ไม่นานนักเบิ้มก็เข้ามาในงานเพราะเขามาเป็นหัวหน้าทีมการ์ดดูแลเครื่องเพชรที่จะจัดแสดงในคืนนี้ และแน่นอน นางแบบกิตติมศักดิ์ในคืนนี้มี นางแบบที่มาแรงอยู่แล้ว นาราทิพย์ หรือ นารา สาวสวยวัย 22 ปี ที่เบิ้มเคยเจอมาแล้วนั่นเอง
นารานั้นดีใจที่จะได้เจออีกรอบหลังจากที่เขาช่วยเธอวันนั้น แม้จะไปรอเจอแค่ไหนเขาก็หลบเธอตลอด แต่วันนี้เธอจะบังคับให้เขามาดูแลเธอให้ได้เลย เพราะคนที่เดินฟินาเล่คือเธอซึ่งเครื่องเพชรนั้นมูลค่าหลายร้อยล้านเลยทีเดียว
"คุณป้าจินดาขา น้องนาราขอเลือกบอดี้การ์ดเองได้มั้ยคะ"
"ได้สิลูกเอาคนไหนล่ะจ๊ะ"
"ขอเป็นหัวหน้าทีมการ์ดเลยแล้วกันนะคะคุณป้าขา"
บิ๊กและกรีนนั้นมองหน้ากันแล้วอมยิ้ม เอาล่ะสิเบิ้มจะรอดมั้ยน๊าาาาาา นารานั้นยิ้มสวยอ่อนหวานแต่แววตาซุกซนใช่เล่น เธอจะต้องให้อิตาเบิ้มคนนี้มาอยู่ข้างๆ เธอให้ได้จนจบงานเลยคอยดูสิ
นาราเดินไปรอขึ้นเวทีที่ด้านหลัง จากคำขอร้องของเธอทำให้เบิ้มขัดเจ้าของงานไม่ได้เพราะนั่นคือแม่ยายของพี่ชายนั่นเอง เขาจำใจเดินตามเจ้าของร่างระหงส์ไปที่หลังเวที ยังไงเขาก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบเครื่องเพชรชุดฟินาเล่อยู่แล้ว เขาจึงตัดความปวดหัวทั้งหมดแล้ว มีสมาธิอยู่กับงาน ทีมการ์ดทั้งหมดคือ บริษัทของเขากับอาชิระที่ร่วมทุนกัน คัดชายหนุ่มและหญิงสาวที่จะมาร่วมทีมบอดี้การ์ดอันแข็งแกร่งนี้ รับงานต่างๆ ที่ค่อนข้างจะต้องการความปลอดภัยระดับสูง
เบิ้มนั้นทำงานยุ่งพอๆ กับพี่ชาย เขาเป็นทั้ง อาจารย์พิเศษ ครูฝึกศิลปะป้องกันตัว และรองประธานบริษัทรักษาความปลอดภัย รวมถึงผุ้ถือหุ้นต่างๆ ของยามากูชิกรุ๊ปอีก น้อยคนที่จะไม่รู้ว่าเขามีงานมากมายล้นมือแค่ไหน จนพี่ชายเขาต้องให้เลขาของตัวเองสแตนบายเผื่อน้องชายต้องการใช้งานอีก เท่ากับเบิ้มมีเลขารองรับถึง 4คน เลยทีเดียว
“คุณหนูนารา อีกห้านาทีเตรียมขึ้นได้เลยครับ”
เสียงทุ้มนุ่มเรียกคนสวยที่นั่งเล่นมือถืออยู่ ก่อนที่คนตากลมหวานนั้นจะยิ้มให้เขาแล้ว ยื่นมือถือให้เขาเก็บ เขานิ่วหน้าเล็กน้อยก่อนจะรับมาแล้วใส่ลงไปในกระเป๋าสูทด้านใน เขายื่นแขนให้นารานั้นจับเดินไปต่อแถวรอขึ้นเวที
“ขอบคุณนะคะที่ไม่ขัดใจหนูแล้วมาเป็นบอดี้การ์ดให้”
เบิ้มนั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนนั้นยัยคนนี้ถึงได้หัวเสียตอนที่ล้มลงบนพื้นถนน หากหล่อนมีแผลคงรับงานถ่ายแบบนุ่งน้อยห่มน้อยไม่ได้ด้วยนั่นเอง
"ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะยังไงงานนี้ผมก็ต้องรับผิดชอบให้เต็มที่"
"งั้นก็...ตั้งใจทำให้ดีนะคะ"
สายตาหวานยิ้มอย่างมีเลศนัย จนคนตัวโตคิ้วขมวดปมในทันที ลางสังหรณ์เขาไม่พลาด ยัยนี้จะหาเรื่องให้เขาปวดประสาทแน่นอน
อีกสองชั่วโมงไม่เกินนี้ทุกอย่างก็จะจบลง เขารอเวลานี้ไม่นานหรอก
เมื่อถึงเวลาเดินขึ้นเวที เบิ้มส่งนาราขึ้นไปแล้วด้วยความระมัดระวัง เขาเดินอ้อมออกมาด้านข้างเวที มองคนที่กำลังเดินนวยนาดโชว์เครื่องเพชรอยู่ไม่วางตา เขาไม่ได้มองนางแบบแต่เขาจับตาว่าเครื่องเพชรยังอยู่ครบรึเปล่าเท่านั้น ความปลอดภัยของเครื่องเพชรต้องมาก่อน...
สองนาทีที่นาราอยู่บนเวทีเพื่อให้เหล่าเศรษฐีได้ยลโฉมและตัดสินใจประมูลเครื่องเพชรนี้เพื่องานการกุศล เอาจริงๆ เบิ้มเกลียดงานพวกนี้ มันทำให้เขาเสียเวลา ดีที่วันนี้เขามาในฐานะทีมบอดี้การ์ด ถ้ามาในฐานะแขกเขาคงเบื่อ เบิ้มไม่เหมือนพี่ชายทั้งสอง ที่ตามติดเมียออกงานทุกครั้ง ไม่งั้นบรรดาซ้อของเขาก็จะแผลงฤทธิ์ในทันที ชนิดที่ว่าเฮียทั้งสองของเขานั้นกุมขมับเลยล่ะ เขาไม่อยากบ้าแบบนั้น....
เมื่อนาราเดินกลับเข้ามาเบิ้มก็เดินกลับมารอรับเธอที่บันไดทางลงเวที แค่เธอก้าวขามายังไม่ทันจะวางเท้าสนิทไฟในฮอลล์ก็ดับลง เกิดความโกลาหลขึ้นทันที เบิ้มนั้นคว้าตัวนารามากอดไว้แน่น คนในอกตัวสั่น ใช่ว่าเธอกลัวว่าจะโดนขโมยเครื่องเพชรไป แต่กลัวว่าจะตกเวทีแล้วเจ็บตัวมากกว่าทั้งตกใจที่เบิ้มดึงเธอไปกอดไว้ในทันที ไม่นานนัก ไฟฟ้าในฮอลล์ก็ติดขึ้นและเหล่านางแบบต่างเช็คเครื่องเพชรว่าอยู่ครบทุกชิ้นรึเปล่า แม้แต่นาราเองเบิ้มยังจับหมุนตัวดูว่าของอยู่ครบรึเปล่า
คุณหญิงจินดาเดินเข้ามาหาเหล่านางแบบในทันที
"ทุกคนเป็นอะไรกันรึเปล่า ไม่เจ็บตรงไหนใช่มั้ยจ๊ะ นาราเป็นไงบ้างลูก"
"นาราปลอดภัยค่ะคุณป้า เครื่องเพชรของคุณป้าก็ปลอดภัยค่ะ บอดี้การ์ดทำงานดีมากเลยค่ะ"
นาราไม่พูดเปล่าแต่ขยับตัวไปกอดแขนของเบิ้มในทันทีอย่างสนิทสนม เบิ้มนั้นยิ้มให้คุณหญิงแต่มือนั้นพยายามแกะมือน้อยๆ ออกจากแขนเมื่อแกะไม่ออกเขาจึงก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูทันที
"ปล่อยแขนผมเดี๋ยวนี้ครับ ผมกลัวปืนจะลั่นใส่คุณ"
เขาพูดจริง เพราะปืนนั้นพร้อมยิงและยังอยู่ข้างเดียวกับที่เธออยู่
กรีนกับสามีเดินเข้ามาด้านหลังตามแม่ของเธอ บิ๊กมองน้องชายขำๆ ที่โดนสาวสวยอย่างนาราแสดงความสนใจออกนอกหน้าแถมเกาะแกะเขาไม่ยอมหยุด
นาราหน้าเจื่อนนิดหน่อยที่รู้ว่าปืนอยู่ข้างๆ เธอนี่เอง นางแบบทยอยถอดเครื่องเพชรลงในกล่องเซฟ เบิ้มเดินไปหานาราพร้อมยื่นโทรศัพท์คืนแก่เธอด้วยแล้วหันหลังให้ในทันที
"เดี๋ยวสิคะอาจารย์ จะรีบไปไหนเนี่ย"
"มีธุระอะไรเหรอครับคุณหนู"
“อาจารย์ทำงานกี่อย่างคะเนี่ย เป็นมาเฟีย เป็นอาจารย์ เป็นครูสอนศิลปะการต่อสู้ หรือนักลงทุนกันแน่"
"ผมเป็นทุกอย่างที่คุณพูดมา แต่มีอย่างนึงที่ผมจะไม่เป็น คือ ผู้ชายที่มีแฟนเป็นลูกคุณหนู"
"เหอะ หนูก็แค่ถามมั้ย ไม่ได้อยากได้คุณเป็นแฟนซะหน่อย"
อีตาคนนี้นี่ยังไงจิกกัดเธอไม่ยอมปล่อยทุกที นาราเดินหนีเข้าห้องเปลี่ยนชุดในทันที เธอนั้นไม่อยู่รอจนจบหรอก เธอต้องไปเจอเพื่อนๆ ที่ผับเพราะนัดกันไว้แล้ว เธอออกมาในชุดเดรสคล้องคอสีดำที่อวดทรวดทรงองค์เอวที่แสนเพอร์เฟคนี้
เธอเดินไปลาคุณหญิงจินดาและกรีนกับมายมิ้นท์ด้วย
"พี่หมอกรีน พี่มายมิ้นท์คะ น้องนาราไปก่อนนะคะ มีนัดกับเพื่อนค่ะ"
"แล้วนี่น้องนาราไปยังไงครับ"
"นาราเอารถมาค่ะเฮียบอส ยังไงนาราขอตัวก่อนนะคะเดี๋ยวเพื่อนรอนาน"
"แล้วนี่ไปผับไหนครับ"
"ผับของพวกเฮียนั่นแหละค่ะ เพราะปลอดภัยสุดแล้ว น้องนาราไปจริงละน๊าาาบ๊ายบายคร่าาา"
คนสวยเดินออกไป ส้นสูงห้านิ้วที่เธอสวมนั้นไม่ได้ทำให้การเดินของเธอสะดุดลงเลยแม้แต่นิดเดียว
เบิ้มมองนาราเดินออกไปอย่างไม่วางตาก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นและเดินกลับเข้าในงาน แต่ไม่มีทางจะพ้นสายตาของพี่ชายทั้งสองไปได้
บิ๊กหันไปมองบอสก่อนจะยิ้มมุมปากและขอตัวจากภรรยาเพื่อไปคุยธุระกันสองคน
"แกเห็นสายตาไอ้เบิ้มมั้ย"
“เห็นดิเฮีย มันโคตรจะเอือมเลย"
"มันจะไม่สนใจใครเลยหรอวะ งานนี้กูเชียร์นารา"
"ผมก็ว่าไม่น่ารอดจากนาราไปได้เหมือนกัน"
"แกดูจากอะไรว่ะบิ๊ก"
"ก็มันโน๊ตใส่กระดาษให้เอายื่นให้เมียผมตอนที่เธอหกล้ม และยังโทรไปยํ้าอีกรอบ ถ้ามันไม่สนใจเลยมันจะทำเหรอพี่"
"งั้นคืนนี้เรามาลองอะไรสนุกๆ ดูมั้ย เฮียว่าน่าจะได้เห็นอะไรสนุกๆ แน่"
สองพี่น้องวางแผนทันที โดยไลน์บอกให้น้องชายคนเล็กไปเฝ้าผับให้ที เขาจะหยุดงานไปทำโทษเมียที่ดื้อดึงในวันนี้
เบิ้มนั้นแค่เห็นข้อความของพี่ชายเขาก็ส่ายหัวแล้ว นี่แหละเขาถึงไม่อยากมีแฟน เพราะเขาไม่อยากเป็นบ้าแบบพี่ชายทั้งสาม ติดเมียจนไม่อยากจะมองใคร ส่วนเขานั้นอยากนอนกับใครแค่เดินเข้าหาเขาก็ได้ไม่เคยพลาดสักคน อยู่แบบนี้ดีแล้ว จึงตอบตกลงจะไปทำงานแทนให้ในคืนนี้
"จ่ายค่าแรงผมด้วยนะเฮียอ่ะ ค่าตัวผมแสนนึงสำหรับคืนนี้"
บอสกับบิ๊กได้แต่ขำในความงกของน้องชาย ทั้งที่ผับนี้มันก็มีหุ้นอยู่ห้าเปอร์เซ็นต์เท่ากันแท้ๆ
"เออเฮียบอสจ่ายให้ก็ได้ครับน้องเบิ้มของเฮีย แหมไอ้น้องคนนี้นี่"
ตริ๊ง ข้อความแจ้งเงินเข้าบัญชีดังขึ้นมา เบิ้มยิ้มอ่อนก่อนจะเดินไปสั่งงานรองหัวหน้าทีมและออกไปในทันที