3
"พี่ไมค์ รินเจ็บขาอะ" เสียงหวานใสพูดขึ้นตอนกำลังเดินเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลเอกชลมากนัก หลังพบหมอประจำตัวเสร็จ รินลดาก็ชวนสามีมาที่ห้างเพื่อซื้อของเตรียมคลอดต่าง ๆ ให้เจ้าเด็กจิ๋วในท้อง
ได้ยินแบบนั้นไมเนอร์จึงรีบวิ่งกลับไปที่รถแล้วยกวีลแชร์ลงมาเพื่อให้ภรรยาสาวนั่งตอนซื้อของ
"สบายขึ้นหรือยังครับ"
"ขอบคุณค่ะ" รินลดาตอบพร้อมขยับตัวให้นั่งสบายมากขึ้น พอเห็นเธอนั่งเรียบร้อยเขาก็เข็นรถไปโซนของใช้แม่และเด็ก ที่อยู่ชั้นสองของห้าง
"พี่ไมค์ดูตื่นเต้นจังเลยนะคะ"
"ก็ต้องตื่นเต้นสิครับ มีลูกกับคนที่รัก นี่ลูกของเราเลยนะ" คนเป็นสามีพูดอย่างอ่อนโยนก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวภรรยาบนวีลแชร์ เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจพลางนึกถึงก่อนหน้านี้ที่ทั้งคู่เกือบเลิกกัน ลูกของเธอเกิดมาเพื่อเป็นโซ่คล้องใจจริง ๆ หญิงสาวลูบท้องที่นูนออกมาจนเห็นได้ชัดว่ากำลังตั้งครรภ์
"ริน นี่รินใช่มั้ย" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากปากชายหนุ่มด้านข้างที่ไมค์เพิ่งเข็นวีลแชร์ผ่านมา หนุ่มแว่นรีบเดินตรงเข้าทักคนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คนถูกทักขมวดคิ้วหน่อยๆ ก่อนจะยิ้มให้ชายตรงหน้าแล้วเอ่ยทักเขา
"พี่การใช่มั้ยคะ"
"จำพี่ได้ด้วยแฮะ" หนุ่มแว่นยกมือเกาหัวอย่างเคอะเขินจนคนเข็นรถรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มบึ้งตึงแต่อีกสองคนดูจะไม่สังเกตเอาเสียเลย
"ใครน่ะริน" น้ำเสียงเรียบเข้มกล่าวขึ้นห้วน ๆ จนคนมาใหม่สังเกตได้ เขาหันไปยิ้มบาง ๆ ให้ชายคนรักของเธอ
"สวัสดีครับ ผมการันต์ เรียกการก็ได้ครับ" คนมาใหม่แนะนำตนเองก่อนจะยื่นมือขวาไปหาคนผมสีดำเหลือบเทาตรงหน้า
"พี่การเป็นรุ่นพี่ตอนเรียนมัธยมแล้วก็เป็นลูกค้าที่ร้านน่ะค่ะ"
"สวัสดีครับ ผมไมเนอร์เรียกไมค์ก็ได้ เป็น…สามีของริน" จบการแนะนำตัวคนมาใหม่ก็รู้ได้ทันทีว่าชายตรงหน้ากำลังไม่พอใจตนเอง แม้จะไม่รู้ว่าไม่พอใจเรื่องอะไรก็ตาม
"รินแต่งงานนานแล้วเหรอ นี่น้องกี่เดือนแล้วเนี่ย โอ้ย…พี่ลืมเลยว่ามีนัดกับลูกค้า" ขณะกำลังจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของรุ่นน้อง ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตนเองมีนัดกับลูกค้าจึงรีบขอตัวออกไปก่อน โดยไม่ลืมกล่าวแสดงความยินดีด้วย
"รินสนิทกับมันหรือไง" เสียงตึง ๆ จากคนข้างกายเรียกความสนใจจากร่างอวบอิ่มที่นั่งกินแซนวิซอยู่ที่เบาะข้างคนขับ หญิงสาวหันไปมองสามีตนเองด้วยสีหน้าขำ ๆ พลางคิดว่าเขาคงสะกิดใจอดทนที่จะไม่ถามตั้งแต่อยู่ในห้างแล้ว หญิงสาวตีสีหน้านิ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเอื่อย ๆ
"ก็ค่อนข้างสนิทนะคะ มาที่ร้านเมื่อไหร่ก็ซื้อดริ๊งก์รินตลอดเลย แต่ก่อนหน้านี้รู้สึกเงียบ ๆ ไปเฟซบุ๊กก็ไม่เห็นอัปเดตอะไร"
"มีเฟซกันด้วยเหรอ" ไมเนอร์หยุดรถที่ไหล่ทางทันทีก่อนจะหันมามองภรรยาของตนเองด้วยสีหน้าจริงจัง จนเธอเกือบหลุดขำออกมา
"ก็เป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนนี่คะ ไม่เห็นแปลกเลยทีพี่ไมค์ยังมีทั้งเฟซรุ่นพี่ รุ่นน้อง เพื่อนอะไรต่ออะไรเยอะแยะไปหมด"
"มันไม่เหมือนกันนะริน"
"ยังไงคะ"
"ก็ไอ้นั่นมันชอบรินแน่ ๆ แต่พวกนั้นพี่ไม่ได้ชอบไง" ไมเนอร์ตอบเสียงห้วนจะตะคอกใส่ก็ไม่กล้าทำ จะเสียงดังก็กลัวลูกจะตกใจ ทำได้แค่ตอบเสียงเข้มแต่ดันเบาอ้อมแอ้ม ๆ
"พี่ไม่ชอบไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบพี่ อีกอย่างพี่การก็รู้แล้วไงคะว่ารินกำลังมีลูกกับพี่ จะพูดเรื่องนี้จริง ๆ คงยาวยังอยากจะพูดต่ออีกมั้ยคะ" ไมเนอร์หันรีหันขวางทันทีที่รินลดาเริ่มรื้อเรื่องเก่าๆ ด้วยความระแวง ก่อนจะชี้แก้วชานมที่วางอยู่
"รินกินน้ำหน่อยดีกว่าเนาะเดี๋ยวเจ็บคอ เรารีบกลับบ้านดีกว่าวันนี้รินเดินนาน พี่นวดเท้าให้ดีกว่าจะได้สบายตัว" รินลดาพยักหน้ารับคำก่อนจะนั่งกดโทรศัพท์พลางกินขนมไปด้วย
"อือ…เมื่อยอะ" รินลดาบ่นพึมพำขณะก้าวลงรถหลังจากเพิ่งกลับมาจากห้างสรรพสินค้า เนื่องจากบ้านอยู่ห่างใจกลางเมืองค่อนข้างมากการนั่งรถจึงใช้เวลานาน ยิ่งสำหรับคนท้องไตรมาสที่สองอย่างเธอเลยทำให้เมื่อยมากขึ้นไปอีก
อาการปวดหลัง ปวดขาของคนท้องทำเธอเหนื่อยจนไม่อยากออกจากบ้านเลยสักนิด ไหนจะอาการเวียนหัว คลื่นไส้อยากอาเจียนแต่ไม่อาเจียน แสบร้อนกลางอกเพราะกรดไหลย้อน ยิ่งตอนนี้ท้องโตขึ้นเธอยังมีอาการเจ็บขาเพิ่มอีกด้วย ถ้าต้องลุกยืน เดิน นั่งหรือเปลี่ยนท่าเร็ว ๆ เธอจะมีอาการเจ็บจี๊ดที่ต้นขาด้านหลัง
อาการพวกนี้ทำเอาเธอเข็ดจากการตั้งครรภ์แล้ว ฉันจะไม่มีลูกอีกแล้วรินลดาคิดในใจ เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปในบ้านโดยมีไมเนอร์คอยประคอง
"พี่ว่าเราย้ายไปอยู่บ้านไอ้เมจดีกว่าใกล้โรงพยาบาลมากกว่าเยอะเลย"
"พี่เมจจะไม่ว่าอะไรหรอคะ รินเกรงใจอะ"
"ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่อยู่คนเดียว" เมเจอร์พูดขึ้นตอนเดินออกมาพอดี เขาต้องทำงานแทนแม่จึงย้ายออกไปอยู่คนเดียวเพราะที่คอนโดนั้นใกล้ที่ทำงานมากกว่า อีกทั้งเขายังไม่มีแฟนจะให้น้องชายและน้องสะใภ้ไปอยู่ด้วยก็ไม่ใช่ปัญญาอะไร
"เห็นมั้ย เมจมันก็ไม่ว่าอะไร รินจะได้ไม่ต้องนั่งรถนาน ๆ ไง"
รินลดาตกลงย้ายไปอยู่คอนโดของพี่สามีอาทิตย์ต่อมาเธอกับไมค์ก็ย้ายเข้าไป แม้ในตอนแรกแม่สามีของเธอจะไม่อยากให้ไปแต่ก็ไม่อยากขัดลูกชาย เพราะที่บ้านมีคนงานอยู่มากอีกอย่างแม่เองก็กำลังจะไปดูงานเปิดบริษัทสาขาต่างประเทศ