเหนื่อยของนาย" ธนบัตรสีเทาหลายใบถูกส่งให้เพื่อนชายคนนั้นที่รีบรับไปด้วยอาการตาโต
“ได้เลยครับท่านสิบทิศ นายนี่มันใจป๋าสมคำล่ำลือจริงๆ”
ที่จริงแล้วไมเคิลเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนักหรอก กับการที่น้องสาวตัวเองจะสามารถพิชิตใจชายหนุ่มที่เรียกได้ว่ามีตัวเลือกมากมายขนาดนี้ หากแต่ในเมื่อมีหนทางแล้วทำไมเขาจะไม่รีบไขว่คว้าเอาไว้ล่ะ เพราะอย่างไรเสียอย่างน้อยเขาก็ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอย่างนี้ไง
ทางด้านของนับดาว
"ถึงบ้านคุณตาแล้วครับ มาป๊าอุ้มลงนะ"
เสียงอาทรของธันวาดังขึ้นเมื่อเขาวิ่งอ้อมตัวรถหรูมายังอีกด้านหนึ่ง ก่อนมือหนาจะเอื้อมเปิดประตูช่วงตอนหลังของรถ ทั้งอ้อมแขนกว้างยังอ้ารับเจ้าก้อนเล็กๆ พร้อมรอยยิ้มใจดีเช่นเคย
“ให้เดนออกก่อน”
“ไม่เอาให้พี่ออกกก่อน”
เสียงเจี้ยวจ้าวพร้อมร่างสมวัยของเด็กชายที่หน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ เบียดเสียดกันออกมาหาคนรอรับราวกับกำลังเปิดศึกแย่งชิงอ้อมแขนของคนที่พวกเขาร้องเรียกว่า ป๊า กลายๆ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะพอใจของธันวา
"ป๊ารักพี่มากกว่า"
"ไม่จริง ป๊ารักเดนมากกว่า" สองเสียงจากเด็กน้อยที่อยู่ในวงแขนของธันวาคนละฝั่ง แข่งกันพูดทั้งที่ยังพูดจาไม่ชัดมากนัก
"ไดมอนด์ เดนเวอร์ มาม้าเคยบอกว่าไงจ๊ะ"
เสียงของนับดาวที่ก้าวลงรถมาทีหลังเอ่ยดังขึ้นไปในทางค่อนจะดุเล็กน้อย แต่แค่นั้นก็เหมือนจะหยุดคู่แฝดวัยจิ๋วที่กำลังถกเถียงกันได้เป็นอย่างดี ใบหน้าเหมือนกันราวกระจกสะท้อน ก้มงุดลงกับไหล่คนอุ้มท่ามกลางเสียงหัวเราะเล็กๆ อย่างอารมณ์ดีของธันวา
"เอาน่า อย่าดุแกเลยครับ ปะ เราเข้าไปข้างในกันดีกว่า"
รอยยิ้มของธันวาทำให้นับดาวถอนหายใจออกมาพร้อมกับส่ายหน้าให้กับเจ้าคู่แฝด แล้วเดินตามชายหนุ่มที่อยู่ในสถานะคนรักเข้าไปในบ้านอย่างเสียมิได้ บ้าน...ที่นับดาวแทบไม่อยากมาเหยียบด้วยซ้ำ
"คุณพ่อคุณแม่สวัสดีครับ" ธันวายกมือพนมขึ้นไหว้คนสูงวัยกว่าที่รออยู่ ทั้งคู่หน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นนับดาวที่จูงเด็กแฝดตามหลังเขามา แต่กลับหันไปยิ้มกริ่มใจดีให้ลูกเขยของบ้านอย่างธันวาแทน
"วันนี้เด็กๆ บอกคิดถึงคุณตาคุณยายครับ ผมเลยพามาเยี่ยม"
คนสูงวัยทั้งสองยกยิ้มขึ้นเมื่อได้ฟังคำนั้น พลางร้องเรียกเด็กๆ ให้เข้าไปหาน้ำเสียงนุ่มนวลมีเมตตาแบบที่นับดาวรู้ดีว่านั่น...คือของปลอมทั้งนั้น
นับดาวเลือกจะนั่งเงียบๆ อยู่ข้างคนที่กุมมือเธอเอาไว้แน่น พร้อมกับทอดสายตามองไปยังลูกแฝดของตน ที่พ่อและแม่บังเกิดเกล้ากำลังอุ้มชูด้วยท่าทีราวกับรักใคร่
ย้อนเวลากลับไปเมื่อสองปีก่อน
'ท้อง! แกเนี่ยนะท้อง แกท้องได้ยังไง!'
'นั่นสิ แล้วนี่ไปมั่วกับใครมาล่ะ ถึงได้พลาดท่ามีมารหัวขนแบบนี้'
'แล้วนี่แกจะเอายังไง จะเก็บมันไว้ประจานความร่านของแกงั้นเหรอ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น'
'เอามันออกเถอะ เก็บไว้ก็เป็นขี้ปากชาวบ้านเขา'
'ไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง เรียนก็ไม่เก่งเท่าน้อง ยังสร้างแต่ปัญหาอีก ไม่รู้จะเกิดมาทำไมก็ไม่รู้'
ประโยคต่างๆ ที่มันกัดกินใจของนับดาวมาตลอดเวลาหลายปียังคงก้องอยู่ในหูเหมือนวันนั้นไม่มีผิด วันที่เขาร่ำไห้บอกผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนว่าตัวเองกำลังจะมีลูก ลูกที่มาในเวลาที่ไม่เหมาะสมเอาเสียเลย
เพียงคิดถึงตรงนี้น้ำตาเจ้ากรรมมันก็เริ่มปริ่มออกมาจนจวนจะหยดอยู่รอมร่ออีกครั้ง
"ไหวไหม ผมว่าเราพาลูกกลับกันเลยดีกว่าเนอะ"
ธันวาที่สังเกตเห็นความผิดปกติของนับดาวดีเอ่ยขึ้นพอให้ได้ยินกันแค่สองคน อุ้งมืออบอุ่นที่อยู่เคียงข้างมาตลอดกอบกุมมือที่สั่นเล็กน้อยเอาไว้พร้อมกับรอยยิ้มใจดี
“อืม ไม่เป็นไร นานๆ มาที อยู่นานหน่อยก็ได้”
ความห่วงใยจากธันวานั้นพอจะทำให้นับดาวยิ้มออกมาได้บ้าง
ชายหนุ่มที่อยู่ในสถานะสามีและพ่อของลูกทั้งสองของเขา นับดาวไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ ว่าถ้าหากธันวาเลือกจะทอดทิ้งเธอให้เคว้งคว้างอยู่คนเดียวกลางมรสุมชีวิตในวันนั้น วันนี้ตนจะได้มายืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า
หรืออาจจะตัดสินใจพาตัวเองก้าวสู่เส้นทางแห่งความตายไปพร้อมกับลูกชายทั้งสองเสียแล้วก็ได้