บทนำ
บทนำ
"เอ้า! เร็วกันหน่อย ทำไมถึงได้อืดอาดชักช้ากันนักครับ นี่ทานผักบุ้งกันแทนข้าวรึไง! หรือว่าอยากเจอบทลงโทษประเดิมก่อนทำกิจกรรมครับ"
เสียงตะเบ็งจากรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งที่หน้าตาค่อนไปทางดุดัน ดึงให้รุ่นน้องปีหนึ่งที่ไม่ได้เดินช้าอะไรมากมายดั่งเขาพูดนัก เร่งฝีเท้าตรงไปรวมตัวกันยังลานกว้างของมหาลัยชื่อดัง ตามคำสั่งของรุ่นพี่ที่ตอนนี้ยืนรอกันแล้วจำนวนหนึ่ง
"บ้าพลังกันจังวะ"
หญิงสาวใบหน้าออกไปทางหวานอมเปรี้ยวคนหนึ่งบ่นพึมพำออกมาเบาๆ พอให้ตัวเองได้ยินแต่ก็ยอมเดินตามกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งแต่โดยดี แม้ว่าความกระดากอายจะมีในใจอยู่ไม่น้อยเพราะต้องมาทำอะไรแบบนี้ร่วมกับกลุ่ม 'รุ่นน้อง' ก็ตาม
'เอาน่านับ แกหน้าเด็กอยู่หรอก เนียนๆ ไปเถอะ'
สาวเจ้าร้องปลุกปลอบตัวเองพลางพยายามปรับตัวให้กลมกลืน เพราะอย่างไรเสีย หากไม่ใช่คนที่สนิทหรือรู้จักกันมาก่อน ก็คงไม่มีคนล่วงรู้ความลับเรื่องอายุของเธอได้หรอก
กิจกรรมรับน้องตามธรรมเนียมที่ส่งต่อกันมาทุกปีถูกจัดขึ้นเมื่อทุกอย่างพร้อมเพรียงตามที่วางแพลนเอาไว้ เสียงกลองและแทมโบเรียดังขึ้นโดยจังหวะการบังคับของพวกรุ่นพี่ปีสาม เสียงกรี๊ดกร๊าดและหัวเราะดังขึ้นมาเป็นระยะขับให้บรรยากาศดูสนุกสนานนัก หากแต่ไม่ใช่สำหรับ ‘นับดาว’ เมื่อกิจกรรมตรงหน้าตอนนี้เหมือนจะกินเวลาของเธอไปพอสมควร มันนานพอที่จะทำให้เธอกระวนกระวายได้เลยทีเดียว เพราะเธอมีเรื่องสำคัญกว่าการรับน้องโง่ๆ นี่รออยู่
"น้องตรงนั้นน่ะ เหม่ออะไรครับ สงสัยอยากออกมาเต้นโชว์หน้าแถว ถ้างั้นออกมาเลยครับ"
เสียงออกคำสั่งผสานกับเสียงเฮลั่นสนุกสนาน ดังขึ้นดึงสติคนที่เหม่อลอยเมื่อครู่ออกจากภวังค์ทันที สายตาหลายสิบคู่ที่จ้องมายังเธอเป็นตาเดียว ทำให้นับดาวเริ่มรู้ว่าตัวเองจะเจออะไร ใบหน้าหวานชวนมองหันซ้ายหันขวา ก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วก้าวเดินไปยังรุ่นพี่ที่ออกคำสั่งอย่างเสียไม่ได้แต่ก้าวยังไม่ถึงหน้าแถวก็ได้ยินอีกเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ผมอยากออกไปด้วย ได้ไหมครับพี่สุดหล่อ" น้ำเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมใบหน้าคมคายที่กำลังยิ้มแฉ่ง
"ธัน! ทำอะไรน่ะ อยากเด่นหรือไง" นับดาวที่ชะงักเท้าลงเอ่ยถามลอดไรฟันเสียงเบาแผ่วพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ในขณะที่คนถูกถามกลับยกยิ้มขึ้นมาแล้วกระซิบตอบเช่นกัน
"ก็ผมไม่อยากให้พี่...ไม่สิ เราไม่อยากให้นับอายที่ต้องออกไปคนเดียวนี่ เลยอาสาออกไปด้วย เป็นไงเราเป็นแฟนที่ดีใช่ไหม"
ชายหนุ่มยิ้มหวานจนตาแทบปิดขับให้คนรอบข้างร้องแซวออกมาเป็นระยะ ก่อนที่สุดท้ายทั้งคู่จะถูกเรียกออกไปหน้าแถวแล้วโยกย้ายไปกับบทเพลงในตำนาน ที่ทุกการรับน้องหรือเชียร์กีฬาต้องมี
"เจ้าเด็กนั่นดูท่าจะคลั่งรักแฟนน่าดูนะ ใครจะบ้าอยากออกมายืนเต้นท่าประหลาดแบบนั้นกันวะ"
เจ้าของเสียงชื่อวิน เขาเอ่ยขึ้นเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า แถมข้างๆ กันก็มีกลุ่มเพื่อนอยู่กันอีกหลายคน แต่ทุกสายตาก็จับจ้องไปที่กิจกรรมการเต้นที่ว่าเป็นตาเดียว
"นั่นดิ แล้วสายตานั่นอีก มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าเป็นพวกคลั่งรัก เหอะ"
เสียงหยันตามประสาคนปากไวจากเพื่อนในกลุ่มที่ชื่อว่าซัน เขามีใบหน้าที่เหมือนกับวินราวกับฝาแฝด
ไม่สิ พวกเขาเป็นฝาแฝดกันนั่นแหละ ต่างกันแค่มีคนหนึ่งที่ใส่แว่น
"แต่จะว่าไป...ผู้หญิงคนนั้น ดูหน้าคุ้นๆ อยู่นะ เหมือนเคยเจอมาก่อนเลย" เจ้าของเสียงชื่อว่าเชน เขาเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อน
"ก็คงเป็นหนึ่งในเหยื่อเกมเดิมพันแสนสนุกของพวกคุณละมั้งคะ" และนี่คือเสียงของหญิงสาวข้างกายของเชน ซึ่งมีสถานะเป็นแฟนของเขานั่นเอง
"โธ่ น้ำแข็ง เรื่องมันก็ผ่านไปตั้งหลายปีแล้วยังไม่ลืมอีกเหรอครับ" แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้เอ่ยตอบ ก็มีอีกเสียงของซันดังขัดขึ้นก่อน
"แล้ววันนี้ไอ้สิบทิศมันก็ไม่มาอีกเหรอ สงสัยจะยุ่งจริง" ราวกับมีพรายกระซิบ ทันทีที่ซันเอ่ยจบคนในบทสนทนาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพอดี ใบหน้าลูกหล่อเหลาชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดโตบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวนั้นรีบร้อนขนาดไหน
"น้ำหน่อยไหมคะ คุณสิบทิศ"
น้ำแข็งเอ่ยเสียงสุภาพอ่อนโยนพลางส่งน้ำดื่มขวดเย็นจัดจนขึ้นไปไปให้อีกฝ่าย พร้อมคลี่ยิ้มสดใสส่งไป แม้ที่เธอทำไปเพราะไม่ได้คิดอื่นไกลนอกจากเห็นว่าเป็นเพื่อนของแฟน หากแต่การกระทำนั้นก็ขับให้เจ้าของตัวและหัวใจอย่างเชนต้องรีบเอาตัวมาบังไว้อย่างเนียนๆ
"หวงแม้กระทั่งเพื่อน อาการหนักนะมึงอะ" สิบทิศว่าพลางกลอกน้ำดื่มเข้าปากอย่างกระหาย
"ช่วงนี้มึงยุ่งเหรอวะ งานยังไม่ลงตัวรึไง เห็นโดดเรียนประจำ" วินเป็นผู้เอ่ยถามขึ้นอีกในขณะที่คู่สนทนาก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่บ่งบอกความรู้สึกได้ดี ว่าสุดเซ็งขนาดไหน
"เออดิ กูนึกว่าจะไฟแรงบ้าพลังแค่ช่วงแรกๆ ที่ไหนได้ยิ่งใกล้จะจบยิ่งเข็นกูหนักกว่าเก่าอีก นี่กูต้องงัดแม่น้ำแยงซีมาหว่านล้อมเลยนะเนี่ย เจ้าหน้าเหมือนสองคนนั้นถึงได้ยอมปล่อยมา"
พูดถึงพี่ชายฝาแฝดของตนแล้วก็ขยาด
"เออน่า วิถีลูกคนรวยที่มีภาระอันยิ่งใหญ่ให้ทำ เดี๋ยวมึงก็ชิน" เชนว่าพลางหันไปสวีตหวานกับแฟนต่อทันทีราวกับไม่มีคนอยู่ตรงนั้น
'เออ หวานกันเข้าไปไม่ต้องเกรงใจกูหรอก ชิ ให้มันมีแต่กูนี่แหละที่ไม่มีใครเอา'
หนุ่มตัวใหญ่ที่สุดเผลอนึกถึงเรื่องราวในอดีตก่อนจะสะบัดหัวตัวเองไปมาเพื่อเรียกสติ เมื่อจิตใต้สำนึกมันดันหวนนึกถึงใครบางคน เขาถอนหายใจทิ้งแล้วขยับขาเดินไปข้างหน้าอย่างต้องการหนีจากตรงนี้
"แล้วนั่นมึงจะไปไหน"
"ไปทำหน้าที่รุ่นพี่ครับคุณเชน ไม่ใช่มานั่งหม้อเมียเหมือนมึง" คนมาใหม่เอ่ยตอบแล้วเดินไปสมทบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันด้านหน้าทันที เพื่อหาอะไรทำลบความฟุ้งซ่านที่กำลังเกิดขึ้นในใจ
เสียงเพลงสนุกสนานของเพลงยอดฮิตก่อนหน้าจบลงพอดี พร้อมกับเสียงปรบมือของเพื่อร่วมรุ่นที่ดังขึ้นมามอบให้คนโดนลงโทษและคนตั้งใจโดนลงโทษก่อนหน้านี้
นับดาวกับธันวาหันมาส่งยิ้มให้รุ่นพี่ที่เข้ามาแต้มสีบนใบหน้าตามมารยาท ก่อนจะผละออกมาเข้านั่งประจำที่ของตัวเอง
ซึ่งในตอนนั้นเองก็สวนทางกับคนเรือนผมสีน้ำตาลที่กำลังก้าวตรงเข้ามาพอดี
“อึก...”
รุ่นน้องที่เดินผ่านไปแค่เพียงช่วงตัวนั้น ดึงให้หัวใจของสิบทิศเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ แค่เพียงเสี้ยวหน้าเขาก็จดจำได้อย่างดีว่ารุ่นน้องคนนี้คือคนเดียวกันกับคนคนนั้น คนที่ยังติดตรึงอยู่ในใจของเขามาตลอด
ขาของสิบทิศเผลอขยับตามคำสั่งของสมอง เพื่อตามติดหญิงสาวคนนั้นไป ทว่าก็ต้องชะงักลงราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหมุดนับล้าน เมื่อเห็นคนที่เพิ่งเดินผ่านไปเอี้ยวหน้ากลับมาหาเขาอยู่แว๊บหนึ่งด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชา ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ
ความเจ็บปวดจากอดีตคนที่ครั้งหนึ่งเคยมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน แม้ว่าพวกเขาจะจูงมือกันไม่ถึงปลายทางก็ตาม
'เหอะ ทำเป็นเมินกันเชียว ช่างเถอะ! ก็แค่ของเก่า'
สิบทิศคิดในใจพลางขยับถอยหลังด้วยความรู้สึกที่คิดว่าฝ่ายนั้นคงไม่อยากแม้กระทั่งมองหน้าเขา และเขาเองก็ใช่ว่าจะอยากนึกถึงเรื่องเก่าๆ อะไรเท่าไหร่นัก
"เชี่ยเอ้ย แม่ง"
และด้วยความไม่ระวังก็เผลอเดินชนเข้ากับถาดแป้งกับสีต่างๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับกิจกรรมและสิ่งนั้นก็เทกระจาดราดรดบนกางเกงผ้าเนื้อดีของเขาท่ามกลางความตึกตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิท
"อึก..."
ก้อนสะอึกถูกสิบทิศกลืนลงคออีกครั้งอย่างยากลำบาก สายตาคู่คมยังจับจ้องไปยังคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขาอยู่ และใช่ฝ่ายนั้นเลือกจะเมินใส่เขาเหมือนเคย 'เหอะ เมินมาก็เมินกลับดิวะ' คิดในใจ ก่อนจะปรับสีหน้าและรีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่องแก้เขิน
"อ้าว นิ่งกันเลย ไม่มีใครขำมุกของพี่เลยเหรอครับเนี่ย"
นั่นจึงทำให้เสียงหัวเราะของกลุ่มนักศึกษาดังขึ้นอีกครั้ง ด้วยเชื่อว่าทุกอย่างเป็นสิ่งที่สิบทิศแสดงออกมาจริงๆ ชายหนุ่มร่วมกิจกรรมด้วยท่าทีราวกับปกติ ก่อนจะหาโอกาสปลีกตัวกลับมาหากลุ่มเพื่อน
โดยที่เขาและคนอื่นคงไม่ได้สังเกตเลยว่า คนที่ทำเมินเหมือนกับไม่สนใจในตัวสิบทิศก่อนหน้านี้นั้นจะค่อยๆ แอบใช้ปลายนิ้วมือสั่นๆ ปาดหยดน้ำตาของตัวเองทิ้ง
"ไอ้สิบทิศ เกิดอะไรขึ้น มึงไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ"
วินเป็นตัวแทนของกลุ่มเพื่อนที่อยู่ในความรู้สึกเดียวกันเอ่ยถามขึ้น
"เปล่านี่"
"เปล่า แต่ทำหน้าเหมือนกับจะตายเนี่ยนะ" ซันเอ่ยขึ้นบ้างด้วยความอยากรู้ที่มันยิ่งมากขึ้นไปอีก
"พวกมึงเห็นผู้หญิงคนนั้นไหม คนที่เดินสวนกับกูเมื่อกี้"
"เห็น ก็ก็คิดอยู่ว่าหน้าคุ้นๆ แล้วไง? เธอเป็นใคร?" เชนว่าขึ้นบ้าง
"เธอชื่อนับดาว คนที่พวกมึงให้กูไปจีบเล่นๆ เพื่อชนะเดิมพันตอนจบ มอ.ปลายไง"
ทั้งกลุ่มพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจเรื่องราวอะไรได้ขึ้นมาทันที แม้สิบทิศจะไม่ได้เอ่ยออกมาจนหมดก็ตาม มือแกร่งของเชนคนที่อยู่ใกล้สุดตบแผ่วเบาไปยังบ่าแกร่งของคนเพื่อน ในขณะที่ซันยังคงสงสัยไม่เลิก
"เดี๋ยวนะ ถ้านั่นคือคนที่มึงว่าจริงแล้วทำไมเธอเพิ่งจะเข้าปีหนึ่งล่ะ ทั้งที่ก็อายุเท่าพวกเราไม่ใช่รึไง"
ทั้งกลุ่มตกอยู่ในความเงียบเพราะไม่มีใครตอบอะไรออกมาได้ โดยไม่รู้เลยว่าสองปีที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ชื่อนับดาวกันแน่
***