เช้าวันต่อมา ตั้มเดินทางไปโรงพยาบาลสัตว์ปันรักแต่เช้า
“สวัสดีครับหนูส้ม”
“สวัสดีค่ะหมอตั้มวันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะ” หนูส้มผู้ช่วยสัตวแพทย์สาวทักทายหมอหนุ่มด้วยอารมณ์ที่สดใส
“ครับ หมอมาเก็บของน่ะครับ”
“เก็บของ!?..เก็บของอะไรเหรอคะ?”
“เก็บของที่ห้องนี่แหละครับหมอลาออกจากโรงพยาบาลนี้แล้วล่ะครับ”
“อ้าว!?..จริงเหรอคะหมอ ทำไมหนูส้มไม่รู้เรื่องเลยล่ะคะ?” หนูส้มผู้ช่วยสาวถึงกับหน้าเสียลงทันทีเมื่อได้ยินที่หมอตั้มบอก
“หมอลาออกตั้งแต่ สิบห้าวันที่แล้ว แล้วล่ะครับวันนี่เลยมาเก็บของเพราะเมื่อวานมีนัดกับลูกค้าพอดี” หมอหนุ่มเดินเข้าห้องไป พลันหมอปลอบขวัญก็เดินเข้ามาในโรงพยาบาลพอดี หนูส้มจึงรีบวิ่งกรูไปหาหมอปลอบขวัญทันที
"คุณหมอปลอบขวัญมาแล้วเหรอคะ?"
"จ้า หนูส้ม .. มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว" หมอขวัญยิ้มสดใสทักทาย
"หมอตั้มค่ะ หมอตั้มลาออกแล้วค่ะ กำลังเก็บของอยู่ในห้องตรวจเลยค่ะ"
"อะไรนะ? .. ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะ? ไปกันหนูส้ม" ปลอบขวัญรีบสาวเท้าให้ยาวที่สุดไปที่ห้องตรวจของหมอตั้มทันที
"อะไรนะ? .. ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะ ไปกันหนูส้ม" ปลอบขวัญรีบสาวเท้าให้ยาวที่สุดไปที่ห้องตรวจของหมอตั้มทันที
"พี่ตั้ม!!.. "
"อ้าว!! น้องขวัญ มาแล้วเหรอคะ?" หมอหนุ่มก้มหน้าก้มตาเก็บของในห้องที่มีไม่มากนักใส่ลังพร้อมเอ่ยทักทายมองหน้าหญิงสาวแค่แว๊บเดียว
"พี่ตั้มทำไมลาออกกะทันหันแบบนี้ล่ะคะ?..ไม่บอกขวัญสักคำ .. พี่ตั้มลาออกเพราะขวัญใช่ไหมคะ? ขวัญขอโทษนะคะ .. ฮือๆๆๆ" ปลอบขวัญปล่อยโฮออกมาอย่างไม่สามารถหยุดน้ำตาแห่งความรู้สึกผิดได้ น้ำตาไหลอาบสองแก้มจนหมอตั้มต้องหันมาปลอบ หมอปลอบขวัญ
"ไม่ใช่นะคะน้องขวัญ พี่ยื่นใบลาออกตั้งแต่ 15 วันที่แล้วแล้วค่ะ ก็เรื่องนี้แหละที่พี่จะพูดกับน้องขวัญค่ะ"
"ฮือๆๆๆ แล้ว ทำไมพี่ตั้มถึงลาออกล่ะคะ .. ขวัญใจหายจริง ๆ นะคะ เพิ่งได้เจอกันแท้ ๆ" สองมือปาดน้ำตาที่แก้มเนียน เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะ .. พอคุณพ่อป่วย ธุรกิจที่บ้านก็ไม่มีใครดูแล รวมทั้งโรงพยาบาลสัตว์ที่พี่สร้างไว้ก็เสร็จแล้ว มีหมอมาสมัครใหม่หลายคน พี่ในฐานะผู้อำนวยการของโรงพยาบาล ก็เลยต้องไปสัมภาษณ์หมอเองทุกคนน่ะค่ะ"
"แค่นั้นจริง ๆ เหรอคะ? พี่ตั้มมีอะไรปิดขวัญหรือเปล่าทำไมพี่ไม่สบตาขวัญเลยล่ะ?"
"มีค่ะ .. พี่กำลังจะแต่งงานกับน้องฟ้าเดือนหน้าด้วยค่ะ .. น้องขวัญไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้น้องฟ้าด้วยนะคะ"
"อะ..อะไรนะคะพี่ตั้ม? .. ขวัญหูฝาดไปใช่ไหมคะ? .. เรื่องจริงหรือเปล่าคะ?" ปลอบขวัญตาโต สองมือปิดปากไม่น่าเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
"จริงสิคะ .. นี่ค่ะ การ์ดค่ะ" ตั้มยื่นการ์ดซองสีครีมปั้มตาตัวหนังสือหลังซอง F&T สวยงาม หน้าซองเขียนเรียนเชิญ สัตวแพทย์หญิงปลอบขวัญ โสภิตผ่องอำพรรณ ส่วนด้านในเป็นพลาสติกใส พิมพ์ตัวหนังสือสีทอง ดูเรียบหรูสวยงาม ขึ้นต้นด้วยตัวย่อ f&t พิมพ์ชื่อ นลินนิภา เอกธนนรากุล และ เหนือสมุทร บวรกิจวัฒนา ซึ่งเป็นชื่อของ ฟ้า และ หมอตั้มชัดเจน
หมอปลอบขวัญถึงกับผงะ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ว่าสิ่งที่เห็นมันเป็นเรื่องจริง ทั้งตื่นเต้นและดีใจ ปนสงสัยว่าทำไมเรื่องที่น่ายินดีแบบนี้นลินนิภาถึงไม่บอกเธอตินไปกินปิ้งย่างด้วยกัน
"และ แล้วทำไมยัยฟ้าถึงไม่บอกขวัญล่ะคะ เรื่องสำคัญขนาดนี้ ยัยฟ้าน่าจะบอกขวัญด้วยตัวเองนะคะ"
"พี่เป็นคนขอร้องน้องฟ้าเองแหละค่ะ ว่ายังไม่ต้องบอกน้องขวัญ เพราะพี่จะเป็นคนบอกน้องขวัญเอง ทุกเรื่องที่น้องขวัญอยากรู้ ถามพี่ได้เลยนะคะ" ชายหนุ่มยิ้มอบอุ่นสบตาปลอบขวัญ
"ขวัญงงไปหมดแล้วค่ะ เมื่อวานไปเจอยัยฟ้า .. ยัยฟ้าก็ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับพี่ตั้มเลย แล้วทำไมฟ้าถึงไม่พูดถึงพี่ตั้มเลยล่ะคะ ทั้ง ๆ ที่จะแต่งงานกันอยู่แล้ว .. ขวัญยังตื่นเต้นเลยที่จะแต่งงาน"
"น้องฟ้ากับพี่แต่งงานกันเพราะผู้ใหญ่ที่บ้านเห็นสมควรมั้งคะ คุณพ่อคุณแม่ท่านชอบน้องฟ้ามาก ท่านพูดตลอดว่าถ้าวันที่คุณพ่อล้มในห้องน้ำ ไม่มีน้องฟ้า คุณพ่อไม่รอดแน่ค่ะ .. คุณแม่ของพี่เลยไปสู่ขอน้องฟ้าและหมั้นไว้แล้วค่ะ"
"อะไรกันคะ? .. แล้วยัยฟ้าก็ยอมรับการสู่ขอและรับหมั้นหรือคะ?"
หมอตั้มพยักหน้าหงึก ๆ
แม้จะไม่ค่อยเข้าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับทั้งสองคน แต่หมอปลอบขวัญเมื่อได้คุยกับหมอตั้มแล้วเธอกลับรู้สึกสบายใจมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอย่างน้อยเธอก็พอจะรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วแววตาที่พี่ตั้มมองเธอมาตลอดเวลามานั้นกลับมีนลินนิภาซ่อนอยู่
.
.
หมอตั้มขับออกจากรงพยาบาลสัตว์ปันรัก ก็มีข้อความเข้ามาใจความว่า
นลินนิภา : ‘พี่ตั้มว่างแล้วติดต่อฟ้าหน่อยนะคะ ฟ้ามีเรื่องอยากจะตกลงกับพี่ตั้มค่ะ’
หมอตั้มอ่านแล้วจึงส่งข้อความกลับไป
หมอตั้ม : ‘พี่ว่างแล้วค่ะ’
นลินนิภา :‘งั้นเจอกันที่ร้านกาแฟของโรงแรมMนะคะ’
หมอตั้ม : ‘คับ’
.
.
ร้านกาแฟ
ตั้มมานั่งรอนลินนิภาอยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มหันหน้าออกทางนอกร้านกาแฟ เห็นสาวร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวกางเกงขาสั้น เสื้อสายเดี่ยวเป็นลายดอกไม้ กางเกงขาสีน้ำตาล แมชกับรองเท้าเชือกสีน้ำตาลเข้ม มัดผมแกละสองข้าง คาดผมด้วยริบบิ้นผ้าสีชมพู ทำให้หญิงสาวดูราวกับเด็กอายุ18
หมอตั้มเห็นอย่างนั้นก็อารมณ์เสียขึ้นมาทันที
“จิ๊..ทำไมไม่ใส่ชุดให้มันดูเรียบร้อยกว่านี้นะ ชุดที่ดูยาวกว่านี้ไม่มีแล้วรึไงกัน?” หมอหนุ่มถอนหายใจออกมายาว ๆ อย่างหัวเสีย
รางบางระหงเดินเข้ามาในร้านกาแฟ ทุกสายตาจดจ้องไปที่หญิงสาวดังต้องมนต์สะกด
“มารอนานหรือเปล่าคะพี่ตั้ม?”
“พอควรค่ะ”
“ฟ้าขอโทษที่มาช้านะคะ ฟ้าโทรไปยกเลิกการแต่งงานของเราสองคนแล้ว แต่คุณป้าไม่ยอมท่าเดียวเลยค่ะ”
“แล้ว!?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้น ทำหน้ายียวน
"แล้วฟ้าก็มีเรื่องจะตกลงกับพี่ตั้มค่ะ”
“เรื่องที่จะตกลง?”
“ค่ะ..ฟ้าว่า ยังไงเราสองคนก็ไปกันไม่รอดอยู่ดีค่ะ..เพราะฟ้าเป็นคนรักอิสระ พี่ตั้มเองก็รักปลอบขวัญมากเกินกว่าที่จะรักฟ้าได้ เรามาทำสัญญากันเถอะนะคะ" นลินนิภาหยิบกระดาษสองใบที่มีข้อความออกจากกระเป๋าสะพานใบใหญ่ขึ้นมายิ้มกว้างทำใจดีสู้เสือ
"สัญญา? .. สัญญาอะไรคะ?" ชายหนุ่มรับมาด้วยความสงสัย
"สัญญาในการแต่งงานหลอก ๆ ของเรายังไงล่ะคะ"
"สัญญาแต่งงานหลอก ๆ?" ตั้มขมวดคิ้วเข้าหากันทวนคำตอบที่หญิงสาวตอบกลับมา
"ค่ะ" ดวงหน้าสวยพยักหน้าหงึก ๆ ยิ้มหวานออกมาดวงตาโตกลมเป็นประกาย
"พี่ตั้มลองอ่านดูนะคะ ว่าควรแก้ไขตรงไหน ฟ้าร่างออกมาได้ประมาณนี้ค่ะ"
ชายหนุ่มยกกระดาษขึ้นมาอ่าน มีข้อตกลงมากมาย ทุกข้อเป็นข้อเสนอที่เขาได้เปรียบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานกันที่เขาสามารถจะมีใครก็ได้ คบใครก็ได้ แต่หญิงสาวจะซื่อสัตย์ต่อเขาดูแลครอบครัวของเขาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น และข้อสุดท้ายจะหย่าขาดจากกันทันที เมื่อแต่งงานครบ 2 ปี ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอีกรอบ รู้สึกไม่พอในข้อสุดท้าย จึงแกล้งถามหญิงสาวขึ้นมา
"ใน 2 ปีนี้ เรามีอะไรกันได้ไหมคะ?" นลินนิภาหน้าแดงไปถึงหูพูดขึ้น
"พี่ตั้ม ทำไมถามแบบนั้นล่ะคะ? แต่งงานหลอก ๆ ก็คือ จดทะเบียนสมรสเสร็จเราก็ต่างคนต่างอยู่ไงคะ..พี่ตั้มจะไปมีอะไรกับใครก็ได้ทั้งนั้นยกเว้นกับฟ้าค่ะ .. ในสัญญาฟ้าก็ระบุชัดเจนแล้วนี่ไงคะ"
"ทำไมล่ะคะ? .. ก็แต่งงานกันแล้ว จดทะเบียนกันแล้วด้วย เป็นผัวเมียทั้งนิตินัยและพฤตินัยไม่ได้เหรอคะ?"
"ก็การแต่งงานนี้มันเป็นการทำเพื่อครอบครัวของเราทั้งสองฝ่าย ฟ้าก็จะดูแลคุณลุงคุณป้าให้เหมือนท่านเป็นคุณพ่อคุณแม่แท้ ๆ ของฟ้าเลยค่ะ"
"งั้นพี่ขอคิดดูก่อนนะคะ"
"ทำไมยังต้องคิดอีกล่ะคะพี่ตั้ม? .. ฟ้าก็ให้สิทธิเสรีภาพพี่ตั้มเต็มที่แล้วนี่คะ เราสองคนก็ได้ความสบายใจกันทั้งคู่นะคะ..โดยเฉพาะพี่ตั้ม ก็ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าฟ้า และทะเบียนสมรสที่ฟ้ามี ก็ทำอะไรพี่ตั้มไม่ได้อยู่แล้ว เพราะพี่ตั้มก็มีสัญญาที่ฟ้าเป็นคนเขียนขึ้นมาเองอยู่กับตัวอยู่แล้ว มันเป็นความยินยอมของฟ้าเอง .. พี่ตั้มไม่เห็นต้องคิดมากเลยนี่คะ"
ดวงหน้าสวยได้รูปยื่นหน้ามาใกล้ใบหน้าของหมอหนุ่ม อธิบายยืดยาว ชายหนุ่มใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ เขาไม่เคยเห็นหญิงสาวใกล้ ๆ แบบตั้งใจขนาดนี้มาก่อน พินิจพิจารณามองดูทั้ง รูปหน้า ดวงตาที่โตกลม ขนตางอนอย่างเป็นธรรมชาติที่รับกับใบหน้า จมูกที่เข้ารูปโดยไม่ต้องศัลยกรรม ปากชมพูอ่อน ที่แม้เวลาขยับก็น่าจูบเหลือเกิน เขาไม่ได้ฟังในสิ่งที่หญิงสาวพูดเลยสักนิด เมื่อหญิงสาวพูดจบ ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นทำหน้าตาสงสัย
"งั้นบอกเหตุผลที่พี่จะต้องเซ็นสัญญานี้มาซักข้อซิคะ"
"เหตุเดียวก็คือ…." นลินนิภาลังเลว่าจะพูดออกมาดีหรือไม่
"หือ!!!?" ชายหนุ่มทำหน้าตาเหรอหราสงสัย ยียวนกวนประสาท
"เหตุผล .. ก็..คือ...พี่ตั้มไม่ได้รักฟ้าค่ะ" คำตอบนี้ทำเอาหมอหนุ่มนิ่งไปพักใหญ่ จ้องดวงหน้าสวยของอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
“…….”
"ฟ้าคิดว่าพี่ตั้มน่าจะโอเคที่สุดแล้วนะคะ กับข้อสัญญาที่ฟ้าร่างให้ฉบับนี้ ดูข้อนี้สิคะ .. ไม่ว่าพี่ตั้มจะมีผู้หญิงกี่คน หรือ ต้องการแต่งงานกับใคร ฟ้าก็จะไม่คัดค้าน นี่ไงคะ ข้อสัญญาที่สองสามสี่ พี่ตั้มลองอ่านอีกสักรอบสิคะ"
“จู่ ๆ พี่ก็รู้สึกปวดหัวน่ะค่ะ คงเป็นเพราะเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย พี่กลับตอนโดก่อนนะคะ..โอ๊ะ!!” หมอตั้มทำทีลุกขึ้นเมื่อลุกขึ้นได้ก็เซล้มลงไปบนเก้าอี้ตัวเดิม
“พี่ตั้ม!!..เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ? แบบนี้ก็ขับรถไม่ไหวน่ะสิ กุญแจรถอยู่ไหนคะ? เดี๋ยวฟ้าขับไปส่งพี่ตั้มที่คอนโดเองค่ะ”
“พี่ไม่ไหว ปวดหัวมากเลยค่ะ..ซี๊ด!!” ตั้มซี๊ดปากมือขวากุมขมับหน้าตาเหยเก
“งั้นขึ้นไปพักบนห้องของฟ้าก่อนนะคะ อดทนนิดนึงนะคะ ไปกันค่ะ” นลินนิภาพยุงหมอตั้มออกจากร้านกาแฟ กดลิฟท์ขึ้นชั้นแปด ซึ่งเป็นห้องพักของเธอ
‘ปิ๊ง!!’
ประตูลิฟท์เปิดออก ตั้มยิ้มที่มุมปากทันที
RRR RRRR RRR
เสียงโทรศัพท์ของนลินนิภาดังขึ้น
“ค่ะหมอ”
“โซระซังอยู่ไหนครับ ไปหาอะไรทานกันไหมครับ?” หมอคุโมริโทรมาเอ่ยถามขึ้นเป็นภาษาไทย
“ขอโทษทีค่ะหมอ วันนี้ฟ้าติดธุระค่ะ ยังไงถ้าฟ้าเสร็จธุระแล้วฟ้าโทรหาหมออีกทีนะคะ” นลินนิภาจึงตอบกลับไปเป็นภาษาไทยด้วยเช่นกัน
“อย่างนั้นก็ได้ครับ..โซระซังหาอะไรทานด้วยนะครับ..เรียวคุงเป็นห่วงนะ”
“ขอบคุณค่ะหมอ..แค่นี้ก่อนนะคะ”
“ครับบ้ายบายครับ”
“บ้ายบายค่ะ"
“หึ!!..บ้ายบายครับ บ้ายบายค่ะ ว่าที่สามีน้องฟ้าอยู่ตรงนี้แท้ ๆ นะคะแต่ดันไปพูดหวานกับคนอื่นที่ไม่ใช่สามีแบบนี้ก็ได้เหรอคะ?”
ตั้มเปิดฉากทันทีเมื่อเข้ามาถึงในห้องพักของนลินนิภา
“พี่ตั้ม!! ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะคะ?”
“แล้วพี่พูดถูกรึเปล่าล่ะคะ? ว่าพี่กำลังจะเป็นสามีของน้องฟ้า”
“เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องจริงค่ะ แต่…”
“แต่น้องฟ้าก็ยังไปให้ท่าคนอื่นแบบน่ะเหรอคะ?”
“ฟ้า ไม่ได้ให้ท่าหมอคุโมรินะคะ ฟ้าแค่…”
“น้องฟ้าแค่ยังตัดใจจากคุณหมอไม่ได้..จะพูดแบบนี้ใช่ไหมคะ?”
‘เพี๊ยะ!!’ ฝ่ามือเรียวฟาดลงไปที่ใบหน้าหล่ออย่างแรงจนชายหนุ่มหน้าสั่นเป็นครั้งที่สอง
“พี่ตั้ม!! ฟังฟ้าพูดบ้างสิคะ..ฟ้าขอโทษค่ะ”
“หึ..ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วคะที่ตบหน้าพี่จนสั่นไปหมดแบบนี้”
“ฟ้าก็ขอโทษแล้วนี่ไงคะ”
“แค่ขอโทษแล้วมันก็หายสินะคะ ถึงทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดว่าพี่จะหายเจ็บเหรอ? แล้วไอ้สัญญาบ้าบออะไรนั่น เป็นหนังสือสัญญาที่สร้างขึ้นมา เพื่อเก็บตัวเก็บใจไว้ให้กับไอ้หมอคนนั้นสินะ”
“พี่ตั้มพูดอะไร? จะพูดจะจาอะไรให้เกียรติฟ้าบ้างนะคะ”
“หึ!! ฟ้าจังของผม คนที่เขาไม่มีอะไรกันเขาไม่พูดแบบนี้หรอกนะคะน้องฟ้า”
“พี่ตั้ม!!” นลินนิภาเสียงสูง ฝ่ามือเรียวเหวี่ยงกลางอากาศจะฟาดลงมาบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ มือหนาจับข้อมือเล็กไว้ได้ทัน
“นี่!! พี่ตั้มปล่อยมือฟ้าเดี๋ยวนี้เลยนะคะ”
“ถ้าปล่อยก็ถูกฟาดลงมาที่แก้มอีกน่ะสิ ใครจะปล่อยให้โง่กันล่ะ”
“ก็พี่ตั้มเอาแต่ยั่วโมโหฟ้านี่คะ!! แล้วไม่ปวดหัวแล้วเหรอ ต่อปากต่อคำกับฟ้าเก่งเชียว”
“หายตั้งแต่ไอ้หมอบ้านั่นโทรมาวอแวว่าที่เมียชาวบ้านนั่นแล้วแหละ”
“พี่ตั้ม!! ฟ้าไม่ใช่เมียพี่สักหน่อย!!”
“ก็กำลังจะเป็นอยู่นี่ยังไงล่ะ”
“อะไรนะคะ!?..ว้าย!!” นลินนิภาไม่ทันที่จะหายสงสัย ก็ถูกช้อนตัวขึ้นเหวี่ยงลงบนที่นอนสีขาวสะอาดตา
หมอหนุ่มโถมตัวขึ้นมาคร่อมบนตัวหญิงสาว สองมือหนาจับสองข้อมือบางไว้เหนือศีรษะพูดใส่หน้าเสียงดัง
“มีแฟนอยู่แล้ว แล้วมาให้ท่าคนอื่นแบบนี้ได้ยังไงกันคะ!?”
“ฟ้าเปล่านะคะ..ฟ้ากับหมอ..อุ๊บ!!” นลินนิภาพูดไม่ทันจบปากนุ่มก็ประกบลงมาที่ปากบางอย่างหนักหน่วง ลิ้นสากควานหารสชาติสวาทจากหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย
“อื้อ!! อี้อ้ำอ่า..อื้อ!!” ร่างบางพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง เพื่อให้หลุดพ้นแต่ยิ่งดิ้นร่างกายกลับร้อนรุ่มเสียดสีกัน ทำให้ไฟสวาทในตัวของหมอตั้มถึงกับลุกโชนขึ้นมาเสมือนมีใครเอาน้ำมันมาราด ร่างกายของชายหนุ่มร้อนผ่าวเรียกว่ากลัดมันเลยก็ว่าได้ ยิ่งหญิงสาวดิ้นรน ขัดขืน ไฟสวาทของเขาก็ยิ่งโหมกระพือเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นเดรสกางเกงขาสั้นถูกปลดออกอย่างง่ายดายแค่กระตุกปมบนหัวไหล่ หมอหนุ่มใช้มือแค่ข้างเดียวก็ปลดเปลื้องท่อนบนออกจนหมด
“อื้อ..อื้อ” ปากหนายังคงดูดดื่มรสสวาทจากปากบาง เสียงดัง ‘จ๊วบ จ๊าบ’ ทั่วห้องพัก มือแกร่งเริ่มตะปบเข้าที่หน้าอกนุ่มที่เหมือนลูกแตงโมสองลูก ชายหนุ่มถอดถอนจูบอันเร่าร้อนออกเขาชอนไชจมูกลงมาที่ต้นคอขาวเนียนและไหปลาร้า และไม่ลืมทิ้งรอยไว้บนลำคอขาวเนียนสะอาดตา
นลินนิภาที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้หลับตาปี่ไม่กล้ามองชายหนุ่มคิดว่าตนเองนั้นฝันไป
“หึ!! ใช่ว่าจะเป็นครั้งแรกสักหน่อย ลืมตามามีความสุขด้วยกันเถอะค่ะน้องฟ้า” เมื่อเห็นพฤติกรรมของว่าที่เจ้าสาวของตน หมอหนุ่มถึงกับขันในท่าที เขารีบปลดเสื้อผ้าของนลินนิภาออกจนหมดเหลือแต่ร่างกายเปลือยเปล่าล่อนจ้อน
“อ๊ะ!! พี่ตั้ม อย่าค่ะ ฟ้าขอร้อง” นลินนิภารีบเองมือปกปิดร่างกายของตัวเอง หน้าแดงแปร๊ดร้อนผ่าวเมื่อร่างกายไร้อาภรณ์ห่อกาย ตั้มที่จัดแจงถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด ไร้อาภรณ์ห่อหุ้มกายเช่นกันพูดขึ้น
“มาถึงขั้นนี้แล้ว คิดเหรอว่าพี่จะหยุดได้”