“เป็นผู้หญิงแต่เตะผู้ชายตัวใหญ่จนสลบ หึ ผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัวชะมัด”
พายุหนุ่มหล่อคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาปีสี่ พูดพึมพัมขึ้นเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจัดการกับขโมยร่างใหญ่โดยไม่เกรงกลัว พายุเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของมหาลัย รูปร่างหน้าตานั้นเรียกได้ว่าหล่อติดอันดับต้นๆ ของมหาลัย เขาได้ฉายาหนุ่มฮอตเนิร์ดพ่อพระของทีม เพราะพายุนั้นมีนิสัยที่นิ่ง เงียบ พูดน้อย แถมยังรักความเป็นส่วนตัวไม่ชอบให้ใครวุ่นวาย ผู้หญิงที่เข้ามาจีบต่างก็ต้องร้องไห้กันเป็นแถบเพราะพายุนั้นปฏิเสธไปตรงๆ แบบไม่สนใจใครเลยสักนิด จนทุกคนคิดว่าเขานั้นอาจจะไม่ชอบผู้หญิงเพราะไม่เคยเห็นเขาคบใครเลยสักคน พายุชอบออกมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะใกล้คอนโดทุกวันในช่วงเช้ามืดจึงได้มาเห็นเหตุการณ์ของเจด้า ตอนแรกเขาตั้งใจจะช่วยจับขโมยแต่ต้องมายืนอึ้งเมื่อมีผู้หญิงคนนั้นมากระโดดถีบขโมยจนล้มแทบยังกระทืบไม่ยั้งจนขโมยสลบไป เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเจอผู้หญิงใจกล้าแบบนี้ เมื่อพายุเห็นว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรแล้วจึงวิ่งออกกำลังกายต่อทันที ส่วนเจด้าที่นั่งรอสักพักช่างก็มาถึงและเอารถของราชันย์มาให้เธอขับก่อน เจด้าจึงขับรถราชันย์กลับคอนโดทันทีเมื่อมาถึงคอนโดร่างบางก็ทิ้งตัวนอนที่เตียงด้วยความเหนื่อยล้าสักพักก็หลับไป เจด้านอนหลับยาวจนข้ามวันโดยไม่คิดจะตื่นมากินข้าวเพราะเวลาเธอทำงานโต้รุ่งถ้าตรงกับหยุดก็จะนอนพักยาวแบบนี้ตลอด จนเช้าวันต่อมาเจด้าก็ขับรถออกจากคอนโดเพื่อไปมหาลัย
“ว้าว! หน้าคอนโดมีลูกชิ้นปิ้งซะด้วย ต้องจัดๆๆ”
เมื่อเห็นร้านลูกชิ้นปิ้งเจด้าก็ตาลุกวาวด้วยความดีใจรีบจอดรถลงเดินลงไปเพราะเป็นของโปรดของเธอ
“ลุงคะ ขายไม้เท่าไหร่คะ”
เจด้าเอ่ยถามพ่อขาขายลูกชิ้นปิ้งด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ไม้ละสิบห้าบาท”
พ่อค้าตอบเจด้าด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“โห! ไม้ละสิบห้าบาทเลยหรอคะ ได้แค่สามลูกเองอะ สิบบาทยังได้ตั้งสี่ลูกเลยนะคะลุง”
เจด้าพูดขึ้นด้วยความตกใจเพราะราคานั้นแพงเกินปริมาณที่ได้มาก
“เอ้า! ก็ของมันแพงขึ้นถ้าไม่ขายแบบนี้ลุงจะเอากำไรมาจากไหนล่ะ”
พ่อค้าพูดกับเจด้าด้วยความไม่พอใจ
“ของแพงขึ้นไม่กี่บาทเองค่ะลุง ลุงขายแบบนี้ลุงได้กำไรก็จริงแต่ลูกค้าจะน้อยนะจะบอกให้ เห็นมั้ยขนาดเกือบจะแปดโมงแล้วแท้ๆ ยังเหลือเยอะอยู่เลย”
เจด้าพูดสวนกลับพ่อค้าอย่างไม่ยอม
“ลุงขายถูกกว่านี้ไม่ได้หรอก ว่าไงยังจะซื้อมั้ย”
“ซื้อค่ะ แต่ขอสามไม้สี่สิบบาทได้มั้ยคะ”
“ไม่ได้หรอกซื้อแค่สามไม้เองต้องจ่ายเต็ม เอางี้ลุงขายหกไม้แปดสิบห้าบาท”
“งั้นหนูเอาสิบไม้จ่ายเลยร้อยยี่สิบบาท ถ้าลุงไม่เอาหนูไปซื้อที่อื่นแล้วนะ”
“ก็ได้ๆ เอาสิบไม้นะ รอแป๊บแม่หนู”
เจด้าถึงกับยิ้มกว้างขึ้นอย่างถูกใจเมื่อพ่อค้ายอมทำตามที่เธอบอก
“เอ้า! พ่อหนุ่มขอโทษนะที่ให้ยืนรอนาน ลุงยืนคุยกับแม่หนูนี่ซะนานเลย เอาสามไม้เหมือนเดิมนะ”
“ครับ”
พายุที่ยืนฟังเจด้าต่อรองพ่อค้าขายลูกชิ้นอยู่นานอยู่เงียบๆ ได้แต่ยืนอึ้งกับสกิลการต่อปากต่อคำของเธอที่ไม่ยอมพ่อค้าจนสุดท้ายเธอก็สามารถซื้อลูกชิ้นปิ้งในราคาไม้ละสิบสองบาทได้ พายุได้แต่คิดในใจว่าแค่ลูกชิ้นปิ้งไม้ราคาไม่กี่บาทสาวตรงหน้าที่ดูจะมีฐานะยังกล้าต่อราคาอย่างไม่อายใคร ส่วนเจด้าเมื่อเห็นว่ามีคนยืนรอก็ขยับออกไปยืนด้านข้างของร้านเพื่อให้เขาเลือกลูกชิ้นแต่พายุกลับยืนนิ่งไม่ขยับเพราะพ่อค้ารู้อยู่แล้วว่าเขาจะเอาลูกชิ้นอะไร
“ไม่เลือกลูกชิ้นหรอคะ”
เจด้าเอ่ยถามพายุด้วยความสงสัย พยายามจะมองหน้าเขาชัดๆ แต่เพราะพายุใส่ทั้งฮู้ดแถมยังใส่แมสเห็นแต่ตาเจด้าเลยไม่รู้ว่าหน้าตาเขาเป็นยังไง แต่เธอกลับชอบสายตาเขาเพราะแค่เขามองเธอแล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบยังทำเธอถึงกับมองไม่วางตาราวกับโดนสะกดไว้ยังไงยังงั้น
“ของพ่อหนุ่มได้แล้วลูก”
พ่อค้ายื่นถุงลูกชิ้นให้พายุด้วยรอยยิ้ม
“ขอบคุณครับ”
พายุพูดขอบคุณด้วยน้ำเสียงสุภาพแล้วจ่ายเงินให้พ่อค้าแล้วเดินไปทันที
“เอ้าลุง! หนูสั่งก่อนทำไมเค้าถึงได้ก่อนหนูล่ะคะ”
เจด้าถามพ่อค้าขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นพ่อค้ายื่นลูกชิ้นให้เขาก่อนทั้งๆ ที่เขามีหลังเธอ
“ก็เค้าเป็นลูกค้าประจำ ทุกเช้าก็สั่งลูกชิ้นหมูสามไม้ตลอดลุงเลยเตรียมไว้ให้ เอาน่าอย่าโวยวายเลยถือว่าเสียสละให้คนหล่อแล้วกันนะ”
พ่อค้าพูดกับเจด้าด้วยรอยยิ้มแล้วหันไปปิ้งลูกชิ้นให้เจด้าต่อ
“หล่อมากเลยหรอคะ แต่เมื่อกี๊หนูเห็นแค่ตายังแทบไม่อยากหยุดมองเลยค่ะ”
เจด้าถามพ่อค้าอย่างสนใจทั้งๆ ที่เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เพราะเธอเจอคนหล่อมาเยอะทั้งพี่น้องทั้งหนุ่มๆ ในคณะต่างก็หน้าตาดีไม่แพ้กันแต่เธอกลับไม่ได้สนใจหรือชอบเลยแม้แต่น้อยแต่กับผู้ชายคนนี้แค่ได้มองตาก็ทำเธอหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกจนอยากเห็นหน้าเขา
“หล่ออย่างกับเทพบุตรเลยล่ะ แต่ทรงนิ่งๆ ไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่ แม่หนูอย่าสนใจเลยลุงว่าพ่อหนุ่มไม่ชอบคนอย่างแม่หนูหรอก”
“เดี๋ยวสิลุง มาตัดจบหนูแบบนี้ได้ไงเนี่ย คนอย่างหนูไม่ดียังไงคะ”
เจด้าถึงกับถามพ่อค้าเสียงดังเมื่อโดนตัดบทเอาดื้อๆ
“ไม่ใช่ไม่ดี แต่คนเงียบๆ แบบพ่อหนุ่มคนนั้นเค้าไม่น่าจะชอบผู้หญิงพูดเก่งหรอก ถ้าลงสนามจีบคงโดนคัดออกตั้งแต่รอบคัดเลือกเลยล่ะลุงว่า”
พ่อค้าพูดใส่เจด้าอย่างกวนๆ
“ชิ ก็ไม่แน่นะคะ คนอย่างหนูอาจจะไปทำให้ชีวิตเค้ามีสีสันเพิ่มขึ้นก็ได้ คอยดูเถอะถ้าเค้าเกิดชอบหนูขึ้นมาจริงๆ ลุงต้องเลี้ยงลูกชิ้นหนูห้าสิบไม้นะคะ”
“ฮ่าๆ เอาสิ ลุงรับคำท้า อะ ได้แล้ว หวังว่าจะจีบพ่อหนุ่มสุดหล่อติดนะแม่หนู”
พ่อค้าตอบรับคำท้าเจด้าทันทีด้วยน้ำเสียงเล่นๆ แล้วยื่นถึงลูกชิ้นให้เจด้า
“ขอบคุณค่า หนูก็พูดไปงั้นล่ะค่า ถ้าเค้าตรงสเปคหนู หนูถึงจะจีบ อิอิ อื้ออ! อร่อยอะ น้ำจิ้มลุงแซ่บมากต้องฝากท้องทุกเช้าซะแล้ว จันทร์ถึงศุกร์เตรียมให้หนูวันละสิบไม้เลยนะคะ”
เจด้าพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นเมื่อรสชาติลูกชิ้นปิ้งนั้นถูกปากเธอมาก จนพ่อค้านั้นยิ้มกว้างขึ้นด้วยความดีใจ
“พูดจริงหรอ ไม่ได้หลอกลุงนะ”
“หนูจะหลอกทำไมคะ งั้นเพื่อความสบายใจของลุง หนูจ่ายเป็นอาทิตย์ไว้เลยดีกว่าสิบไม้ร้อยยี่สิบบาทห้าวันก็หกร้อยพอดี นี่ค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ”
เจด้าพูดเสนอพ่อค้าแล้วยื่นหกร้อยบาทให้
“ขี้เล่นจริงๆ นะ มีเล่นมุขอีก ว่าแต่ไม่กลัวลุงจะหนีไปขายอื่นหรอ”
พ่อค้าเอ่ยถามเจด้าขึ้นเพราะไม่คิดว่าเธอจะเชื่อใจคนที่พึ่งรู้จักกันอย่างเขา
“หนูไม่กลัวลุงหนีหรอกค่ะ เพราะถ้าหนูจะตามหาใครจริงๆ ยังไงหนูก็ต้องเจอค่ะ ลุงหนีหนูไม่รอดหรอก”
เจด้าพูดกับพ่อค้าด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ขู่ซะลุงกลัวเลย ฮ่าๆ โอเคๆ ลุงจะเตรียมไว้ให้ทุกเช้าเลย”
พ่อค้าพูดกับเจด้าด้วยรอยยิ้มเมื่อเริ่มถูกชะตากับเธอเพราะคุยด้วยแล้วรู้สึกสนุก
“ขอบคุณค่า งั้นหนูไปเรียนก่อนนะคะ สวัสดีค่า”
เจด้ายกมือไหว้พ่อค้าอย่างนอบน้อมเมื่อพ่อค้าตอบกลับก็เดินไปขึ้นรถแล้วขับไปมหาลัยทันที