-----------------------
ภารกิจแอบหนีไปซื้อคลีนซิงลุล่วงไปได้ด้วยดี เธอได้สิ่งที่ต้องการ พร้อมทั้งรูดบัตรเครดิตรัว ๆ ซื้อของที่แม่เลี้ยงฝากซื้ออีกหลายอย่าง โชคดีที่ร้านมันอยู่ไม่ไกลกันนัก คนมีน้ำใจอย่างนิชกานต์จึงแวะไปแกล้ง ๆ ซื้อติดมือกลับมาด้วย ที่ยอมซื้อเพราะเห็นแก่วิมลพรที่ยอมให้เธอออกมาข้างนอกก็เท่านั้นแหละ
ทว่าเมื่อตกเย็นภคพงศ์นั้นกลับมาถึงบ้านด้วยใบหน้าบึ้งตึง บรรยากาศอึมครึมแผ่กระจายรอบตัวจนลูกสาวคนเดียวที่ตั้งใจจะเข้าไปออดอ้อนขอลดหย่อนผ่อนโทษก็ยังยอมถอย ท่าทางแบบนี้หงุดหงิดที่โรงแรมมาชัวร์
หนุ่มใหญ่วัยกลางคนพ่วงด้วยตำแหน่งผู้บริหารโรงแรมอันดับหนึ่งของจังหวัดกับงานรัดตัว ไหนจะเอกสารมากมายที่ต้องตรวจสอบ และลูกน้องอีกหลายร้อยชีวิตที่ต้องดูแลส่งผลให้ภคพงศ์มีบุคลิกที่เคร่งขรึม เข้มงวด โดยเฉพาะกับลูกสาวจอมดื้อที่พร้อมจะฉีกทุกเส้นทางที่ผู้เป็นพ่อพยายามปูพรมไว้ให้ เพราะลูกสาวกลับมองว่ามันคือการบังคับให้เธอเดินตามสิ่งที่เขาต้องการต้องหาก
“มินนี่มาคุยกับพ่อหน่อย”
สิ้นคำประกาศิตผู้เป็นพ่อก็เดินนำเข้าไปยังห้องทำงาน โดยมีลูกสาวคนสวยเดิมตามไปติด ๆ หญิงสาวยังคงยืนมองพ่อตาแป๋วอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยสักนิด ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วที่พ่อดูหงุดหงิดนั่นเป็นเพราะเธอต่างหาก
“ออกไปไหนมา”
“คะ”
“พ่อถามว่าเมื่อตอนบ่ายออกไปไหนมา”
“พ่อรู้ได้ยังไงคะ”
“ก็นั่นมันบัตรพ่อ พ่อก็ต้องรู้สิ”
ภคพงศ์ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะเปิดข้อความให้ลูกสาวดู ทางด้านนิชกานต์นั้นกลัวจนตัวหดเหลือเพียงสองนิ้ว แต่ก็ไม่วายแอบเบือนหน้าหนีแล้วพึมพำด่ายัยแม่เลี้ยงเจ้าเล่ห์ในใจ ที่กล้าหลอกให้เธอเอาบัตรไปรูดจนความแตก
“ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องใช้แล้วรถน่ะ พ่อจะยึดกุญแจถาวร” ผู้เป็นพ่อหันไปหยิบกุญแจและบัตรเครดิตของลูกสาวออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะ “บัตรนี่ด้วย พ่อจะยกเลิกให้หมด!”
“แต่พ่อคะ!”
“พ่อเก็บกุญแจรถเราไว้ในห้องทำงาน เผื่อที่ว่าถ้ามีเรื่องฉุกเฉินมินนี่จะได้เอารถไปใช้ได้”
“ก็… นี่ก็ฉุกเฉินไงคะ…”
นิชกานต์พึมพำตอบเสียงเบาก่อนจะเม้มปากแน่น เพราะพูดอะไรไปก็คงไม่เข้าหูท่านทั้งนั้นแหละ
“ฉุกเฉินเหรอ วันเดียวรูดไปเกือบแสนมันมีอะไรฉุกเฉินมากขนาดนั้นเลยหรือไง!” เห็นลูกสาวเอาแต่เงียบ ภคพงศ์จึงถามต่อเสียงเข้ม “หืม ว่ายังไงล่ะ”
“พ่อก็ไปถามเมียพ่อสิคะ!”
นิชกานต์โพล่งออกไปอย่างเหลืออด ด้วยถูกพ่อมองด้วยสายตาผิดหวัง แถมยังเข้าใจผิดว่าเธอซื้อของตามอำเภอใจ และที่เมื่อครู่ไม่ตอบไม่ใช่ว่ายอมรับ หรือยอมแพ้ แต่ความน้อยใจมันดันขึ้นมาจนจุกคอหอยแล้ว!
หญิงสาวเบือนหน้าหนีทันที พยายามเงยหน้าประคองน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอไม่ให้มันไหลลงมา
ครั้งนี้ไม่ได้ตั้งใจจะดื้อสักหน่อย และทั้งที่เธอมีน้ำใจยอมรับฝากซื้อของตั้งหลายอย่าง แต่ยัยแม่เลี้ยงเจ้าเล่ห์กลับซ้อนแผนเธอแบบนี้ มันน่าแค้นใจนัก!
“เดี๋ยวมินนี่”
“...”
เจ้าของร่างแบบบางยืนนิ่งหันหลังให้ผู้เป็นพ่อ รอฟังว่าเขาต้องการจะสั่งอะไรเธออีก ตั้งแต่ปิดเทอมกลับบ้านมาพ่อออกคำสั่งกับเธอไม่เว้นแต่ละวัน เดี๋ยวก็บอกให้เธอไปซ้าย เดี๋ยวก็บอกให้เธอไปขวา ทุกอย่างล้วนเป็นความต้องการของเขาทั้งนั้น ไม่ใช่เธอ
“คืนบัตรเครดิตให้พ่อด้วย”
“มินนี่ก็คืนไปพร้อมกุญแจรถแล้วไงคะ”
“พ่อหมายถึงบัตรอื่น ๆ ทั้งหมดที่พ่อให้เราไว้ด้วย”
“ได้ค่ะ!”
รับคำบัญชาอย่างไม่เต็มใจก่อนจะกระชากประตูอย่างแรงเตรียมจะไปเอาของทั้งหมดมาคืน แต่กลับต้องชะงักเมื่อพบกับหญิงวัยกลางคนร่างท้วม เบื้องหลังของวิมลพรคือสาวใช้คนสนิท ซึ่งในมือมีชุดเดรสน่ารักหลายชุด
“อ้าว พ่อลูกคุยกันเสร็จแล้วเหรอ”
วิมลพรเอ่ยทักพร้อมโปรยยิ้มหวาน ปั้นหน้ายิ้มแย้มโดยไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้า
“น้าวิถอย”
เอ่ยพอเป็นพิธี ร่างแบบบางก็แทรกตัวผ่านแม่เลี้ยงไปทันที
“เดี๋ยวสิมินนี่ น้าเอาชุดมาให้นะ”
“ชุด… ชุดอะไร เอามาให้มินนี่ทำไม”
คิ้วเรียวขมวดมุ่นขณะมองชุดสีชมพูหวานแหววในในมือของสาวใช้ เดรสสวย ดีไซน์เรียบหรูจากแบรนด์ดัง แต่ชุดเหล่านั้นกลับตรงกันข้ามกับสไตล์การแต่งตัวของเธออย่างสิ้นเชิง
อย่าบอกนะว่าจะบังคับให้เธอใส่ชุดพวกนี้ด้วยน่ะ!
“อ้าว! คุณพงศ์ยังไม่ได้บอกน้องมินนี่เหรอคะ ว่าคืนพรุ่งนี้เราจะไปงานวันเกิดคุณนายน้อยกัน” วิมลพรจีบปากจีบคอ แสร้งทำหน้าประหลาดใจ “ที่น้าฝากมินนี่ซื้อของไง อ้อ! พูดเรื่องของ น้าขอบคุณมากนะจ๊ะ และขอโทษด้วยที่ฝากซื้อเยอะแยะเลย”
“ไม่เอา มินนี่ไม่ไป”
“อะไรมินนี่ ไม่ไปได้ยังไง”
ภคพงศ์หน้าตึงยิ่งกว่าเดิม เขาเริ่มจะปวดหัวกับยัยลูกดื้อคนนี้
“พ่อไม่บอกอะไรมินนี่ล่วงหน้าเลยนะ อยู่ดี ๆ ก็สั่งให้มินนี่ไปนู่นมานี่ตลอด”
“ตั้งใจจะบอกวันนี้แหละ แต่ต้องคุยเรื่องที่เราขัดคำสั่งพ่อก่อน” เสียงเข้มตอบกลับอย่างราบเรียบ ผิดกับผู้เป็นลูกสาวที่ทั้งโกรธและน้อยใจจนไม่อยากฟังอะไรอีกต่อไปแล้ว “อีกอย่างเราก็อยู่บ้านเฉย ๆ อยู่แล้ว แค่ไปงานสักประเดี๋ยวจะเป็นอะไรไป”
“ไม่ค่ะ ไม่ชอบชุดพวกนี้ และไม่ไปด้วย”
“มินนี่! ดื้อมากแล้วนะเราน่ะ”
“ก็พ่อสั่งกักบริเวณมินนี่อยู่… ลืมแล้วเหรอคะ”
เด็กดื้อเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ไหนว่าสั่งกักบริเวณเธอให้อยู่แต่ในบ้านไง กับอีแค่ออกไปซื้อของแป๊บเดียวก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต แล้วทีนี้พอยอมอยู่บ้าน ก็ดันจะลากเธอออกไปข้างนอกอีก เห็นเธอเป็นตุ๊กตาที่จับวางตรงไหนก็ได้อย่างนั้นเหรอ
“มันไม่เกี่ยวกัน ทำไมพ่อบอกอะไรถึงไม่รู้จักฟัง”
“แล้วเวลามินนี่พูดพ่อฟังไหมคะ”
แพ้แล้ว เธอแพ้เรียบร้อยแล้ว เพราะน้ำตาเจ้ากรรมกลิ้งลงมาบนแก้มใสอย่างช้า ๆ
“พ่อสั่งให้ไปไง!”
“โอ๊ย! พ่อ! มินนี่เจ็บ”
ร่างแบบบางที่กำลังเดินหนีขึ้นห้องนอนกลับต้องปลิวกลับมาตามแรงกระชาก ฝ่ามือใหญ่ของพ่อบีบต้นแขนเล็กแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ ซึ่งนิชกานต์ก็ไม่ยอมนิ่งเฉย พยายามแกะแขนของตนออกจากการจับกุมอย่างยากลำบาก เธอก็ตัวแค่นี้ จะไปสู้แรงพ่อได้อย่างไร
“ว้าย! คุณพงศ์คะ เบา ๆ กับลูกหน่อยสิคะ”
วิมลพรที่ยืนเงียบไม่มีบทอยู่นานร้องวี้ดว้ายขึ้นมา พยายามปั้นสีหน้าเป็นห่วงลูกเลี้ยง ทั้งที่แอบสะใจไม่น้อย ก็ใครจะไปรู้ว่าแผนเอาชุดมาให้เลือกเพื่อเติมเชื้อไฟของเธอจะได้ผลขนาดนี้ สองพ่อลูกที่กำลังมึนตึงนั้นทะเลาะกันหนักกว่าเดิมอีก
เจอแบบนี้รับรองเตลิด นิสัยดื้อด้านแบบนี้ทนอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไปไม่ได้แน่นอน
“เตรียมตัวไว้นะ พรุ่งนี้เราจะไปด้วยกันทั้งหมดสี่คน”
สี่คนที่ว่า นอกจากเธอกับพ่อก็คงหนีบยัยแม่เลี้ยงและเรวิทย์ลูกติดของนางสินะ นั่นยิ่งทำให้เธอไม่อยากไป ไม่อยากหายใจร่วมกับสองแม่ลูกนั่นแม้แต่วินาทีเดียว!
-----------------------