“ป้าคะ ขอสั่งข้าวใส่กล่องสองกล่องค่ะ เอา....”
‘เธออีกแล้วหรอ’
พายุได้แต่ยืนคิดในใจด้วยความไม่พอใจเมื่อผู้หญิงที่วิ่งมาแซงคิวเขาก็คือคนที่กระโดดลงจากตึกมาทับเขานั่นเอง ถึงจะรู้สึกไม่พอใจที่เธอมาแซงคิวแต่ก็ไม่ได้ต่อว่าเธอเพราะไม่อยากวุ่นวายจึงถอยหลังเว้นระยะห่างรอเธอซื้อเสร็จอยู่เงียบๆ ทางด้านเจด้าเมื่อได้ข้าวแล้วก็หันไปหาพายุเพื่อขอโทษก็ต้องชะงักเมื่อได้เห็นหน้าของพายุ ทั้งใบหน้าหล่อเหลาสายตาคมกริบผมสีควันบุหรี่ ร่างสูงโปร่งแถมยังหุ่นดีไร้ที่ติยืนกอดอกมองเธออยู่
“โคตรหล่อ”
เจด้าพูดออกมาจนพายุถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเมื่อเห็นเธอมองหน้าเขาไม่วางตาเพราะไม่ใช่แค่เธอที่หลงใหลในความหล่อของเขา เมื่อเห็นเจด้าซื้อข้าวเสร็จแล้วพายุจึงเดินไปสั่งข้าวโดยไม่สนใจเจด้า ขณะที่พายุกำลังจะอ้าปากสั่งแม่ค้าก็ต้องชะงักเมื่อโดนเจด้าพูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ขอโทษนะคะที่มาแซงคิว คือฉันรีบจริงๆ ขอตัวก่อนนะคะ ครั้งหน้าถ้าเจอกันเดี๋ยวจะมาทำความรู้จักนะคะ ขอบคุณนะคะที่ให้แซงคิว”
เจด้าพูดขึ้นด้วยความเร่งรีบพร้อมกับส่งยิ้มให้พายุจากนั้นก็วิ่งไปทันทีเพราะรีบไปช่วยงานลุงยาม
“ใครให้เธอแซงคิวกัน นิสัยไม่ดีจริงๆ”
พายุบ่นให้เจด้าอย่างหัวเสียเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ เพราะเขาไม่ได้ยินยอมให้เธอแซงคิวเลยสักนิด หลังจากบ่นให้เจด้าเสร็จแล้วพายุก็หันมาสั่งข้าวกับแม่ค้าทันที
“ป้าครับ เอาเหมือนเดิมครับ”
พายุพูดกับแม่ค้าอย่างสุภาพ
“ได้เลยจ้า รอแป๊บนะลูก อย่าถือสาหนูเจด้าเลยนะพายุ ปกติหนูเจด้าไม่ใช่คนที่จะแซงคิวใครแบบนี้เลย สงสัยวันนี้รีบจริงๆ”
แม่ค้าพูดกับพายุด้วยรอยยิ้มขณะที่ตักผัดผักราดข้าวให้พายุอยู่
“เจด้า”
พายุพูดชื่อเจด้าขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ค้า
“ใช่ลูก นั่นหนูเจด้า นิสัยดีมากเลยนะ น้องมากินข้าวร้านป้าประจำเหมือนพายุเลย แต่เมื่อก่อนน้องจะพักก่อนพายุตลอด สงสัยเทอมนี้เปลี่ยนเวลาเรียนแล้วมั้ง”
แม่ค้าพูดกับพายุอย่างเป็นกันเอง เพราะพายุมากินข้าวแต่ร้านนี้ตั้งแต่ปีหนึ่งจึงทำให้แม่ค้าทั้งรักและเอ็นดูพายุเหมือนหลานคนหนึ่งไปแล้ว
“เธอเป็นน้องผมหรอครับ”
พายุถามแม่ค้ากลับสั้นๆ
“ใช่จ้า หนูเจด้าอยู่ปีสามน่ะ ทั้งพูดเก่ง อัธยาศัยดี แถมยังสวยมากด้วย มีหนุ่มๆ มาจีบเพียบเลยล่ะ”
“มีคนชอบผู้หญิงแปลกๆ แบบนี้ด้วยหรอ”
พายุพูดพึมพำเบาๆ เมื่อได้ยินแม่ค้าบอกว่ามีคนมาจีบเธอเยอะ
“ว่าไงนะลูก”
แม่ค้าถามพายุขึ้นเมื่อเธอไม่ได้ยินที่เขาพูดขณะที่กำลังยื่นจากข้าวให้เขา
“ไม่มีอะไรครับ ขอบคุณครับ”
พายุเลี่ยงไม่พูดเรื่องเจด้าต่อจึงรับจานข้าวมาแล้วยื่นเงินให้แม่ค้า
“ไม่ต้องจ่ายหรอกลูก หนูเจด้าเค้าจ่ายให้แล้ว”
“หมายความว่าไงครับ”
พายุถามแม่ค้าด้วยความสงสัย
“หนูเจด้าเค้าขอเลี้ยงข้าวเพื่อไถ่โทษที่มาแซงคิวจ้ะ”
แม่ค้าตอบพายุด้วยรอยยิ้ม
“ผมไม่รับครับ ป้ารับเงินผมไปเถอะ วันหลังถ้าเธอมากินก็ไม่ต้องคิดเงินเธอ”
พูดจบพายุก็วางเงินค่าข้าวให้แม่ค้าแล้วถือจานข้าวเดินไปทันที เพราะเขาไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่แค่กับเจด้าที่พายุทำเย็นชาใส่ เขาเป็นแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาหาเขา สาเหตุที่พายุไม่สนใจผู้หญิงไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงแต่เพราะผู้หญิงที่เข้าหาเขาล้วนแต่เข้ามาเพราะหลงใหลในหน้าตาไม่ได้ชอบที่นิสัยเขาจริงๆ ตอนปีหนึ่งเขาเคยสนิทกับผู้หญิงคนหนึ่งในฐานะเพื่อนจนทำให้เธอคนนั้นเข้าใจผิดคิดว่าเขาชอบเธอจนเธอคิดเองเออเองหวงเขาออกหน้าออกตา แถมยังประกาศให้คนอื่นรู้ว่าเขาคบกับเธออยู่ ทำให้พายุจากที่เคยเป็นคนอัธยาศัยดีก็เปลี่ยนมาเย็นชากับผู้หญิง เขาออกตัวพูดให้ทุกคนรู้ความจริงว่าเขาไม่ได้คบกับเธอจนทำให้เธอไม่พอใจพยายามจะให้เขาคบกับเธอให้ได้จนพายุต้องตีตัวออกห่างไม่พูด ไม่เข้าใกล้ และเมินเธอมาจนถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้นพายุก็เว้นระยะห่างกับผู้หญิงมาตลอดเป็นที่มาของฉายาพ่อพระของทีม เพราะเขาเป็นคนเดียวในทีมนักบาสที่ไม่ยอมถ่ายรูปกับกองเชียร์ผู้หญิง จนบางคนว่าเขานั้นหยิ่งแต่พายุก็ไม่ได้สนใจ เมื่อได้ข้าวแล้วพายุก็เดินไปนั่งกินข้าวกับนิวและมาร์ค ทางด้านเจด้าเมื่อออกจากโรงอาหารแล้วก็วิ่งมาหาลุงยามที่กำลังทาสีฟุตบาทอยู่
“ลุงคะ พักกินข้าวก่อนค่า หนูซื้อข้าวมาฝาก เฮ้อ! เหนื่อย”
เจด้าพูดกับลุงยามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบเพราะวิ่งมาไกล
“ขอบใจนะแม่หนู วิ่งมาซะเหนื่อยเลย นั่งก่อนๆ”
ลุงยามรีบไปรับข้าวกล่องกับเจด้าแล้วให้เธอนั่งพักแต่เจด้ากลับจะแขนของเขาให้มานั่งตรงฟุตบาทที่ทาสีเสร็จแล้วเพราะมีหลังคาตลอดทางเดินจึงทำให้ไม่ค่อยร้อนมาก
“ลุงนั่นล่ะค่ะนั่งก่อน พักกินข้าวก่อนนะคะ”
เจด้าพูดกับลุงยามด้วยรอยยิ้ม
“เดี๋ยวลุงทำเสร็จค่อยกินก็ได้ งานจะไม่เสร็จ”
“กินเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูทาช่วยรับรองเสร็จแน่นอน”
เจด้าพูดกับลุงยามอย่างไม่ยอม
“จะมาช่วยลุงได้ไง แม่หนูไม่มีเรียนหรอ”
ลุงยามถามเจด้ากลับด้วยความสงสัย
“ไม่มีค่ะ หนูว่าง เร็วสิคะลุงรีบกินข้าว มายืนคุยกับหนูเสียเวลางานไม่เสร็จนะ”
เจด้ารีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้ลุงยามรู้ว่าเธอนั้นโกหก
“ก็ได้ๆ ขอบใจนะแม่หนู”
ลุงยามยอมทำตามที่เจด้าบอกเพราะเถียงสู้เธอไม่ได้ เมื่อลุงยามยอมกินข้าวแล้วเจด้าก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจแล้วนั่งทาสีต่อจากที่ลุงยามทาไว้อย่างคล่องแคล่วเพราะเธอเคยออกจิตอาสาปรับปรุงโรงเรียนขนาดเล็กบ่อยส่วนมากจะได้ทาสีอาคารจึงทำให้เธอนั้นกล้าที่จะช่วยลุงยาม เมื่อลุงยามเห็นว่าเธอทำเป็นก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจรู้สึกดีไม่น้อยที่เธอนั้นเข้ามาช่วยเขาโดยไม่ได้รังเกียจที่เขานั้นเป็นแค่ยามของมหาลัย ที่เจด้าเข้ามาช่วยลุงยามเพราะลุงยามนั้นเคยช่วยเข็นรถให้เธอแถมยังทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยในมหาลัยเป็นอย่างดี เจด้าจึงอยากตอบแทนลุงยามโดยไม่สนใจเรื่องฐานะถึงเธอจะรวยแต่ครอบครัวเธอไม่เคยสอนให้เหยียดใคร เจด้าทาสีฟุตบาทไปเรื่อยๆ โดยไม่บ่นสักคำซึ่งการกระทำของเธอก็มีสายตาคู่หนึ่งยืนมองอยู่ไม่วางตา เมื่อลุงยามกินข้าวอิ่มแล้วจึงลุกถือกล่องข้าวเดินเอาไปทิ้งถังขยะที่อยู่อีกฝั่งของตึก
“ขอโทษนะครับลุง ทำไมผู้หญิงคนนั้นมาช่วยลุงทาสีล่ะครับ เธอมาทำจิตอาสางั้นหรอครับ”
พายุที่ยืนมองเจด้าทาสีอยู่สักพักก็เดินมาถามลุงยามเมื่อเห็นเดินเอาขยะมาทิ้ง
“ไม่ใช่หรอก แม่หนูแค่อยากมาช่วยลุงน่ะ ลุงต้องทาให้เสร็จวันนี้ก่อนบ่ายสามเพราะเจ้านายจะมาตรวจเห็นว่าจะมีแขกคนสำคัญมาเยี่ยมมหาลัย”
ลุงยามตอบพายุไปตามตรง ทำเอาพายุถึงกับคิดไม่ถึงว่าเธอจะแซงคิวเขาเพื่อรีบซื้อข้าวมาให้ลุงยาม
“งั้นผมช่วยอีกแรงครับ ผมไม่มีเรียนพอดี”
พายุพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ เพราะเขาก็ไม่อยากให้ลุงยามที่เขาเคารพโดนตำหนิเหมือนกัน
“พูดจริงหรอ ดีเลยๆ วันนี้ลุงโชคดีจริงๆ ที่มีหนุ่มสาวนิสัยดีมาช่วยถึงสองคน มาๆ พ่อหนุ่ม ขอบใจมากๆ เลยนะ”
ลุงยามพูดขึ้นด้วยความดีใจเมื่อมีคนอาสามาช่วยอีกคน จึงรีบเดินข้ามไปหาเจด้าโดยมีพายุเดินตามมาเงียบๆ
“แม่หนู มีคนมาช่วยเราอีกแรงแล้วนะ”
ลุงยามพูดกับเจด้าด้วยความดีใจ
“ดีเลยค่ะ แบบนี้เสร็จทันแน่ๆ เลยลุง”
เจด้าตอบกลับลุงยามอย่างอารมณ์ดีโดยสายตาก็ยังสนใจกับการทาสีอยู่ไม่ได้สนใจคนที่มาช่วยเลยแม้แต่น้อย ทำเอาพายุรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะนิสัยเธอนั้นดูผิดเพี้ยนต่างจากคนอื่นเพราะปกติคนเรามักจะหันมาสนใจถ้าบอกว่ามีคนมาช่วยแต่เธอกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
“มาๆ พ่อหนุ่ม”
พายุพยักหน้าแล้วตั้งท่าจะเดินไปหยิบแปรงทาสีอีกอันก็ต้องชะงักเมื่อเห็นมีกล่องข้าวที่ยังไม่ได้กินวางอยู่อีกหนึ่งกล่องจึงเปลี่ยนใจเดินไปหาเจด้าที่กำลังลุกขึ้นยืนพอดี
“ว้าย!”
เจด้าถึงกับร้องตกใจเมื่อเธอตั้งใจจะหันหลังวิ่งไปเทสีเพิ่มก็ต้องมาชนพายุที่เดินมาข้างหลังเธอจนเขานั้นล้มหงายหลังลงพื้นโดยมีเจด้านอนทับไว้แถมเนื้อตัวเขาตอนนี้ก็เปื้อนไปด้วยสีจากฝีมือเจด้าเรียบร้อย