Bad Engineer 9 - ทวงของ!

1324 คำ
ฉันละอยากจะกรี๊ดใส่ปลายสายแต่ทำอะไรไม่ได้มากนอกเหนือไปจากกดวางสายแล้วคว่ำหน้าจอวางลงกับโต๊ะเรียนอย่างโมโห คนบ้า ตาบ้า ตามรังควานกันอยู่ได้! ฉันได้แต่บ่นพึมพำออกมาอย่างอารมณ์เสีย แต่ไม่วายเพื่อนสาวตัวดีของฉันกับนั่งเท้าคางมองฉันตาแป๋วพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไหนเล่า มันยังไง แกกับหนุ่มฮอตวิศวะคนนั้นไปรู้จักกันได้ยังไง” “เรื่องมันยาว” ฉันบอกปัดพร้อมกับมองตรงไปยังด้านหน้าที่อาจารย์กำลังสอน พยายามทำเป็นนิ่งอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะอาจารย์คนนี้ดุมากและกำลังเพ่งเล็งมองมาที่เราอยู่ “ไว้ค่อยเล่าใช่ปะ เลิกเรียนคาบนี้ค่อยไปเล่าที่ร้านชานมก็ได้” นานาหันมาเขย่าแขนฉันด้วยใบหน้ายิ้มระรื่นพูดเองเออเองเสร็จสรรพ แต่ฉันรีบส่ายหน้าดับฝันนางทันทีจนนางถึงกับทำหน้ายู่ใส่ “เปล่า เรื่องมันยาว ไม่อยากเล่า” “แกอะ...” ปึก! เสียงเคาะกระดานที่หน้าคลาสดังขึ้นพร้อมกับเสียงอาจารย์ประจำภาควิชาที่ขยับแว่นมองมาที่ยัยนานา “นี่ลลินา ได้ฟังที่อาจารย์สอนไหม” “ฟะ ฟังค่ะอาจารย์ ฟังอยู่ค่ะ” นานาเลิ่กลั่ก สายตาเพื่อน ๆ ในคลาสต่างก็หันมามองที่นางเป็นตาเดียว “ตั้งใจหน่อยเรื่องนี้สำคัญ ออกสอบด้วยนะ” “ค่าอาจารย์” “สมน้ำหน้า” ฉันทำหน้าล้อใส่นางก่อนจะหันมาตั้งใจเรียนต่อ ส่วนนางก็ได้แต่บ่นงอแงเป็นเด็กน้อยทำท่าแก้มป่องแบบงอน ๆ ก่อนจะทำเป็นสนใจอาจารย์ที่ยืนสอนอยู่หน้าห้อง ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่คลาสนี้จบลง ครืด ครืด โทรศัพท์มือถือที่ฉันคว่ำหน้าจอเอาไว้ก็สั่งขึ้น ยังกับรู้เวลาจบคลาสเป๊ะ แน่นอนจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหมอนั่น! “เขาโทรมาทวงของอีกแล้วเหรอ” “อือ” แต่ช่างเถอะจ้างก็ไม่รับสายปล่อยให้สั่นอยู่อย่างนั้นนั่นแหละ "ไปเถอะแก" ฉันชวนนานาเก็บของออกจากคลาสก่อนจะเดินออกจากห้องและเดินตรงไปยังลิฟต์ มีนานาที่ยังเซ้าซี้ไม่เลิกตั้งแต่เดินตามเข้ามาในลิฟต์จนกระทั่งมาถึงชั้นล่างนางก็ยังไม่เลิกพูด “แล้วแกก็ไม่ให้ ๆ เขาไปละ ไม่งั้นเขาก็คงตื้อทวงของที่แกไม่เลิกแน่" “ให้ง่าย ๆ อย่างนั้นก็ดีหน่ะสิ” “ก็แล้วมันอะไรที่แกให้เขาไม่ได้" “แกเลิกถามเหอะนานา ฉันว่าเลิกเรียนแล้วเราไปกินชานมกันดีกว่า” ฉันบอกปัด ในขณะที่เริ่มหงุดหงิดกับโทรศัพท์ของฉันก็สั่นไม่หยุดไม่หย่อน หรือฉันควรจะปิดเครื่องไม่เลยดีนะ เอาวะปิดมันเลยดีกว่า ก็นะ ในเมื่อโทรศัพท์ไม่หยุดสั่นเสียทีฉันเลยตัดสินใจหยิบมันออกมากดตัดสายและกำลังจะกดปิดเครื่อง แต่... “ฉันว่าวันนี้เราสองคนอดไปกินชานมแล้วแน่ ๆ” นานาดูเสียงจ๋อย นางชะงักแล้วหันมามองฉัน อย่าบอกนะว่า...! ฉันละสายตาจากมือถือก่อนจะมองตามเรียวนิ้วของนานาที่ชี้ไปข้างหน้า “ดูนั่น” นางชี้ไปยังคนที่กำลังเดินสาวเท้ามาทางเราสองคนด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับจ้องเขม็งใส่ฉันอย่างคาดโทษ ฉัน...กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในมือกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น นึกอยากหายตัวได้ในเวลานี้แต่สองขามันหนักอึ้งจนไม่สามารถก้าวหนีไปทางไหน รู้ตัวอีกทีร่างสูงโปร่งในช้อปวิศวะสีแดงเข้มก็หยุดยืนตรงหน้าฉันในระยะกระชั้นชิด “ฉันมาทวงของ ที่ฉัน...ต้องได้จากเธอ” ตึก เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับสายตาคมก้มลงมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือฉัน ท่าทางเขาหงุดหงิดอย่างคนโดนขัดใจ ลิ้นหนาดุนดันที่กระพุ้งแก้ม ก่อนจะช้อนแววตาเจ้าเล่ห์เลื่อนขึ้นมาสบตากับฉันพร้อมกับเอ่ยพูดออกมาน้ำเสียงจริงจัง “ว่าไง ฉันมาทวงของ” เขาตอกย้ำในการกระทำที่มาหาฉันถึงที่แบบนี้ พอได้มายืนสบตากับเขาในตอนนี้แล้ว ใจฉันก็สั่นระรัว คิดว่าจะหนีเขาพ้นแล้วแท้ ๆ “เอ่อ งั้นฉันขอตัวกลับเลยดีกว่าเอาไว้ค่อยกินชานมกันวันหลังละกันนั้น” เสียงของนานาทำให้เราละสายตาออกจากกัน เผลอแปปเดียวเพื่อนตัวดีของฉันก็เดินจ้ำไปอยู่ด้านหลังเขา “โชคดีนะเพื่อน” นานาชะเง้อคอมาพูดกับฉัน "ไปก่อนนะคะ" ส่วนประโยคหลังที่เธอพูด เธอบอกกับอีกคนที่หันหลังไปมองยังเธอเช่นกัน “ยัยนานาเดี๋ยว!" ฉันตะโกนไล่หลังเพื่อนรักที่วิ่งกลับหันไปแล้ว แต่สำหรับฉันได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ หันกลับมาสบตากลับคนตรงหน้าที่เลิกคิ้วเข้มยียวนใส่ เพราะสิ่งที่เขามาทวงคืออะไร ฉันรู้ดี “ไปคุยกันที่อื่น ตามมา” ฉันหันหลังหนีพร้อมกับเดินนำเขาออกมาจากโถงอาคารเพื่อพาเขาออกมาห่างจากผู้คน ไม่ใช่อะไรเพราะตรงที่เรายืนอยู่หน้าคณะตรงนี้ ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนจำนวนมากกำลังมองมาที่เราสองคนเป็นตาเดียว ฉันก็อายเป็นและไม่อยากให้ใครมาได้ยินเรื่องที่น่าอายระหว่างฉันกับเขา “ดูเธอจะติดใจห้องน้ำนะ” เสียงจากคนด้านหลังเอ่ยพูดอย่างทีเล่นทีจริง “จะบ้าเหรอ ฉันแค่พานายออกมาจากสายตาผู้คนเท่านั้น!” ฉันเหวใส่ในทันทีที่เขาเอ่ยพูดขึ้นก็เพราะฉันเดินนำเขามาที่ห้องน้ำหลังอาคารเรียน และสิ่งที่เขาพูดก็น่าจะเดาออกว่าที่พูดออกมานั้นหมายถึงอะไร คราวก่อนที่เราเจอกันก็ในห้องน้ำ แถมในตอนนี้ฉันยังพาเขาเดินมาแถวห้องน้ำอีก เมื่อคิดว่าลับตาผู้คนแล้วฉันก็หยุดเดินและหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แต่เขากลับเดินเข้ามาประชิดตัวก่อนจะยกนิ้วเรียวแตะที่ริมฝีปากฉัน “ทะ ทำอะไร” ฉันถอยหลบพร้อมกับสะบัดหน้าหนี “เจ็บไหม” เขาลดมือลงและเอ่ยถาม ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าสายตาเมื่อครู่ของเขานั้น ดูสั่นวูบอย่างกับเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ทำฉันเจ็บจริง ๆ “สนใจด้วยเหรอ ตอนทำไม่เห็นคิด” ฉันยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นมองอีกคนอย่างคาดโทษ “จูบกับฉันไป ไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไง” เขาถามออกมาหน้านิ่ง ซึ่งฉันเดาความคิดเขาไม่ได้เลย อยากให้ฉันรู้สึกอะไร ชอบ? หวั่นไหว? “รู้สึกอะไร ฉันโตพอที่จะจูบกับใครก็ได้ที่ไม่ใช่แฟน แค่นี้ฉันไม่ถือ” พูดจบฉันก็ละมือลงจากริมฝีปากตัวเอง พร้อมกับแสดงท่าทางไม่ได้ยีระกับเรื่องนั้น แต่นั่น...มันจูบแรกของฉันเลยนะเว้ย “จะบอกว่าจูบมาหลายคนแล้วงั้นดิ” “อือ จะคิดอย่างนั้นก็ได้” “แต่เมื่อวานเธอขัดขืน และท่าทางเหมือนคนเพิ่งโดนจูบครั้งแรก” คำพูดรู้ทันของเขาทำฉันพูดอะไรไม่ออกและประหม่ากลัวโดนจับได้จนเผลองับปากล่างที่เป็นแผลอย่างเผลอตัว “นั่นเพราะฉันไม่เต็มใจต่างหาก” ฉันเบนหน้าหนีสายตาจับผิดของเขา “หึ เธอน่าสนใจกว่าที่ฉันคิดไว้มาก”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม