【ตอนที่ 2】 อันนี้บัตรน้าเอง คุณพงศ์ไม่รู้หรอก

1530 คำ
------------------------ สองวันก่อน ณ บ้านของนิชกานต์ที่ต่างจังหวัด… “แก… คลีนซิงฉันหมด!” เสียงหวานเอ่ยกระเง้ากระงอดกับเพื่อนรักผ่านทางโทรศัพท์ ขณะพยายามเขย่าขวดคลีนซิงเผื่อว่ามันจะหยดลงมาบนสำลีอีกสักหยดสองหยด แต่จนแล้วจนรอดก็พบเพียงความว่างเปล่า (แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง) เพื่อนสาวของเธอถามกลับมาเสียงสูง (ถ้าบ้านใกล้กันฉันก็จะเอาของฉันไปให้หรอกนะ แต่นี่ห่างกันตั้งกี่จังหวัดกันล่ะยะ ยัยตัวแสบ) ได้ยินดังนั้นนิชกานต์ก็ยิ่งเบะปากด้วยความขัดใจ เนื่องด้วยตอนนี้เธอถูกพ่อกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งเดือนจนกว่าจะเปิดเทอม! พ่อน่ะทำเกินกว่าเหตุ เธอก็แค่หนีเที่ยวตามประสาวัยรุ่น แล้วก็เมา เอ๊ย! สนุกเกินไปหน่อยจนกลับบ้านไม่ไหว เย็นวันต่อมาพอโผล่หน้าเข้าไปในบ้านปุ๊บก็ถูกสั่งกักบริเวณแถมยึดกุญแจรถกับบัตรเครดิตปั๊บ โดยไม่ฟังคำอธิบายเลยสักแอะ เรื่องแค่นี้เอง ทำเป็นเล่นใหญ่เล่นโตไปได้ ‘มัดหมี่’ หรือ ‘มณฑิดา’ เพื่อนผู้รู้จักกันตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยชั้นปีที่หนึ่งซึ่งตอนนี้คงกำลังลั้ลลากับการตามอ่อยตามจีบคุณอาสุดหล่อข้างบ้านที่ส่งภาพมาให้ดูเมื่อหลายวันก่อน แต่ตัดภาพมาที่เธอสิ โดนลากกลับมาอยู่บ้านต่างจังหวัดทันทีที่รู้ว่าปิดเทอม แถมยังถูกกักบริเวณเป็นเดือนอีก มินนี่หัวจะปวด! ต่อให้ตัวห่างกันแต่สองสาวก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอ โทรและส่งข้อความอัปเดตชีวิตทุกวันไม่เคยขาด นอกจากนี้ทั้งคู่ก็ยังชอบอะไรหลาย ๆ อย่างเหมือนกัน โดยเฉพาะ… ผู้ชายสูงอายุ เพราะถือคติว่า ‘ผัวที่ดีคือผัวแก่!’ “รู้น่า ฉันไม่กวนแกขนาดนั้นหรอก” (แกก็ใช้เจลล้างหน้าไปก่อนสิ แล้วค่อยฝากพ่อหรือใครก็ได้ให้ซื้อคลีนซิงมาให้ทีหลัง) “โนเวย์ย่ะ ต้องล้างให้ครบขั้นตอนวันนี้เท่านั้น เดี๋ยวสิวขึ้น!” (เรื่องเยอะ) มณฑิดาตอบกลับมาสั้น ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ไม่ได้มีเจตนาจะเหน็บแนมจริง ๆ ซึ่งนิชกานต์เองก็รู้ดีจึงไม่ได้สนใจอะไร “ออกไปซื้อดีไหม” นิชกานต์ถามไปอย่างนั้นแหละ หญิงสาวมีคำตอบในใจอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องการใครสักคนมาช่วยดันหลัง ช่วยสนับสนุนความคิดของเธอก็เท่านั้น (ไม่ดีค่ะ โดนกักบริเวณอยู่นะรู้ยัง) “โอ๊ยแกนี่!” ส่งเสียงจิ๊จ๊ะกลับไปเมื่อครั้งนี้เพื่อนสาวไม่เห็นด้วยเหมือนทุกที (แล้วจะไปยังไง บ้านแกไม่ค่อยมีรถเมล์ผ่านไม่ใช่เหรอ อีกอย่างกุญแจรถก็ถูกยึดไปแล้วด้วย) “ใช่กุญแจรถ!” ทำตาโตเมื่อคำพูดของเธอทำให้ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ “ขอบใจมากนะยัยตัวแสบ แค่นี้จ้ะ บายยย” ว่าจบก็กดตัดสายทันทีทำเอาอีกฝ่ายอ้าปากค้างไม่ทันได้ตอบอะไรกลับมาสักแอะ ร่างแบบบางผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะออกตัววิ่งไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ เพราะเป็นที่เก็บกุญแจรถซึ่งถูกยึดของเธอ แต่ยังไม่ทันถึงจุดหมายก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อพบว่ามีใครคนหนึ่งกอดอกมองเธอนิ่งด้วยกับสายตาจับผิด “น้าวิถอยหน่อย” หญิงวัยกลางคนร่างท้วมในชุดแบรนด์เนมราคาแพงกำลังยืนขวางทางเธออยู่ เธอคนนั้นคือ ‘วิ’ หรือ ‘วิมลพร’ ภรรยาใหม่ของ ‘พงศ์’ หรือ ‘ภคพงศ์’ พ่อของเธอนั่นเอง วิมลพรเป็นเมียน้อยของพ่อเธอมาหลายปี และถือโอกาสอัปเกรดตัวเองขึ้นเป็นคุณนายใหญ่ของบ้านหลังจากแม่ของเธอเสียชีวิตไปไม่นาน แถมยังหอบเอา ‘ริว’ หรือ ‘เรวิทย์’ ลูกชายตัวร้ายผู้เปลี่ยนสถานะเป็นพี่ชายต่างพ่อต่างแม่ของเธอเข้ามาร่วมชายคาด้วยอีกคน และเพราะวิมลพรกับเรวิทย์นี่แหละที่เป็นต้นเหตุให้นิชกานต์ดิ้นรนจะไปเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ เพื่อออกจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด “จะไปไหนน่ะมินนี่” แม่เลี้ยงแสร้งแสดงความเป็นห่วงลูกเลี้ยงคนสวย “คุณพงศ์กักบริเวณเราอยู่นะ เดี๋ยวก็โดนดุอีกหรอก” แอบมาขโมยกุญแจรถแบบนี้ คงไม่พ้นหนีเที่ยวอีกตามเคยสินะยัยเด็กคนนี้ “ของใช้หนูหมด แค่จะไปซื้อแป๊บเดียว น้าวิก็อย่าบอกพ่อสิ” “เฮ้อ… ครั้งนี้ครั้งเดียวนะมินนี่” วิมลพรจีบปากจีบคอก่อนจะเปิดทางให้หญิงสาวเข้าไปหยิบกุญแจรถของตนที่ผู้เป็นพ่อซื้อให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดไม่กี่ปีก่อน “แล้วมีเงินเหรอ” ไม่ได้ถามเพราะเป็นห่วงว่าจะไม่มีเงินใช้หรอกนะ แค่เห็นว่าถูกยึดไปทั้งกุญแจรถและเงินสดรวมถึงบัตรเครดิตต่างหาก ถ้ามีเงินแค่นิดเดียวประเดี๋ยวก็ซมซานกลับมาน่ะสิ เอาจริง ๆ ไปรอบนี้ถ้าไม่กลับอีกก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หลายเดือนมานี้ที่มีกันแค่สามคนก็สบายหูสบายตาดีอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าสามีของเธอจะเรียกให้ยัยลูกติดนี่กลับมาอยู่บ้านช่วงปิดเทอมทำไม ได้ข่าวว่าตอนที่อยู่กรุงเทพฯ ก็เอาแต่เที่ยวเล่นทำตัวเป็นเด็กใจแตกควงผู้ชายไปวัน ๆ อีกอย่างเจ้าหล่อนก็ยังทำตัวไม่มีมารยาท เพราะเวลาพูดจากับเธอไม่เคยมีหางเสียงเลยสักครั้ง นี่เธอเป็นแม่เลี้ยงนะ อายุมากกว่าตั้งกี่ปี ไม่เคารพกันบ้างเลย ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ ยัยเด็กคนนี้ “ซื้อของแค่ไม่กี่อย่าง พอจะมีเงินติดตัวอยู่นิดหน่อย” “อะ เอานี่ไปสิ” “น้าวิให้หนูทำไม” นิชกานต์มองบัตรเครดิตในมือแม่เลี้ยงอย่างไม่ไว้ใจ ร้อยวันพันปีไม่เคยทำดีด้วย ผีเข้าเหรอถึงยื่นบัตรนี่มาให้เธอ แถมบนบัตรก็เป็นชื่อของพ่อเธอ ขืนเอาไปใช้ได้ความแตกกันพอดี “ฝากซื้อของหน่อย จะเอาไปให้คุณนายน้อยเป็นของขวัญวันเกิดน่ะ เดี๋ยวส่งร้านให้ในไลน์” วิมลพรมองข้ามสายตาจับผิดน่ารำคาญของลูกเลี้ยง “ชื่อบัตรเป็นชื่อคุณพงศ์ก็จริง แต่อันนี้บัตรน้าเอง คุณพงศ์ไม่รู้หรอก” หญิงสาวปรายตามองชื่อร้านขนมราคาแพงที่แม่เลี้ยงโชว์หน้าจอให้ดูว่าส่งรายละเอียดให้ในไลน์เรียบร้อยแล้วก็พยักหน้ารับทราบ เมื่อได้กุญแจรถแถมด้วยบัตรเครดิตร่างแบบบางก็วิ่งไปขึ้นรถอย่างอารมณ์ดี ตั้งใจว่าจะรีบไปรีบกลับก่อนที่พ่อจะกลับมาถึงบ้าน แต่หากเธอเฉลียวใจและหันกลับมามองแม่เลี้ยงของเธอสักนิดก็คงทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ด้านหลัง ติ๊ง… เสียงแจ้งเตือนข้อความของโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้น พร้อมหน้าจอที่ส่องแสงสว่างอยู่ครู่หนึ่ง หากเป็นปกติภคพงศ์ก็คงไม่ได้ให้ความสนใจมันในทันที หากแต่ว่ามันมีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาเป็นครั้งที่ห้าในเวลาไม่ถึงหนึ่งครึ่งชั่วโมง ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปคว้าเจ้าเครื่องมือสื่อสารนั่นมากดดูก็พบว่าเป็นข้อความแจ้งเตือนการใช้บัตรเครดิตของเขา ชายวัยกลางคนจึงต่อสายหาภรรยาทันที “วิอยู่บ้านค่ะคุณพงศ์” ทว่าคำตอบของภรรยากลับทำให้คิ้วขมวดมุ่น หากวิมลพรอยู่ที่บ้าน ทำไมถึงมียอดใช้จ่ายที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองได้ล่ะ “คุณทำบัตรหายเหรอ” “เปล่าค่ะ” วิมลพรตอบกลับมาเสียงใส ก่อนจะแสร้งทำเป็นตกใจ “อ้อ น้องมินนี่บอกว่ามีของจำเป็นต้องซื้อน่ะค่ะ วิเลยให้บัตรไปใช้เพราะกลัวว่าเงินที่แกมีติดตัวจะไม่พอ...” “...” ได้ยินเพียงเท่านั้นมือที่ถือโทรศัพท์ก็กระชับแน่นขึ้น ภคพงศ์ถอนหายใจหนัก ๆ ด้วยความกรุ่นโกรธ ควันออกหูจนไม่ได้ฟังคำอธิบายถัดมาของภรรยา คิดแต่ว่าลูกสาวตัวดีขัดคำสั่ง หนีออกจากบ้านแล้วเอาบัตรไปรูดตามอำเภอใจเหมือนที่ผ่านมา “อีกอย่างวิฝากน้องมินนี่ซื้อของด้วยค่ะ เห็นว่าไหน ๆ แกก็ออกไปข้างนอกแล้ว คงไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหนหรอกค่ะ คุณอย่าคิดมากเลยนะคะ “รอผมกลับไปก่อน เย็นนี้เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เสียงเข้มเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะกดตัดสาย ทิ้งให้วิมลพรอ้าปากค้างเพราะยังจีบปากจีบคอพูดไม่จบ แต่หญิงวัยกลางคนแทนที่จะโมโหที่ถูกอีกฝ่ายวางสายใส่กะทันหัน เจ้าหล่อนกลับอมยิ้มอารมณ์ดี ก่อนจะเดินถือถาดขนมนวยนาดไปยังห้องนั่งเล่นจิบชาสบายอารมณ์ ------------------------
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม