เขาแค่นหัวเราะออกมาในลำคอ ทำให้ฉันหันมาสบตากับเขา เพียงครู่ใบหน้ายิ้มเยาะก็เปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งจริงจังขึ้นในทันที
เราสองคนสบตากันนิ่ง
“มีอะไรก็พูดมา” ฉันถามเมื่อเห็นเขาเอาแต่จ้องหน้า จนในที่สุดริมฝีปากหยักก็เอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ฉันไม่อาจคาดเดาอารมณ์เขาได้เลย
“แล้วพวกมันรู้หรือเปล่าว่าเป็นเธอ”
“ไม่รู้ ฉันไม่เคยให้พวกมันเห็นหน้าหรือรู้ว่าฉันเป็นใคร” ฉันก็ตอบออกไปตามความจริงเพราะปกติตอนไปรับเงินฉันก็ใส่หมวกกันน็อกตลอด
“ถือว่าฉลาด รอบคอบดี”
ฉันขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ของเขา ชมฉัน เพราะไม่คิดว่าฉันจะฉลาดงั้นสิ และคิ้วฉันยิ่งขมวดเข้าหากันเป็นปมยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขากำลังล้วงอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าหลังกางเกง
“นี่คีย์การ์ดห้องฉัน โลเคชั่นฉันส่งให้ในไลน์แล้ว” ก่อนจะยื่นคีย์การ์ดมาด้านหน้าเพื่อส่งให้ฉัน
“นะ นายให้ฉันทำไม” ฉันมองสิ่งที่อยู่ในมือเขา ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นสบตากับเขา
“ลืม?” เขาถามออกมาสั้น ๆ แต่ได้ใจความ และฉันก็เข้าใจ
“เอาจริงดิ โรคจิตปะ ติดเซ็กซ์หรือยังไง” ฉันถามออกไปอย่างคนสงสัยและไม่เข้าใจ ความจริงฉันพอจะได้ยินชื่อเสียงของแก๊งนี้อยู่บ้าง สำหรับพวกเขาการมีเซ็กซ์กับคนที่เพิ่งรู้จักกันหรือการมีวันไนต์กันนั้นอาจจะเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพวกเขา
แต่สำหรับฉัน...
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะรับได้...
ทั้งชีวิตเกิดมาไม่เคยมีแฟนเลยสักคน กุ๊กกิ๊กกับใครก็ไม่เคย ฉันคิดมาตลอดว่าถ้าจะเสียตัวทั้งทีก็อยากเสียให้กับคนที่เขารักเราและเราก็รักเขา คือมันต้องเกิดจากความรักไม่ใช่การมีเซ็กซ์เล่น ๆ เพื่อสนองตัณหาของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งนี้จะผิดนะ คือมันต้องยินยอมกันทั้งสองฝ่ายไง
ซึ่งฉันไม่ยินยอมกับเขา และยิ่งคนแบบเขาด้วยแล้วละก็…
“ก็ได้ สิบล้าน หามาสิ” เขาลดมือลงพร้อมกับเอ่ยพูดออกมา
“ฮะ อะไรนะ สิบล้าน บ้าไปแล้วหรือไง เดิมพันอะไรกันขนาดนั้น” ก็เข้าใจนะว่ารวยกันอะ แต่สิบล้านเลยนะบ้าไปแล้ว ต้องมีเงินกันขนาดไหนเชียวถึงกล้าเล่นเดิมพันกันขนาดนั้น ฉันหาไม่ได้หรอกนะขนาดนั้น
“ก็ถ้าเธอไม่มีปัญญาจ่าย...” ไฟก้าวเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างแก้มฉัน
“...ก็เอาตัวมาแลก” เสียงเย็นยะเยือกบวกกับลมร้อนที่เป่ารดแก้มทำฉันตัวแข็งทื่อแทบหยุดหายใจ
“จะบ้าเหรอ นายนี่มันหื่นกามชัด ๆ” ฉันเหวใส่เมื่อเขาถอยหลังออกไป
“แล้วแต่เธอจะคิด” เขายักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้านในสิ่งที่ฉันพูด ดวงตาคู่คมสบตานิ่งราวกับกำลังกดดันและรอฟังคำตอบจากฉันอยู่
ส่วนฉัน ก็กำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอด
“เอางี้ ถ้าไม่ใช่ฉัน...” ฉันยิ้มร่าออกมาเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ ฉันรู้ว่าเขาฮอตมากมีผู้หญิงในมหาลัยอีกหลายคนอยากนอนกับเขา ดังนั้น
“...ถ้าฉันหาผู้หญิงมาให้”
“เรื่องนั้นถ้าฉันต้องการ คงไม่ต้องถึงมือเธอหรอก”
ไม่รอให้ฉันพูดจบประโยคเขาก็พูดแทรกด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดขึ้นทันที สายตาคมจ้องมองฉันอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ในระยะกระชั้นชิดจนอกฉันเกือบชิดกับอกแกร่งของเขา ยิ่งทำให้ฉันไม่กล้าขยับตัวหรือดิ้นหนี
“อย่าเล่นแง่ สองทุ่มเจอกัน มาให้ตรงเวลา!”
เสียงทุ้มเข้มออกคำสั่งราวกับเป็นคำขู่ และถ้าฉันปฏิเสธดูท่าว่าคงจบไม่สวยแน่
แล้ว...ฉันมีทางเลือกอื่นอีกได้ไหมละ
ฉันได้แต่ยืนนิ่งกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืนเมื่อเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่เขาจะยกมือที่ถือคีย์การ์ดหย่อนมันลงที่กระเป๋าเสื้อตรงอกด้านซ้ายของฉัน พร้อมกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปาก
“ฉันจะอาบน้ำรอ”
@โรงพยาบาล
หลังจากที่คุยกับไฟเสร็จฉันก็รีบมาหาพ่อทันที เพราะหลังจากที่พ่อผ่าตัดบายพาสหัวใจสำเร็จและนอนรักษาดูอาการอยู่ในห้องซีซียูเป็นระยะเวลาสองวัน หมอก็ให้พ่อออกมาพักฟื้นต่อในห้องผู้ป่วยอีกหนึ่งอาทิตย์ ฉันโล่งใจที่การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีอะไรน่ากังวล
ตอนนี้พ่อหลับไปแล้วและก็ถึงเวลาที่ฉันจะต้องไปหานายนั่นตามนัดแล้ว นึกได้ดังนั้นฉันหยิบคีย์การ์ดคอนโดหรูออกมาดูอย่างชั่งใจ ในเมื่อไหน ๆ ฉันก็จะเสียตัวแล้ว และเงินค่ารักษาพ่อก็ยังต้องหาอีกตั้งครึ่งล้านถ้าฉันใช้โอกาสนี้ขอเงินจากเขา…จะน่าเกลียดไหมนะ
แต่...ถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ฉันเองก็สุดปัญหาที่จะหาเงินมาจากไหน แค่คิดจะไปหายืมใครจากคนอื่นก็ว่ายากแล้ว และอีกอย่างเรื่องที่ฉันไปแข่งรถแทนไอ้พวกนั้นก็ดันเสียรู้ให้มันไปอีก
พรึบ
ฉันลุกจากโซฟาและเดินเข้าไปหาพ่อที่นอนอยู่
“พ่อคะ พ่อไม่ต้องห่วงนะ มีอายอมทำทุกอย่างเลย เพื่อพ่อคนเดียวที่มีอาเหลืออยู่” พูดเสร็จฉันก็ก้มลงกอดพ่อเบา ๆ
“มีอารักพ่อนะ” พร้อมกับเอ่ยบอกพ่อทั้งน้ำตา
มันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว หมดเรื่องบ้า ๆ นี้ ชีวิตฉัน ก็จะกลับไปปกติสุขเหมือนเดิม
@คอนโดไฟ
ตอนนี้ฉันเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของเขาแล้ว เหลือแค่เพียงยื่นคีย์การ์ดแตะกับที่ล็อกประตูเท่านั้น
“อย่าแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นมีอา” ฉันยืนชั่งใจและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี ฉันภาวนาไว้อย่างนั้น
ติ๊ด ติ๊ด
เสียงประตูดังบ่งบอกว่าฉันได้ปลดล็อกมันเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเอื้อมมือไปจับที่ก้านประตูหรูและบิดผลักเปิดเข้าไป กลิ่นเทียนหอมโชยมาเตะจมูกเป็นอันดับแรก ภายในด้านในห้องมืดแต่สลัวไปด้วยแสงเทียนรอบห้อง
ปัง!
ประตูที่ปิดลงอัตโนมัติทำฉันสะดุ้งตกใจ ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปยังด้านในและพบกับ…
“เธอสายไปห้านาที”
เขาที่กำลังนั่งไขว่ห้างรอฉันอยู่ ในชุดคลุมสีดำภายในมือถือแก้วไวน์ที่เหลือเพียงก้นแก้ว ก่อนจะกระดกยกมันเข้าปากให้หมดเพียงรวดเดียวจัดการวางลงบนโต๊ะ แล้วลุกเดินมาหาฉันที่ยืนตัวแข็งทื่อ ฉันได้แต่จ้องมองไปที่ดวงตาคมของเขาอย่างไม่ละสายตา ใจดวงน้อยสั่นระรัว ทั้งกลิ่นจากเทียนหอมและบรรยากาศภายในห้อง รวมถึงคนตรงหน้าที่อาบน้ำรอฉันอย่างที่พูดจริง ๆ ที่รู้เพราะเขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ กลิ่นหอมของสบู่ราคาแพงโชยเตะเข้าจมูก ผมดำยาวที่เพิ่งสระหมาด ๆ ปรกลงอย่างธรรมชาติเพราะไม่ได้เซ็ต
ทุกย่างก้าวที่เขาเดินเข้ามาหาฉัน เต็มไปด้วยรอยยิ้มร้ายกาจจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ