บทนำ
“ปะป๊าขา...”
เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยสี่ขวบดังขึ้น เรียกสติของ ‘พสุธา’ ให้คืนกลับมาหลังจากเผลอไปสบตากับเจ้าของเสียงตัวกลมที่วิ่งมาอยู่ตรงหน้า สายตาของคนทั้งคู่สอดประสาน ราวกับมีพลังบางอย่างสื่อสารถึงกัน
แม่หนูน้อยเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเขาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวสะอาด ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายใครบางคนทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น จะเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือเปล่า...
“น้องพลอย! หนูอยู่ที่ไหนคะน้องพลอย!!”
เสียงดังไล่หลังทำให้แม่หนูน้อยหันขวับ จังหวะเดียวกับที่เธอคนนั้นหันมาเห็นลูกสาวและพ่อของลูกในคราวเดียวกัน ร่างกายของ ‘พิมพ์ธารา’ ชะงัก เช่นเดียวกับหัวใจที่กระตุกวูบอย่างรุนแรงจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปคว้าตัวลูก และไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเขาให้นานกว่าเดิมทั้งที่อยากทำแทบขาดใจ
เรื่องราวในอดีตที่พยายามลบเลือนค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากซอกหลืบของหัวใจอย่างเชื่องช้า คำว่า ‘ไม่อยากรู้’ ที่เขาพูดใส่เธอนั้นวันนั้นยังกระจ่างชัดในห้วงของความทรงจำ หากหญิงสาวอีกคนไม่เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับบีบมือให้กำลังใจ น้ำตาที่พยายามหลบซ่อนไว้ด้านในคงจะไหลออกมาประจานตัวเอง
“พิม...” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่ว สลับกับมองใบหน้าจิ้มลิ้มของแม่หนูน้อยตรงหน้า แต่เพียงครู่เดียวเด็กหญิงก็ถูกคว้าตัวไปอุ้มเอาไว้ ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นหญิงสาวที่ครอบครัวเคยอุปการะเลี้ยงดูมาเนิ่นนาน
“สวัสดีค่ะคุณพัส” เธอยกมือไหว้ ในจังหวะที่เขาเผลอจึงรีบคว้าแม่ตัวอวบมาอุ้ม
“เด็กคนนี้เป็นลูกใครหรือชมพู่?”
แม้ปากจะถามแบบนั้น แต่สายตากลับมองเลยไปยังหญิงสาวร่างบางที่เคยเคียงข้างเขาด้วยสายตานิ่งงัน พยายามสังเกตทุกกิริยาและท่าทางของเธอคนนั้นรวมถึงแม่สาวหน้าหวานอีกคนที่หายออกไปจากบ้านของเขาตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน ท่าทางของพสุธาขรึมลง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันยุ่งอีกครั้งเมื่อมีเด็กหญิงอีกคนวิ่งเข้ามาเกาะขาของชมพูสิรินเอาไว้พร้อมกับร้องเรียกให้อุ้มเสียงดัง
“ชมพู่...ฉันถามว่าเด็กเป็นลูกใคร?” เขาถามย้ำ น้ำเสียงหนักแน่น
“ยายหนูคนนี้เป็นลูกชมค่ะคุณพัส”
“แล้ว...”
“ไปกันเถอะชมพู่ พี่รับยาของน้องพิ้งค์มาแล้ว”
พิมพ์ธาราพยายามรวบรวมความกล้าของตัวเองให้คงที่ หลังจากตั้งสติได้ว่าควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลาย ไม่ปล่อยให้เวลาหมุนผ่านโดยเปล่าประโยชน์แม้เพียงนาที หากยังยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนี้ มีหวังเขาคงคาดคั้นในสิ่งที่อยากรู้จนได้ความจริงจากปากของชมพูสิริน
“ชมพู่...” เรียกคนตรงหน้าอีกครั้ง ตวัดสายตามองไปยังใบหน้าสวยหวานที่พยายามหลบสายตาอย่างใช้ความคิด คนที่เดาได้ว่าพสุธากำลังสงสัยสิ่งใดจึงรีบย้ำคำตอบเดิมอีกครั้ง
“เด็กทั้งสองคนนี้เป็นลูกของชมค่ะคุณพัส! ขอตัวก่อนนะคะ ลูกคนเล็กแกไม่ค่อยสบาย ประเดี๋ยวจะงอแงอีก” พูดจบก็เตรียมจะหมุนตัวหนี แต่แม่ตัวดีที่อยู่ในอ้อมกอดของชมพูสิรินกลับโวยลั่น
“ปะป๊าขา...หนูเป็นลูกแม่พิมค่ะ ไม่ใช่ลูกน้าชมพู่”
“น้องพลอย!” ชมพูสิรินรีบปิดปากหลาน หันมามองหน้าพิมพ์ธาราชั่วครู่ก่อนจะเดินหนีไปอีกฟากของอาคาร พ้นประตูบานใหญ่มาได้ก็โบกมือเรียกรถแท็กซี่ที่แล่นเข้ามาจอดทันที