เมื่อมาถึงมหาลัยแล้วเจด้าก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในตึกวิศวะก็เห็นเจเดนนั้นนั่งยิ้มขณะพิมพ์โทรศัพท์อยู่กับลีวายและว่าน เจด้าจึงเดินไปหาทั้งสามคนทันที
“ยิ้มอารมณ์ดีเชียวนะยะ ทิ้งงานให้ฉันทำคนเดียวยันเช้า ถ้าจะติดเมียมากขนาดนี้โอนหุ้นมาให้ฉันเพิ่มเลยนะ”
เจด้าเดินบ่นให้เจเดนอย่างหัวเสียเมื่อเดินมาถึงเขาแล้ว จนเจเดนสะดุ้งตกใจเพราะเจด้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงเพราะเขามัวแต่สนใจคุยแชทกับเมียอยู่เลยไม่รู้ว่าเจด้าเดินมาจากยิ้มอารมณ์ดีก็เปลี่ยนมานิ่งขรึมทันที
“อืม เดี๋ยวโอนให้ ทำงานแทนทุกวันด้วยนะ”
เจเดนตอบกลับเจด้าเสียงเรียบ
“ฉันแค่พูดประชดย่ะ อย่ามาโยนงานให้ฉันเลยนะ ชิ เบื่อคนหลงเมีย คุยกับนายไม่สนุกเลย ไปดีกว่า”
เจด้าพูดขึ้นอย่างอารมณ์ไม่ดีเมื่อเจเดนนั้นไม่ยอมเถียงกับเธอจึงเดินหนีเจเดนขึ้นไปบนตึกเรียนเมื่อเข้ามาในห้องเรียนแล้วเจด้าก็เดินไปนั่งข้างๆ วุ้นเส้นที่มาถึงก่อนเธอทันที
“เป็นอะไร ไม่มีใครเถียงด้วยรึไงยะถึงได้ทำหน้าไม่รับแขกมาแบบนี้”
วุ้นเส้นพูดแซวเจด้าเล่นๆ ตามประสาเพื่อนสนิทคุยกัน
“อือ วันนี้ไอ้แฝดไม่ยอมเถียงด้วยเลย ตั้งแต่มีเมียสงบปากสงบคำขึ้นมากเลยอะ แกมาเถียงกับฉันหน่อยสิ”
เจด้าตอบกลับวุ้นเส้นแล้วแกล้งมองหน้าวุ้นเส้นด้วยสีหน้าตึงๆ จนวุ้นเส้นหัวเราะออกมาเพราะรู้ว่าเจด้าแค่พูดเล่นไม่ได้เอาจริง
“แกก็จริงๆ เลย พอเจเดนเถียงกลับก็ว่าเค้า แต่พอเจเดนไม่เถียงก็ยังไปบ่นให้เจเดนอีก ปล่อยเจเดนให้ไปใช้ชีวิตอย่างสงบเถอะ ฮ่าๆ”
“แรงมาก ทำอย่างกับฉันเป็นเจ้ากรรมนายเวรหมอนั่นยังงั้นล่ะ พอๆ เลิกพูดได้แล้ว”
วุ้นเส้นได้แต่หัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อพูดแกล้งเจด้าได้
“เออ เจด้านี่แกเอางานไปส่งอาจารย์ศิระยัง”
วุ้นเส้นเอ่ยถามเจด้าทันทีเมื่อเห็นอาจารย์เดินผ่านห้องเรียนไป
“ยัง เรียนเสร็จว่าจะไปส่งนี่ล่ะ”
เจด้าตอบวุ้นเส้นขณะที่นั่งกินลูกชิ้นปิ้งอยู่
“ยัยเจด้า ส่งตอนเรียนเสร็จแกจะทันได้ไง คาบสองเป็นวิชาของอาจารย์ศิระนะ อาจารย์ส่งแชทมาไลน์กลุ่มบอกว่าจะตรวจตอนคาบแรกของวันนี้ถ้าใครส่งงานหลังจากอาจารย์ตรวจแล้วจะถือว่าไม่ส่งงานคะแนนสำคัญด้วยนะแก ประเด็นฉันเห็นอาจารย์เดินผ่านห้องไปเมื่อกี๊ด้วย เมื่อเช้าตอนฉันมาอาจารย์ยังไม่เข้าห้องพักเพราะเดินขึ้นมาพร้อมฉันเห็นว่ามีประชุมด่วนก่อนเข้าสอนสงสัยพึ่งประชุมเสร็จ เอ้า! แกจะไปไหน”
“ซวยแล้วไง เดี๋ยวฉันมา”
เจด้าตอบวุ้นเส้นอย่างเร่งรีบแล้วหยิบเล่มรายงานออกจากกระเป๋าวิ่งออกจากห้องเรียนไปทันที
“งืออ เอาไงดี วิ่งตามอาจารย์ไม่ทันแน่ๆ เอาวะ แค่ชั้นสอง เป็นไงเป็นกัน”
เมื่อตัดสินใจได้เจด้าก็วิ่งเข้าไปในห้องเรียนที่ไม่มีคนอยู่แล้วเปิดหน้าต่างห้องหวังจะกระโดดลงไปเพราะกลัวอาจารย์จะไปถึงห้องพักก่อนเธอและโชคดีที่เธอนั้นใส่กางเกงกับช็อปมาพอดี เมื่อเปิดหน้าต่างแล้วเจด้าก็กระโดดลงไปโดยไม่รู้ว่ามีคนกำลังเดินมา เจด้าถึงกับตกใจเพราะกระโดดออกจากหน้าต่างแล้วจึงเห็นว่ามีคนอยู่ด้านล่าง
“นี่คุณ ระวังๆๆ”
เจด้าตะโกนเรียกคนด้านล่างจนพายุที่โดนอาจารย์ใช้ให้เอาเอกสารไปให้อาจารย์คณะวิศวะเพราะมีโปรเจกให้นักศึกษาทำร่วมกันถึงกับต้องเงยหน้ามองเมื่อได้ยินเสียงตะโกนจากด้านบน
“เฮ้ยย โอ๊ย!”
พายุที่เงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกใจและร้องเจ็บนอนหงายหลังล้มลงพื้นเมื่ออยู่ดีๆ เจด้าก็กระโดดลงมาทับตัวเขาเหมือนกับเขานั้นรับเธอไว้เพราะตอนนี้เธอก็นอนทับตัวเขาอยู่
“เธอทำบ้าอะไรเนี่ย”
พายุถามเจด้าด้วยความโมโห กำลังจะจับเธอออกแต่เจด้านั้นลุกออกไปก่อน
“ขอโทษนะคะ พอดีฉันรีบ ถ้าเจอกันอีกเดี๋ยวจะเลี้ยงข้าวขอโทษนะคะ”
เจด้าตะโกนพูดขณะที่วิ่งไปด้วยความเร่งรีบ โดยที่ยังไม่ได้มองหน้าพายุเพราะกลัวจะไปส่งงานไม่ทันแต่พายุกลับจำเธอได้แม่นเพราะเธอคือคนที่สู้กับขโมยวันก่อนและเป็นคนที่ยืนต่อราคากับพ่อค้าขายลูกชิ้นเมื่อเช้า
“ไม่คิดว่าจะมาเจอผู้หญิงแปลกๆ แบบนี้ ความเรียบร้อยไม่มีเลยจริงๆ แม่ง เจ็บชิบหาย”
พายุบ่นให้เจด้าแล้วลุกขึ้นยืนปัดดินออกจากเสื้อผ้าตัวเองเพราะเขานั้นนอนลงพื้นดินเต็มๆ ได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอากับการกระทำของเธอ จากนั้นก็เดินไปต่ออย่างหัวเสีย ทางด้านเจด้าที่วิ่งตาตั้งจนมาถึงห้องพักของอาจารย์ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเธอนั้นมาส่งงานทันเพราะเปิดดูเล่มรายงานของเพื่อนยังไม่มีร่องรอยการตรวจจึงรีบส่งงานแล้วรีบออกจากห้องขึ้นไปเรียนอย่างสบายใจ เจด้าเรียนจนถึงเวลาพักเที่ยงก็มากินข้าวที่โรงอาหารกับวุ้นเส้น
“เอ้า! ลุง ยังไม่เสร็จหรอคะ ลุงทำตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ”
เจด้าเอ่ยถามลุงยามที่กำลังทาสีฟุตบาททางเดินของตึกเพราะเห็นทาสีตั้งแต่เช้าแล้ว
“ยังเลยหนู คงจะอีกนานน่ะ”
ลุงยามหันมาตอบเจด้าด้วยรอยยิ้มแต่แววตานั้นเผยความเหน็ดเหนื่อยออกมาชัดเจน
“พักกินข้าวก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวจะเป็นลมเอานะคะ อากาศยิ่งร้อนๆ อยู่”
เจด้าพูดเสนอด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง รู้สึกเห็นใจไม่น้อยที่เห็นลุงยามทำงานตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ยังไม่ได้พัก
“พักไม่ได้หรอกหนู บ่ายสามเจ้านายเค้าจะมาตรวจงาน ลุงกลัวไม่เสร็จ ไม่ต้องห่วงลุงหรอก ลุงแข็งแรง ฮ่าๆ”
ลุงยามพยายามพูดเพื่อไม่ให้เจด้านั้นกังวล
“ค่ะ”
เจด้าตอบลุงยามสั้นๆ แล้วเดินไปโรงอาหารกับวุ้นเส้นทันที
“วุ้นเส้น แกกินข้าวคนเดียวได้มั้ย แล้วขึ้นไปเรียนก่อนฉันเลย”
เมื่อมาถึงโรงอาหารเจด้าก็พูดขึ้นด้วยท่าทางเร่งรีบ
“แกอย่าบอกนะว่าจะไปช่วยลุงยามทาสีฟุตบาท”
วุ้นเส้นถามเจด้าอย่างรู้ทัน
“ใช่”
“งั้นฉันไปด้วย”
วุ้นเส้นรีบพูดขึ้นทันทีเพราะอยากไปช่วยเจด้าอีกแรง
“ไม่ได้ แกต้องขึ้นไปฟังอาจารย์อธิบายโปรเจกงานไง ไม่งั้นใครจะมาเล่าให้ฉันฟัง อีกอย่างแกแพ้เหงื่อทำงานแบบนั้นไม่ได้ อย่าลืมสิ ไม่ต้องห่วงฉันจะรีบช่วยลุงเค้าทำแล้วจะรีบขึ้นไปเรียนเลย โอเคมั้ย”
เจด้าพูดห้ามวุ้นเส้นด้วยความเป็นห่วงเพราะเพื่อนรักเธอนั้นมีโรคประจำตัวทำงานกลางแจ้งไม่ได้
“อือ เอางั้นก็ได้ รีบทำรีบไปเรียนนะ”
วุ้นเส้นยอมทำตามเจด้าเพราะรู้ว่ายังไงเจด้าก็ไม่ยอมให้เธอทำแน่นอน
“โอเคจ้า งั้นฉันไปซื้อข้าวไปฝากลุงยามด้วยก่อนนะ”
พูดจบเจด้าก็วิ่งไปทางร้านข้าวแกงเพราะได้เร็ว ทางด้านพายุที่พึ่งเรียนเสร็จก็เดินมากินข้าวที่โรงอาหารกับเพื่อนสนิทอย่างนิวและมาร์คที่เรียนคณะเดียวกันและเป็นนักบาสเหมือนกันอีก
“กินไรดีวะ”
นิวพูดพึมพำขึ้นเมื่อมาถึงโรงอาหารแล้ว
“มึงจะกินอะไรก็เรื่องของมึงแต่ไอ้พายุไม่พ้นร้านข้าวแกงแน่นอน แม่ง มึงไม่เบื่อหรอวะ กินแต่ผัดผักเนี่ย”
มาร์คถามพายุที่เดินนำหน้าไปยังร้านข้าวแกงด้วยความสงสัยเพราะพายุนั้นกินแต่เมนูเดียวทุกวัน
“ไม่เบื่อ”
พายุตอบมาร์คสั้นๆ ตามประสาคนพูดน้อย เพราะนิสัยของเขานั้นแทบไม่คุยเล่นกับใคร ยกเว้นแต่เรื่องเรียนและเรื่องซ้อมกับแข่งบาสเท่านั้น จนนิวและมาร์คนั้นชินกับนิสัยของเขาแล้ว เมื่อเห็นพายุตอบสั้นๆ ทั้งสองก็ได้แต่ส่ายหน้าให้พายุแล้วเดินแยกไปซื้อข้าวร้านอาหารตามสั่งอีกร้าน ขณะที่พายุกำลังจะเข้าไปสั่งอาหารที่ร้านข้าวแกงก็ต้องชะงักเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งมายืนตัดหน้าเขาตรงหน้าร้าน
“ป้าคะ ขอสั่งข้าวใส่กล่องสองกล่องค่ะ เอา....”
‘เธออีกแล้วหรอ’
พายุได้แต่ยืนคิดในใจด้วยความไม่พอใจเมื่อผู้หญิงที่วิ่งมาแซงคิวเขาก็คือคนที่กระโดดลงจากตึกมาทับเขานั่นเอง