คำบอกเล่าจากปากของพสุธาทำให้อีกสามหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นน้องเงียบฟังอย่างตั้งใจ โดยเฉพาะขุนเขา พี่ชายคนรองของบ้านวิสุทธ์ธารา ที่ดูจะเงียบขรึมลงถนัดตาทันทีที่ได้ยินว่าหญิงสาวอีกคนที่พี่ชายพบเจอนั้นคือใคร
สีหน้าของพสุธาเต็มไปด้วยความเครียดขึง ไม่คิดว่าการพาคุณป้าไปหาหมอในวันนี้จะทำให้เขาได้พบเจอเธอคนนั้นโดยบังเอิญอีกครั้ง ทั้งที่ผ่านมาพยายามตามหาและสืบเสาะว่าเธอไปทำอะไรอยู่ที่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยได้ข้อมูลที่ต้องการแม้เพียงนิดเดียว แล้วนี่อะไร...โชคชะตาเล่นพิเรนทร์อะไรถึงเหวี่ยงให้เธอมาเจอเขาในวันนี้ วันที่เขามีบางสิ่งต้องทำและไม่สามารถตามติดเธอไปได้ทั้งที่อยากทำแทบขาดใจ
“ถ้าวันนี้ผมพาแม่ไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง พี่พัสก็คงตามคุณพิมไปได้”
ขุนเขาเอ่ยบอกเบาๆ หากวันนี้ไม่ติดประชุมด่วนพร้อมกับภูผาและปฐพี คนที่จะได้เจอกับชมพู่และอดีตเลขาของพี่ชายก็คงจะเป็นเขา...จะเป็นเขาที่ได้เห็นหน้ายายเด็กตัวเล็กทั้งสองคนนั้นด้วยตาตัวเอง
จะใช่อย่างที่คิดหรือไม่...ได้แต่เฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจเรื่อยมา คำพูดสุดท้ายที่ชมพูสิรินพูดกรอกหูในวันนั้นก่อนที่เธอจะเก็บของออกไปจากบ้านวิสุทธ์ธารายังเด่นชัดในห้วงของความทรงจำ และเขาไม่เคยลืมว่าเขาพูดกับเธอไปว่าอย่างไร เรื่องราวทุกอย่างถึงออกมาเป็นแบบนี้
“แต่พี่กลับมองว่าเป็นโชคดี ที่พี่เป็นคนเจอพิมด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ได้เห็นว่าเขายังสุขสบาย รวมไปถึงยายตัวเล็กที่วิ่งมาเกาะแขนพี่”
“พี่พัสกำลังสงสัยว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของพี่พัสกับคุณพิมใช่ไหม?”
ปฐพีเอ่ยถามพี่ชายแท้ๆ อย่างตรงไปตรงมา พวกเขาทั้งสี่คนสนิทสนมกลมเกลียวกันเป็นอย่างมาก เรื่องที่คิดจะปิดเป็นความลับจึงมีน้อยเต็มที และเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งของผู้บริหารคนใหม่กับเลขาสาวที่บิดาของพสุธาหามาให้นั้นก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น หลายปีที่แล้วพี่ชายเคยควงคู่กับสาวหน้าหวานอย่างพิมพ์ธาราอยู่นานสองนาน ก่อนที่สาวเจ้าจะลาออกและหายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอยในเช้าวันหนึ่งที่ทั้งคู่มีปากเสียงกันก่อนประชุม
ในวันนั้นทั้งน้องชายแท้ๆ อย่างปฐพี ลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกันอย่างขุนเขาและภูผาต่างก็เห็นหยาดน้ำตาของคุณเลขาที่รักและเทิดทูนพี่ชายของพวกเขาอย่างสุดหัวใจ หากแต่ทำสิ่งใดไม่ได้เมื่อพี่ชายสั่งห้ามไว้แล้วว่าอย่าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเขาโดยเด็ดขาด
“วันนั้นพิมบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่” คนพูดนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในวันนั้น ขณะที่ตนเองมีอายุสามสิบเจ็ดปี ช่วงเวลาที่ไฟในการทำงานกำลังลุกโชนจนแผดเผาหัวใจใครอีกคนให้แหลกสลายลงจนแทบไม่เหลือความสดใสให้เห็น เขาในวันนั้นเอาแต่มุมานะทำงานโดยปราศจากการใส่ใจใคร และแน่นอนว่าแม้แต่คนชิดใกล้อย่างพิมพ์ธารา เขาเองก็ไม่เคยใส่ใจมากไปกว่าความต้องการระหว่างกันในยามค่ำคืน
พิมพ์ธารารักเขาหมดทั้งหัวใจของเธอ เป็นความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้ตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน เธอไม่เคยเรียกร้องสถานะใดให้เขาต้องปวดหัว สิ่งที่มักจะพูดให้ฟังอยู่บ่อยครั้งยามที่ตระกองกอดกันหลังเสร็จกิจกรรมรักมีเพียงคำเดียวที่ได้ยินเสมอมา นั่นคือ ‘พิมอยากให้คุณพัสมีความสุข อยากให้ดูแลตัวเองมากกว่านี้’ คำพูดธรรมดาที่ไม่เคยสนใจฟัง เพราะคำว่าดูแลที่เธอพูดถึงนั้น เขาเพิ่งทราบว่ามันแย่แค่ไหนในวันที่ชีวิตไม่มีเธออยู่เคียงข้าง
วันที่ห้องกว้างว่างเปล่าปราศจากเงาของเธอ ไม่มีอาหารมื้อค่ำเตรียมรอไว้บนโต๊ะอาหาร ไม่มีใครหยิบเสื้อผ้าเตรียมเอาไว้ให้อย่างรู้ใจ ไม่มีอะไรต่อมิอะไรมากมายที่เคยประทับใจรออยู่อีกเลยนับตั้งแต่เธอเลือกจากไป เขาจึงไม่อาจทนอยู่ที่คอนโดได้ เพราะไม่ต้องการให้เวลาก่อนนอนนั้นเต็มไปด้วยความคิดถึง ความรู้สึกที่ยากจะควลคุม ซ้ำยังไม่เคยควบคุมได้จนถึงวันนี้
“วันนั้นพิมกำลังจะเอ่ยปากพูด...”
“แล้วพี่พัสได้ฟังคุณพิมไหมครับ?” ภูผาเดินไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่ พอจะเดาเหตุการณ์ได้ไม่ยาก หากแต่เขาเลือกที่จะถามเพื่อหยั่งเชิงว่าพี่ชายจะกล้าปริปากเล่าทุกอย่างหรือไม่
“ไม่...ประชุมสำคัญกำลังจะเริ่มในอีกสิบนาทีข้างหน้า พิมเป็นเลขา ต้องรู้สิว่าตัวเองควรจะทำอะไร พี่ก็เลยบอกเธอไปสั้นๆ ว่าพี่ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น”
“ทำไมพี่พัสไม่คิดบ้างว่าเรื่องนั้นอาจจะเป็นเรื่องสำคัญมาก จนคุณพิมเธอรอให้จบประชุมไม่ได้” ปฐพีเดินไปนั่งข้างน้องชาย หันหน้ามาพยักพเยิดใส่กันชั่วครู่
“ก็...”
“ก็ในวันนั้นพี่คิดว่างานสำคัญที่สุด พี่ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรรอบตัวก็ได้ใช่ไหมครับ” ขุนเขาเอ่ยต่อท้าย ยกน้ำสีอำพันขึ้นจิบก่อนจะเงยหน้าสบตากับพี่ชายอีกครั้ง “แม้แต่คุณพิม พี่พัสก็ไม่เคยคิดจะสนใจเธอมากไปกว่าเลขาคนหนึ่ง เพราะคิดเองเออเองว่าเธอคงไม่ทิ้งพี่ไปไหน ก็เธอเล่นรักพี่ชายของผมถวายหัวเสียขนาดนั้น”
“คงงั้นมั้ง” ไม่มีสิ่งใดที่พสุธาจะเถียงได้ น้องชายรู้ทันราวกับมานั่งอยู่กลางใจ จึงทำได้แค่พยักหน้ารับเบาๆ เพราะยอมจำนนต่อทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้อย่างไม่มีข้อกังขาใดอีก
“ก่อนหน้านั้นพี่อยู่กับคุณพิมมาตั้งสามปี พี่ไม่รู้จักนิสัยเธอหรือครับว่าเป็นคนยังไง?” ภูผาเอ่ยปากพูดเมื่อเห็นว่าพี่ชายกำลังเงียบฟังเขาอย่างตั้งใจ “เธอไม่ใช่คนที่ไม่รู้กาลเทศะ และที่สำคัญ...หากเรื่องที่ต้องทำเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพี่ ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะละเลยนะครับ”
“แต่แกก็จำได้ไม่ใช่หรือภู ว่าประชุมวันนั้นสำคัญกับวิสุทธ์ธารามาก”
“เรื่องที่คุณพิมกำลังจะบอกพี่ก็อาจจะทำสัญไม่แพ้ธุรกิจของครอบครัวเรา เผลอๆ อาจจะสำคัญมากกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องของแม่หนูน้อยตัวกลมที่ชื่อพลอย”
“แกกำลังจะบอกอะไรพี่นายภู พูดออกมาตรงๆ ไม่ได้หรือไง!”
“ผมกับพี่ขุนเคยได้ยินเสียงอาเจียนดังมาจากห้องน้ำ ไม่นานคุณพิมก็เดินออกมาด้วยสภาพอิดโรย เป็นอย่างนั้นอยู่หลายครั้ง น่าแปลกที่พี่พัสกลับไม่เคยเห็นหรือเอะใจอะไรทั้งที่ลากเอาคุณพิมไปนอนที่คอนโดด้วยกันทุกวัน” คนเป็นน้องไขความกระจ่าง ลุกขึ้นมาหยิบน้ำสีอำพันสาดเข้าปากบ้าง อันที่จริงไม่ได้อยากจะพูดหรือย้ำเตือนในความบ้างานจนไม่สนใจสิ่งใดรอบตัวของพี่ชาย แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปเพราะเขาชักตงิดใจว่าพิมพ์ธาราอาจจะตั้งท้องกับพี่ชายจนเก็บความดีใจไว้กับตัวไม่ได้จึงเลือกที่จะบอกก่อนประชุมสำคัญจะเริ่ม
แต่โชคร้ายไปหน่อย...เมื่อพสุธาในวัยสามสิบเจ็ดปีนั้นไม่เคยคิดจะสร้างครอบครัวหรือตกลงจะอยู่กินกับพิมพ์ธาราในฐานะใดเพื่อให้สถานะระหว่างกันชัดเจนขึ้น ทุกอย่างจึงต้องลงเอยด้วยการมีปากเสียงจากพายุอารมณ์ของคนบ้างาน และจบลงด้วยการจากไปของเธอคนนั้นที่พรากเอารอยยิ้มที่มีน้อยของพี่ชายไปจนหมดสิ้น
“ว่าไงล่ะพี่พัส เคยเห็นคุณพิมมีอาการแปลกไปบ้างหรือเปล่าครับ?”