บทนำ

1171 คำ
รถเก๋งญี่ปุ่นคันเก่าสีใบตองอ่อนพร้อมด้วยสัมภาระพะรุงพะรังเต็มท้ายรถ ขับเข้ามาจอดในพื้นที่โล่งกว้างที่กำลังมีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อวางขายสินค้า หญิงสาวร่างเพรียวบางลงจากรถของตนเองก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ             “วันนี้มาเร็วจัง” เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยทักอย่างเป็นกันเองแล้วถอดหมวกออกมาโบกพัดไล่ความความร้อนจากใบหน้า             “มาช้าก็ได้ที่ไม่สวยนะซิ” หญิงสาวยิ้มกว้างไม่กลัวแสงแดดยามบ่ายสามโมง “ได้ที่เดิมไหม?”             ชายคนเดิมก้มมองสมุดบันทึกสภาพยับเยินในมือก่อนพยักหน้า “ล็อกเดิม”             “ดีเลย” หญิงสาวดีดนิ้วอย่างอารมณ์ดีก่อนแหงนหน้ามองฟ้าที่สดใส “หวังว่าคงไม่มีฝนหลงฤดูมานะ”             “แม่ค้าพ่อขายอย่างเรา กลัวที่สุดก็เรื่องฟ้าฝนนี่แหละ” ชายคนเดิมหัวเราะพลางจดอะไรบางอย่างลงในสมุดบันทึกของตน “เริ่มตั้งแผงห้าโมงเย็นเหมือนเดิม”             “ขายของมาครึ่งปีแล้วไม่ต้องบอกซ้ำก็ได้”             ไอริณ พรวดี หัวเราะเสียงใสให้ชายวัยกลางคนที่เดินจากไปทำหน้าที่ของตนเอง ครึ่งปีแล้วหรือ? หญิงสาวถามตัวเองอย่างประหลาดใจขณะจัดการเอาเปิดท้ายรถเอาโครงอลูมิเนียมลงมาวางไว้ที่พื้น เธอเริ่มอาชีพแม่ค้าตลาดนัดตั้งแต่เมื่อไหร่นะ? ไอรินยิ้มให้กับโชคชะตาของตัวเอง เมื่อราวสองปีที่แล้ว เธอไม่ได้ขับรถโกโรโกโสแบบนี้ รถส่วนตัวของเธอคือรถยุโรปคันหรู กินอาหารแต่ละมื้อก็ในโรงแรมชื่อดังหรือไม่ก็จ้างเซฟมาทำอาหารให้กินที่บ้าน  บ้านที่ว่าก็หลังขนาดคฤหาสน์บนเนื้อที่กว่ายี่สิบสี่ไร่ คนรับใช้อีกเป็นสิบคน เสื้อผ้าเต็มตู้ รองเท้ากว่าสองร้อยคู่ นั่นเป็นสิ่งที่เล่าไปก็ไม่มีใครเชื่อว่า ไอริณ พรวดี คนนั้นจะเป็นคนเดียวกับไอริณ พรวดี คนนี้ที่เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าตลาดไนท์             หญิงสาวจำได้ดี วันที่เธอรู้ว่าครอบครัวของเธอถูกฟ้องล้มละลาย เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเจอเหตุการณ์เหล่านั้น แม่ของเธอเสียไปตั้งแต่เธออายุแค่แปดขวบ และพ่อก็รักเธอมากเกินกว่าจะแต่งงานใหม่ กิจการธุรกิจหลายอย่างในมือของพ่อสลายหายไปหมดสิ้นโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้พ่อเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก... พ่ออยู่โรงพยาบาลเพียงสามวันก็จากเธอไปโดยไม่ได้ล่ำราสักคำ และจากนั้นบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายต่างเข้ามายึดทรัพย์สินในสิ่งที่เคยเป็นของเธอจนหมดภายในเวลาไม่กี่วัน หลังจากเสร็จงานศพของพ่อ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งบ้าน รถและทรัพย์สินหลายถูกเปลี่ยนมือไปในเวลาเพียงแค่เดือนเศษ เธอเหลือเพียงบ้านหลังเล็กที่เป็นบ้านเดิมของแม่ มันไม่อยู่ในบัญชีทรัพย์สินของพ่อและเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของเธอ             ไอรินจำได้ดีว่าเธอเอาแต่นั่งร้องไห้กับโชคชะตาที่เล่นตลกร้ายกับชีวิต            เธอร้องไห้อยู่นานนับเดือน เพื่อนที่เคยกินเที่ยวและชอปปิ้งหายไปในพริบตา ราวกับไม่มีใครรู้จักเธอมาก่อน หญิงสาวหอบสัมภาระมาอาศัยที่บ้านเดิมของแม่ มันเล็กเท่าบ้านพักของคนรับใช้เท่านั้น แต่เธอก็รู้สึกอบอุ่นใจที่อย่างน้อยเธอก็มีที่ซุกหัวนอน รถเก๋งหรูๆ หลายคันถูกยึดไปด้วย เหลือเพียงรถญี่ปุ่นคันที่พ่อเคยซื้อให้ ‘ปกป้อง’  ลูกชายของลุงวิชัยที่มีหน้าที่ดูแลรถทุกคันในบ้าน วันที่ย่ำแย่ที่สุด ปกป้องยื่นกุญแจรถส่งให้เธอ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยังอาทรและห่วงใยเธอ เธอไม่อยากรับมันกลับมาแต่เธอก็จำเป็นต้องมีรถไว้ใช้สักคน เธอสัญญาว่าจะเอาไปคืนเขาในวันที่เธอพร้อมมากกว่านี้ แต่มันก็ล่วงเลยมากว่าปีหนึ่งแล้ว รถเก่าเก็บที่เธอไม่เคยชายตามองกลับกลายมาเป็นรถคู่ใจที่ไปไหนไปกัน ช่วยให้เธอยังมีชีวิตอยู่โดยไร้ร่มเงาของพ่อ             ช่วงที่เธอระเห็จมาอยู่บ้านเก่าของแม่ เธอพยายามติดต่อคนรู้จักหลายคนเพื่อจะได้ช่วยเธอในเรื่องการเงินบ้าง แต่ก็ไร้คนเหลียวแล แม้กระทั่งเพื่อนที่เธอเคยให้ยืมเงินหลายหมื่นบาทก็ทำราวกับรู้จักเธอมาก่อน แม้จะไอริณจะเรียนจบจากเมืองนอกแต่คนที่ไม่เคยผ่านงานหรือความลำบากใดๆ เลยทำให้เธอเหมือนคนตาบอดเธอมีเงินสดติดบัญชีไม่กี่พันบาทกับเสื้อผ้ากองเท่าภูเขา หญิงสาวรู้สึกอับจนหนทางจนอยากตามพ่อและแม่ไปอยู่อีกภพด้วยกัน             ‘ทำไมพ่อกับแม่ถึงทิ้งหนูไว้คนเดียวแบบนี้’             ไอริณคร่ำครวญอยู่ภายใน ค่ำวันนั้นเธอออกจากบ้านของแม่เตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนยามค่ำ ก่อนหน้านี้เธอเป็นเจ้าแม่นักท่องราตรี ผับเธคหรูๆ ที่ไหนก็มีเธอเป็นลูกค้า VIP ทั้งนั้น แต่คืนนั้นเธอกลับรู้สึกอ้างว้างและเจ็บปวด ขณะที่หัวใจกำลังร้องไห้จนหมดแรง เธอมองเห็นผู้คนมากมายที่มาจับจ่ายซื้อของที่ ‘ตลาดไนท์’ ตลาดนัดยามค่ำคืนที่เธอไม่เคยย่างเท้าเข้าไปใกล้ แต่วันนั้นเธอกลับเดินดูผู้คนที่มาซื้อของและขายของ มีสินค้าหลากหลายและวางขายแตกต่าง บางแผงก็วางแบกะดิน บางร้านก็จัดโชว์สวยงาม เธอสะดุดใจกับแผงขายรองเท้ามือสองแสนถูก แม้สภาพจะยับเยินแต่ก็มีคนมาเลือกซื้อเป็นเจ้าของ ไอริณคิดถึงรองเท้ากว่าสองร้อยคู่ที่กองเต็มบ้านพร้อมกับเสื้อผ้าของเธอ  นั่นทำให้เธอรีบกลับมาบ้าน จัดแยกเสื้อผ้าข้าวของออก แม้ว่าจะเสื้อดายเสื้อผ้าแบรนด์เนมของแท้ที่มีอยู่ แต่เมื่อท้องมันร้องบอกว่าหิว เธอก็จำเป็นต้องตัดใจ             ครั้งแรกของการเป็นแม่ค้าจำเป็น เธอขนเอาแต่รองเท้าไปขาย รองเท้าสวยๆ ของแท้ลดราคาขายเพียงคู่ละ199 บาท ถูกเสียยิ่งกว่าแจกฟรียังมีคนมาต่อรองราคา แต่นั่นก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี เธอเริ่มเรียนรู้อาชีพค้าขายที่ละนิดที่ละน้อยค่อยๆ เรียนรู้ จากคนที่เคยโทษโชคชะตามาวันนี้เธอกลับท้าทายปัญหาและอุปสรรคนานา              “หนูสัญญาค่ะพ่อ หนูสัญญาว่าจะมีชีวิตต่อไป”             ไอริณบอกกับตัวเองและพ่อแม่ที่อยู่บนท้องฟ้า... นับจากนี้เธอจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ไม่ให้รู้สึก ‘เสียดาย’ อย่างที่เคยผ่านมาอีก.             
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม