“นั่งเงียบแบบนี้แปลว่ายังไงครับพี่ขุน ผมเดาว่าเรื่องที่เด็กในบ้านเอามาพูดกันคงจริงทุกข้อ เพราะถ้าไม่ใช่...พี่ชายผมก็คงไม่โสดนานขนาดนี้ และคงไม่ตื่นเต้นมากนักหลังจากพี่พัสเล่าให้ฟังว่าเจอใครที่โรงพยาบาลบ้าง”
ภูผาแกล้งตบบ่าพี่ชายเบาๆ รับรู้มานานแล้วว่าพี่ชายและชมพูสิรินนั้นมีความสัมพันธ์บางอย่างที่หลบซ่อน และเชื่อได้เลยว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่รับรู้ แต่รวมถึงพี่ชายคนโตของบ้านอย่างพสุธาและพี่ชายคนที่สามอย่างปฐพีก็คงรู้เรื่องนี้มานานพอกัน ไม่อย่างนั้นพสุธาคงไม่รอให้ทุกคนมากันพร้อมหน้า จึงยอมเอ่ยปากพูดเรื่องของอดีตคนรักของตัวเองและชมพูสิริน หญิงสาวที่อาสะใภ้ของเขารับมาอุปการะตั้งแต่เจ้าตัวมีอายุได้ราวสามขวบ
“เด็กในบ้านพูดเรื่องอะไร ถ้าไร้สาระเกินกว่าที่พี่จำเป็นต้องรู้ แกก็ไม่ต้องเล่า”
ขุนเขาตอบปัดอย่างนึกรำคาญ ภายในหัวของเขามีแต่เรื่องราวของเธอวิ่งวุ่น พยายามนึกปัญหาที่เกิดขึ้นมา เขาอยากรู้นักว่าทำไมนักสืบที่ว่าจ้างให้ไปตามหาเธอนั้นจึงทำงานได้ไม่เรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็น ตลอดห้าปีที่เธอหายออกไปจากวิสุทธ์ธารา คือห้าปีที่ทำให้เขาทุกข์ใจแทบเป็นบ้า ไม่มีวันไหนที่จะรู้สึกสบายใจ เพราะคำพูดสุดท้ายในวันนั้นยังคงดังอยู่ข้างหู คำพูดที่แปลความหมายได้ว่าเขาไม่เชื่อว่าเธอจะท้องได้ง่ายดายขนาดนั้น
“สาวๆ พูดกันทั่วว่าชมพู่เป็นเมียเก็บพี่ขุนน่ะสิ!” ภูผาตอบไปตามความจริง เขาไม่ได้เห็นด้วยนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่อาจขัดคนทั้งสองได้ เพราะเขาและพี่ชายคนอื่นต่างก็ดูออกว่าหญิงสาวคิดอย่างไรกับขุนเขา
“พูดจาพล่อยๆ น่าไล่ออกให้หมด!” เขาตอบอย่างไม่จริงจังนัก ตั้งท่าจะยกน้ำสีอำพันขึ้นมาจิบ แต่น้องชายกลับคว้าแขนเอาไว้ “อะไรของแก!”
“พี่จะไม่ให้คนในบ้านเอาเรื่องชมพู่มาพูดได้ยังไง ในเมื่อทุกคนเขาก็เห็นว่าพี่ไปไหนมาไหนกับชมพู่บ่อยๆ นี่ยังไม่นับรวมถึงเรื่องที่พี่เข้าไปหาชมพู่ถึงในห้อง ไหนจะลากชมพู่ไปที่บ้านโน้น...”
“ไอ้ภู!” ขุนเขาขี้หน้าน้องเป็นเชิงห้ามไม่ให้อีกฝ่ายพูด
“มาถึงขั้นนี้แล้ว พี่ขุนจะเก็บอะไรเป็นความลับได้อีก ผมบอกแล้วไงว่าเขารู้กันทั้งบ้าน ว่าชมพู่เป็นอะไรกับพี่” คนเป็นน้องถอนหายใจออกมาเบาๆ ยอมเล่าความจริงบางอย่างออกมา “พ่อกับแม่ก็รู้ แต่ยังไม่ได้บอกอาวากับอาภพ เรื่องก็เลยไม่บานปลายเพราะยายชมพู่ดันหายไปก่อน”
“ทำไมพ่อกับแม่ถึงรู้เรื่องนี้?”
“ขนาดเด็กในบ้านยังเห็นพี่ขุนลากชมพู่เข้าไปในห้องกลางดึก พี่คิดว่าพ่อกับแม่จะไม่เห็นบ้างหรือไงครับ?”
ภูผากลอกตาไปมา ไม่เข้าใจนักว่าทำไมพี่ชายถึงไม่คบหาหญิงสาวอย่างเปิดเผย ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาและพี่น้องคนอื่นก็จับสังเกตได้อย่างชัดเจน ว่าคนทั้งสองมีความรู้สึกอย่างไรต่อกัน
ไม่ใช่พวกเขาไม่รู้ว่าชมพูสิรินรักขุนเขา และน่าจะรักมาตั้งแต่เธอเริ่มรู้จักกับความรักเสียด้วยซ้ำ แถมคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป หลายครั้งหลายหนที่ขุนเขาเผลอมองหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งหลายหนที่พี่ชายคบหาผู้หญิงที่มีรูปร่างและหน้าตาคล้ายคลึงกับเธอ
จึงสรุปได้อย่างเสร็จสรรพว่าต่างคนต่างก็รักและมีความรู้สึกดีๆ มอบให้อีกฝ่ายในลักษณะเดียวกัน ขุนเขาอาจจะผิดที่ทำให้ความสัมพันธ์เกินเลยนั้นเกิดขึ้นมาก่อนเวลาอันควร แต่ภูผาก็มองอีกแง่ว่า...ถ้าหากชมพูสิรินไม่รักหรือไม่ได้เต็มใจที่จะมีสัมพันธ์ทางกายด้วย เธอคงไม่ยอมให้เรื่องราวทุกอย่างบานปลายมาถึงสองปีเต็มเช่นนี้
“ทำไมพี่ขุนถึงไม่คบชมพู่เหมือนที่คบผู้หญิงคนอื่น?”
“แกหมายความว่ายังไง?” คนเป็นพี่แกล้งไม่เข้าใจ เตรียมจะลุกหนีแต่ปฐพีกลับเดินเข้ามาขวาง “ถอยไปไอ้ดิน แกจะมาขวางพี่ทำไม?”
“ก็อยากคุยกับพี่ขุนให้รู้เรื่องไงครับ จะได้พิจารณาถูกว่าจะยอมให้ที่อยู่ของคุณพิมกับพี่ดีไหม” ปฐพีแกล้งลองใจ หันไปส่งซิกให้น้องชายคนเล็กก่อนจะหันกลับมาสบตากับขุนเขาที่กำลังตีหน้าขรึม “เมื่อครู่นี้พี่ขุนก็ได้ยินชัดเจนแล้วนี่นา ว่ามีเด็กคนหนึ่งเรียกชมพู่ว่าแม่ นี่พี่ไม่เอะใจบ้างหรืออย่างไรว่านั่น...”
“พี่ไม่เอะใจอะไรทั้งนั้น เพราะมั่นใจมากว่านั่นคือลูกของพี่กับชมพู่”
“ถ้ามั่นใจแล้วทำไมไม่ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ขุนทำแบบนี้เหมือนเหยียบหัวใจอา!”
คุณวารีเปิดประตูเข้ามาพร้อมคู่ชีวิต ท่านทั้งสองแอบฟังบทสนทนาของลูกหลานมาครู่ใหญ่ จนต่างฝ่ายต่างก็ทนไม่ไหวเมื่อได้ยินประโยคสำคัญหลุดรอดออกมาจากปากของขุนเขา เรื่องราวที่เคยได้ยินเด็กในบ้านซุบซิบนินทากลายเป็นจริงขึ้นมา ซ้ำยังได้ยินจากปากหลานอีกว่าเด็กที่พูดถึงนั้นเป็นลูกของเขาและชมพูสิริน
จึงสรุปได้ทันทีว่านี่คงเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ชมพูสิรินไม่กล้าสู้หน้าคนในบ้าน ท่านเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยย่อมรู้จักนิสัยใจคอของอีกฝ่ายดี และรู้ว่าเพราะเหตุใดหญิงสาวจึงเลือกจากไป มากกว่าจะพูดเรื่องงามหน้านี้ขึ้นมาเพื่อทำร้ายหัวใจคนที่เลี้ยงดูตัวเองมาถึงยี่สิบเอ็ดปีเต็ม
“ถ้าเมื่อครู่นี้อาไม่คาดคั้นพี่พัสเรื่องหนูพิมจนต้องแอบมาฟังขุนกับภูคุยกัน อาก็คงไม่มีทางรู้ว่ามีเกิดอะไรขึ้นในบ้าน!” คุณวารีถามเสียงสั่น “มีอะไรกับน้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมขุนไม่ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง!”
“ผม...”
“ตอบอามาตามตรง” คุณวารียืนกรานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หากขุนเขายังเป็นเด็กตัวเล็กเช่นวันวาน ท่านคงต้องหาไม้เรียวมาฟาดเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง “เจ้าดิน...ถ้าพี่ชายเราไม่พูดความจริงออกมา ห้ามเอาที่อยู่ของหนูพิมให้พี่ขุนของแกเด็ดขาด!”
“แต่แม่ครับ...” ปฐพีหน้าตื่น ไม่คิดว่ามารดาจะเอ่ยปากห้าม เพราะโดยปกติแล้วท่านจะไม่ยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของพวกเขาเช่นที่กำลังทำอยู่
“ไม่ต้องมาแต่ เพราะแม่กำลังรอฟังความจริงจากปากของพี่ขุนอยู่!”