“เธอมีแฟนหรือยังศลิสา”
“ยังค่ะ”
“อ้อ ฉันลืมไป เธอเก็บพรหมจรรย์ไว้ให้นายฤทธิ์สินะ”
“เปล่าค่ะ สาไม่ได้ข่าวคุณฤทธิ์มานานมาก สาเลิกหวังแล้วล่ะค่ะ”
“แล้วทำไมเธอถึงยั่วฉัน ไม่ใช่เพราะคิดว่าฉันเป็นนายฤทธิ์เหรอ”
“ใช่ค่ะ แต่สาไม่ได้หวังจะให้คุณฤทธิ์รัก แม้ช่วงเวลาหนึ่งเราเหมือนคนรู้ใจกัน แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนคนต้องเปลี่ยน แต่สาก็ยังรู้สึกดีๆ กับคุณฤทธิ์”
“รักแท้ว่างั้น หึ แต่ฉันไม่ยอมให้เธอคิดถึงมันอีกแน่ศลิสา ต่อจากนี้ไป เธอต้องคิดถึงแต่ฉันเท่านั้น”
ศลิสาช้อนตามองอิทธิพล เขาไม่ได้บังคับขืนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เธอต่างหากที่ยั่วยวนเขาก่อน เธอต่างหากที่ทำให้เขาขึ้นสวรรค์ ศลิสายอมรับว่าเธอใจง่าย ปล่อยตัวปล่อยใจให้ชายเชยชมง่ายๆ เธอพลาดไปแล้ว แถมเขาก็ยังรูปหล่อเหลือร้าย และมีรูปเดียวกับอิทธิฤทธิ์ ความทรงจำเดิมๆ กลับมา คงไม่แปลกที่เธอจะแอบมองอิทธิพลเหมือนกับที่มองอิทธิฤทธิ์ และอาจรู้สึกดีๆ กับเขาเหมือนที่รู้สึกกับอิทธิฤทธิ์
“มองอะไร”
“สากำลังคิดว่าคุณอิทไม่เหมือนคุณฤทธิ์เลยสักนิดค่ะ” เธอปด
“ดีแล้ว ฉันไม่อยากเหมือนหมอนั่นนักหรอก” เสียงฉุนเฉียวนิดๆ ทำให้ศลิสาต้องถอนใจยาว
“ตกลงคุณอิทจะใช้งานสากี่วันคะ คือสามีงานต้องทำเยอะแยะ แล้วคงต้องบอกแม่ถ้าหายเงียบไปหลายวัน”
“แม่เธออยู่ไหน”
“อเมริกาค่ะ ครอบครัวสาอยู่ที่อเมริกา สาโทร.หาพ่อกับแม่ทุกวันไม่เคยขาดค่ะ ถ้าหายเงียบไป สาคงต้องหาเหตุผลดีๆ บอกท่านจะได้ไม่เป็นห่วง”
“แล้วงานของเธอ”
“สาเป็นดีไซเนอร์ค่ะ”
“ออกจากงานนั่นซะ ส่วนโทร.หาครอบครัวก็ยังโทร.ได้เหมือนเดิม”
“หมายความว่าไงคะ” งานดีไซเนอร์เป็นงานที่เธอรัก ถ้าต้องเลิกทำเอามีดมากรีดใจเธอเลยดีกว่า
“เธอต้องอยู่กับฉันจนกว่าฉันจะพอใจ” อิทธิพลรูดซิปกางเกงเรียบร้อยแล้วนั่งไขว่ห้างกอดอกเฉย
“แต่สาต้องทำงานนะคะ”
“เธอได้เงินเท่าไหร่ ฉันจ่ายให้เท่านั้น แต่งานใหม่ของเธอคือการนอนกับฉัน ห้ามไปไหน”
เขาจะขังลืมเธอหรือไง ศลิสาจะทนได้ไหมล่ะ
ศลิสาเดินตามแรงฉุดดึงของอิทธิพลตั้งแต่ลงจากรถ เธอไม่อาจจะลอบมองคนขับรถ ไม่อยากคิดว่าเขาจะได้ยิน ได้เห็นอะไรบ้าง ไม่อยากสบตาคู่นั้น แม้แค่มองผ่านๆ เธอจะไม่เห็นสีหน้าผิดปกติ ใบหน้านิ่งๆ ราวหุ่นยนต์หาได้ทำให้ศลิสาเบาใจไปได้
ศลิสาคอยแต่ดึงชายกระโปรงหน้าลงเพื่อซ่อนเนินนาง การเดินเร็วๆ ทำให้เธอเจ็บตึงปวดแปลบ แล้วเผลอปล่อยมือในบางเวลา เธอเห็นผู้ชายบางคนที่นั่งอยู่ในล็อบบี้ ล็อบบี้ที่ไม่ควรมีในเลิฟโฮเตล แต่เลิฟโฮเตลของอิทธิพลเป็นเลิฟโฮเตลหรูระดับ 5 ดาว ไม่แปลกที่จะมีล็อบบี้รับแขก กลายเป็นแขกที่มาใช้บริการสิแปลก เพราะการอยู่ในล็อบบี้ของเลิฟโฮเตลแห่งนี้ก็เหมือนการประกาศตัวว่ามาทำกิจอันใดโดยไม่ต้องบอกกล่าว
ไม่คิดว่าจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แต่ละคนแต่งกายดีมีระดับ ทั้งชายหญิงดูก็รู้ว่าต้องพกเงินสดในกระเป๋าไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น เกินจากนั้นคงซ่อนอยู่ในบัตรเครดิตสารพัด
มีผู้ชายคนหนึ่งมากับผู้หญิงสองคน เขามองเธออย่างตั้งใจ และบริเวณที่เขานั่งก็อยู่ต่ำกว่าที่เธอยืนรอลิฟต์ซึ่งต้องก้าวลงบันได 3 ขั้น ชายคนนั้นกวาดตามองไปทั่วตัว ศลิสาเพิ่งรู้ว่าผมเธอยุ่งจึงยกมือเสยผม พอยกมือขึ้นชายกระโปรงสั้นก็เต่อขึ้นสูง เธอตกใจกับภาพที่สะท้อนในกระจก หันไปมองชายคนนั้นและพบว่าเขากำลังมองเธอตาวาว
“ตื่นเต้นไหม”
อิทธิพลรวบเอวเล็กเข้าหาตัว ศลิสาสะดุ้งเฮือกเพราะมัวแต่ยืนเกร็งหนีบขาเข้าหากันแน่น
“สาอาย คุณอิทไม่น่าทิ้งกางเกงชั้นในสาไปเลย”
“ฉันถามว่าเธอตื่นเต้นมั้ย”
ใบหูของศลิสาถูกริมฝีปากหนาขบดึง เธอร้อนวูบวาบ ไฟราคะเริ่มร่ายวนรอบทิศทาง
“อย่าค่ะคุณอิท คนมองกันใหญ่แล้ว”
“เข้าห้องไปเขาก็ทำแบบนี้” อิทธิพลขัด
“แต่นี่ไม่ใช่ในห้องนะคะ”
อิทธิพลหรี่ตาลงต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นเข้มจัดและมีไฟเรืองรองเป็นฉากหลัง
“นอกห้องนี่สิ ตื่นเต้นจะตาย”
มือของอิทธิพลลูบคลึงบั้นท้ายนุ่มไปมาอย่างไม่เกรงใจสายตาคนมอง ศลิสาจะตะครุบมือซนก็ไม่ได้ ติดลำตัวหนาๆ ของเขา อีกข้างก็ถูกมืออีกข้างของเขาจับเอาไว้ กว่าลิฟต์จะเปิดศลิสาก็ร้อนซู่ซ่าไปทั้งตัว
เมื่อลิฟต์เปิด ศลิสาเหลือบมองชายหนุ่มคนนั้น เห็นเขาจับมือผู้หญิงอีกคนทำหน้าแปลกๆ เธอเข้าไปอยู่ในลิฟต์กับอิทธิพล 2 ต่อ 2 ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ค่อยๆ เลื่อนขึ้น แต่ใจของศลิสาเต้นกระหน่ำ
“มานี่สิ ยกขาขึ้น”
“อะ สา คือ...สา”
มัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ อิทธิพลเลยจับข้อเท้าบนรองเท้าส้นสูงเกี่ยวเอวตัวเอง ศลิสาตกใจแต่ไม่ทันจะกรีดร้อง กลีบกุหลาบก็ถูกนิ้วใหญ่ถูไถ คลี่ออกบี้ติ่งเนื้อ ความเสียวกระสันฉุดศลิสาลงเหวห้วงลึก เธอครางเสียวเสียงเล็กแหลม แทนที่จะดึงขาลง กลับกอดกกคอหนายึดเหนี่ยว เบียดหน้าเข้าหาอกกว้าง