3 เกมรัก เกมอำนาจ

1943 คำ
3 เกมรัก เกมอำนาจ ความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างฮ่องเต้หลงอี้และลู่เม่ย มิได้เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน ทว่ามันคือเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ทำให้ทุกย่างก้าวของลู่เม่ยในวังหลวงนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานนางออกนอกหน้าเกินกว่าที่สนมคนใดเคยได้รับ ทำให้ตำหนักหลังที่เคยซ่อนความลับไว้เบื้องลึก บัดนี้กำลังปะทุขึ้นด้วยแรงริษยาและความทะเยอทะยาน ฮองเฮาหมิ่นเจียผู้สูงศักดิ์และทรงอำนาจ บังคับตัวเองให้นิ่งเฉยมาได้พักใหญ่ แต่ไฟริษยาในใจของพระนางก็เริ่มเผาผลาญจนไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป ฮองเฮาผู้นี้มิได้งามเพียงรูปโฉม หากแต่ฉลาดหลักแหลมและทะเยอทะยานทางการเมือง นางมาจากตระกูลหวังที่มีอำนาจในราชสำนักมาหลายชั่วอายุคน และการดำรงตำแหน่งฮองเฮาคือหลักประกันอำนาจของตระกูล วันหนึ่งฮองเฮาทรงเรียกสนมทุกคนเข้าเฝ้าที่ตำหนักตามปกติ แต่คราวนี้สายพระเนตรของพระนางจับจ้องมาที่ลู่เม่ยเป็นพิเศษ ลู่เม่ยสวมชุดผ้าไหมสีเรียบ แต่งหน้าอ่อนๆ เพื่อให้ดูเจียมเนื้อเจียมตัวที่สุด แต่ความงามตามธรรมชาติของนางก็ยังคงโดดเด่น “ได้ข่าวว่าช่วงนี้ฮ่องเต้ทรงงานหนักยิ่งนัก” ฮองเฮาตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พวกเจ้าในฐานะสนมกำนัล ควรจะปรนนิบัติฝ่าบาทให้ดี ให้ทรงคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการบริหารราชกิจ” สายตาของฮองเฮากวาดมองไปที่ลู่เม่ยอย่างเปิดเผย “โดยเฉพาะเจ้า ลู่เม่ยเจ้าคงรู้วิธีปรนนิบัติฝ่าบาทเป็นอย่างดีสินะ” คำพูดของฮองเฮาเป็นดั่งมีดที่กรีดแทง ลู่เม่ยรู้ว่าพระนางต้องการจะเย้ยหยันฐานะสตรีอุ่นเตียงของตน แต่ก็ยังคงใบหน้าสงบ “หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ของหม่อมฉันอย่างสุดความสามารถเพคะ” นางตอบอย่างนอบน้อม สนมบางคนพากันหัวเราะคิกคัก แต่ก็มีบางคนที่มองลู่เม่ยด้วยความเห็นใจ ฮองเฮาแย้มสรวลเย็นชา “เช่นนั้นก็ดี เจ้าจงจำไว้ว่าการเป็นที่โปรดปรานนั้นเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว วังหลวงแห่งนี้มิเคยมีที่ว่างสำหรับผู้ที่ทะเยอทะยานเกินตัว” หลังจากวันนั้น ฮองเฮาก็เริ่มวางแผนการอย่างแยบยล นางมิได้แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง แต่ใช้กลอุบายที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ คืนหนึ่งฮ่องเต้ทรงเรียกหานางกำนัลชิงเอ๋อร์ นางกำนัลคนสนิทของลู่เม่ยให้ไปส่งพระโอสถบำรุงพระวรกายที่ตำหนักของฮองเฮา ชิงเอ๋อร์รู้สึกแปลกใจแต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งนางนำพระโอสถไปส่งและกลับมาด้วยใบหน้าซีดเผือด “นายหญิงเพคะ หม่อมฉันเกือบแย่แล้วเพคะ” ชิงเอ๋อร์กระซิบเล่าด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “ตอนที่หม่อมฉันไปส่งพระโอสถที่ตำหนักฮองเฮา มีขันทีคนหนึ่งนำถ้วยชามาวางไว้หน้าตำหนัก แล้วแสร้งทำเป็นเดินสะดุด ทำถ้วยชาหกใส่ชุดหม่อมฉันอย่างจงใจ ทำให้หม่อมฉันต้องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านในตำหนัก แล้วหม่อมฉันเห็นเห็นฮองเฮาทรงซ้อมร่ายรำอยู่กับชายคนหนึ่งเพคะ! ชายผู้นั้นไม่ใช่ฮ่องเต้เพคะ!" ลู่เม่ยตกใจนางรู้ทันทีว่านี่คือกับดักที่ฮองเฮาวางไว้เพื่อให้นางกำนัลของตนได้เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็น เพื่อนำมาใช้เป็นไพ่ตายในการต่อสู้ครั้งต่อไป “ชิงเอ๋อร์ เจ้าจงลืมสิ่งที่เจ้าเห็นทั้งหมด ห้ามพูดเรื่องนี้กับผู้ใด ไม่เช่นนั้นเจ้าจะต้องตายและข้าก็ไม่อาจปกป้องเจ้าได้” ลู่เม่ยกำชับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ชิงเอ๋อร์พยักหน้ารับด้วยความกลัว “เพคะนายหญิงหม่อมฉันจะไม่มีวันเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกเพคะ” ลู่เม่ยเริ่มตระหนักว่าฮองเฮามีไพ่ตายที่น่ากลัวอยู่ในมือและดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของฮองเฮากับ องค์ชายรองหลงเฟยพระอนุชาของฮ่องเต้หลงอี้ ผู้ที่แอบหมายปองราชบัลลังก์และแอบหมายปองลู่เม่ยเช่นกัน กำลังพัฒนาไปในทางที่อันตรายยิ่งขึ้นไปอีก เกมการเมืองในวังหลวงเริ่มชัดเจนขึ้น ลู่เม่ยต้องใช้ไหวพริบและเสน่ห์เพื่อเอาชนะสถานการณ์ที่อันตราย เธอรู้ดีว่าการจะรอดพ้นจากวังวนแห่งเล่ห์กลนี้ได้ มิใช่เพียงแค่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แต่ต้องอ่านเกมให้ขาดและหาทางพลิกสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง คืนหนึ่งฮ่องเต้หลงอี้ทรงเรียกหานางอีกครั้ง ลู่เม่ยได้ยินมาว่าช่วงนี้ฮ่องเต้ทรงเคร่งเครียดกับราชกิจและปัญหาภัยแล้งทางเหนือ พระพักตร์ของพระองค์ที่ยามปกติเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ยามนี้กลับมีร่องรอยความเหน็ดเหนื่อยฉายชัด ลู่เม่ยไม่ได้กล่าวคำปลอบโยนใดๆ หากแต่ใช้ความอ่อนโยนของตนปรนนิบัติพระองค์อย่างเงียบเชียบ นางชงชาหอมกรุ่นให้พระองค์ ทรงบีบนวดพระเศียรที่ตึงเครียดอย่างบรรจง พลางเล่าเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ จากชีวิตในวัยเด็กของนาง เรื่องราวที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสุขและความบริสุทธิ์ ทำให้พระองค์ทรงคลายความตึงเครียดลง ฮ่องเต้ทรงเอนพระองค์พิงกายของลู่เม่ย สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนกายของนาง “เจ้าช่างแตกต่างจากผู้อื่นนักเม่ยเอ๋อร์” พระองค์ตรัสเสียงแผ่ว “ยามอยู่กับเจ้า ข้ารู้สึกสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” “หม่อมฉันเพียงอยากให้ฝ่าบาททรงคลายความกังวลเพคะ” ลู่เม่ยกระซิบตอบ ฮ่องเต้ทรงโอบกอดนางแน่นขึ้น “เจ้ามีความสำคัญต่อข้ามากยิ่งกว่าที่เจ้าคิด” คำพูดของฮ่องเต้ทำให้ลู่เม่ยรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ นางรู้ว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่ความโปรดปรานชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่เริ่มหยั่งรากลงในพระทัยขององค์จักรพรรดิ วันต่อมาฮองเฮาทรงจัดงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋นในสวนหลวง ซึ่งเป็นงานที่สนมทุกคนต้องเข้าร่วม แน่นอนว่านี่คืออีกหนึ่งเวทีที่ฮองเฮาจะใช้เล่นงานลู่เม่ย ลู่เม่ยสวมชุดที่เรียบหรูแต่ยังคงดูสง่างาม ชิงเอ๋อร์ช่วยจัดแต่งทรงผมและประดับปิ่นปักผมรูปดอกเหมยเล็กๆ ที่ฮ่องเต้เคยมอบให้ เมื่อมาถึงงานเลี้ยงสนมทุกคนต่างจ้องมองมาที่ลู่เม่ยอย่างเปิดเผย ฮองเฮาประทับอยู่บนแท่นสูง ใบหน้ายังคงเรียบเฉยแต่นัยน์ตากลับฉายแววเย็นชา งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างเรียบร้อย จนกระทั่งมีการแสดงระบำ นักระบำสาวสวยคนหนึ่งออกมาร่ายรำอย่างงดงามแต่ระหว่างการแสดง เท้าของนางก็พลาดท่าล้มลงอย่างกะทันหัน ทำให้เครื่องประดับที่ประดับศีรษะหลุดกระเด็นไปตกอยู่ใกล้กับที่นั่งของลู่เม่ย “โอ๊ย!” สนมเหม่ยฮวาอุทานขึ้น “คงจะเป็นลู่เม่ยที่ทำให้นางระบำล้มลงใช่หรือไม่! นางคงจะริษยาความงดงามของผู้อื่น” เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทันที ลู่เม่ยรู้ดีว่านี่คือการจัดฉากอีกครั้ง เธอสงบสติอารมณ์และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงชัดเจน “หม่อมฉันมิได้กระทำการใดๆ เลยเพคะ สนมเหม่ยฮวาโปรดอย่าได้กล่าวหาหม่อมฉันโดยไร้ซึ่งเหตุผล” ฮองเฮาตรัสขึ้น “จริงหรือเหตุใดเครื่องประดับชิ้นนั้นจึงไปตกอยู่ใกล้เจ้าเล่าลู่เม่ย” ลู่เม่ยยิ้มบาง “หากฮองเฮาทรงสงสัย หม่อมฉันยินดีให้ตรวจสอบเพคะ แต่หม่อมฉันขอเรียนว่า การร่ายรำเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การทรงตัวเป็นสิ่งสำคัญ นักระบำอาจจะพลาดท่าได้เองเพคะ” คำพูดของลู่เม่ยทำให้ฮองเฮานิ่งไปชั่วขณะ นางกำนัลชิงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ก็เสริมขึ้นว่า “หม่อมฉันเห็นว่านักระบำผู้นั้นดูเหมือนจะขาพลิกเล็กน้อยก่อนที่จะล้มลงด้วยซ้ำเพคะ” สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว ฮองเฮาไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลาย ฮองเฮาจึงต้องรักษาสีหน้าและตรัสสั่งให้ตรวจสอบนักระบำผู้นั้นแทน แม้จะรอดพ้นจากสถานการณ์นั้นมาได้ แต่ลู่เม่ยรู้ว่าฮองเฮาจะไม่มีวันหยุด เธอต้องหาทางปกป้องตัวเองและฮ่องเต้จากแผนการร้ายนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันองค์ชายรองหลงเฟยพระอนุชาของฮ่องเต้หลงอี้ก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นบ่อยครั้ง พระองค์มักจะแวะเวียนมาที่เรือนพักของลู่เม่ย อ้างว่ามาเยี่ยมเยียนหรือนำของขวัญมาให้ “นานวันไป เจ้ายิ่งงดงามขึ้นนะลู่เม่ย” องค์ชายรองตรัสชื่นชมด้วยสายตาที่เปี่ยมเลศนัย “วังหลวงแห่งนี้ช่างน่าเบื่อนัก มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ทำให้ข้ารู้สึกมีชีวิตชีวา” ลู่เม่ยรับมือกับองค์ชายรองอย่างสุภาพ แต่ก็พยายามรักษาระยะห่าง นางรู้ว่าบุรุษผู้นี้อันตรายไม่แพ้ฮองเฮา เพราะเขากำลังเล่นเกมอำนาจที่ใหญ่กว่านั้น “หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีอุ่นเตียงเพคะองค์ชายรอง ไม่กล้าอาจเอื้อมสิ่งใด” ลู่เม่ยตอบอย่างนอบน้อม “ฮ่าๆๆ อย่าได้ถ่อมตัวเลย ลู่เม่ย” องค์ชายรองแย้มสรวลเย็นชา “ข้ารู้ว่าเจ้ามีบางสิ่งที่พิเศษ และข้าก็รู้ว่าฝ่าบาทก็ทรงเห็นเช่นนั้น” คำพูดขององค์ชายรองทำให้ลู่เม่ยรู้สึกไม่สบายใจ นางรู้ว่าเขากำลังจับตามองความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฮ่องเต้ และอาจจะใช้มันเป็นเครื่องมือในการช่วงชิงอำนาจ คืนหนึ่งในขณะที่ฮ่องเต้กำลังทรงพระอักษรอยู่ในห้องบรรทม ลู่เม่ยกำลังช่วยพระองค์เตรียมหมึกฝนและกระดาษฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรนางด้วยแววตาอ่อนโยน “เจ้ากังวลเรื่องอะไรหรือไม่เม่ยเอ๋อร์” ฮ่องเต้ตรัสถาม “ข้าสังเกตเห็นเจ้าไม่สบายใจหลายวันแล้ว” ลู่เม่ยลังเลเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจบอกความจริงกับพระองค์ “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันคิดว่าฮองเฮาทรงมีแผนการบางอย่างและองค์ชายรองก็ทรงสนิทสนมกับฮองเฮาเกินไปเพคะ” ฮ่องเต้หลงอี้ทรงนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของพระองค์เคร่งขรึมขึ้น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ลู่เม่ยเล่าถึงเหตุการณ์ที่ชิงเอ๋อร์เห็นฮองเฮากำลังร่ายรำกับชายปริศนาและข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของฮองเฮากับองค์ชายรอง ฮ่องเต้ทรงฟังอย่างตั้งพระทัย พระพักตร์ของพระองค์มืดครึ้มลงเรื่อยๆ เมื่อทรงได้ยินเรื่องราวทั้งหมด “หากเรื่องนี้เป็นความจริง” ฮ่องเต้ตรัสเสียงลอดไรฟัน “มันมิใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของการทรยศต่อราชบัลลังก์” พระองค์ทรงลุกขึ้นยืน ก้าวเข้ามาโอบกอดลู่เม่ยแน่น “ขอบใจเจ้ามากเม่ยเอ๋อร์ ที่เจ้ากล้าบอกความจริงกับข้า” ลู่เม่ยเงยหน้าขึ้นสบพระเนตร “หม่อมฉันเพียงไม่ต้องการให้ฝ่าบาทตกอยู่ในอันตรายเพคะ” ฮ่องเต้ทรงจูบนางอย่างดูดดื่ม จุมพิตนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใย ความขอบคุณ และความเร่าร้อนที่ไม่อาจเก็บงำได้อีกต่อไป พระองค์ทรงรู้แล้วว่า ลู่เม่ยมิได้เป็นเพียงสตรีอุ่นเตียงที่สร้างความสุขให้แก่พระองค์ แต่เป็นผู้หญิงที่ซื่อสัตย์ เฉลียวฉลาด และมีความสำคัญต่อชีวิตของพระองค์มากยิ่งกว่าที่เคยทรงคิด ค่ำคืนนั้นความผูกพันของทั้งสองยิ่งลึกซึ้งและหนักแน่นขึ้น ฮ่องเต้ทรงประทับจุมพิตลงบนเรือนร่างของลู่เม่ยอย่างแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยความหมาย “อ่า ซี๊ด” เสียงครางคลอไปกับเสียงลมหายใจที่รวยริน เป็นบทเพลงแห่งความรักที่ถูกบรรเลงท่ามกลางเงามืดของวังหลวง เกมรักและเกมอำนาจกำลังทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และลู่เม่ยรู้ดีว่า เธอได้กลายเป็นหมากตัวสำคัญในกระดานนี้ไปแล้วอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม