บทที่ 3 NC
ปรนเปรอ (2)
“อือ...” เหอชิงหลันหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ในช่องท้องสะท้านวูบด้วยของเหลวที่ไหลวนเข้ามา เดิมทีนางเป็นเพียงคุณหนูบุตรีเจ้าเมือง เรี่ยวแรงจึงไม่มีแม้แต่จะมัดไก่ ตลอดสี่ห้าเดือนที่ผ่านมาเพิ่งจะถูกความยากลำบากเคี่ยวกรำจนทรหดอดทนขึ้น ถึงกระนั้นพละกำลังและเรือนกายของนางมีหรือจะไปเทียบกับผู้เป็นหนึ่งในแม่ทัพคนสำคัญของแคว้นเซี่ยได้ นับไปแล้วนางยังตัวเล็กบางกว่าเขาอยู่เป็นเท่าตัวเสียด้วยซ้ำ
กู้ซีจิ่นพลิกกายลงจากร่างนางไปนอนอยู่ด้านข้าง ทั้งยังโอบรั้งร่างอรชรเข้าไปในอ้อมแขน ใช้นิ้วโป้งเช็ดเหงื่อตามขมับให้พลางถามอย่างอ่อนโยน
“เป็นอย่างไร ยังเจ็บอยู่หรือไม่”
“ยังเจ็บอยู่เล็กน้อยเพคะ” เหอชิงหลันขยับเข้าไปชิดอกเขาด้วยร่างอันสั่นระริก แม้ทางหนึ่งจะบอกตนเองว่ากำลังจงใจทำให้เขาลุ่มหลงในตัวนาง อีกทางหนึ่งกลับไม่อาจปฏิเสธว่าเสี้ยวเล็ก ๆ ในดวงใจกำลังหวั่นไหวอย่างรุนแรง
ได้มีค่ำคืนวสันต์กับผู้ที่เก่งกาจมากฝีมือ แต่ไม่เห็นแก่ตัว ทั้งยังเอาใจใส่ถึงเพียงนี้ หากจะให้นางยับยั้งใจตนเองได้ก็เกรงจะเป็นเรื่องยากเกินไปเสียแล้ว
มิหนำซ้ำ เขายังทำให้นางพึงพอใจได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยาปลุกกำหนัดเลยด้วย
“ท่านอ๋อง” นางช้อนตามองด้วยดวงตาสุกใสแวววาว เปล่งเสียงอ่อนหวานน่าเอ็นดู “ท่านอ๋องชอบที่หม่อมฉันปรนนิบัติหรือไม่เพคะ”
ริ้วสีชมพูพาดอยู่บนแก้มใสบาง ๆ “หม่อมฉันไม่เคยปรนนิบัติผู้ใดมาก่อน อีกทั้งเมื่อครู่ยังลืมตัวทำเรื่องเสียมารยาท หากทำให้ท่านไม่พอใจ...”
เสียงของนางเงียบหายเมื่อถูกริมฝีปากของเขาทาบลงมาดูดกลืน ลิ้นของนางถูกเกี่ยวดึง บั้นท้ายถูกมือใหญ่ตะปบลูบ ร่างกายนางจึงเคลื่อนไหวเข้าหาเขาอย่างเป็นธรรมชาติ ตวัดท่อนแขนขึ้นโอบรอบเอวหนา ใช้ส่วนอวบอัดบดเบียดแผงอกตึงแน่น มีท่าทีที่แสดงออกชัดแจ้งว่าไม่ว่าเขาจะเรียกร้องสิ่งใด นางก็พร้อมจะปรนเปรอให้ทุกสิ่งอย่าง
“ชอบ” กู้ซีจิ่นผละจากกลีบปากนาง ซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่องซึ่งมีร่องรอยสีแดงอมชมพูแต่งแต้ม “เจ้าทำได้ดีมาก ไม่มีเรื่องไม่พอใจ ส่วนเรื่องที่เจ้าบอกว่าเสียมารยาท ข้ากลับชอบ”
เหอชิงหลันสะดุดใจ
เขาแทนตัวเองว่า ‘ข้า’
ถึงกระนั้นนางก็ไม่มีสมาธิจะมาจดจ่อกับเรื่องนี้สักเท่าไร ยามนี้ริมฝีปากที่ขบเม้มลงมาของเขากำลังส่งผลให้ร่างกายนางสยิวสะท้านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางแหงนหน้าขึ้น ถามเสียงเบาหวิว
“ชอบหรือเพคะ”
“ใช่ อากัปกิริยาของเจ้าตอนอยู่ใต้ร่างข้าน่ารักน่ามองทั้งสิ้น” เขายกศีรษะขึ้น สบตากับนางด้วยรอยยิ้ม “มันแสดงให้เห็นว่าเจ้าชอบเวลาถูกข้า ‘กระแทก’ เพียงไร”
โลหิตในกายสูบฉีดขึ้นสู่ใบหน้าของเหอชิงหลันในบัดดล นางสะบัดหน้าหนีสายตาเขาด้วยความขวยอาย อดไพล่คิดไม่ได้ว่า ต่อให้เขาจะได้ชื่อว่าข้องเกี่ยวกับสตรีไม่มาก ทว่าท่าทีเจ้าสำราญและเปี่ยมคารมเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าทำให้สตรีหลงใหลยามใช้ค่ำคืนร่วมกับเขาไปกี่มากน้อยแล้ว
ครั้นคิดเช่นนี้คลื่นอารมณ์แห่งความไม่พอใจอันเร้นลึกก็วาบขึ้นในอก เหอชิงหลันจึงพลันตระหนักได้ว่าตนเองเริ่มจะเหลวไหลมากขึ้นทุกที อวี้อ๋องเป็นเพียงเครื่องมือที่นางจะใช้ปีนป่ายไปสู่จุดหมายปลายทางเท่านั้น เป็นเพียงเหยื่อที่จะต้องตกอยู่ในบ่วงราคะของนาง เช่นนี้แล้วนางจะไปรู้สึกดีกับคนผู้นี้ให้มากไปเพื่อเหตุใด
ไม่แน่ว่าเมื่อความจริงเปิดเผยแล้ว จุดจบของนางอาจเป็นการที่ศีรษะต้องหลุดจากบ่าด้วยกระบี่ของเขาเองก็ได้
เหอชิงหลันแค่นยิ้มหยันตนเองอยู่ภายในใจ ฉากหน้ากลับเผยรอยยิ้มงามหยาดเยิ้ม ยันกายลุกจากวงแขนกว้างขึ้นนั่ง แล้วกล่าวว่า
“หม่อมฉันอยากทำเรื่องเสียมารยาทเพื่อให้ท่านอ๋องพอใจอีกสักเรื่องเพคะ” นางเอื้อมมือไปยังโต๊ะข้างเตียง หยิบเอาปิ่นปักผมที่ถอดวางทิ้งไว้ขึ้นมา มือทั้งสองข้างยกขึ้นขมวดเรือนผม ปทุมถันตูมเต่งเปี่ยมรอยจ้ำจึงลอยเด่นอยู่เหนือเอวคอดกิ่ว กู้ซีจิ่นมองการกระเพื่อมไหวนั้นอย่างไม่อาจละสายตา ค่อย ๆ ลุกขึ้นพลางกระถดกายไปนั่งพิงหัวเตียง พอจะรู้ว่าเหตุใดนางจึงคิดจะเก็บเส้นผมของตนไม่ให้รุ่ยร่ายขึ้นมา
ใจของเขาจึงเต้นระทึกด้วยความคาดหวัง กลางกายเริ่มปวดหนึบขึ้นอีกครั้งทีละน้อย
เหอชิงหลันขยับไปนั่งคร่อมอยู่เหนือต้นขาของเขา มืออุ่นนุ่มเอื้อมไปจับบริเวณที่กำลังตื่นตัว นางลูบไล้อย่างเบามือ คราบของเหลวที่ปะปนกันของทั้งคู่ทำให้เคลื่อนไหวได้ลื่นไหลขึ้น กู้ซีจิ่นสูดลมหายใจยามที่นางเปลี่ยนจากการลูบคลำเป็นการกอบกุมและชักรูดขึ้นลงด้วยความระมัดระวัง
“ท่านอ๋อง” เหอชิงหลันเอียงคอ ตอนแรกยังใช้เพียงมือเดียว ตอนนี้ตัดสินใจใช้อีกมือหนึ่งช่วยเหลือ “เป็นมือของหม่อมฉันที่เล็กเกินไป หรือว่า...”
กู้ซีจิ่นแม้จะเริ่มรู้สึกหายใจติดขัด ทว่าก็ยังมีแก่ใจเลิกคิ้วด้วยรอยยิ้มหยอกล้อ
“หรือว่าอะไร”
“ท่านรู้คำตอบอยู่แล้ว” นางเฉไฉพลางหลบตาวูบ ท่อนเหล็กร้อนในมือยิ่งคับพองขึ้นทุกที
“ซานซาน” เขาเรียกเสียงกระเซ้า “ไม่ว่าอย่างไรเมื่อครู่เจ้าก็รับเข้าไปได้ทั้งหมดไม่ใช่หรือ”
ถ้อยคำเย้าแหย่ทำให้พวงแก้มใสของนางขึ้นสีแดงเรื่อ นางมองค้อนเขาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว ครั้นสบสายตาแพรวพราวราวกับประดับด้วยดวงดาราก็รู้สึกผิวหน้าร้อนผ่าวกว่าเก่า รีบปัดความขัดเขินอันไร้สาระทิ้งไป มือหนึ่งเปลี่ยนไปจับต้นขาเขาไว้ อีกมือหนึ่งรูดแก่นกระบี่ลงไปจนสุดปลายโคน ก่อนจะก้มศีรษะลงไป แลบลิ้นเล็กสีชมพูอ่อนไล้เลียหัวหยักตรงส่วนปลาย ระรัวลิ้นเน้นย้ำ จากนั้นจึงตวัดไปรอบส่วนหัว แล้วลากอย่างบรรจงไปตามริ้วเส้นอันปูดนูนประดุจเถาวัลย์เลื้อยพัน
กู้ซีจิ่นสูดลมหายใจ ร่างกายแข็งเกร็ง เขาคำรามเสียงเบาพร้อมเอื้อมมือไปลูบลงบนกลุ่มผมเรียบลื่นของนาง
“ซานซาน...”
หน้าท้องซึ่งอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อเริ่มขมวดจนขึ้นลวดลายชัดเจนยิ่งกว่าเดิม เขาแทบไม่อาจขยับกายผลีผลาม เพียงจับจ้องร่างขาวโพลนตรงหน้าตาไม่กะพริบ โพรงปากอันนิ่มร้อนของนางอมตัวตนเขาแล้วรูดขึ้นลงสลับกับดูดดุนด้วยลิ้นเป็นระยะ ริมฝีปากแดงก่ำคล้ายต้องรับศึกหนักจนมีน้ำลายผุดซึมตามมุมปาก ทรวงอกซึ่งประทับรอยสีชมพูคลอนสั่นตามการเคลื่อนขึ้นลงของศีรษะ กลุ่มผมดำขลับราวกับขนกาน้ำขมวดมุ่นด้วยปิ่นปักผมอย่างลวก ๆ บางเส้นจึงปล่อยระคลอเคลียแก้มนวลเนียน เส้นกลางแผ่นหลังโค้งมนลากยาวไปสู่แก้มก้นอวบกลม
นางช่างดูบริสุทธิ์เปราะบาง ทว่าก็เร่าร้อนยวนใจคนในเวลาเดียวกัน
กู้ซีจิ่นพลันบังเกิดความคิดที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาไม่อยากให้นางคอยปรนนิบัติตนแล้ว แต่อยากเป็นฝ่ายปรนเปรอนางจนสำลักความสุขอยู่ในอ้อมแขนเขาเสียทุกคืนวัน
“ซานซาน” เขาเรียกเสียงขาดหาย นางจึงช้อนมองด้วยดวงตาอันปกคลุมด้วยละอองไอแห่งตัณหา กลีบปากอุ่นชื้นกลับยังไม่หยุดโลมเลีย “ไม่ต้องทำแล้ว”
เหอชิงหลันชะงัก นางถอนริมฝีปากออกด้วยความกระวนกระวาย
“หม่อมฉันทำได้ไม่ดีหรือเพคะ”
“ไม่ใช่ไม่ดี ดีมากต่างหาก” กู้ซีจิ่นเอื้อมมือไปคว้าร่างบอบบาง ออกแรงเพียงครั้งเดียวก็อุ้มร่างนางให้ลอยหวือมานั่งอยู่ข้างกายเขาได้แล้ว ก่อนจะดันไหล่มนให้เอนหลังพิงหัวเตียงพลางขยับร่างเปลี่ยนเป็นฝ่ายคร่อมเหนือตัวนางแทน แล้วจึงจับปลายคางนางเพื่อให้ใบหน้าซึ่งยังฉายชัดถึงความงุนงงเงยขึ้นเล็กน้อย “ดีเสียจนข้าอยากปลดปล่อยในตัวเจ้าข้างล่างแทนในปาก”
เหอชิงหลันตื่นตะลึงอีกครา
นิสัยที่ชอบพูดจาทำนองนี้จะไม่ขัดกันกับเปลือกนอกมากเกินไปหรอกหรือ!
ตรงใจกลางของนางแฉะชุ่มมาตั้งนานแล้ว ครั้นได้ยินถ้อยคำนี้ก็ยิ่งทำให้ธารวสันต์หลั่งรินไม่หยุด ร่างสูงกำยำขยับเข้ามาใกล้นาง มือสากระคายด้วยจับอาวุธมานานปียกขาของนางทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่า จากนั้นจึงประคองบั้นท้ายของนางให้ยกลอยขึ้นเล็กน้อย กลีบสีชาดอันมีคราบของเหลวมันวาวอาบเคลือบอยู่จึงเปิดเผยแบะอ้า ด้านนอกปากรูมีน้ำสีข้นขาวล้นเอ่อ เมื่อขยับกายมากมายเช่นนี้จึงเป็นผลให้เกิดการไหลย้อนออกมาหยดย้อยลงยังผ้าปูเตียง
หลักฐานของเหตุการณ์เมื่อครู่กระจ่างชัดคาตา!
“ท่านอ๋อง...” เหอชิงหลันช้อนมองด้วยใบหน้าร้อนฉ่า สองนิ้วยื่นลงไปถ่างบริเวณอ่อนโยนของตนให้กว้างขึ้น “ใส่เข้ามาสิเพคะ”
คิ้วของเขาเลิกขึ้น ทั้งดวงตาและริมฝีปากล้วนมีรอยยิ้มที่ทำให้คลื่นความร้อนแผ่ซ่านไปทั่วร่าง นางจึงรีบหลบสายตาเป็นพัลวัน
“รับบัญชา” กู้ซีจิ่นกล่าวเจือหัวเราะ แล้วจึงกดเข้าเสียบสอด ในท่วงท่านี้มองเห็นชัดเจนแม้กระทั่งตอนที่แท่งเนื้ออวบใหญ่ผลักส่งเข้ามาในกายนางจนกลีบเหมยสีหวานผลุบเข้าไป ยามเขาบดสะโพกเข้าหา บนหน้าท้องแบนราบก็ปรากฏรอยนูนเคลื่อนขึ้นลงเป็นลำ
“อ๊ะ...” เหอชิงหลันตัวสั่นเทิ้มด้วยความปรารถนาปะปนด้วยความลุ่มหลงมัวเมา นางแหงนเงยและสอดแขนกดท้ายทอยให้เขาก้มลงมารับรสจุมพิตไปจากตน ร่างกายทั้งบนล่างผนึกประสานกับเขาเป็นหนึ่งเดียว
และยังเป็นเช่นนี้ไปอีกเกือบตลอดทั้งคืน