ตอนที่2
ผีเน่ากับโลงผุ
เมื่อฉันเดินเข้าไปภายในห้องนอนของลูกสาว ฉันเห็นว่าลูกยังไม่นอนเหมือนที่คิดไว้ไม่มีผิด ป้าแหวนซึ่งเป็นพี่เลี้ยงกำลังพูดหลอกล่อให้ยอมนอนหลับเพราะเห็นว่ามันดึกมากแล้ว พอเธอเห็นฉันเข้าไปในห้อง ฉันบอกให้ป้าแหวนกลับไปพักผ่อนที่ห้องของแกเพราะคืนนี้ฉันจะนอนกับลูกสาวเพียงลำพัง
“พ่ออยู่ไหนเหรอคะคุณแม่” ประโยคแรกที่ได้ยินจากปากของลูกสาววัยสี่ขวบ ทำให้คนเป็นแม่อย่างฉันเจ็บปวดอย่างที่สุด ทำไมนะ ตอนนั้นฉันถึงไม่ต่อสู้ แล้วดึงตัวสามีกลับบ้าน เพื่อให้เขามานอนกอดลูกและเล่านิทานให้ลูกฟังตามสัญญา
นี่ฉันกลายเป็นคนแพ้พ่ายไปแล้วจริงๆ หรือ พอกลับมาคิดดูอีกที ถ้าผู้ชายคนนั้นมีความเป็นผู้ชายมากพอ เขาคงไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับลูก แล้วเลือกไปกับผู้หญิงคนนั้น คนอย่างเขามันไม่สมควรเป็นพ่อและไม่สมควรเป็นสามีใครทั้งนั้นและนี่คือเหตุผลที่ฉันอยากหย่าขาดกับเขาและออกไปจากชีวิตผู้ชายที่ชื่อฐากูร โชคทรัพย์อนันต์ให้เร็วที่สุด
“พ่อไปทำงานจะกลับมาตอนดึกๆ ค่ะ หนูดีนอนก่อนคุณพ่อเลยนะ นี่สี่ทุ่มครึ่งแล้วนอนได้แล้วนะคะคนเก่ง” ฉันยิ้มแย้มให้ลูกและพูดโกหกไป เพื่อให้เด็กน้อยที่กำลังชะเง้อหน้ามองหาพ่อที่หน้าประตูห้อง ยอมนอนหลับไปเสียที
“ช่วงนี้คุณพ่อทำแต่งาน ไม่เห็นว่างมานอนกอดหนูดีบ้างเลย คุณพ่อคงเห็นงานสำคัญกว่าหนูดีใช่ไหมคะคุณแม่” ลูกพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ฉันเห็นลูกเป็นแบบนี้ ในใจของฉันมันเศร้ามากกว่าเป็นไหนๆ แต่ต้องแสดงว่าฉันเข้มแข็งมากพอที่จะโอบกอดลูกและสามารถยืนไหวได้โดยลำพัง
ฉันเดินไปนั่งบนเตียง แล้วยื่นมือไปประคองกอดลูกสาวเอาไว้แนบกาย ฉันรู้ว่าลูกรักพ่อของเขามาก รู้ว่าลูกคงทำใจไม่ได้หากจะต้องแยกจากพ่อ แต่ฉันหวังว่าเมื่อวันนั้นมันมาถึงจริงๆ ลูกจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันตัดสินใจทำลงไป
“คุณพ่อไปทำงานค่ะลูก ช่วงนี้พ่อเขาทำงานหนัก ก็เพื่อจะหาเงินมาให้หนูดีเรียนสูงๆ ยังไงล่ะคะลูก หนูดีเข้าใจคุณพ่อเขาหน่อยนะลูก เดี๋ยววันพรุ่งนี้คุณพ่อจะมาเล่านิทานให้ฟังตามสัญญานะคะ” ฉันพูดเพื่อให้ลูกคลายความเศร้า ฉันไม่เคยพูดถึงสามีในทางที่ไม่ดีให้ลูกฟังเลยสักครั้ง ต่อให้ฉันจะรู้ว่าเขาทำตัวเลวแค่ไหน ฉันเก็บมันไว้ในใจตลอด
ทุกครั้งที่พูดถึงพ่อของลูก ฉันมักจะสร้างภาพจำที่ดีของพ่อของเขาให้น่าจดจำอยู่ในใจลูกเสมอ ไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันต้องการให้ลูกมองพ่อไม่ดีหรือทำให้ลูกเกลียดพ่อเลยสักครั้ง
“หนูดีไม่ได้อยากได้เงินคุณพ่อนี่คะ หนูดีอยากอยู่กับพ่อ อยากให้พ่อนอนกอดก่อนนอนทุกคืน แล้วก็อยากให้พ่อเล่านิทานให้ฟังด้วยค่ะ”
“เข้าใจคุณพ่อหน่อยนะคะหนูดี คุณพ่อทำงานหนัก ก็เพื่อพวกเรานะคะ เอาอย่างนี้ไหมคะ เดี๋ยววันหยุดนี้เราชวนคุณพ่อไปเที่ยวทะเลกันดีไหมคะ”
“เย่ หนูดีอยากไปเที่ยวทะเลค่ะคุณแม่ วันพรุ่งนี้เราชวนคุณพ่อไปด้วยกันนะคะ”
“ได้สิคะคุณลูก วันหยุดนี้เราให้พ่อพาเราไปเที่ยวกันนะลูก แต่ว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว คนเก่งต้องหลับก่อนนะคะ นอนดึกไม่ดีนะรู้ไหม เดี๋ยวแม่จะเล่านิทานให้ฟังนะ” ฉันคลี่ยิ้มกว้างตามลูกสาว เมื่อเห็นว่าลูกยิ้มดีใจและพยักหน้าตอบรับ จากนั้นขยับตัวเอนกายนอนลงบนเตียงนุ่มพร้อมกันเด็กน้อยในอ้อมกอด
ฉันหยิบหนังสือนิทานเล่มเดิมขึ้นมาอ่านให้ลูกฟัง มันเป็นนิทานเรื่องเดิมที่ฉันรู้ตอนจบมันเป็นอย่างดี แต่ลูกสาวก็ชอบให้พ่อของเขาเล่าให้ฟังทุกวัน สำหรับลูกสาวคนนี้แล้ว พ่อของเขาคงเป็นดั่งป้อมปราการขนาดใหญ่ที่สามารถช่วยป้องกันให้รอดพ้นจากอันตราย อยู่ข้างกายพ่อแล้วคงรู้สึกปลอดภัยอบอุ่นหัวใจ
ฉันเคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่วันนี้ป้อมปราการที่ฉันหวังใจให้เป็นที่ปลอดภัยที่สุดในชีวิต มันได้พังทลายลงไปแล้ว นับตั้งแต่วันที่เขาไม่สามารถปกป้องฉันจากใครๆ ได้เลย แม้กระทั่งคนในครอบครัวของเขาเองเพราะเขาและพ่อแม่ของเขาต่างคิดว่าฉันแต่งงานเข้ามาในตระกูลนี้เพียงเพื่อหวังทรัพย์สมบัติของโชคทรัพย์อนันต์
ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในตระกูลนี้ ฉันทำงานช่วยเขาดูแลบริษัทมาตลอด เคยงอมืองอเท้ารอให้เขาเลี้ยงเสียเมื่อไรกัน ทรัพย์สมบัติที่หามาด้วยกัน ก็มีอยู่หลายอย่าง ถ้าหย่ากันแล้ว ถ้าฉันไม่ได้อะไร ฉันจะฟ้องให้แหลกลาญเลยคอยดู
ตีสองฉันรู้ว่าฐากูรกลับมาถึงบ้าน พอเขาเข้าไปนอนพักในห้องนอน ฉันรีบลงมาที่ชั้นล่าง แล้วตรงไปที่ลานจอดรถหยิบเอากุญแจรถสำรองออกมา เพื่อจะเข้าไปภายในรถ หาหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอหน้าและหลังรถ ที่มันบันทึกทั้งภาพและเสียงเอาไว้
ฉันจะไม่รีบขนาดนี้เลย ถ้าหากว่าสิ่งที่ฉันได้ยินผ่านเครื่องดักฟังที่ติดไว้ในรถ มันไม่ได้มีประโยคทิ่มแทงใจใดๆ
“เมื่อไรพี่ภาคจะให้ดาวถือหุ้นบริษัทสักทีล่ะคะ ขนาดยัยอรปรียายังได้เลย แล้วพี่ภาคไม่คิดให้ดาวบ้างเหรอคะ”
“อรเขาก็สมควรได้อยู่แล้วเพราะเขาเป็นเมียพี่”
“แล้วดาวไม่ใช่เมียพี่เหรอคะ”
“ตอนนี้พี่ว่าดาวอย่าเรียกร้องอะไรพี่เลยนะ แค่นี้พี่ก็เครียดจะตายอยู่แล้ว ไหนจะเรื่องที่อรเขาจะหาเรื่องฟ้องหย่ากับพี่อีก ไหนจะเรื่องของเธออีก เธอก็รู้ว่าตอนนี้นักข่าวกำลังจับตามองความสัมพันธ์ของพี่กับอรอยู่ พี่ไม่อยากให้มีปัญหานะ”
“ฟ้องหย่าเหรอคะ ดีสิคะ ถ้ายัยอรฟ้องหย่า เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันยังไงล่ะคะ”
“บ้าเหรอดาว เธอคิดอะไรบ้าๆ ถ้าอรเขาฟ้องหย่าขึ้นมา ทั้งเธอทั้งพี่ เราซวยแน่ ไหนจะเรื่องธุรกิจอีก หุ้นส่วนที่อรมีในบริษัท เธอเอาไปหมดแน่ สินสมรสที่ช่วยกันหามาได้หลังแต่งงาน เธอต้องฟ้องเอาไปหมดเหมือนกัน แล้วไหนจะลูกอีก อรต้องเอาไปหมดทุกอย่างแน่ๆ เชื่อสิ!”
ฉันได้ยินมาถึงประโยคนี้ รู้สึกว่าฐากูรกลัวเรื่องที่ฉันจะฟ้องหย่ากับเขามากอยู่เหมือนกัน หึ!อยู่ต่อหน้าทำมาเป็นขู่ฉัน ตอนนี้กลัวความผิดที่ทำ มันจะกลับย้อนเข้าตัวเสียแล้ว
ตอนนี้ในมือของฉันมีหลักฐานทุกอย่างที่สามารถฟ้องหย่าเขาและเรียกร้องสิทธิ์ที่มันควรเป็นของฉัน รวมทั้งคลิปวิดีโอและรูปภาพที่สองคนนี้พากันไปทานข้าวและพากันไปส่งที่บ้านในช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วย งานนี้ต้องขอบคุณนักสืบที่ฉันจ้างมา แล้วเขายอมอดหลับอดนอน เพื่อให้ฉันได้หลักฐานนี้มา รับรองว่าฐากูรไม่มีวันดิ้นหลุดแน่
“เราก็อย่าให้มันมาฟ้องหย่าได้สิคะ”
“ทำได้ยังไงล่ะ เขาว่าเขามีหลักฐานนะ คนอย่างอรปรียา ถ้าไม่แน่จริงไม่ยอมฟ้องหย่าพี่หรอก”
“เราก็ทำให้มันพูดไม่ได้สิคะพี่ภาค”
“เธอหมายความว่ายังไง นี่เธอจะให้พี่ฆ่าปิดปากอรเหรอ”
“พี่ภาคไม่เคยได้ยินเหรอคะว่าคนที่ตายแล้ว ไม่สามารถพูดได้ ถ้าหากว่ามันเป็นเสี้ยนหนามของเรา เราควรกำจัดมันออกไปจากชีวิตไม่ใช่เหรอคะพี่ภาค”
“เธอก็พูดถูกนะ คนตายพูดไม่ได้”
ฉันนั่งฟังประโยคนี้ที่เขาพูดมาถึงกับจุกในอก สามีที่เคยรักกัน กำลังคิดจะฆ่ากันเสียแล้วหรือนี่ หึ! ผิดที่ฉันเลือกแต่งงานกับคนผิด ผิดที่วันนั้นฉันเลือกเส้นทางนี้ ยอมละทิ้งความฝันทั้งหมดที่มีเพื่อเขา เพื่อที่จะมีครอบครัวที่น่ารักร่วมกัน แต่ต่อให้จะก้าวผิดพลาดไป หากมีโอกาสย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกครั้ง ฉันจะเดินบนเส้นทางเดิม เพื่อให้ชีวิตน้อยๆ ที่ฉันเฝ้าฟูมฝักทะนุถนอมได้เติบโตมีชีวิตที่ดี
“พี่ภาคเห็นด้วยกับดาวใช่ไหมคะ ถ้ายัยอรตายไป พี่ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องการแบ่งสินสมรส มันจะไม่มีปากเสียงมาฟ้องหย่าพวกเราได้ พี่เองก็จะได้ไม่เครียด หุ้นส่วนบริษัทที่ยัยนั่นถืออยู่ มันก็จะตกเป็นของพี่ไปโดยปริยาย แล้วแบบนี้พี่คิดว่ามันไม่ดีหรอกเหรอคะ”
“เชื่อดาวเถอะนะคะ มันมีวิธีนี้วิธีเดียวที่จะทำให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกันนะคะพี่ภาค พี่ภาคไม่อยากอยู่กับดาวเหรอคะ”
น้ำเสียงของดาวประกายที่ฉันได้ยินช่างออดอ้อนยั่วยวนและเธอคงจะทำมากกว่าใช้เสียงอ้อนกัน ฉันได้ยินเต็มสองหู นึกแค้นใจผู้หญิงคนนั้น ฉันไม่คิดเลยว่าผู้หญิงด้วยกัน จะคิดทำอะไรต่ำทรามกับฉันได้ขนาดนี้ เธอไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ
“ถ้าอรเขาไม่หยุดที่จะหาเรื่องหย่า พี่ว่าคงได้ใช้วิธีนี้ แต่ถ้าเขากับพี่ตกลงกันได้ พี่จะไม่ทำอะไรเขาทั้งนั้น”
“แหม่พี่ภาคพูดอย่างกับว่าแม่นั่นจะยอมให้เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อย่างนั้นแหละค่ะ พี่คอยดูไปเถอะ อรปรียาไม่ยอมหยุดเรื่องนี้แน่”
“ถ้ามันไม่หยุด มันก็คงมีแค่กระสุนปืนของพี่เท่านั้นแหละที่หยุดมันได้”
ฉันสะอึกในใจเมื่อได้ยินสามีเรียกฉันว่ามันราวกับพูดว่าฉันเป็นคนอื่น ไม่ใช่เมีย ไม่ใช่แม่ของลูก
“ได้ในเมื่อคุณคิดจะทำร้ายฉัน ฉันจะทำให้คุณเจ็บยิ่งกว่าที่ฉันเจ็บในตอนนี้อีก” ฉันกำหมัดทุบพวงมาลัยรถด้วยความแค้นใจ แต่ก่อนฉันเลือกเขา เลือกความรัก ความลุ่มหลง ตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะขอเลือกตัวเองกับลูกมาก่อนเสมอ ส่วนผู้ชายใจหมา ใครจะเลือกก็เลือกไปเถอะ
ฉันรีบเก็บเมมการ์ดกล้องหน้ารถออกมา เพื่อไม่ให้หลงเหลือหลักฐาน แล้วรีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว
ตึก! ทันทีที่สิ้นเสียงปิดประตูรถ กลับมีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง เสียงนั้นทำให้ฉันหวาดผวายิ่งกว่าโดนผีหลอก
“พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะอรปรียา”
พ่อของสามีพูดเสียงเข้มอยู่ด้านหลัง เสี้ยววินาทีนั้นขนอ่อนตรงแขนลุกขึ้นซู่ด้วยความหวาดกลัว เรื่องที่เขาจะคุยกับฉันคงไม่พ้นเรื่องที่ฉันจะฟ้องหย่ากับลูกชายสุดที่รักของเขา
ฉันเดาทางไม่ออกเลยว่าคุณพ่อเกียรติศักดิ์จะเข้าข้างฉันเห็นใจฉัน หรือเข้าช้างลูกชายเหมือนแม่มณีกาญจน์ แต่ขอเถอะขอให้เขาเข้าข้างฉัน อยู่ข้างลูกสะใภ้คนนี้ด้วยเถิด สาธุ
อิภาคแกพูดมาได้ยังไงว่าจะฆ่าเมีย ชั่วเกินคนเกินไปแล้วนะอิภาค หลงของใหม่ไม่ลืมหูลืมตา ชั่วทั้งคู่
เดี๋ยวเถอะกรรมจะตามทันแกแน่ ขอให้พ่อแกจัดการคนเห็นแก่ตัวอย่างแกให้ถึงที่สุด ว่าแต่คุณพ่อขา จะเข้าข้างลูกสะใภ้ไหมน้าา รอลุ้นต่อตอนหน้านะคะทุกคน
ขอบคุณนักอ่านที่รอติดตามอ่านนิยายของยัยชัตเตอร์นะคะ ใครเข้ามาอ่านแล้วชอบ ฝากกดใจ กดติดตาม กดคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันหน่อยน้าาาา